วิจิตร ยันแอดมิชชันยังเดินหน้าปกติ เพราะศาลปกครองขอนแก่น แค่คุ้มครองผู้ร้องที่มีคะแนนโอเน็ตครั้งที่ 2 แต่นักเรียนที่สมัครในปีนี้ ส่วนใหญ่มีคะแนนโอเน็ตครั้งเดียว จึงไม่มีผลกระทบ พร้อมเปิดให้ยื่นคะแนนโอเน็ตครั้งที่ 2 แอดมิชชั่นได้ รอฟังคำตัดสินศาลก่อน ลั่นหากคำตัดสินของศาลมีผลกระทบต่อนักเรียนหรือปฏิบัติไม่ได้ ก็ต้องยื่นอุทธรณ์ให้ศาลปกครองพิจารณา ยันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลชัดเจน เชื่อศาลพิเคราะห์เหตุผลแล้วสั่งให้ยึดมติ ทปอ.ตามเดิมเรื่องก็จบ ด้าน ทปอ.ประชุมด่วน 25 เม.ย.นี้หาข้อสรุป "วันชัย"ยอมรับยังไม่มีทางออก วอนศาลฯ เร่งตัดสินหากยึดคำสั่งเดิมก็ให้เสนอแนะเกณฑ์รับนักศึกษามาด้วย
ตามที่ศาลปกครองขอนแก่น มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) และคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทศ.) นำมติที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ครั้งที่ 5/2549 นำผลคะแนนการทดสอบวัดความรู้ขั้นพื้นฐานระดับชาติ (โอเน็ต) ครั้งแรกครั้งเดียวมาใช้ในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในระบบแอดมิชชัน โดยผลการคุ้มครองมีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา หรือคำสั่งเป็นอย่างอื่นนั้น
ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องการรับสมัครนักศึกษาในระบบแอดมิชชันยังคงดำเนินการไปตามปกติเหมือนเดิม เนื่องจากคำสั่งศาลปกครองให้การคุ้มครองผู้ที่ไปร้องต่อศาล ส่วนนักเรียนที่สมัครแอดมิชชันในปีการศึกษานี้นั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีผลคะแนนโอเน็ตเพียงครั้งเดียว ไม่มีคะแนนโอเน็ตครั้งที่ 2 ดังนั้น จึงสามารถใช้สิทธิในการสมัครแอดมิชชันได้ตามปกติต่อไป
การคุ้มครองของศาลปกครองครั้งนี้ต้องตีความว่าศาลให้โอกาสเด็กให้สามารถใช้ผลคะแนนโอเน็ตครั้งที่ 2 สมัครแอดมิชชันได้ อย่างไรก็ตาม ต้องรอให้ศาลปกครองมีคำพิพากษาออกมาก่อน เพราะขณะนี้เป็นเพียงคำสั่งให้คุ้มครองเท่านั้น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้เตรียมข้อมูลสำหรับยื่นอุทธรณ์ไว้แล้ว หากศาลปกครองมีคำตัดสินออกมาแล้วกระทบต่อการรับนักศึกษาในปีนี้ หรือไม่สามารถปฏิบัติได้ หรือส่งผลกระทบต่อเด็กเป็นแสนราย ก็ต้องยื่นอุทธรณ์ไปเพื่อให้ศาลปกครองพิจารณา แต่ขณะนี้ยังถือว่าไม่มีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นต้องรอให้ศาลมีคำพิพากษาออกมาก่อน ซึ่งศาลตัดสินออกมาอย่างไรเราก็ต้องเคารพ รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
