พี่ Sup'K สถาบัน Sup'K center

     สวัสดีจ๊ะ น้องๆ ชาวDek-D สุดเลิฟของพี่ผึ้งทุกคน กลับมาเจอกันอีกครั้งใน
  โซนคอลัมน์ Hot Tutor ที่กำลังได้รับมานิยมมากๆ จากน้องขาประจำ
  สถาบันกวดวิชาของเมืองไทย เป็นธรรมดาอีกเช่นเคย ที่เมื่อพบกับพี่ผึ้งในหน้านี้
  น้องๆ จะต้องได้รู้จักกับติวเตอร์หนุ่มหล่อที่น้องๆ เพื่อนๆ ชาวเด็กดีด้วยกัน
  แนะนำมาให้พี่ผึ้งช่วยไปสัมภาษณ์อาจารย์มาให้หนูได้อ่านหน่อย แล้วมีหรือ
  ที่พี่ผึ้งจะปฏิเสธได้ งั้นเราไปทำความรู้จักกับ อาจารย์ศุภฤกษ์ สกุลชัยพรเลิศ
  หรือ พี่Sup’ k แห่งสถาบัน Sup'k Center
ติวเตอร์คณิตศาสตร์ขวัญใจวัยรุ่น   ที่กำลังฮอตสุดขีดอยู่ในขณะนี้
  พี่ผึ้ง : ประวัติความเป็นมาของการก่อตั้งสถาบัน Sup’k Center
  อ.ศุภฤกษ์ :ที่ก่อตั้งขึ้นมา เพราะใจของผมก็รักในการสอน โดยเริ่มสอนมาตั้งแต่
  สมัยเรียน คือเป็นคนที่ชอบสอน ตอนช่วงใกล้สอบก็มีสอนเพื่อนบ้าง พอขึ้นปี 1
  หลังจากผมไปสอบแข่งขันโอลิมปิกกลับมา และสอบเข้าจุฬาฯ ได้ พ่อแม่ก็
  บอกว่าอย่าสอนพิเศษ เพราะกลัวว่าเดี๋ยวจะเรียนไม่ไหว แต่ตอนหลังก็มีไปทำ
  โครงการโอลิมปิกให้กับ 2โรงเรียนที่ผมเคยศึกษาอยู่ให้ฟรีๆ คือ ร.ร.เตรียมอุดมฯ
  และร.ร.อัชสัมชัญ ซึ่งน่าแปลกใจมาก เพราะพอขอไปสอนเพื่อตอบแทนบุญคุณ
  โรงเรียน คุณแม่อนุญาตให้ไปครับ แต่พอขอสอนพิเศษเองกับไม่ให้ เพราะกลัว
  เสียการเรียน
ทั้งๆ ที่ครอบครัวก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่ผมก็พยายามดิ้นหาทาง
  สอนให้ได้
ตอนปลายๆ ปี 3 เลยขอที่บ้านว่าให้สอนเถอะ อย่างน้อยก็จะได้ช่วย
  ครอบครัวด้วยซึ่งก็สำเร็จครับ เลยเริ่มสอนตั้งแต่นั้นมาจาก 1 คน ที่ใต้ตึกจุฬาฯ
  พอเยอะมากขึ้นเลยมาสอนที่บ้านแทน แต่ไม่นานก็เต็มทั้งบ้าน หลังจากนั้นย้าย
  ไปแถวเชิงสะพานหัวช้าง ในที่สุดมาสอนที่สำนักงานใหญ่ สีลม-สาทร แห่งนี้ครับ
  พี่ผึ้ง : ขอให้อาจารย์ช่วยแนะนำตัวหน่อยคะ
  อ.ศุภฤกษ์ : พี่ Sup’k หรือ อ.ศุภฤกษ์ สกุลชัยพรเลิศ จบจาก
  คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และตอนอยู่มัธยมปลายได้
  เป็นตัวแทนไปแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิก 2 ปีซ้อนครับ ต่อมาจึงได้สอน
  วิชาเลข ซึ่งเป็นวิชาที่ตัวเองรักครับ โดยเริ่มสอนมาตั้งแต่ปี 3 ก็น่าจะ
  ประมาณ 7 ปีได้แล้ว
  พี่ผึ้ง : แรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้อาจารย์เลือก สอนวิชาคณิตศาสตร์คะ
  อ.ศุภฤกษ์ : แค่ชอบแล้วก็รักครับ คือตั้งแต่เด็กๆ คุณแม่ก็จะสอนวิชาเลขให้
  กับผมเอง ซึ่งคุณแม่ของผมจบแค่ป. 7 เองครับ แต่ท่านชอบทำหลักสูตร
  และเคยเปิดสอนอนุบาลด้วย แต่ด้วยคุณวุติไม่ถึงจึงไม่ได้รับใบอนุญาติ
  แต่เราก็ยังคงสอนต่อไป โดยเด็กทุกคนที่อยู่ในเนอสเซอร์รี่จะทำเลขได้หมด
  และพวกเขาก็สนุกกับการเรียน ซึ่งคุณแม่ของผมสอนเลขได้สนุกครับ ท่านมีวิธี
  ทำให้เด็กชอบคณิตศาสตร์ คือเรียนต้องให้มันสนุก และผลที่ได้จะออกมาดีเอง
  แต่พอผมมีโอกาสมาเปิดเซ็นเตอร์ ก็อยากให้เป็นเซ็นเตอร์ที่สอนเด็กให้มีความ
  สุขกับการเรียนเหมือนอย่างคุณแม่ จากนั้นก็อยู่บนเส้นทางสายนี้มาตลอดครับ
  พี่ผึ้ง : ตอนนี้สถาบัน Sup’k Center มีทั้งหมดกี่สาขา อะไรบ้างคะ
  อ.ศุภฤกษ์ : สาขาในกรุงเทพมีทั้งหมด 4 สาขา คือ สาขาสำนักงานใหญ่สีลม
  , สาขางามวงศ์วาน และสาขาพญาไท และสาขาที่เพิ่งเปิดใหม่ที่สยามสแควร์ 

