รับเด็กซิ่วแล้วแต่มหาวิทยาลัย

       ทปอ.เผยผลประชุมกรณี “เด็กซิ่ล” ว่า ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละมหาวิทยาลัย ระบุ พระเกี้ยวเปิดรับพิจารณาเด็กซิ่ล 17 พ.ค.นี้ พร้อมยืนยันใช้คะแนนจาก 3 ส่วน คือ คะแนนเฉลี่ยตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (GPAX) คะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) และการสอบวัดความรู้ (Adtitude Test)

       รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวภายหลังประชุมวิสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ว่า ทปอ.ได้ติดตามประกาศผลแอดมิชชัน พร้อมกับได้ขอความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยต่างให้กำหนดคุณสมบัติของเด็กซิ่ลและเด็กที่พลาดแอดมิชชันในครั้งนี้ โดยขอให้พิจารณายืดหยุ่นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเด็ก เพื่อรับเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย

       ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละมหาวิทยาลัย เพราะบางคณะไม่สามารถยืดหยุ่นคุณสมบัติการรับเด็กเข้าเรียนได้ อย่างไรก็ตาม หากบางคณะยังมีที่ว่างหลงเหลืออยู่ก็ขอให้พิจารณาเด็กเหล่านี้เข้าเรียนด้วย

       ในขณะนี้มีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะพิจารณาเด็กซิ่ลเข้าเรียนในวันที่ 17 พฤษภาคม ส่วนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะได้คำตอบวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ส่วนมหาวิทยาลัยจะรับได้จำนวนเท่าใด ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้

       นอกจากนี้ ที่ประชุมฟอรั่มแอดมิชชัน ทปอ.ได้รายงานผลการประชุมเกี่ยวกับเกณฑ์แอดมิชชัน ปี 2553 ว่า ที่ประชุมยืนยันว่าจะใช้คะแนนจาก 3 ส่วน คือ คะแนนเฉลี่ยตลอดหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (GPAX) คะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) และการสอบวัดความรู้ (Adtitude Test) ซึ่งการสอบวัดความรู้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การวัดแบบทั่วไป และวัดแบบเฉพาะทาง และการสอบแบบเกณฑ์ใหม่นี้จะเปิดให้สอบปีละ 3 ครั้ง ส่วนการจัดทำคลังข้อสอบพร้อมการจัดสอบจะมอบเป็นหน้าที่ของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์แอดมิชชันปี 2553 ยังคงต้องหารือในรายละเอียดและวิะการอีกมาก ซึ่งจะนำเข้าหารือในที่ประชุม ทปอ.สามัญ ในวันที่ 16 มิ.ย.อีกครั้งหนึ่ง

       “สัดส่วนขององคืประกอบปี 2553 หลักๆ จะดูให้คะแนน GPAX และโอเน็ต สมดุลกัน นอกจากนั้น จะใช้คะแนน Adtitude Test ส่วนที่ต้องให้คะแนนทั้ง 2 ส่วนนี้สมดุลกัน เพราะต้องการให้เด็กสนใจการเรียนในห้องเรียนมากขึ้น และลดการกวดวิชา อย่างไรก็ตาม การวัดแบบ Adtitude Test จะมีผลดีเพราะเป็นการวัดความรู้ความสามารถของเด็กโดยตรง

       ส่วนกรณีที่ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ต้องการให้รวม GPAX กับ โอเน็ตให้เป็น 1 องค์ประกอบในการคิดแอดมิชชันคงต้องดูด้วยว่าข้อเสนอที่ทาง สธ.ให้มานั้น ทปอ.รับได้หรือไม่ หากเห็นตรงกันทั้ง 2 ฝ่ายก้ทำได้ แต่หากไม่ตรงกันก็คงต้องหาทางอื่นต่อไป” ประธาน ทปอ.กล่าว


:: ( S O U R C E ) :: ( ผู้จัดการออนไลน์ )* ::

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

10 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เดะซิ่ว 17 พ.ค. 50 14:48 น. 4
โปรดเมตตาให้พวกหนูมีที่เรียนอีกครั้งน่ะค่ะ ขอให้ปรฎิหารย์เกิดขึ้นอีกครั้งน่ะค่ะ ตอนนี้สับสนค่ะ ยังไม่มีที่เรียนเลย
0
กำลังโหลด
เมท 18 พ.ค. 50 12:49 น. 6
ที่ศรีนครินทร เปิดโควต้ารอบ 3 หมดเขต 19 พ.ค. 50 11 สาขา ม.เกษตร เปิดภาค พิเศษ ถึง 22 นี้ ม. ธรรม เปิด วิทย์ ภาคพิเศษ ถึง22 นี้
0
กำลังโหลด
666 19 พ.ค. 50 22:53 น. 7
ไม่ยุติธรรมกับเด็กซิลเลย เคยซิลตอนเอ็นทรานก็ไม่เห็นแบ่งชนชั้นขนาดนี้ ที่ตอนนี้ต้องให้เด้กม.6ก่อนแล้วค่อยคัดเด็กซิลเพราะอ้างว่ามีคุณสมบัติไม่เข้าเกณฑ์แอดกลาง ช่วยตอบทีข้อไหน รึว่าต่อไปห้ามซิล เพราะจะกำหนดเกณฑ์ว่าคนที่จะเรียนต่อได้ต้องจบม.6 ในปีนั้นๆเท่านั้น แล้วพวกที่บ้านไม่มีเงินจนหยุดเรียนไปปีสองปีก็อดเรียนเลยสิชีวิตนี้
0
กำลังโหลด
666 19 พ.ค. 50 22:57 น. 8
แถมคนที่คะแนนถึงบางคนก้ไม่ติดอย่างที่หน่อยงานบอกเพราะมหาลัยไม่รับซึ่งไม่รู้สาเหตุ แล้วคนที่ได้สัมภาษณ์ก็ยังไม่รู้จะมีที่เรียนไหม เพราะมีการบอกว่าจะไม่พิจรณาแค่คะแนน แต่จะดูความจำเป้นเลยไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรที่เขาว่าคือความจำเป็นที่จะเอามาตัดสิน ความรู้ก็จำเป็นกับทุกคนนั่นแหละ ก็มันเป็นอย่างนี้เด็กถึงได้ฆ่าตัวตายกันทุกปี ไม่พัฒนาไปไหนสักที่ประเทศไทย มีแต่พวกผู้ใหญ่ที่กลัวเด็กรุ่นไปทาบรัศมีแต่ตัวเองก็ไม่ทำอะไรเอาแต่นั่งดูดเลือดชาติไปวันๆ
0
กำลังโหลด
666 19 พ.ค. 50 23:00 น. 9
ทำเป็นมามอบเกียรติบัตรคนทำคะแนนโอสูง จะมีประดยชน์อะไร..คนที่คะแนนถึงยังไม่ได้เรียนเลยเพราะว่าเป็นเด็กซิล คำนี้มันค้ำคออยู่
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด