ด้าน ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สทศ. กล่าวว่า ที่ผ่านมามีนักเรียนจำนวนมากได้โทรศัพท์มาสอบถามว่าทำไม สทศ. จะต้องจัดสอบ O-NET ทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ซึ่งตนขอชี้แจงว่าหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 กำหนดให้โรงเรียนประถมศึกษา (ป.1-ป.6) และระดับมัธยมศึกษา (ม.1-ม.6) ต้องจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาดังกล่าว ซึ่งมี 8 กลุ่มสาระ ดังนั้น สทศ. ซึ่งมีพันธกิจหลัก คือ จัดสอบปลายช่วงชั้น ป.3 ป.6 ม.3 และม.6 จึงต้องจัดสอบให้ครบตามที่หลักสูตรกำหนด โดยการจัดสอบในปีแรก ๆ เป็นการจัดสอบบางช่วงชั้นและบางวิชา แต่ในอนาคตอันใกล้จะต้องดำเนินการจัดสอบให้ครบ ซึ่งในปีการศึกษา 2550 สทศ. จะจัดสอบ ป.6 จำนวน 3 วิชา และ ม.6 จำนวน 8 วิชา โดยหวังว่าผลการสอบจะนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของ โรงเรียนต่อไป
รศ.ดร.ชาญวิทย์ เทียบบุญประเสริฐ ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา ม.ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า ทุกวันนี้เด็กมักจะให้ความความสำคัญเพียงแค่วิชาที่จะนำไปใช้สอบเข้า มหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว เราจึงได้คนเก่งจำนวนมากที่ขาดจริยธรรม ทำอะไรไม่เป็น เอาตัวเองไม่รอด เรื่องนี้จึงเป็นหน้าที่ของครูที่จะต้องอธิบายให้ละเอียด เพราะหากไม่อธิบายด้วยเหตุผล เด็กก็จะออกมาเรียกร้อง.
ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 7 มิถุนายน 2550
144 ความคิดเห็น
ผู้ใหญ่เขาก็คิดอะไรแปลกเนอะ ไม่รู้เป็นบ้าอะไร ชอบหาเรื่องว่ะ แค่ 5 วิชาก็ตายเป็นเบือแล้ว
วันสอบ ทำ 5 วิชา หลัก แล้ว อีกสามวิชา โดดแมร่งให้หมดเลย
โดดให้ทั่วประเทศเลยนะว้อย
แค่5วิชาก้อแย่แล้วนะ
มารวมฟิสิก เคมี ชีวะ เข้าด้วยกัน
คิดดูดิตั้งใจเรียนวิชา 3 ตัวนี้มาตั้ง 3 ปี แต่ทั้ง3วิชานี้ดันเท่ากับ สังคม ไทย
คือถ้าอย่างนี้อะ คนเก่งสังคม ไทย แต่อ่อนวิทก้อเข้าคณะดีๆได้ดิ
คิดดูนะ ถ้าคนนึงโง่ทุกอย่างแต่เก่ง 3วิชานั้น
กับอีกคนที่เก่งไทย กับ สังคม แต่เรียนวิทได้ห่วยมาก
คุนคิดว่าใครจะแอดติดมากกว่ากัน
แล้วนี้สอบสุขศึกษาไรงี้อะ
มันไม่ใช่วิชาที่ควรสอบ มันเปนแค่พื้นฐานที่คุนรู้
แล้วสมมตินะ เกิดคนนึงสอบได้พละแย่มากเพาะเค้าไม่ค่อยเก่งกีฬา
มันจาทำให้คนนี้อาจไม่ติดคณะที่อยากเข้าเรย แล้วสมมติว่าเค้าอาจเลือกหมอ
คุนก้อจาทำลายอนาคตเค้าเพาะพละเนี่ยนะ
แล้วที่บอกมาว่าจาให้สอบอ่า เค้าเคยถามความเห็นเดกมั่งมั้ย
เค้าอาจพูดได้ว่าเราก้อแค่เดกเกินไปจาไปคิดอะไรได้
แล้วทำไมคุนไม่เคยคิดตอนคุนเดกๆละ
คุนก้อไม่อยากให้ผุใหญ่คิดอย่างนี้เหมือนกัน
น่าจาลองถามเดกบ้าง ถ้ามันไม่ดีพอก้อค่อยไปปรับปรุงไม่ใช่เอาความคิดตัวเองเปนใหญ่
แล้วการรับฟังความคิดเห็นก้อหมายถึงความคิดเหนส่วนใหญ่
ไม่เคยเห็นลองถามคนที่ไม่มีโอกาศมั่ง แบบว่าเกรดน้อย เรียนไม่ค่อยเก่ง
ไม่ใช่ถามพวกที่เก่ง หรือเกรดดียุแล้ว บางทีเค้าคงอยากได้คำตอบแค่คำว่า.เห็นด้วย.มั้ง
เราคิดว่านะ ต่อไปนี้สังคมไทยคงแย่ลง
ทุกคนคงมุ่งแต่เรียน เครียดทุกวิชาแม้กระทั่งพละ
คำว่าคนดีต่อไปมันคงจะหายไป มีแต่คำว่าเห็นแก่ตัว
คนเราเกิดมาไม่ใช่เรียน เรียน ทำงาน แล้วก้อตาย
มันจาให้ความสุขแทรกไว้ตงไหนในเมื่อยุม.ต้นต้องเรียนให้ดีเพื่อเข้าม.ปลาย
ยุม.ปลายต้องเรียนให้ดีเพื่อเข้ามหาลัย
ยุมหาลัยต้องเรียนให้ดีเพื่อการทำงาน
เราต้องทำงานให้ดีเพื่อมีเงินเก็บ
เมื่อมีเงินเก็บคุนก้อคงได้เที่ยวตอนเกษียน..นี่หรอความสุขที่พยายามยัดเยียดให้
ตอนบั้นปลายชีวิต คุนคิดว่าคุนมีแรงเที่ยวอีกหรอ
ในเมื่อสังคมไทยยังไม่พร้อมที่จะเปิดรับนร.มาทำงานมากเท่าต่างประเทศ
เค้าก้อไม่ควรที่จะนำมาตรฐานการสอบต่างประเทศมาใช้ในไทยด้วย
เคยมีคนพูดไว้ว่า...
-พี่ไม่อยากให้เค้าเกิดตอนนี้เรย เค้าคงเครียดเรื่องเรียน
พี่ไม่อยากให้ลูกพี่ต้องเครียดตาย พี่กะรอให้ระบบไทยมันดีกว่านี้
ค่อยมีลูกคงไม่สายหรอก อย่างน้อยเค้าคงยุกับพี่ได้อีกนาน
-จำได้มั้ยที่เคยมีคนบอกว่าทุกร.ร.มีการสอนเหมือนกันทำไมต้องไปแย่งกันเข้า
ร.ร.บางแห่งที่มีชื่อเสียง จาพูดอย่างนี้ได้ไง ในเมื่อต้องมีการสอบNTของเดก
เพื่อวัดมาตรฐานยุเรย นี่หรอคือเท่าเทียม
ไม่อยากจาบ่นมากมายทั้งที่รุว่าที่พิมมาก้อยาวยุเหมือนกัน
เอาเปนว่า
ผุใหญ่ก้อเคยเปนเดก เคยเอนท์มาก่อน คุนควรรุว่าเคยรุสึกยังไง
เอาใจเค้ามาใส่ใจเราแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น
รวมพลังนักเรียน ร่วมคัดค้านการสอบแอดมิชชั่น 8 วิชา
จากที่ได้อ่านความเห็นเพื่อนๆหลายๆคนมา ก็พอจะสรุปเหตุผลได้หลักๆ 5 ข้อครับ คือ
1. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขาดความชัดเจนในการประกาศใช้นโยบาย เช่น ไม่มีการแจ้งล่วงหน้าถึงการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้นักเรียนได้เตรียมความพร้อมได้ทัน สร้างความสับสนและกังวล แก่นักเรียนและผู้ปกครองเป็นอย่างมาก
2. เป็นการเพิ่มภาระด้านการเรียนให้แก่นักเรียนโดยใช่เหตุ เนื่องจากวิชาที่เพิ่มเข้ามาเป็นวิชาที่เรียนรู้เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน นักเรียนส่วนใหญ่ มิได้นำไปประยุกต์ใช้ต่อในระดับอุดมศึกษา
3. วิชาที่เพิ่มเข้ามาทั้ง 3 วิชาไม่ใช่วิชาที่เนื้อหาสามารถทดสอบใน ONET ได้ เนื่องจากเป็นวิชาที่เน้นการปฏิบัติ
4. มาตรฐานหลักสูตรของวิชาที่เพิ่มเข้ามาทั้ง 3 วิชาในแต่ละโรงเรียนมีความแตกต่างโดยสิ้นเชิง
ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องหลักสูตร แนวการปฏิบัติ และการเก็บการแนน การจะใช้การประเมินผลกลาง ชี้วัดคะแนนของนักเรียนในแต่ละโรงเรียน จึงไม่สามารถประเมินคุณภาพได้อย่างแท้จริง
5. การสอบ ONET สามารถทดสอบได้ครั้งเดียวตลอดชีวิต (นโยบายของ ทปอ.)
--------------------------------------------------------------------------------------------
ผมได้ทำแผ่นพับเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ด้วย โหลดได้เลยที่นี่ครับ
http://www.uploadtoday.com/download/?c45e42e6f906a868b5019a9ceb33d021
---------------------------------------------------------------------------------------------
ในตอนนี้อยากให้เพื่อนๆช่วยกันเผยแพร่แผ่นพับนี้ไปให้มากที่สุด
(เพื่อนๆหลายๆคนใช้วิธี พริ้นท์ ซีรอกซ์ แล้วไปแปะที่ รร ห้องเรียนละชุด)
เพื่อที่พวกเราจะได้รับทราบข้อมูลมากขึ้น
ทางเครือข่ายได้ใช้เว็บไซด์ www.sornorsor.com ในส่วนของเว็บบอร์ด ในการรายงานความเคลื่อนไหวต่างๆ
หรือการอัพเดตข้อมูลข่าวสาร พร้อมทั้งคำชี้แจงจากทางเครือข่ายนะครับ
ยังไงก็ขอให้เพื่อนๆช่วยๆกันเผยแพร่ต่อ เพื่ออนาคตของพวกเรา!!!!
ขอบคุณมากๆครับ ที่ช่วยกัน
------------------------------------------------------------------------------
อยากให้เด็กคิดให้ไกลถึงหลักการเรื่องนี้ อย่าคิดแต่เรื่องของตัวเอง สทศ.ยังยืนยันในหลักการว่าจะต้องจัดสอบโอเน็ต 8 วิชาอย่างแน่นอน ดังนั้น หากจะมีการเคลื่อนไหวคัดค้านอะไรก็ไม่มีประโยชน์
นางอุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการสทศ.
แล้วจะให้ผมคิดไกลได้อย่างไร ในเมื่อการสอบ O-NET ที่ทางผู้ใหญ่จัดให้นั้นเป็นการบังคับสอบ และเป็นการสอบครั้งเดียวในชีวิต และผมเชื่อว่าทุกคนก็อยากจะให้ผลการสอบออกมาดี ผมและเพื่อนๆจึงขอยืนยันในการคัดค้านการสอบ Onet ปี 50 ที่มีการเพิ่ม 3 กลุ่มสาระ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนักเรียนเช่นกัน
ผมรู้อยู่แล้วว่าการคัดค้านใดๆ ในสายตาของคุณมันก็ไม่มีประโยชน์อยู่แล้ว เพราะผมก็ไม่มีอำนาจใดๆที่จะไปควบคุม สั่งการ จัดการบริหารการทดสอบทั่วประเทศ ก็เหมือนกับเป็นผู้เล่นเกม ส่วนพวกเรานักเรียนก็เป็นเหมือนตัวละครในเกมที่จะต้องทำตามคำสั่งของคุณตลอด แต่การรวบรวมรายชื่อ หรือการคัดค้านต่างๆ ผมก็อยากแสดงให้เห็นถึงพลังอันบริสุทธ์ของนักเรียน ที่ต้องการจะมีส่วนร่วมในการปกครองบ้านเมืองภายใต้วิถีทางแห่งประชาธิปไตย และต้องการที่จะกำหนดอนาคตของผมและเพื่อนๆบ้าง อย่างน้อย ถึงแม้ว่าคุณจะประกาศบังคับใช้ไปแล้ว แต่คุณก็จะได้รู้ ว่ามีนักเรียนทั่วประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของคุณมากน้อยเพียงใด
เรื่องราวการสอบต่างๆที่มีปัญหามากมายตั้งแต่มีการปรับใช้เมื่อ 2 ปีก่อน ก็มีกลุ่มนักเรียนออกมาเรียกร้อง เสนอแนะข้อคิดเห็นต่างๆเช่นกัน แต่คุณได้สนใจกับความคิดเห็นเหล่านั้นไหม ? ....
ใช่สิ คุณคือผู้ใหญ่ ผมคือเด็กนักเรียนธรรมดาๆ คนหนึ่งนี่นา ?
เราคงทำอะไรม่ได้หรอกเนอะ
^^