  พี่ผึ้ง : ที่นี่เป็นสอนสดหรือวีดีโอคะ
  อ.ศุภฤกษ์ : ที่นี่มีทั้งสอนสดและวีดีโอครับ
  พี่ผึ้ง : อาจารย์คิดว่าการเรียนสอนสดและสอนวีดีโอแตกต่างกันหรือไม่คะ
  อ.ศุภฤกษ์ : แตกต่างกันอยู่แล้วครับ ในเรื่องของความมันส์สอนสดก็จะมันส์กว่า
  เพราะมีโอกาสได้โต้ตอบกันในเวลาถาม แต่สำหรับเรื่องของความรู้คาดว่าไม่
  ต่างกัน เพราะคนที่ได้ลงในโบรชัวร์หรือเด็กที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็น
  เด็กอ่อนที่ไม่ชอบเลขแล้วเรียนเก่งขึ้นมาก็มีตั้งหลายคนที่เรียนวีดีโอ หรือเด็กที่
  เก่งอยู่แล้วและได้ไปแข่งขันโอลิมปิก อันนี้ยิ่งเรียนเป็นวีดีโอใหญ่เลยครับ เพราะ
  ว่าเขาจะต้องเรียนแบบเร่งรัด
คือไปเร็วกว่าระดับชั้นที่เขาศึกษาอยู่ ดังนั้นไม่
  แตกต่างกันครับ
คือคนที่กล้าทำออกมาเป็นวีดีโอได้จะต้องรู้ใจของเด็กว่า ผิด
  ตรงไหน จุดหลอกอยู่ที่ไหน โดยที่เขาไม่ต้องอ้าปากถาม เพราะธรรมชาติ
  เด็กไทยแล้วต่อให้เรียน 5 คนก็ไม่ถาม คือเขาจะค่อนข้างอาย ดังนั้นหน้าที่ของ
  ครูก็คือ เราต้องชี้จุดบอดและก็บอกเทคนิค ข้อสงสัยที่เขากำลังจะอ้าปากถาม
  ให้ได้ เหมือนรู้ใจเขาเลยครับ ทุกคนจะได้เรียนแบบมีความสุข
  พี่ผึ้ง : เวลาเด็กมีข้อสงสัยจะติดต่อสอบถามได้อย่างไรคะ
  อ.ศุภฤกษ์ : เวลามีปัญหาก็สามารถใช้เขียนฝากถามไว้ที่เจ้าหน้าที่ได้ครับ ใน
  กรณีที่ไม่เจอตัว แล้วผมก็จะพยายามทยอยตอบ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีครับ   เพราะที่นี่เราสอนละเอียดและก็ใช้เวลาสอนนานครับ
  พี่ผึ้ง : ปัจจุบันมีคอร์สที่เปิดสอนทั้งหมดเท่าไร อะไรบ้างคะ
  อ.ศุภฤกษ์ : เริ่มตั้งแต่ป.6 – ม.ต้น–ม.ปลายจนถึงคอร์สเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย
  และระหว่างจบชั้นม.3 ก็จะมีคอร์สสอบเข้าร.ร.เตรียมอุดมฯ กับร.ร.มหิดลฯ
  ด้วยครับ และมีคอร์สโอลิมปิก คือเราจะแบ่งแยกเป็นคอร์สๆ เพื่อให้เด็กอ่อนหรือ
  คนที่ไม่ชอบเลขจะได้เรียนอย่างมีความสุข และเด็กเก่งก็จะได้แยกไปเรียน
  คอร์สต่างหาก เช่น คอร์สสอบแข่งขันหรือคอร์สโอลิมปิก ส่วนเด็กปานกลาง
  ก็จะได้เรียนคอร์สที่เหมาะสมครับ
  พี่ผึ้ง : แนวการสอนหรือสไตล์การสอนของอาจารย์เป็นอย่างไรคะ
  อ.ศุภฤกษ์ : เป้าหมายของที่นี่ก็คือ “เรียนคณิตศาสตร์ด้วยความสุข” ส่วนวิธี
  การก็คือ สอนสนุก ครบครัน ทันสมัย เข้าใจง่าย และประยุกต์ใช้ได้จริงครับ
ซึ่ง
  สอนสนุก ก็คือ เราเน้นสอนให้บรรยากาศในห้องเรียนสนุกๆ ด้วยกลวิธีต่างๆ
  ทั้งในและนอกเนื้อหาบทเรียน แต่นอกบทเรียนจะต้องไม่ไร้สาระครับ , ครบครัน
  เป็นสิ่งที่เราเน้นมาก เพราะว่าเด็กที่เรียนในสถาบันของเราต้องพอเลย คือเวลา
  ว่างที่เหลือก็เอาไปนั่งทบทวนทำโจทย์ ไม่ต้องเดินสายเรียนซ้ำๆ ถึงเรามีสูตรลัด
  ให้ แต่ก็ต้องเริ่มต้นจากการสอนที่มาก่อนและมีการสอนพิสูจน์สูตรด้วย ส่วน
  โจทย์ก็มีมากพอเพียงจากระดับง่ายไปหายาก แล้วจึงตบท้ายด้วยเทคนิคสูตรลัด
  ข้อควรระวัง และการตัดตัวเลือก , ทันสมัยคือเรามีสื่อประกอบการสอนทุกอย่าง
  ที่นำมาใช้ เช่นสื่อคอมพิวเตอร์ และมีเพลงคณิตศาสตร์ด้วย,เข้าใจง่ายคือไม่ว่า
  จะเด็กเก่งหรือเด็กที่ไม่ชอบเลข เขาก็ต้องการความเข้าใจง่ายอยู่แล้ว ดังนั้นเรา
  ก็จะแบ่งเป็นลำดับคอร์สที่เหมาะสมกับเด็กในแต่ละคนมากที่สุดเท่าที่เราจะแบ่ง
  ได้ครับ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในห้องเรียน ห้อง
  สอบ และในอนาคต คือเราจะสอนเท่าที่จำเป็นและเพียงพอที่จะได้ใช้จริงครับ
  พี่ผึ้ง : คณิตศาสตร์มีความสำคัญต่อนักเรียนในยุคปัจจุบันอย่างไรคะ
  อ.ศุภฤกษ์ : จริงๆ คณิตศาสตร์มีความสำคัญมาทุกยุคทุกสมัยแล้ว ในขั้นต้น
  คณิตศาสตร์ที่เรียนมาตั้งแต่อนุบาล คือสอนให้เด็กคิดเป็น คิดละเอียดรอบคอบ
  หัวสมองจะพัฒนาก็เพราะเลขนี่แหละครับ เพราะทำให้รู้จักสังเคราะห์และ
  วิเคราะห์เป็น คิดแยกแยะ คิดโดยสรุป มองภาพกว้างเป็น คือกระบวนการคิด
  ทุกอย่างมาจากคณิตศาสตร์ครับ เพียงแต่ว่าปัญหาคือเรียนอย่างไรให้ไม่น่าเบื่อ
  ดังนั้นเราต้องให้เขารู้ว่าเรียนแล้วจะนำไปใช้อย่างไร แล้วเรียนให้มีความสุข
  ซึ่งนั่นสำคัญที่สุดครับ
         ส่วนขั้นกลาง เด็กๆ ก็จะไปนำไปประยุกต์ใช้ในห้องเรียนและห้องสอบ
  ส่วนขั้นท้าย คือนำไปใช้ทุกอย่างเลยครับ ไม่ว่าคนที่ขายของก็ต้องใช้เลข หรือ
  พวกวิศวะก็ต้องใช้ตรีโกณ ฯลฯ ถึงแม้เรียนไปแล้วแต่ไปทำงานที่ไม่ค่อยได้ใช้
้  เลข เช่น ขายของก็ใช้เลขแม้จะน้อยแต่ก็ใช้ แต่ถ้าอยากให้ประเทศพัฒนาทาง
  เทคโนโลยีก็ต้องใช้เลขขั้นสูงขึ้น เช่น โปรแกรมซอฟต์แวร์ต่างๆ ใช้เลขหมด
  เลยครับ
อย่าง Dreamweaver ที่ใช้ทำเว็บไซต์ เวลาคลิกภาพจากภาพซ้าย
  ไปภาพขวา สำหรับเราคนใช้นะมันง่ายแค่เลื่อน แต่ตอนเขาทำโปรแกรม
  ซอฟต์แวร์ขึ้นมาจะต้องคำนวณทุกอย่าง หมุนรูปต้องใช้เรื่องเมตริก ฯลฯ
คือผม
  เป็นคนชอบค้นคว้า พอเรารู้เวลาที่เด็กเริ่มเครียดๆ แล้วเราก็จะบอกว่าส่วนนี้เอา
  ไปใช้ได้อย่างนี้นะ เด็กเฮฮ่าชอบใจ
  พี่ผึ้ง : เคยได้ยินน้องๆ บ่นว่าคณิตศาสตร์เข้าใจยาก อาจารย์มีเคล็บลับ
  อย่างไรให้เรียนคณิศาสตร์ได้ผลดีคะ

