เธออายุ 23 แต่ยังเรียนอยู่ ม.ปลาย ที่เยอรมัน !

   

   

                           

                   สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และคอลัมน์เล่าประสบการณ์เด็กนอกที่ทุกคนรอเคย (เหรอ) อีกเช่นเคย ...... สำหรับวันนี้ เรื่องราวที่จะนำมาแบ่งปันเป็นเรื่องราวของนักเขียนชื่อดังคนหนึ่งที่ตัวอยู่ไกลถึงเยอรมัน แต่ใจก็ยังวนเวียนอยู่ในเว็บเด็กดีนี่เอง ฮ่าๆ นั่นก็คือเจ้าของนามปากกา "เจ้าหุ่นกระบอก" นั่นเองค่ะ  ว่าแต่เป็นมายังไงถึงไปอยู่ที่เยอรมัน แล้วทำไมไปๆ มาๆ ถึงมาเขียนนิยายได้นะ ??

 

 

 

       สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน วันนี้คุณย่านาตหรือ "เจ้าหุ่น
 กระบอก"
จะมาบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้
 ชีวิตในประเทศเยอรมนีที่เกิดขึ้นกับตัวคุณย่าเองให้ฟังนะคะ ^^
 ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าคุณย่ายังไม่ได้แก่ขนาดนั้นและยังไม่ได้
 เป็นย่า 5555+ แต่ที่มาที่ไปของคำว่า “ย่า” นั้นถูกแต่งตั้งขึ้น
 โดยเพื่อนร่วมห้องโดยเฉพาะค่ะ สงสัยล่ะสิว่าทำไมถึงเป็นย่า

    นาตอยู่เยอรมันมาได้จะขึ้นปีที่แปดแล้ว อยู่แถบ
 Blackforest เมืองที่อาศัยอยู่เป็นเมืองเล็กๆ ชื่อว่า Calw
 อ่านว่าคาล์ฟ  เป็นบ้านเกิดของนักเขียนรางวัลโนเบลชาว
 เยอรมันชื่อว่า Hermann Hesse ด้วยนะคะ >O< และ
 หากบอกว่าตอนนี้นาตเรียนอยู่เกรด 12 ด้วยอายุวัย 23
 เด็กๆ  ทั้งหลายคงแปลกใจกันน่าดูว่าผู้หญิงคนนี้มาทำอะไรใน
 โรงเรียนมัธยม แต่มีให้ฮากว่านั้นค่ะ

                  

เมือง CALW

                   ระดับมัธยมปลายสูงสุดของประเทศเยอรมันนั้นคือเกรด 13 ค่ะ นั่นหมายความว่านาตจะต้องเรียนอีก 1 ปี ถึงจะจบมัธยมปลายเยอรมัน เหตุผลที่เป็นคุณย่ายังติดแหงกอยู่ที่นี่นั้นเป็นเพราะว่าต้องทำวุฒิการศึกษาใหม่หมดค่ะ
การศึกษาในประเทศเยอรมันค่อนข้างจะซับซ้อนนะคะ เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังนะคะ

                   สำหรับที่นี่ เด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาจะเรียนจนถึงเกรด 4 พอขึ้นเกรด 5 ก็จะถูกจับแยกไปตามโรงเรียนต่างๆ สามประเภท คือ 

 ประเภทโรงเรียน  ระยะเวลาการเรียน  วุฒิที่ได้   สำหรับ...
 Hauptschule  เรียนถึงเกรด 9 จบตอนอายุระหว่าง 14-15 ปี  วุฒิ Hauptschulabschluss  เด็กที่มีผลการเรียนปกติไม่เก่งมาก
 Realschule  เรียนถึงเกรด 10 จบตอนอายุระหว่าง 15-16 ปี  วุฒิ Realabschluss หรือ
 Mittlere Reife
 เด็กที่มีผลการเรียนปานกลาง
 Gymnasium  เรียนถึงเกรด 13 จบตอนอายุระหว่าง 18-20 ปี
 (ปัจจุบันบางที่มีแค่ถึงเกรด 12)
 วุฒิ Abitur  เด็กที่มีผลการเรียนดีมาก

                  สำหรับ Hauptschule และ Realschule นั้นถ้าจบออกมาแล้วไม่สามารถต่อมหาวิทยาลัยได้ค่ะ
แต่เด็กๆ สามารถยื่นใบสมัครขอเข้าเรียนฝึกงานกับทางบริษัทและอาชีพที่ตนสนใจ โดยต้องเรียนไปทางสายอาชีพนั้นๆ
ควบคู่ไปกับการทำงานเป็นระยะเวลาสองถึงสามปี แล้วสอบเอาใบรับรองความสามารถทางด้านอาชีพนั้นๆ ได้
ส่วนนักเรียนที่จบการศึกษาจาก  Gymnasium มาสามารถเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้เลยค่ะ หรือจะไปฝึกงานก็ได้ ถือเป็นระดับการศึกษาขั้นสูงสุดที่เป็นที่น่าเคารพนับถือสำหรับคนเยอรมันมากหากใครเรียนได้ถึงระดับนี้

