เลขาธิการ กพฐ.เผยผลประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ป.6 และ ม.3 ของโรงเรียนในสังกัด สกอ.และ สช.มีผลสัมฤทธิ์สูงกว่าสังกัดอื่น ระบุสถาบันภาษาอังกฤษของ สพฐ.วิเคราะห์สาเหตุผลสัมฤทธิ์ภาษาอังกฤษลดลงแล้ว พบอาจมาจากโรงเรียนส่วนใหญ่ลดชั่วโมงเรียนจากสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง เป็น 2-3 ชั่วโมง เร่ง สพท.และโรงเรียนวิเคราะห์ช่วยนักเรียนก่อน สทศ.จัดประเมินปลายปีการศึกษา2550
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงผลการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน (NT) นักเรียนชั้น ป.6 และ ม.3 ซึ่งสำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นผู้ดำเนินการพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรียงลำดับจากน้อยสุดไปมาก ในระดับ ป.6 คือ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย และวิทยาศาสตร์ และในระดับ ม.3 คือ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษาฯ และภาษาไทย เมื่อเปรียบเทียบระหว่างปีการศึกษา 2546 ปีการศึกษา 2547 และ 2549
พบว่า แนวโน้มผลสัมฤทธิ์วิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษลดลง ส่วนวิชาวิทยาศาสตร์สูงขึ้น ทั้งระดับ ป.6 และ ม.3 เมื่อจำแนกผลการประเมินตามขนาดโรงเรียน พบว่า โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษมีผลสัมฤทธิ์ทุกวิชาสูงกว่าโรงเรียนขนาดอื่น ส่วนโรงเรียนขนาดกลางกับขนาดเล็กมีผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่าระดับประเทศทุกวิชา ทั้ง ป.6 และ ม.3 เมื่อพิจารณา ตามสังกัดของโรงเรียนพบว่า โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และสังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มีผลสัมฤทธิ์สูงกว่าสังกัดอื่น ส่วนโรงเรียนสังกัด สพฐ.มีผลสัมฤทธิ์ใกล้เคียงกับระดับประเทศในทุกวิชา
คุณหญิงกษมา กล่าวด้วยว่า สถาบันภาษาอังกฤษ ได้เริ่มวิเคราะห์สาเหตุของผลสัมฤทธิ์วิชาภาษาอังกฤษลดลง พบว่า อาจเป็นเพราะจำนวนชั่วโมงในโรงเรียนส่วนใหญ่ลดลงจากสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง เป็นสัปดาห์ละ 2-3 ชั่วโมง อีกทั้งสื่อที่ใช้มีความหลากหลาย รวมทั้งคุณภาพของครูผู้สอน แม้จะได้อบรมไปพอสมควร แต่ยังมีปัญหาอยู่มาก ซึ่งข้อมูลประเภทนี้หากมีความชัดเจนจะช่วยให้ตัดสินใจเชิงนโยบาย หรือหาวิธีการที่จะแก้ปัญหา เช่น การเพิ่มจำนวนชั่วโมง การจัดครูสอนภาษาอังกฤษหมุนเวียน การจัดค่ายสอนเสริม หรือการสอนแบบบูรณาการ
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวว่า เมื่อผลประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานออกมาแล้ว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) แต่ละแห่งมีเวลา 1 ปี จะช่วยโรงเรียนปรับปรุง ก่อนที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) จะประเมินปลายปีการศึกษา 2550 โดยอาจเชิญครูมาช่วยกันวิเคราะห์ถึงจำนวนชั่วโมง คุณภาพของครู สื่อที่ใช้และปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการเรียนรวมทั้งมาตรการการช่วยเหลือเด็กที่เรียนอ่อน การพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษที่มีคะแนนสูงเป็นพิเศษ ขณะที่ระดับสถานศึกษาจะต้องวิเคราะห์ผลประเมินและหาวิธีช่วยเหลือเด็กด้วยเช่นกัน
:: ( S O U R C E ) :: ( ผู้จัดการออนไลน์ )* ::
33 ความคิดเห็น
เหมือนคห.2 เป๊ะเลย
มันเอาเด็กที่ไหนไปสอบอ่ะ ?
เราไม่เห็นได้สอบเลย
อย่างงี้มันเหมารวมไม่ได้นี่หว่า
ถ้าให้สนทนา เราก้อทำได้นะ แต่ถ้าแกรมมา เรามั่ยค่อยถนัด พอๆ กะภาษาเกาหลีเลย รู้แต่มั่ยลึกมาก
ผมคนนึงที่สอนภาษาอังกฤษครับ พบว่า จริงๆแล้ว อย่าสำคัญตนนะครับว่าคนไทยเก่งภาษาอังกฤษกว่าเจ้าของภาษา หากเก่งแกรมม่ามากว่าเขา อย่างน้อยต้องพูดได้ อาจจะไม่ได้ใช้ครับ อย่าอวดเก่ง สิครับ การที่ฝรั่งเขาพูดดูเหมือนเป็นการย่อๆ ลดรูป แล้วคุณไปสรุปว่าเก่งแกรมม่ากว่าเจ้าของภาษา อย่าสรุปแบบนั้น หากคุณเก่งจริงก็ต้องพูดได้ ดังนั้น หากจะอยากเก่งจริงๆก็ต้องเข้าใจว่ามันเป็นภาษาต่างประเทษครับ ไม่ใช่ภาษาแม่ของเรา หากเก่งจริงก็ต้องถ่อมตนครับ ภาษาอังกฤษ ผิดพลาดกันได้ครับ แต่ต้องรู้ว่าผิดเพระอะไร การเรียนภาษาอังกฤษ ต้องเรียนกับคนที่มีพื้นฐานที่ดีครับและก็มีประสบการณ์ ไม่ใช่เอาใครมาสอนก็ไปเรียนตามเขา ห้องเรียนมีคนเรียนเยอะมาก แต่ทำไมคนไทยยังเรียนไม่ไดผล การเก่งภาษาอังกฤษ ต้องมาจากแกรมม่าก่อนครับ ไม่ใช่ศัพทฺอย่างเดียว www.ajarnpsimon.com ดีใจกะน้องๆที่เข้ามหาลัยได้ทุกคน ปีนี้ยังมีคนสอบเข้าเตรียมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เห็นไหมน้องๆ เรียนรู้แบบเข้มแกรมม่า แต่สนุกก็ทำให้สำเร็จได้ โดยที่ไม่ต้องเน้นท่องเพลง ร้องเพลง สู้ๆครับน้อง
เราเป็นคนว่าไงดี อ่อนแกรมมา โค-ตะ-ระ แต่เราเรียนกับฝรั่งอ่ะ พูดได้นะ คะแนนพูดจะดีตลอด เช่น เต็ม 40 ได้ 37 แต่ส่วนมากห้องที่เรียนไทยล้วน จะเก่งแกรมมานะ (เท่าที่เรารู้)