วรากรณ์ เผย มียอดเด็กสมัครแอดมิชชันกว่า 1.7 แสนคน มีเด็ก 1,754 คนไม่เข้าเกณฑ์ สกอ.จะทำหนังสือเวียนไปถึงมหาวิทยาลัย 57 แห่งพิจารณาเด็กเป็นกรณีพิเศษ พร้อมเปิดโอกาสให้เด็กซิ่ลที่ลาออกกลับเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเดิมได้ ระบุ 25 พฤษภา เด็กจะรู้ว่าได้นั่งเรียนที่ไหน
รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีนักเรียนที่มาสมัครสอบแอดมิชชันทั้งหมด 170,969 คน โดยในจำนวนดังกล่าวมีนักเรียนที่ไม่เข้าข่ายอยู่ 1,754 คน จึงเหลือนักเรียน 106,215 คน ที่จะใช้ระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยตามระบบแอดมิชชัน นักเรียนกลุ่มนี้จะรู้ผลว่าจะได้เรียนคณะไหน มหาวิทยาลัยแห่งใด ภายในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ สำหรับ 1,754 คน ทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะส่งการประมวลผลของนักเรียนไปให้มหาวิทยาลัย 57 แห่ง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เด็กสมัครนำไปพิจารณาเข้ามหาวิทยาลัย
ทั้งนี้ สกอ.ได้ทำจดหมายไปยังมหาวิทยาลัย 57 แห่งตามที่เด็กกลุ่มนี้ต้องการศึกษาต่อ พร้อมกับส่งผลการประมวลไปให้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษ แต่ไม่ได้บังคับให้คณบดี หรือมหาวิทยาลัย ต้องรับขอให้ขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณในการเลือกเด็กเข้าศึกษาต่อ
เราไม่ต้องการตัดสิทธิเด็ก อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะพิจารณาเด็กกลุ่มนี้มหาวิทยาลัยจะต้องคัดเด็กกว่า 1 แสนคน ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วค่อยมาดูเด็กกลุ่มนี้ อย่างไรก็ดี วันที่ 25 พฤษภาคมนี้ เด็กทั้ง 2 กลุ่มจะต้องรู้แล้วว่าตัวเองได้เรียนที่ไหน เพื่อที่เด็กเข้าเกณฑ์กู้เงินกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ดำเนินการกู้เงินทัน
เรากำชับให้คัดเลือกเด็กตามระบบแอดมิชชันก่อน จากนั้นจึงมาพิจารณาเด็ก 1,754 คน เพราะอาจมีเด็กที่สอบตามระบบแอดมิชชันอาจมีส่วนหนึ่งสละสิทธิ์ไม่เรียน เราก็ให้พิจารณาเด็กกลุ่มนี้เข้าไปเสริม
รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนนิสิตที่เรียนอยู่ปี 2 ที่ลาออกแล้วมาสมัครแอดมิชชั่นในปีนี้ หากเด็กเหล่านี้สอบติดแต่ไม่อยากเรียน หรือสอบไม่ติด มีสิทธิกลับเข้าไปเรียนต่อยังสถาบันแห่งเดิมได้
เมื่อถามว่าการให้สิทธิเด็กเรียนปี 2 ลาออกไปสอบกลับไปเรียนมหาวิทยาลัยเดิมได้ จะไปกันที่นั่งเด็กใหม่ และทำให้รัฐต้องสูญเสียค่าใช้จ่าย รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าวยอมรับว่า เป็นการกันที่นั่งเด็กคนอื่นจริงๆ แต่การที่เราเปิดโอกาสให้เด็กกลับมาเรียนที่เดิมนั้น มองว่าเด็กจะได้เรียนจบรุ่นเดียวกันกับเพื่อน ที่สำคัญเด็กไม่ต้องกลับไปนับ 1 ใหม่
มีเด็กจำนวนหนึ่งมาเรียนแล้วไม่มีความสุข คือ มาเรียนแล้วไม่เป็นไปตามที่เขาคาดหวังไว้ ดังนั้น จึงควรเปิดโอกาสให้เด็กไปเรียนที่เด็กสนใจ หรือถนัดจริง ถ้าสอบติดที่ใหม่แล้วเกิดเปลี่ยนใจไม่เรียน หรือได้สาขาที่ยังไม่อยกาเรียนอีก แล้วอยากกลับมาเรียนคณะเดิม ก็ควรให้เด็กกลับมาเรียนต่อจนจบ เพื่อช่วยผู้ปกครองและรัฐประหยัดค่าใช้จ่ายทางการศึกษา และเด็กจะได้มาทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติต่อไป
:: ( S O U R C E ) :: ( ผู้จัดการออนไลน์ )* ::
12 ความคิดเห็น