                  สำหรับนาต ต้องมาเรียนภาษาเยอรมันอยู่ 2 -3 ปีในโรงเรียนปกติ แล้วก็ต้องกลับไทยไปช่วงระยะหนึ่งเป็นเวลาสั้นๆ และพักการเรียนเพราะมีปัญหาสุขภาพ แล้วก็เรียนอีกหนึ่งปีเพื่อสอบเอาวุฒิ Hauptschulabschluss ใหม่ จากนั้นก็ต่อ Economy (เศรษฐศาสตร์) สายตรงอีกสองปี แล้วสอบเอาวุฒิ Realabschluss ก่อนจะต่อในระดับ Economy Gymnasium (เอกเศรษฐศาสตร์) ซึ่งต้องเรียนด้วยกันทั้งหมดสามปีด้วยกัน นั่นจึงเป็นเหตุให้นาตต้องอยู่ใน High School จนถึงตอนนี้

                  ตอนที่มาแรกๆ  เนื่องจากว่าทางบ้านเป็นฟาร์มม้าและรับดูแลม้าให้กับบุคคลที่มาเช่าคอก ย่ากับปู่ที่เคยดูแลอยู่นั้นก็แก่พอสมควร (ตอนนี้ปู่ตายแล้ว) นาตก็โดนแม่ลากคอลงไปช่วยงานตั้งแต่วันแรกที่เหยียบประเทศเยอรมันเลยค่ะ งานที่ต้องทำก็มีทำความสะอาดคอกม้า เอาม้าออกคอก แล้วก็ให้อาหารม้าในตอนเย็น นาตจะต้องตื่นแต่ตีห้าขึ้นมาให้อาหารม้าแล้วถึงจะออกไปเรียน ...... แต่เมื่ออายุได้ 17 นาตเริ่มรับงานพิเศษตอนช่วงปิดเทอม โดยทำวันละ 7 ชั่วโมงครึ่ง ในตอนแรกได้เงินชั่วโมงละ 7-8 ยูโร ซึ่งเป็นงานหนักพอสมควร นาตก็เลยช่วยงานแม่และย่าน้อยลง ประจวบเหมาะกับที่เริ่มจับงานเขียนนิยายจริงจัง

{pic-desc}

                 นาตยังรับงานพิเศษช่วงปิดเทอมใหญ่ทุกครั้งที่มีโอกาส เช่น ที่โรงงานของเพื่อนแม่ทำอยู่ชื่อว่า Reum ประกอบชิ้นส่วนตกแต่งภายในของรถ BMW Audi WV อื่นๆ อีกมากมาย ...... พออายุได้ 18 ปี ก็เริ่มรับงานวันละ 9 ชั่วโมงครึ่งในช่วงปิดเทอมใหญ่ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่คนงานลาพักร้อนเยอะ ...... พอตอนอายุ 19-20 ปี นาตก็รับงานที่อื่นอีก ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องสำอาง Boerlind ที่พ่อทำงานอยู่ โดยช่วยจัดเก็บแฟ้มเอกสารเก่าๆ และคัดเอกสารทิ้ง โดนส่งไปแพ็คกล่องพัสดุบ้างเป็นบางครั้ง ..... แต่พออายุ 21 ก็เลิกทำงานค่ะ เพราะนิยายเล่มแรกได้รับการตีพิมพ์บวกกับนาตต้องเรียนหนักมากขึ้น ก็เลยต้องวางงานพิเศษไปสักพัก แต่ตอนนี้จะต้องกลับไปหางานอีกแล้วเพราะว่าจะต้องเตรียมเงินสำรองเอาไว้หลังเรียนจบ

                 สำหรับที่เยอรมันนั้น เด็กนักเรียนที่สนใจอยากทำงานควบคู่ไปพร้อมกับเรียนไม่เกินวันละ 8 ชั่วโมง (แบบรวมเวลาเรียนด้วยแล้วนะคะ) ถ้าหากทำที่ Mc Donalds จะได้เงินเบื้องต้นแบบเดือนละ 400 ยูโร ถ้าหากเป็นผู้ช่วยที่ Netto ซึ่งเป็นร้านขายของกินของใช้จะได้รับเงินเบื้องต้น 325 ยูโรต่อเดือนประมาณนี้


