| นายบรรเจอด หวังชาลาบวร อายุ 48 ปี ผู้พิพากษาสมทบศาลสระบุรี
แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว และนางเกศิณี หวังชาลาบวร อายุ 47 ปี
เจ้าของร้านเสริมสวยเกศ และเปิดร้านขายผ้า
ผู้เป็นพ่อและแม่ของยอดนักเรียนคนเก่งเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังด้วยความยินดี
ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยลูกสาวชื่อ น.ส.พิชญานิน หวังชาลาบวร หรือน้องลินิน อายุ 18 ปี เป็น
เด็กที่เรียนหนังสือเก่งมาตั้งแต่เล็กๆ จบการศึกษาชั้นประถมที่
ร.ร.อนุบาลสระบุรี จากนั้นไปสอบเข้าระดับมัธยมต้นที่ ร.ร.สาธิตปทุมวัน
ตอนสอบ Pretest ทำคะแนนได้เป็นอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท
แต่เนื่องจากบ้านอยู่ จ.สระบุรี จึงขอสละสิทธิ์ ร.ร.สาธิตปทุมวัน
และตัดสินใจให้ลูกสาวเข้าเรียนชั้นมัธยมต้นที่ ร.ร.สระบุรีวิทยาคม แทน
จนจบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ.2547 |
นายบรรเจอดเล่าด้วยความภาคภูมิใจต่อไปว่า พอลูกสาวจบชั้นมัธยมปีที่ 3 จาก ร.ร.สระบุรีวิทยาคม ก็ไปสอบเข้าที่ ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา กทม. ขณะเดียวกันก็ไปสอบชิงทุน ก.พ.ของรัฐบาล และสอบได้ทั้ง 2 แห่งในเวลาเดียวกัน แต่ลูกสาวตัดสินใจเลือกไปเรียนทุน ก.พ. โดยได้ทุนเรียนตั้งแต่ระดับมัธยมปลาย จนถึงระดับปริญญาโท ในสาขาเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ขณะเรียนระดับ ม.4-ม.6 ที่กรุงปักกิ่ง ได้เข้าเรียนที่ ร.ร.มัธยมฮุยเหวิน การศึกษาในโรงเรียนแห่งนี้จะต้องเข้าเรียนในแผนกนักเรียนต่างชาติ 5 เทอม และเข้าไปเรียนร่วมกับเด็กนักเรียนจีนอีก 1 เทอม ระหว่างที่เรียนจะสอบได้ที่ 1 และได้รับรางวัลจากโรงเรียนทุกเทอม กระทั่งล่าสุด ลูกสาวสอบเอ็นทรานซ์ติดคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศจีน ด้วยคะแนนรวมเป็นที่ 1 ของทุกคณะในกลุ่มของนักเรียนต่างชาติทั้งหมด
| ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์พูดคุยกับ น.ส.พิชญานิน หรือน้องลินิน
เด็กไทยคนเก่งซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในประเทศจีน
โดยน้องลินินกล่าวด้วยน้ำเสียงยังไม่หายตื่นเต้นว่า
รู้สึกดีใจมากที่สอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่ง ได้สำเร็จ
และยังได้คะแนนรวมเป็นอันดับ 1 ของนักเรียนต่างชาติจากทั่วโลก
เนื่องจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้
ในแต่ละปีจะมีนักเรียนจากมณฑลต่างๆทั่วประเทศจีน
และนักเรียนจากทั่วโลกเข้าสอบแข่งขันจำนวนหลายแสนคน
และสิ่งที่ภาคภูมิใจคือ ทาง ร.ร.มัธยมฮุยเหวิน
ได้ติดป้ายสดุดีความเก่งที่ทำชื่อเสียงและสร้างเกียรติประวัติให้แก่
โรงเรียน พร้อมยังมอบเงินรางวัล 20,000 หยวน คิดเป็นเงินไทยราว 1 แสนบาท
ให้อีกด้วย น้องลินินเปิดเผยถึงเคล็ดลับแห่งความสำเร็จว่า ครูวิชาประวัติศาสตร์จีนสอนว่า ให้เรียนรู้แล้วแก้ไข และให้รักชาติ ซึ่งตนได้นำมาปฏิบัติ สิ่งใดที่เคยผิดพลาดก็จะใช้สติปัญญาแก้ไข นำไปปรับปรุง และจดจำไว้ อย่าปล่อยผ่านเลยไป ทำให้ประสบความสำเร็จ ในที่สุด ล่าสุดทางสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปักกิ่งได้เชิญให้ไปที่สถานทูต เพื่อร่วมงานเลี้ยงแสดงความยินดีที่นักเรียนไทยทำชื่อเสียงในประเทศจีน และในวันที่ 30 พ.ค.นี้ จะขึ้นรับเกียรติบัตรจาก ร.ร.ฮุยเหวิน โดยทางโรงเรียนจะให้น้องลินินขึ้นกล่าวแสดงความรู้สึกต่อหน้านักเรียนทั้ง โรงเรียน เพราะว่าน้องลินินเป็นคนไทยคนแรกที่ทำชื่อเสียงให้แก่โรงเรียนอย่างมาก | |
ขณะที่นายบรรเจอดและนางเกศิณี พ่อแม่น้องลินินกล่าวทิ้งท้ายว่า รู้สึกดีใจมากที่ลูกสาวทำชื่อเสียงให้แก่วงศ์ตระกูลและประเทศชาติ ปกติตนทั้ง 2 คน จะต้องพูดคุยกับลูกทุกวันทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ลูกไม่รู้สึกเหงาหรือว้าเหว่ จึงอยากฝากไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนว่า ควรเอาใจใส่ดูแลลูกหลานให้ได้รับความรักความอบอุ่นในครอบครัว เด็กๆก็จะสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ส่วนการเดินทางกลับมาเมืองไทยของน้องลินินนั้น คาดว่าคงหลังจากพิธีรับเกียรติบัตรจากทางโรงเรียนแล้ว โดยจะกลับมาพักผ่อนที่เมืองไทยประมาณ 3 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอม จากนั้นก็จะเดินทางกลับไปศึกษาระดับปริญญาตรีที่เมืองจีนตามความมุ่งหวังต่อไป
ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 5 พฤษภาคม 2550 ค่ะ
65 ความคิดเห็น
เก่งจังเลย
เก่งมากๆๆ
เก่งมากเลยอ่า ขอชื่นชม เฮอๆ อยากเป็นบ้างจัง
ภูมิใจคนไทยจังเลยอ่ะ
เด็กไทยก็มีดี รู้ไว้ซะ
พี่เก่งมากเลยค่ะ
สุดยอดดดดดดดด !!