  อ.ศุภฤกษ์ : เคล็บลับมี 2 อย่างครับ คือตอนเรียนให้สนุก และการสอนที่เข้าใจ
  ซึ่งเป็นหน้าที่ของครูทั้งหมด ที่จะทำอย่างไรให้เด็กสนุก เราต้องเตรียมอะไรบ้าง
  และส่วนที่จะให้เข้าใจครูจะต้องมีประสบการณ์มากแค่ไหนในการจะรู้ใจเด็ก
  รู้ว่าตรงไหนที่เป็นจุดบอด นี่ถือเป็นหน้าที่ของครูเลยนะ ประเด็นคือมีผู้ปกครอง
  หลายท่านไปโทษลงที่เด็กว่า เด็กจะต้องเข้าใจง่าย ต้องสนุก ทั้งที่จริงๆ เป็น
  หน้าที่ของครูทั้งหมด หน้าที่ของเด็ก คือหลังจากที่เข้าใจแล้ว จะต้องไปหัด
  ทำโจทย์ ทบทวน ยิ่งทำโจทย์เยอะยิ่งดี
เพราะช่วยทำให้คล่องแคล่วมากขึ้น   ทวนเยอะก็ยิ่งทำโจทย์ได้เร็ว พอครบองค์ประกอบแล้ว เด็กก็จะสนุกเองครับ
  หรือถ้าไม่ใช่หน้าที่ของครู ก็ต้องเป็นหน้าที่ของหนังสือแบบเรียนที่ต้องเขียนโดย
  ละเอียด แต่จริงๆ แล้วก็ต้องกลับมาที่ครูอีกเหมือนเดิม เพราะเด็กไม่ได้เรียนมา
  ทางคณิตศาสตร์โดยตรง ให้เขาไปอ่านหนังสือเองต่อให้ดีแค่ไหน บางทีเขาอ่าน
  ก็ต้องการคำชี้แนะ ดังนั้นตัดไปที่ครูอย่างเดียวเลยครับ ส่วนเด็กมีหน้าที่เข้าใจ   ทบทวน และจำครับ
  พี่ผึ้ง : การเปลี่ยนแปลงระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เป็นระบบ
  แอดมิชชั่นมีผลกระทบต่อวิชาคณิตศาสตร์ และนักเรียนหรือไม่ อย่างไร

