นายสมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านมาตรฐานและหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า จากการเข้าพบ นายวิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ ได้หารือถึงการนำผลการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต ไปผูกกับการจบช่วงชั้นของนักเรียน นายวิจิตรเห็นด้วยกับข้อเสนอที่จะให้นำผลการสอบโอเน็ตร้อยละ 30 และผลการทดสอบระดับสถานศึกษาร้อยละ 70 มาใช้วัดประกอบการจบช่วงชั้น โดยในปีการศึกษา 2550 จะเริ่มในชั้น ม.6 ก่อน จากนั้นในปีการศึกษา 2551 จะใช้ในชั้น ม.3 ส่วนในระดับชั้น ป.3 และ ป.6 นั้นจะไม่นำโอเน็ตไปเป็นองค์ประกอบในการจบช่วงชั้น แต่นำไปวัดระดับของนักเรียนแต่ละคนแทน เพื่อประโยชน์การปรับปรุงและพัฒนาตนเองด้านการเรียน
ผอ.สมศ. กล่าวอีกว่า นักเรียนที่จะขึ้น ม.6 ในปีนี้ จะใช้ระบบนี้เป็นรุ่นแรก ดังนั้น จะต้องเร่งเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการจัดทำรายละเอียดให้เสร็จก่อนการเปิดภาคเรียนในเดือน พ.ค.นี้ เพื่อจะได้นำไปประชาสัมพันธ์ให้นักเรียน ม.6 ทั่วประเทศได้รับทราบจะได้เตรียมตัวพร้อมกันนี้ สพฐ. ต้องมีการแก้ไขระเบียบการวัดผลการจบชั้น ม.6 ใหม่ จากเดิมที่ให้วัดผลการจบเป็นอำนาจของโรงเรียน 100% มากำหนดใหม่ให้ใช้ผลโอเน็ต 30% และผลการทดสอบระดับสถานศึกษา 70% อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าการนำโอเน็ตมาใช้วัดผลการจบไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เนื่องจากโอเน็ตใช้มา 3 ปีแล้ว และวัตถุ ประสงค์ของการสอบโอเน็ตก็เพื่อวัดว่านักเรียนแต่ละคนมีคุณสมบัติที่จะจบในแต่ละช่วงชั้นหรือไม่
ด้านคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า การนำโอเน็ตร้อยละ 30 มาใช้ในการวัดการจบช่วงชั้นและการศึกษาต่อด้วย โดยจะเริ่มในชั้น ม.6 ก่อน นายวิจิตรได้รับทราบแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างตั้งคณะทำงานเพื่อจัดรายละเอียดเรื่องนี้ต่อไป ส่วนกรณีผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ หรือ National Test (NT) ชั้น ป.6 และ ม.3 ต่ำลง ในขณะที่คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลายหรือจีพีเอเอ็กซ์ของโรงเรียนสูงขึ้น เป็นการสวนกระแสหรือไม่นั้น คุณหญิงกษมากล่าวว่า การที่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำลงมีหลายปัจจัย ทั้งเด็กไม่สนใจทำข้อสอบ เด็กที่สอบส่วนใหญ่เป็นเด็กโรงเรียนเล็กและมีนักเรียนเรียนร่วมมาสอบ อย่างไรก็ตาม สพฐ. จะนำคะแนนโอเน็ตมาวิเคราะห์ เท่าที่ดูพบว่าโอเน็ตบางวิชาสูงขึ้น เช่น ภาษาอังกฤษ และการที่จีพีเอเอ็กซ์ สูงขึ้นแบบก้าวกระโดดเป็นปีที่มีการปรับระดับผลการเรียนจาก 5 เกรดเป็น 8 เกรด ส่วนปีอื่นๆ จีพีเอเอ็กซ์ ไม่ได้แตกต่างมากนัก
:: ( S O U R C E ) :: ( หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ )* ::
10 ความคิดเห็น
แย่หละสิ!! ตัวเราก็ขึ้น ม.6 ปีนี้ด้วย
ต้องฟิตขึ้นแล้ว ลุย!!!
จากการอ่านคร่าวๆ............
นั่นหมายความว่า.....ส่วนในแอดมิชชั่นจะคงเดิมคือมีโอเน็ท 30-70 เปอร์เซน
และในใบ ปพ อีก 30 เปอร์เซนใช่มั้ยครับ
กรำส์......ถ้ามีอยู่ในเกรดแล้วควรจะไม่มีในแอดมิชชั่นนะ เพราะไม่งั้น ชีวิตทั้งชีวิต........คือโอเน็ท และการแก้ตัวก็ยากอีก......
ถ้าจะคิดแบบในใบ ปพ 30 เปอร์เซน ก็ควรจะยกเลิกส่วนโอเน็ทตอนเข้ามหาลัยไปเลย แฟร์สุด แล้วก็มีเอเน็ทอย่างเดียว สอบแบบใช้ปีต่อปี.....หรือไม่ก็ มากกว่า 1 ครั้งต่อปี ให้เหมือน โทอิค อ่ะ.....มันจะได้แก้ตัวได้ในปีเดียว และอาจจะลดปัญหาเด็กซิ่วได้ส่วนนึง เพราะบางคนคะแนนถึง เกิดการฮึด อะไรประมาณนี้.......
คิดดีๆเน้อ สทศ สกอ ทปอ........ผมขี้เกียจจะต่อว่าคุณละ....จะคลอดกฏเกณฑ์อะไรก็รีบๆหล่ะ.....จะได้ประท้วงถูก......เด็กนะคุณ อยากรู้มันรู้สึกยังไงก็ใส่ชุด นักเรียน มาเรียนไป จะได้ซึ้ง.......
เท่าที่อ่านน่าจะหมายถึงว่า เค้าจะเอา O-Net มาใช้ในส่วนของการวัดผลจบม.6
ไม่เกี่ยวกับการเอามาใช้คัดเลือกเข้ามหาลัยฯนะ
การคัดเลือกเข้ามหาลัยฯ ก็น่าจะไม่เกี่ยวกัน
ปล*อย่างนี้ก็ดี จะได้ตั้งใจเรียน ตั้งใจอ่านหนังสือกันมากขึ้น
เพราะถ้าไม่ตั้งใจ คุณอาจจะไม่จบ - -"
แต่บางคนมันไม่สนใจเลยนี่สิ
คนที่ไม่แอดมิชชั่นก็มีนะ คนที่เขาหวังแค่จบม.หก มันก็มีนะ
พ่อแม่มีเงินส่งเรียนเมืองนอก สอบตรง สอบตามสถาบันอื่นๆ
แพทย์จุฬา ก็รับตรง ต้องไปบังคับให้เขามาสอบ โอเน็ทอีกหรอ
ทีนี้คนสอบตรงได้แทนที่จะสบาย แต่ยังต้องมารอสอบโอเน็ทอีก
ปวดหัวๆ ไม่รู้จะอะไรกันนักกันหนา
หาอะไรมายุ่งกบาลทุกปีๆ รู้นะว่าต้องการให้มันดีที่สุด
แต่มันโคตรมีปัญหาเลยอ่ะ
คุณไม่ได้เรียนแล้วนี่
โอเค เด็กม.6เตีรยมรับชะตากรรม จบ!!