ต่อข้อถามว่า ศาลมีคำสั่งคุ้มครองห้ามนำมติ ทปอ.ครั้งที่ 5/2549 มาใช้จะส่งผลกระทบต่อการรับนักศึกษาปีการศึกษานี้หรือไม่ ศ.ดร.วิจิตร กล่าวว่า คำสั่งศาลปกครองขณะนี้ไม่ได้ให้ระงับการรับนักศึกษา ดังนั้น ทุกอย่างยังดำเนินการต่อไปได้ และหากศาลปกครองมีคำตัดสินออกมาเร็วทุกอย่างยังสามารถเดินไปตามเวลาการรับสมัครแอดมิชชันที่กำหนดไว้ได้ก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการรับเดิม แต่หากมีผลกระทบว่าจะต้องเลื่อนเวลาก็ต้องมาพิจารณากันภายหลัง คำสั่งศาลปกครองยังไม่ใช่คำสั่งขั้นสุดท้าย ดังนั้น สกอ.ก็ยังคงเดินหน้ารับสมัครนักศึกษาได้ตามกำหนดการเดิมไปจนถึงวันที่ 23 เม.ย.นี้ โดยเปิดโอกาสให้มีการนำคะแนนโอเน็ตรอบ 2 มาสมัครได้ แต่สิ่งที่จะกระทบคือหลังการรับสมัครแล้วคงต้องยุติกระบวนการไว้ก่อนเพราะยังไม่สามารถคัดเลือกนักศึกษาได้ เนื่องจากต้องรอคำสั่งขั้นสุดท้ายของศาลปกครองสูงสุดว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างไร
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อมูลที่เตรียมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลปกครองนั้น สทศ.ยืนยันที่จะให้มีการสอบโอเน็ตรอบเดียวเพราะไม่เห็นประโยชน์ของการสอบรอบ 2 เนื่องจากเป็นการทดสอบเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ม.6 การที่เด็กมหาวิทยาลัยมาสอบไม่ใช่การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา และ ทปอ.ก็มีมติไว้ก่อนแล้วที่จะให้ใช้โอเน็ตรอบเดียว นอกจากนี้จะชี้แจงเหตุผลด้วยว่าหากให้ยอมรับผลการสอบโอเน็ตรอบ 2 มาใช้ก็จะเกิดผลกระทบกับเด็กนับแสน ที่จะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเด็กที่สอบรอบ 2 เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยปี 1-2 ย่อมทำคะแนนได้ดีกว่า เชื่อว่าเมื่อมีการชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผล หากศาลพิเคราะห์ตามคำชี้แจงแล้วมีคำสั่งให้ยึดมติ ทปอ.เดิมเรื่องก็จบ แต่หากคำอุทธรณ์ฟังไม่ขึ้นและศาลยังยืนยันตามคำสั่งเดิมก็ต้องเคารพศาล สกอ.และทปอ.ก็คงต้องกลับมาพิจารณาว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไรต่อไป
"ผมคิดหาทางออกไว้แล้วแต่ยังพูดไม่ได้ เพราะต้องรอคำสั่งศาลก่อน แต่ยืนยันว่าจะแก้ปัญหาให้เด็กนับแสนได้รับความเป็นธรรม และไม่กระทบต่อสิทธิของเด็กกว่า 2,000 คนที่มีคะแนนโอเน็ตรอบ 2 เรื่องนี้จะต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้กระทบต่อการประกาศผลแอดมิชชั่นและให้ทันการเปิดภาคเรียน"
รมว.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า ขอฝากถึงนักศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรับสมัครแอดมิชชันให้ดำเนินการไปตามปกติ เพราะเรื่องทั้งหมดทั้ง สกอ.และ สทศ.จะดำเนินการตามคำสั่งศาลปกครองต่อไป ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบให้ได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไร จึงขอให้ดำเนินการไปตามปกติก่อนซึ่งหากมีอะไรที่ส่งผลกระทบต่อนักเรียนจะรีบแจ้งให้ได้รับทราบโดยเร็ว