                  มาเรื่องงานเขียนของนาตบ้างดีกว่า ตอนนั้นนาตส่งผลงานให้ สนพ.มธุรดา (นามปากกา Elfenkind von Bellona) และ สนพ.อินเลิฟ (นามปากกาเจ้าหุ่นกระบอก) ค่ะ โดยที่ทาง สนพ.ติดต่อผลงานมาผ่านเว็บเด็กดี
ในกรณีนาตมีเรื่องใหม่ๆ ก็ลองนำเสนอไป แล้ว สนพ.จะตัดสินใจอีกทีว่าจะตีพิมพ์ให้ไหม
นาตก็ส่งผลงานไปโดยรวม ตอนนี้ตีพิมพ์ไปประมาณ 10 เล่มแล้วค่ะ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อีกเช่นกันค่ะ ส่วนแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายนั้นเริ่มต้นมาจากการตามหาอ่านฟิคบารามอสในเว็บเด็กดีแต่ไม่ทันใจเท่าไหร่ เลยเริ่มแต่งฟิคชั่นเองอยู่หนึ่งปี พักไปหนึ่งปี แล้วหันกลับมาจับปากกาอย่างจริงจัง แล้วเริ่มถักร้อยจินตนาการความคิดของตัวเองเพื่อลงละเลงบนหน้ากระดาษ สำหรับใครที่กำลังสนใจทางด้านนี้อยู่ ขอให้สู้ต่อไปและพยายามพัฒนาผลงานไปเรื่อยๆ นะคะ
สักวันก็จะประสบผลสำเร็จตามที่ใจต้องการเองค่ะ

 
 สนพ.มธุรดา นามปากกา Elfenkind von Bellona  
 1.Ultraviolet Love พี่เลี้ยงสุดซ่ากับแฝดห้าหน้าใส
 2.Last Summer บันทึกรักผ่านภาพฝัน
 3.Cherry Blossom Heart รักนี้หัวใจซากุระ
 4.O.E.3A. International High School รักรสซ่าท้าใจเกย์
 5.Last Winter โฮสต์สุดแสบออแพร์สุดสวย
 6.Ice Cafe Valentino รักร้ายของนายวาเลนไทน์

 

 สนพ.อินเลิฟ นามปากกา เจ้าหุ่นกระบอก  
 1.Unresponsive Kiss ปฏิบัติการร้ายพิชิตใจนายเย็นชา
 2.Daylight~saving Time ขืนซ่าบ้านักกั๊กใจเสียให้เข็ด
 3.Essay&Thesis ค่ายรักกับดักหัวใจนายตัวร้าย
 4.Vampire Charming กับดักรักร้าย แวมไพร์เจ้าเสน่ห์

 

                   นอกจากนั้นแล้ว  อย่าลืมว่า...ทุกความสำเร็จ  ไม่ว่าจะมากหรือน้อย อยากจะให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนจงจำไว้เสมอว่า  จงภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเองและยิ้มเข้าไว้ “โลกจะกลายเป็นของเรา”  การใช้ชีวิตในต่างประเทศอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ถ้าหากเราเปิดใจยอมรับและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่แตกต่างออกไปก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าเลยทีเดียว สำหรับเด็กนักเรียนในเมืองไทยเอง ถ้ามีโอกาส จะไปหารับ Job เล็กๆ เพื่อเปิดแนวความคิดให้กว้างขึ้นก็ถือเป็นการดีเช่นกันค่ะ เราจะได้เห็นมุมมองของชีวิตที่แตกต่างออกไปอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งคุ้มค่ามากเลยทีเดียว ^^ ส่วนใครอยากพูดคุยกัน ก็เข้าไปคุยได้ที่ http://my.dek-d.com/Mcfly_Ultraviol/ เลยค่ะ 

 

{pic-desc}

                    เป็นยังไงบ้างคะกับนักเขียนคนเก่ง เห็นมั้ยว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก ถ้ามีจินตนาการและรักด้านการเขียน ก็มีโอกาสเป็นนักเขียนชื่อดังและได้ตีพิมพ์มีหนังสือเป็นของตัวเองแบบนี้ก็ได้ ^^ เพราะฉะนั้น ใครที่กำลังแต่งนิยายหรือเรื่องสั้นอะไรก็ตาม พี่เป้ ก็ขออวยพรให้ประสบความสำเร็จและมีคนเข้ามาอ่านนิยายเยอะๆ นะคะ

 

 

 

 

 

จะเป็นยังไง ???
จะเพราะแค่ไหน....
 

ถ้าเด็กไทยร้องเพลง
"แสงหนึ่งคือรุ้งงาม"
ต่อหน้าฝรั่ง !!