  อ.ศุภฤกษ์ : เท่าที่ดูข้อสอบที่ผ่านมา ข้อสอบยังคงเหมือนเดิมตอนแรกผมคิด
  ว่าจะง่ายลง แต่สุดท้ายก็เหมือนเดิมครับ คือก่อนที่การสอบเอ็นทรานส์กำลังจะ
  จบลง ซึ่งผมขอเรียกว่า “เอ็นทรานส์กำลังจะล่มสลาย” ข้อสอบยากมากตลอด
  5 ปีติดต่อกัน ถึงจะไม่มีอันไหนเป็นโอลิมปิก แต่ก็ยากสุดๆ เลยครับ คือจะไปว่า
  เขาออกเกินหลักสูตรก็ไม่ได้แม้แต่ข้อเดียว
ซึ่งเลขก็เหมือนกับภาษาอังกฤษ
  คือเราจะไปเอาศัพท์อะไรมาก็ได้ เลขก็เหมือนกันจะแต่งโจทย์อะไรก็ได้ สุดท้าย
  เปลี่ยนมาเป็นระบบแอดมิชั่นมีปีแรกสุดที่ง่ายลงมาหน่อย แต่A-netก็ยังยากอยู่ดี
ี       ส่วนระบบข้อสอบก็คล้ายๆ เดิม ก็คือข้อสอบเลขไม่มีใครสามารถที่จะเก็งได้
  เพราะว่าครูเลขหรือนักคณิตศาสตร์เขาไม่มีอะไรทำ เขามีอย่างเดียวคือการ
  ศึกษาวิจัย และแต่งโจทย์ อย่างวิทย์ยังมีไปนั่งทำ Lab และบางทีธุระเยอะ
  เวลาแต่งโจทย์ออกข้อสอบก็อาจมีที่เอามาจากข้อสอบเก่าบ้าง แต่เลขเขาไม่มี
  อะไรทำแล้ว แต่งโจทย์อย่างเดียว ดังนั้นถ้าเอาข้อสอบทุกสำนัก เช่นสมาคม
  คณิตศาสตร์ หรือโอลิมปิก มาเทรวมกัน จะเห็นว่าแทบจะไม่มีข้อไหนซ้ำกันเลย
  ทุกข้อจะมีความแปลกใหม่และแตกต่างกันไปหมด ผมคิดว่าแอดมิชชั่นไม่มีผล
  ต่อการเปลี่ยนแปลงระบบข้อสอบ แต่เปลี่ยนต่อภาพโดยองค์รวมว่า เด็กจะต้อง
  มีการวางแผนแบบใหม่ทั้งหมดเลยมีผลกระทบเยอะ เช่น มีประโยชน์ต่อเด็ก
  บางกลุ่มที่เขาเรียนได้เกรดดี หรือมีผลเสียต่อเด็กบางคนที่ไม่ได้เตรียมตัวมา
  ตั้งแต่ม.4 และมาปรับปรุงตัวได้ตอนม.5 – ม.6   บางทีมันก็ไม่ทันครับ
  พี่ผึ้ง : แนวโน้มข้อสอบ Admission ในวิชาคณิตศาสตร์มีทิศทางอย่างไร   และเน้นไปที่เนื้อหาส่วนไหนเป็นพิเศษคะ
  อ.ศุภฤกษ์ : เนื้อหาครอบคลุมทุกบทครับ แต่ว่าในแต่ละปีจะออกไม่เหมือนกัน
  บางปีก็ออกส่วนที่หนึ่ง 10 ข้อ ส่วนที่สอง 30 ข้อ สรุปก็คือข้อสอบไม่เยอะ
  พอเพียงและเวลาก็น้อยเกินไป คือเมื่อก่อน 3 ชั่วโมง แต่ตอนหลังตัดเหลือ
  2 ชั่วโมง ถึงจำนวนข้อจะน้อยลงจริง แต่ข้อสอบเป็นแบบถามว่าข้อใดถูก
  หรือข้อไหนผิด ดูแล้วมันเท่าเดิมครับ
คือผมอยากเสนอผ่านเว็บไซต์เด็กดีว่า
  ระบบการสอบน่าจะให้เวลาสอบเยอะขึ้น และข้อสอบก็ควรจะมีมากพอเพียง