ด้านนายวันชัย ศิริชนะ ประธาน ทปอ.กล่าวว่า ได้รับทราบจาก สกอ.ว่าจะมีการทำหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับแนวปฏิบัติการรับสมัครนักศึกษาระบบแอดมิชชันถึงศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น และต้องรอฟังคำพิพากษาของศาลปกครองก่อนว่าจะมีผลออกมาอย่างไร ซึ่ง มติ ทปอ.ที่ให้นักเรียนใช้คะแนนโอเน็ตครั้งแรกในการสมัครแอดมิชชันนั้นเพราะต้องการใช้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชั้นม.6 มาแสดงเพื่อพิจารณาคัดเลือก แต่หากใช้คะแนนโอเน็ตครั้งที่ 2 หรือ 3 ก็จะไม่ใช่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนซึ่งผิดหลักการ อย่างไรก็ตาม ทปอ.จะประชุมด่วนในเวลา 10.00 น.วันที่ 25 เม.ย.นี้ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อหารือในเรื่องดังกล่าวต่อไป
ต่อข้อถามว่า ทปอ.เตรียมทางออกไว้อย่างไร นายวันชัย กล่าวว่า บอกตามตรงว่าจนปัญญาเพราะ ทปอ.ประชุมหลายครั้งกว่าจะออกเกณฑ์มาได้ ยอมรับว่าตอนนี้ยังหาทางออกไม่ได้หากศาลยังยืนยันคำสั่งเดิมขอให้ศาลชี้แนะด้วยว่าจะให้ใช้เกณฑ์อะไร โดยให้เป็นทางออกที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ทปอ. ไม่เคยมีโอกาสได้ชี้แจงกับศาลจังหวัดขอนแก่น จะทราบเรื่องก็ตอนมีคำสั่งออกมาแล้ว และขอวิงวอนศาลให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพราะหากตัดสินช้าการประกาศผลแอดมิชชั่นก็คงล่าช้าส่วนที่ว่ามีเด็กม.6 เห็นด้วยกับการใช้คะแนนโอเน็ตรอบ 2 เพื่อหวังผลสอบโอเน็ตในปีหน้านั้น เรื่องนี้ต้องยึดหลักการเพราะแอดมิชชั่น ยึดจีพีเอและจีพีเอเอ็กซ์ ซึ่งแต่ละโรงเรียนมีความแตกต่างกัน
ด้าน น.ส.บุษลักษณ์ บัตรมาก นักเรียนชั้นม.6 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กล่าวว่า เรื่องนี้มองได้ 2 มุม ถ้าเป็นนักเรียนที่เพิ่งจบ ม.6 คงไม่อยากให้มีการนำคะแนนโอเน็ตรอบ 2 มาใช้สมัครแอดมิชชั่น เพราะกลุ่มนี้เป็นเด็กซิ่วจากมหาวิทยาลัยอื่น ที่สำคัญคนกลุ่มนี้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 แล้ว เมื่อมาสอบโอเน็ตย่อมทำคะแนนได้ดีกว่า การที่ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้สามารถนำคะแนนโอเน็ตรอบ 2 มาสมัครแอดมิชชั่นได้ ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ และเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้เข้ามาแย่งที่เด็ก ม.6 ทั้งๆ ที่มีที่เรียนอยู่แล้ว หากมองอีกมุมหนึ่งก็เป็นเรื่องดีที่ให้ใช้โอเน็ตรอบ 2 ได้ เพราะหากปีหน้าจะสมัครแอดมิชชั่นใหม่ก็จะได้ทำบ้าง
"อยากบอกผู้ใหญ่ว่าระบบแอดมิชชั่นห่วยมากอยากให้มีการแก้ไข แต่ก่อนที่จะแก้ไขอะไรควรเปิดโอกาสให้เด็กได้เข้ามามีส่วนในการแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่กำหนดโดยผู้ใหญ่เพียงฝ่ายเดียวแล้วก่อให้เกิดผลกระทบกับเด็กเป็นแสนๆ และเมื่อมีการกำหนดกฏ กติกากันแล้วก็ควรจะประกาศล่วงหน้าให้ทราบชัดเจน จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง"
:: ( S O U R C E ) :: ( ผู้จัดการออนไลน์ )* ::
4 ความคิดเห็น