หมอเกษม แนะโรงเรียนเร่งสร้าง 4 ภูมิคุ้มกันรับโลกยุคโลกาภิวัตน์ เสนอให้ทุกโรงเรียนตั้งกองทุนป้องกันวิกฤติ และนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้รับมือการกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ระบุพวกชอบโชว์ขาดมารยาททางสังคม ชี้ต้องโทษพ่อแม่
เมื่อวันที่ 11 พ.ค. กรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้จัดงานมหกรรมการศึกษา เด็กดี มีครูสร้าง ที่บางกอก ตอนการจัดการความรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง ทั้งนี้ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 -13 พฤษภาคม 2550
นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี กล่าวปาฐกถาเรื่องการจัดการความรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ใจความว่า การเรียนรู้ถ้าจะให้เกิดประสิทธิผล ครูจะต้องเป็นผู้ชี้ประโยชน์ให้เด็กเห็นคุณค่าแล้วค่อยย้อนกลับไปสอนเรื่องทฤษฎี จนกระทั่งลงมือปฏิบัติซึ่งเป็นเทคนิคการสอนของครูแต่ละคนเพราะหน้าที่ของครูคือส่งเสริมให้เด็กเรียน
ทั้งนี้ สำหรับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักคิดเพื่อนำไปสร้างความเข้มแข็งให้ตัวเองเพื่อรับมือกับโลกาภิวัตน์หรือการเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้น โรงเรียนต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน 4 ด้านเพื่อรับมือกับโลกาภิวัตน์ซึ่งภูมิคุ้มกันทั้ง 4 ด้านคือ
หนึ่ง-ระบบภูมิคุ้มกันด้านวัตถุ เช่น โรงเรียนต้องมีเงินออม มีการประกันความเสี่ยงในอนาคต มีการลงทุนเพื่อการพัฒนา และมีการวางแผนระยะยาว ซึ่งตนอยากเสนอให้มีการตั้งกองทุนป้องกันวิกฤติในโรงเรียน
สอง-ระบบภูมิคุ้มกันทางด้านสังคม เช่น มีความรู้รัก-สามัคคี ร่วมมือร่วมใจ มีคุณธรรม อยู่กินเป็นสุข ทุนทางสังคมสูง ซึ่งตนขอเสนอวิธีสร้างภูมิคุ้มกันทางศีลธรรมให้ทุก ท่านนำไปสอนบุตรหลานคือการสอนลูกออมและทำบุญ
สาม-ระบบภูมิคุ้มกันด้านสิ่งแวดล้อม ถ้าภูมิคุ้มกันเข้มแข็งทุกคนจะมีความรู้สำนึก หวงแหนสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารมีนโยบายสิ่งแวดล้อม มีความสะอาดเป็นระเบียบสามารถอยู่กับธรรมชาติได้อย่างไม่เบียดเบียน
และสี่-ระบบภูมิคุ้มกันด้านวัฒนธรรม ซึ่งถ้ามีแล้วจะมีความมั่นคงในวัฒนธรรมไทย เชิดชูวัฒนธรรมท้องถิ่น เข้าใจและเข้าใจวัฒนธรรมต่างชาติ
อย่างไรก็ตาม หากโรงเรียนจะนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ต้องรอบรู้ รอบคอบในการนำหลักวิชาการมาใช้
การเปิดโน้นนิด เปิดนี่หน่อยสมัยนี้ถือว่าเท่ห์ ทันสมัย แต่ความจริงแล้วเป็นการยั่วยุให้เกิดเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันสมควร ซึ่งต้องโทษพ่อแม่ จะโทษครูอย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งตัวนี้จะเป็นเกณฑ์ทางสังคมที่บ่งชี้มารยาทของแต่ละบุคคลอันเป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดคุณธรรมในสังคมนอกเหนือจากธรรมาภิบาล นิติธรรม ศาสนาธรรม จริยธรรม
นพ.เกษมกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนอยากให้ผู้บริหารโรงเรียนนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมากำหนดนโยบายบริหารโรงเรียน ซึ่งจะเป็นการเริ่มต้นสอนให้เด็กๆ หรือแม้กระทั่งภารโรงนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตได้เริ่มจากรายรับ-รายจ่าย เป็นต้น รวมทั้งนำคุณธรรม 4 ประการ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่พระราชทานเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549 มาพัฒนาโรงเรียน
:: ( S O U R C E ) :: ( ผู้จัดการออนไลน์ )* ::
7 ความคิดเห็น
มันคงจะดีมากที่ทำสำเร็จ เพราะเดี๋ยวนี้เป็นอะไรกันหมดก็ไม่รู้
อืม