รศ.ดร.จริยา บุญญวัตน์ ที่ปรึกษากลุ่มวิชาการด้านบรรยากาศศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์ วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลก แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวระหว่างการระดมความคิดเรื่อง มลพิษทางอากาศของไทย : ผลพวงจากโลกร้อน จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ว่า จากการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างบรรยากาศและสิ่งมีชีวิตบนโลกพบว่า ภาวะโลกร้อนสาเหตุมาจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ทำให้การพัฒนาด้านเศรษฐกิจสูงขึ้น มีการตัดไม้ทำลายป่า การเพิ่มจำนวนของอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทยพบว่า ช่วงเดือน เม.ย.มีอุณหภูมิสูงถึง 42 องศาเซลเซียส จากเดิม 38-39 องศาเซลเซียส และคาดว่าในปี 2551 จะเพิ่มเป็น 43 องศาเซลเซียส
รศ.ดร.จริยา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังพบว่า เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น มวลอากาศร้อนจะลอยตัวสูงทำให้เมฆบนท้องฟ้าอัดแน่นไปด้วยความร้อน เมื่อเมฆร้อนลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ และไปปะทะกับมวลอากาศเย็น จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากการหมุนเวียนของอากาศไม่เป็นไปตามปกติ ส่งผลให้เกิดฝนลูกเห็บ อาจกล่าวได้ว่าการเกิดฝนลูกเห็บอาจมีความสัมพันธ์กับภาวะโลกร้อน น่าสังเกตว่าต้นปีที่ผ่านมา ประเทศไทยก็พบฝนลูกเห็บเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ฝนลูกเห็บยังไม่ใช่วิกฤติโลกร้อนที่สำคัญ แต่ในอนาคตหากอุณหภูมิโลกสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีใครรับรองได้ว่าฝนลูกเห็บจะไม่กระจายไปในวงกว้าง สิ่งสำคัญประเทศไทยควรมีการศึกษาด้านนี้อย่างจริงจัง
มนุษย์สามารถปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตามธรรมชาติ โดยการหายใจและการถ่ายของเสียออกจากร่างกาย คนหนึ่งคนจะปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ ออกสู่ชั้นบรรยากาศประมาณ 1 ตันต่อปี ดังนั้น เมื่อจำนวนประชากรโลกเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 6.5 พันล้านคน จะปล่อยก๊าซเหล่านี้ออกมาอีกประมาณ 6.5 พันล้านตันต่อปีทีเดียว รศ.ดร.จริยา กล่าว
:: ( S O U R C E ) :: ( หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ )* ::
11 ความคิดเห็น
อืมๆ ก้อนะทำไงดีอ่า โลกมันร้อนเจงๆ นี่นา แต่ว่าทำไงได้อ่า เทคดนดลยีมากขึ้นแบบนี้มันก็เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการซะด้วยจิ ><" เครียดแทนนักวิทยาศาสตร์เลยเหะ