  ซึ่งทางคนออกข้อสอบเขาก็คงเข้าใจจุดนี้ดี แต่ด้วยเวลาที่ทางส่วนกลาง
  กำหนดว่าต้อง 2 ชั่วโมง
       ดังนั้นผมอยากให้ข้อสอบเยอะพอสมควร เช่น สัก 70 ข้อ และแต่ละ
  ข้อถามไม่ต้องยากมากนัก แต่ควรมีข้อที่ซับซ้อนไว้ด้วย
ส่วนเวลาก็ให้เยอะๆ
  ไปเลยสัก 4 – 5 ชั่วโมง ไม่งั้นข้อหนึ่งก็มานั่งบีบ 3 หัวข้อ ยัดเข้าไป 3 เรื่อง
  แทนที่เด็กเข้าใจเรื่องนี้สามารถไปต่อคณะนี้ได้ แต่กลายเป็นว่าข้อนี้ต้องมา
  นั่งติดอีกหัวเรื่องหนึ่งก็เลย 0 คะแนนไปเลยข้อนั้น เป็นต้น
คิดดูขนาดคนเต็มยัง
  ได้แค่ 95 คะแนน เพียงคนเดียวแถมเป็นเด็กโอลิมปิกด้วย และที่เหลือมีอยู่
  บางปีที่ว่าคะแนนเกิน 50 มีแค่ 500 – 1000 คน ซึ่งแค่เด็กโรงเรียนดังๆ ก็เกิน
  1,000 คนเข้าไปแล้ว และที่เหลือก็ไปกองด้านล่างหมด แสดงให้เห็นว่าเป็น
  ข้อสอบที่ค่อนข้างยาก และเราจะเอาตรงไหนที่ไปแยกเด็กเก่ง เด็กปานกลาง
  หรือเด็กอ่อน สรุปคือว่า ข้อสอบจะต้องปรับใหม่และให้เวลาเยอะ แล้วเด็ก
  ก็จะดีขึ้น ในความคิดผมคือเราไม่ควรเน้นคิดเร็ว เพราะเครื่องคิดเลขก็คิดได้ แต่
  เราต้องเน้นคิดละเอียด คิดรอบคอบ คิดลึกซึ้ง ซึ่งก็ต้องให้เวลาเด็กมากขึ้นครับ
  ส่วนเนื้อหาบทเรียนที่ออกก็ไม่เน้นไปที่บทไหนเป็นพิเศษแล้วก็อิสระด้วยครับ
  แล้วแต่ปีด้วยครับว่าปีนี้จะออกเรื่องอะไร มีอยู่บางปีตรีโกณเรียนตั้ง 100 สูตร
  และเรียนเยอะมากเลย ออกข้อเดียว ที่เหลือก็ไปแซมและก็แซมนิดเดียว ถ้าจะ
  ไม่ออกก็น่าจะบอกกันก่อนได้ว่าจะไม่ออก และออกก็ยากด้วย กลายเป็นว่าแล้ว
  ที่เรียนไปล่ะจะเอาไปทำอะไร สรุปคือจำนวนข้อสอบน้อยเกินไปจนกระทั่งทุกบท
  ต้องมาผสมกัน คือเข้าใจว่าบูรณาการครับ แต่ว่ามันหลายเรื่องเกินไปครับ
  พี่ผึ้ง : สถาบันสอนคณิตศาสตร์ Sup’ k Center มีโครงการตอบแทน
  สังคมในรูปแบบอื่นๆ หรือไม่ อย่างไร

  อ.ศุภฤกษ์ : มีครับ อย่างเช่น สมเด็จพระสังฆราชฯ มีพระเมตตาประทาน
  พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าให้กับที่นี่ เพื่อให้เด็กได้บูชา เราเลยจัดงาน
  สมโภชพระบรมสารีริกธาตุขึ้น และมีงานบุณ และคิดสำคัญของงานคือ แจก
  หนังสือธรรมะของพระพุทธเจ้าและดอกบัวที่ใช้บูชา ให้แก่เด็กและประชาชน
  ทั่วไป ทุกอย่างเรายกให้ฟรีหมดครับ ส่วนโครงการตอบแทนสังคมอื่นๆ มีเยอะ
  ครับ เช่น บริจาคเงินให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนาของในหลวง , มูลนิธิขาเทียมของ
  สมเด็จย่า , วัดพระบาทน้ำพุของคนที่ติดเชื้อ HIV ซึ่งเขาก็จะจำได้ เพราะผม
  แต่งตัวไม่ค่อยเหมือนใคร , สร้างหอระฆัง และมูลนิธิเด็กอ่อนพญาไท ฯลฯ   ประมาณนี้ครับ
  พี่ผึ้ง : ในอนาคต สถาบันสอนคณิตศาสตร์ Sup’ k Center
  จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

  อ.ศุภฤกษ์ : สำหรับที่นี่ก็พัฒนาไปเรื่อยๆ แบบค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป แต่ไม่เคย
  หยุดนิ่งครับ ส่วนเอกสารของเราก็อัพเดทแทบทุกปี และพยายามดูแนวโน้ม
  ของระบบการเรียนการสอน และการดำเนินชีวิตของโลกทั้งหมด และนำมา
  ปรับปรุงไปเรื่อยๆ ให้ทันสมัยมากขึ้น อย่างเพลงคณิตศาสตร์ของเราก็แต่งใหม่ๆ
  เรื่อยๆ เพราะว่าต้องตามเทรนด์วัยรุ่น แต่เราไม่ได้เน้นเพลงนะครับ ที่สำคัญ
  เราเน้นทั้งหมด เพียงแต่ว่าเพลงมันแปลกกว่าที่อื่น แต่ทุกอย่างที่ว่าระบบการ
  ศึกษาควรมี เช่น พิสูจน์สูตร , หลักการ , สูตรลัด หรือข้อควรระวัง เราก็มีครบ
  หมดครับ แต่เราปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง สิ่งใดที่ดีเราเอามาให้เด็ก อาจปรับปรุง
  ให้เหมาะสมกับแต่ละโรงเรียนมากขึ้นครับ
  
  พี่ผึ้ง : ในฐานะที่เป็นครู สิ่งใดที่ทำให้รู้สึกภูมิใจและประทับใจ คืออะไรคะ
  อ.ศุภฤกษ์ : ผมรู้สึกภูมิใจ 2 เรื่อง คือเด็กที่เขาเคยเกลียดเลขแล้วก็หันกลับมา
  ชอบ และรักเลข อีกทั้งเกรดของเด็กก็ดีขึ้นด้วยกลวิธีการสอนของผมครับ ซึ่ง
  มันไม่ใช่ ปาฏิหารย์ แต่เป็นความเพียรพยายามของเด็กและวิธีการสอนของครู
  ครับ และเด็กที่ เก่งอยู่แล้วให้เก่งขึ้น ทำให้เขารู้ตัวว่าเขาเป็นคนเก่ง และพัฒนา
  ตัวเด็กให้ดีขึ้นๆ เมื่อ ไปเป็นตัวแทนของประเทศแข่งขันโอลิมปิกก็ประสบผล
  สำเร็จได้เหรียญทองกลับมา เป็นความภูมิใจให้กับผม(พี่ Sup’k)ตัวเองครอบครัว
  และประเทศชาติครับ อีกอย่าง หนึ่งที่ภูมิใจในตัวเอง คือ เวลาสอนจะพยายาม
  ตั้งใจสอนทุกครั้ง เหมือนกับการสอน ทุกครั้งคือการขึ้นเวทีใหม่ซึ่งผมรู้สึกตื่นเต้น
  และชอบทุกครั้งที่สอน โดยผมสอนเด็ก ด้วยความสุข เราก็สุขใจ เขาก็สุขใจ
  ผลลัพท์ที่ได้ก็คือความสนุกสนานเกิดขึ้น
        ส่วนความประทับใจครั้งแรกที่จำได้ คือตอนวันครูแรกๆ ที่เริ่มสอนเด็กเอา
  พวงมาลัยมาให้ บางทีเด็กเอาของขวัญวันครูเป็นปากกาไวท์บอร์ดมาให้ครับ
  บอกว่าให้พี่วาดดอกไม้ดอกเข็มเองล่ะกัน ผมก็ยังเก็บไว้อยู่ และพวกการ์ดที่เด็ก
  ส่งมาขอบคุณ ซึ่งก็เขียนมายาวแต่สรุปก็คือ เขาหายเกลียดเลขแล้ว หันกลับมา
  รักเลขแล้ว และมีอีกเรื่องหนึ่งคือว่า สาระของความสนุกเราก็มีแทรกธรรมะด้วย
  ครับ ในเวลาที่เหมาะสมและไม่มากนัก เล่าให้ฟังสนุก
เช่น เรื่องของการเจริญสติ
  เด็กจากขอนแก่นก็เขียนมาให้ว่า มันเวิรก์และใช้ได้ผลจริงๆ ครับ จากที่เคยทำ
  อะไรแล้วทุกข์ใจ ถึงจะยังทุกข์ใจอยู่ แต่สติทำให้เข้าใจถึงสาเหตุของความทุกข์
  มากขึ้น และระยะทางที่ทุกข์มันสั้นลง จากที่เราเคยนั่งเบื่อได้ 2 ชั่วโมง พอมีสติ
  ขึ้นมาแว๊บหนึ่งระลึกรู้ ความเบื่อดับวับเลยหายไปต่อหน้าต่อตา ก็มีเด็กหลาย
  คนที่เราสอนเขาเอาไปทำได้ ซึ่งจริงๆ สติเป็นธรรมขั้นสูง แต่เด็กก็ทำได้ง่ายๆ
  ซึ่งเราก็ประทับใจและภูมิใจ ที่ผู้ปกครองหลายคนบอกว่า ลูกของเขาก็เปลี่ยนไป
  ในทางที่ดีขึ้น คือเราสามารถหาความสุขตั้งแต่ตอนนี้ โดยนำเรื่องสติของพระ
  พุทธเจ้าไปใช้ แล้วน้องๆจะมีความสุขในปัจจุบันครับ นี่คือสิ่งที่ผมสอนเด็กๆ ครับ
  พี่ผึ้ง : อาจารย์อยากจะฝากอะไรถึงน้องๆ ชาวเด็กดีที่กำลังศึกษาอยู่คะ
  อ.ศุภฤกษ์ : ขอให้น้องๆ ที่เข้ามาอ่านเว็บไซต์เด็กดีนะครับ ซึ่งตัวผมเองก็เข้า
  บ่อยและรู้สึกว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีสาระและมีอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจอยากให้
  น้องๆ เป็นคนที่ขยันฝึกอ่านเข้าไว้และหมั่นศึกษาหาความรู้ ยิ่งอ่านเยอะก็ยิ่งจะ
  เป็นการเปิดโลกกว้าง การดูทีวีก็มีประโยชน์แต่ก็ในปริมาณที่เหมาะสม แต่การ
  อ่านมีประโยชน์แน่นอน นักปราชญ์ทุกคนบอกว่าให้อ่าน อ่านได้ทุกอย่างทั้งส่วน
  สาระและความบันเทิง ซึ่งจะทำให้เราเชื่อมโยงความรู้ทั้งหมดได้ว่ามันหมาย
  ความว่าอย่างไร
แล้วก็ทบทวนบ่อยๆ ก็จะทำให้ผลการเรียนดีขึ้น และควรแบ่ง
  เวลาให้เป็น นี่คือฝากในเรื่องของการเรียน
         ส่วนเรื่องของการใช้ชีวิต คือขอให้ใช้ชีวิตให้มีความสุขตลอดเวลา คือเรา
  อย่าไปแสวงหาความสุขในภายหน้า เพราะคนชอบคิดว่าไปหาความสุขกาย
  สบายใจในอนาคต เช่น คนที่เรียนจบมหาวิทยาลัยก็คิดว่าถ้าเราหางานดีๆ ได้
  คงจะมีความสุขไม่น้อย ทั้งที่จริงๆ แล้วทุกคนสามารถมีความสุขได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้
  ถ้าเป็นการเรียนก็ให้เรียนด้วยความสนุกและมีความสุขครับ ซึ่งผมได้ฟังพระท่าน
  บอกมา ส่วนที่ผมเจอเอง คือเรื่องสติที่พระพุทธเจ้าสอนโดยตรง สติฝึกแล้วมี
  แต่ประโยชน์ไม่มีโทษ อย่างทุกครั้งที่เราระลึกรู้ถึงสติได้ ความโกรธที่มีอยู่ในใจ
  จะดับวับเลยครับ ความสุขก็จะโชยขึ้นมา และความสุขก็เป็นเหตุให้เกิด
  สมาธิตามมา และปัญญาก็จะเกิด ซึ่งผมได้ลองปฏิบัติมาแล้วมันเกิดขึ้นจริงๆ
  ครับ ซึ่งมีหลายคนสรุปผิดๆ คิดว่านั่งสมาธินานๆ แล้วจะสงบสุขขึ้นในสักวันหนึ่ง
  จริงๆ แล้วไม่ใช่ ความสุขต่างหากเป็นเหตุให้เกิดสมาธิ เช่น น้องๆ ชอบเล่นเกมส์
  มีสมาธิตั้งมั่นในการเล่นเกมส์ได้นาน ซึ่งเด็กที่นำไปฝึกปฏิบัติมาแล้วครับกับ
  วิชาที่เขาเบื่อๆ เขาก็มีสมาธิตั้งมั่นได้นานขึ้นครับ
สรุปมี 3 อย่าง ที่อยากฝาก
  ไว้ว่า เมื่อเป็นเด็กหน้าที่ของเราคือ 1. การอ่านทุกอย่าง เช่น เข้าเว็บไซต์ก็อ่าน
  เนื้อหาสาระความบันเทิงที่ดีและน่าสนใจ 2. เรียนตามหน้าที่ของเราและกตัญญู
  ต่อพ่อแม่ทำตั้งแต่ตอนนี้ไม่ต้องรอเราแก่ตัวลง เช่น พ่อแม่เหนื่อยๆ ก็หาน้ำให้
  ท่านดื่ม 3. เรื่องของการใช้สติ สติมีประโยชน์ทุกทางทุกสถานที่ ใช้ได้ทุกเวลา


      น้องเพลง จากโรงเรียนมาแตร์ เดอี วิทยาลัย
          เดิมหนูไม่ชอบวิชาเลขเลย ไม่ชอบมากๆ แต่พอเรียนกับพี่ Sup’ k
   สนุกมาก พี่เขามีวิธีการถ่ายทอดเนื้อหาได้ดีมากๆ ทำให้หนูตั้งใจเรียน และ
   เนื้อหาที่สอนก็อัดแน่น บางทีเวลาสอนๆ อยู่ ถ้าเขาเห็นนักเรียนเริ่มเครียด
   พี่ Sup’ k ก็จะเล่าเรื่องสั้นๆ คลายเครียด หรือเปิดเพลงคณิตศาสตร์ที่
   พี่ Sup’ k แต่งเองค่ะ เช่น เชิงซ้อนร่วมใจ , ตรีโกณลาลาลา , จากออย
   เลอร์คนไกล , ตรีโกณดูแลไม่ได้ เป็นต้นค่ะ ซึ่งหนูชอบมากๆ ขนาดเรียน
   ตั้งนานแล้วยังจำได้อยู่
          พี่ Sup’ k แต่งเพลงขึ้นมา เพื่อช่วยเรื่องจำสูตรลัดทางคณิตศาสตร์
   และบางเพลงก็จะมีเทคนิคและข้อควรระวังอยู่ด้วยค่ะ ทำให้ไม่ต้องเสีย
   เวลามานั่งท่องจำ และพี่ Sup’ k จะใจเย็นมากเวลาสอน เราไม่เข้าใจตรง
   ไหนถามได้ทันที ถามปุ๊บตอบปั๊บเลยค่ะ ส่วนการแต่งตัวของพี่ Sup’ k
   ก็ธรรมดานะคะ เป็นเสื้อเชิ้ต + กางเกงขายาว แต่ดูดีค่ะ ส่วนหน้าตา+
   ทรงผมประมาณดาราเกาหลีเลยค่ะ และหนูคิดว่า พี่ Sup’ k เหมือนกับสีฟ้า
   ค่ะ เพราะ พี่ Sup’ kเป็นคนใจเย็น ใจดี ร่าเริง สนุกสนาน แล้วก็จริงใจมากๆ
   ซึ่งสีฟ้าน่าจะเข้ากับพี่เขาได้ดีที่สุดค่ะ