อ่านเรื่องราวชีวิตเด็กโรตารี่
พร้อมชมคลิปการแสดงคอนเสิร์ต
ที่คนอเมริกายังต้องปรบมือให้!


AVAILABLE ON DEK-D.COM
STUDY ARBOAD COLUMN
THU 15 APRIL 2010

 

  

                     

เด็กดีดอทคอม :: สุดยอดเด็กไทย! ตามรอยประสูติในหลวงถึงอเมริกา; tags: AFS, ทุน, ในหลวง, อเมริกา, เรียนนอก

 

 
 
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

62 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
[L]ittle[P]loy Member 8 เม.ย. 53 14:18 น. 2
เพราะอ่านงานเขียนของพี่เค้าเล่มแรก -0-
ถึงมีแรงบัลดาลใจจะเขียนเรื่องต่อๆ ไปเหมือนกันครับ ^^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
zaplp Member 8 เม.ย. 53 15:39 น. 5
-[]- พึ่งรู้นะเนี่ยว่าเจ้าหุ่นกระบอกคือพี่นาต โหเราอ่ะติดตามผลงานมาตลอดเลย(Vampire Charmingซื้อมาแล้วชอบมากๆ) ไปเรียนเมืองนอกคงจะสนุกนะค่ะ ว๊าวๆแต่ที่นั้นเขาแยกเกรดน่ากลัวจังT^Tถ้าทำไม่ได้ดีก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามหาลัยเลยสินะโหดT^T
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
@-Angle*lie-@[ผ้าพันคอสีแดง] Member 8 เม.ย. 53 16:16 น. 8

นับถือพี่เขาจริงๆ เรียนก็หนักแถมทำงานไปด้วยอีก

การศึกษาของเยอรมันนี้ยุ่งยากดีแท้

สู้สู้ค่ะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Bitter Kiss Member 8 เม.ย. 53 18:52 น. 12

มากรี๊ดดดด เพิ่งเคยเห็นเมืองที่เธออยู่ น่ารักดีจัง ไว้ฉันจะไปเยี่ยมนะ

เธอเคยป่วยหนักด้วยเหรอ? เป็นไรอะ แต่ดีละที่หายมาเป็นยัยนาตคนปัจจุบัน ฮ่าๆ

การเรียนที่เยอรมันซับซ้อนมากกว่าที่คิดซะอีกแฮะ สู้ๆต่อไปนะย่านาต

0
กำลังโหลด
ข้าวเหนียวเงี้ยวเงี้ยว Member 8 เม.ย. 53 19:22 น. 13
ขอบคุณที่นำมาลงนะคะ

พี่เขาเก่งนะคะมีนิยายตีพิมพ์ตั้ง 10 เล่ม

ตอนต่อไปจะติดตามค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
boongkee Member 8 เม.ย. 53 20:20 น. 15
ย่า พ้องเสียงกับคำว่า หญ้า มันแปลว่าพี่ชอบกินหญ้าอ่อนใช่ไหม กร๊ากกก (อย่าเครียดๆ 55) ชีวิตโครตบีซี่อ่ะค่ะ คุณพี่ = =" เก่งมากเลยยยยย >< ปรบมือ!!!
0
กำลังโหลด
dark in white Member 8 เม.ย. 53 20:36 น. 16
เคยอ่านหนังสือของพี่ สนุกมากๆๆๆๆ พึ่งรู้ว่าพี่มีประวัติที่น่าสนใจมากๆๆ พี่เก่งสุดๆเลยค่ะ สู้ๆนะ
0
กำลังโหลด
PIMMY 8 เม.ย. 53 20:40 น. 17
เจ้าหุ่นกระบอกกกชอบมากก มีหนังสือพี่เค้าด้วยอะ เคยเห็นประวัติแว้บๆบนปกหลัง กลับไทยเมื่อไหร่ขอลายเซ็นหน่อยนะคะพี่ 555+ พี่เก่งมากทำงานเยอะจัง สู้ๆนะคะ ทำงานแมคที่โน่นได้เงินเยอะมากเลยๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ploy_afs48_tu72 8 เม.ย. 53 22:08 น. 20
umm so..
Hauptschule = mavo
Realschule = havo
Gymnasium = vwo
in Netherlands si na
never know na nie :)
respect mak mak ka
live in Germany but still write some books and publish in Thailand
i already read ultraviolet love before i came here aaaaa very good one
p'nad ka which town do you live? bcuz i gonna go to Germany on may so maybe we can meet :)

ps.Bist du gl&#252;cklich? Ich bin nicht gl&#252;cklich. :(
Ich vermisse meine Heimat und meine Freunden.
K&#246;nnst du mir helfen ? Kontakt per E-mail oder etwas.

my german is not good . i do my best >//////////////< i just had naamvallen test today laa
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด