“การยกเลิกการจับสลากนั้นมีความเป็นไปได้เพราะเป็นการแยกกันระหว่างบัญชีเด็กทั่วไป กับเด็กในพื้นที่บริการซึ่งไม่เป็นการกระทบโอกาสเดิมของเด็กในพื้นที่บริการ ส่วนกรณีที่มีการมองกันว่าผมจะล้มระบบผู้มีอุปการคุณหรือผู้อุปถัมภ์ โรงเรียน ก็คงยังไม่ถึงขั้นล้มเพียงแต่เป็นการเตือนว่าเรื่องนี้ประชาชนจะไม่รับ ถ้าบอกว่าเป็นโควตาผู้มีอุปการคุณซึ่งไปแย่งที่เรียนลูกหลานเขา แต่หากมีเหตุผลเงื่อนไขบางประการที่มีความจำเป็นผมก็พร้อมจะพิจารณา อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่มีอะไรเป็นข้อยุติเพราะทุกเรื่องต้องพิจารณาอย่าง รอบคอบ ช่วงนี้ยังเป็นช่วงทบทวนนโยบายการรับนักเรียนของปีที่ผ่านมาเพื่อหาวิธีการ ที่ดีกว่าและยืนนโยบายไม่มีแป๊ะเจี๊ยะไม่มีเด็กฝากต่อไป” รมว. ศธ.กล่าว
ด้าน นายพูลศักดิ์ เทศนิยม ผอ.รร.สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า การกำหนดนโยบายรับนักเรียนของ ศธ.ควรต้องดูความหลากหลายของโรงเรียนเป็นหลัก เพราะที่ผ่านมา บางครั้งมีการกำหนดนโยบายโดยไม่ได้ดูความต่างของโรงเรียนก็ทำให้เกิดผลเสียตามมาได้ จึงอยากให้ดูสภาพความเป็นจริงของการศึกษาในประเทศไทยและสภาพของแต่ละ พื้นที่ประกอบด้วย ส่วนแนวคิดที่จะให้เลิกจับสลากนักเรียนในพื้นที่บริการ แล้วมาใช้การสอบคัดเลือกเพียงอย่างเดียวนั้น ตนไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้เราได้คนที่มีพฤติกรรมต้องแข่งขันเท่านั้น รวมถึงจะไม่สามารถแก้ปัญหาการกวดวิชาเพื่อสอบเข้าโรงเรียนดัง ๆ ได้ อีกทั้งเป็นการปิดโอกาสเด็กที่เรียนอ่อน ทั้งที่แท้จริงแล้วการจัดการศึกษาต้องเปิดโอกาสให้เด็กที่เรียนเก่งและไม่ เก่งอยู่ร่วมกันได้
นายสุริยนต์ วะสมบัติ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา กทม.เขต 2 กล่าวว่า ผอ.โรงเรียนส่วนใหญ่โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ เห็นด้วยกับการยกเลิกการจับสลาก ซึ่งตนก็เห็นด้วยเพราะคิดว่าการจับสลากเข้าเรียนเหมือนกับไม่มีอนาคตสำหรับเด็ก และเด็กที่มีความสามารถก็น่าจะได้โอกาสก่อน แม้ว่าจะเป็นเด็กในเขตพื้นที่บริการเมื่อสอบได้ก็น่าจะให้โอกาส ขณะเดียวกันโรงเรียนก็มีโอกาสคัดเลือกเด็กได้ด้วย.
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับ วันที่ 20 มิถุนายน 2550
3 ความคิดเห็น