            น้องมุก จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
               พี่ Sup’k ทั้งสอนสนุกและเข้าใจง่ายคะ และพี่เขาก็เป็นคนที่อารมณ์ดี
       และสอนแบบไม่เคร่งเครียด ทำให้เรียนได้สบายๆ ที่สำคัญพี่ Sup’k ดูจะ
       เข้าใจเด็กมากๆ ค่ะ เห็นได้จากเอกสารการเรียนที่พี่เขาทำเองคะ และเวลา
       ที่รู้สึกง่วงเหงาหาวนอน พี่ Sup’k ก็จะสังเกตเห็น แล้วก็เริ่มเล่าเรื่องที่มี
       ประโยชน์ หรือเรื่องสนุกๆ ให้ฟังกัน ทำเอาหายง่วงเลยค่ะ พอนักเรียน
       เริ่มเพลิน พี่เขาก็จะกลับเข้าเรื่องเดิมค่ะ
                พี่ Sup'k ก็จะชอบร้องเพลงโดยแต่งเพลงที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ค่ะ
       เช่น เพลงการแปรผัน โดยเพลงนี้จะใช้ทำนองของการ์ตูนเรื่องโดเรมอนค่ะ        ซึ่งหนูรู้สึกชอบที่เอาเพลงมาสอนมากเลยค่ะ เพราะช่วยให้จำอะไรได้ง่ายขึ้น
       และหนูยังรู้สึกประทับใจในพี่ Sup’k หลายอย่าง เช่น พี่เขาก็จะเน้นเรื่องการ
       มีสติหรือการรู้สึกตัวค่ะ เวลาเรียนก็จะได้มีความสุข คือ เบื่อก็รู้ ง่วงก็รู้
       มีความสุขก็รู้ แล้วตัวพี่ Sup'k จะเป็นคนชอบย้ำอะไรบ่อยๆ นะคะ เช่น
       การใส่วงเล็บ พี่ Sup’k จะคอยเตือนจนขึ้นใจเลยค่ะว่า อย่าลืม "ฝันวงเล็บ"
       หรือ "ตรัสรู้วงเล็บ" คือต้องรู้ว่าเวลาไหนควรใส่วงเล็บ จนหนูติดไปใช้ที่
       โรงเรียนไม่ลืมเลยค่ะ ส่วนตัวหนูคิดพี่ Sup’k เหมือนสีลายสก็อตนะคะ
        สีขาว หมายถึงกระดาษ สีดำก็คือน้ำหมึก ซึ่งหมายถึง โจทย์เลข นั่นเองค่ะ
เมาท์เท่ๆกับพี่ Sup'k
  คำพูดติดปาก   ไม่เครียดใช่มะ งั้นเรามาลั่นล้ากันต่อนะ
  มุขเด็ดประจำตัว   พี่ไม่เคยทำผิด เพราะเป็นถึงตัวแทนเลขโอลิมปิก 2 ปีซ้อน
  เรื่องขำๆ ในคลาส   เด็กกินข้าวโพดต้ม ขณะครูSup’k เล่าเรื่องตลก
  แล้วหัวเราะพ่นเม็ดข้าวโพดเต็มจอทีวีเลย
  วิธีแก้เผ็ดเด็กกวน   ส่งไมค์ให้ตอบคำถาม (ได้ผลชะงักนักแล)
  มุมสวยหล่อของอาจารย์   ตอนลืมตากว้างๆ (รูม่านตาขยายถึงขีดสุด)
  เสื้อผ้าตัวเก่ง   ชุดอะไรก็ได้ ที่เหมือนดารานักร้องสุดHot
  ของที่พกติดตัวเป็นประจำ   กระเป๋า 1 ใบ ที่มีของทุกอย่างในนั้น (กระเป๋า 4 มิติ)
  นิสัยแบบนี้ใช่เลย   ตลก ขี้เล่น ธรรมะ ธัมโม
  คติประจำใจ   ขยัน กตัญญู รู้หน้าที่ ทำความดี มีศีลห้า เจริญปัญญา
  เครื่องลางนำโชค   รูปพ่อ รูปแม่
  สีที่ชอบ   สีฟ้า

พี่ปอน
พี่ปอน - Webmaster Chief Commercial Officer (CCO)

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

335 ความคิดเห็น

^*^Unnamed=ข่อยบ่มีชื่อดอก^*^ Member 5 ก.ย. 50 17:31 น. 1
พี่ซุปสอนดี .. แต่แอบถึก T^T
ม้วนละ 3 ชม.แน่ะ..

เด็กกินข้าวโพดต้ม ขณะครูSup’k เล่าเรื่องตลก
  แล้วหัวเราะพ่นเม็ดข้าวโพดเต็มจอทีวีเลย
>> แล้วพอมาเล่าคอร์สม.5 ก็มีคนพ่นน้ำใส่หลังคนอื่นด้วย
555555+
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
มด เด็กรอบวีดีโอ 5 ก.ย. 50 17:41 น. 3
พี่ซุป สอนดีน้า ทำให้นู๋เข้าใจเลขขึ้นตั้งเยอะ จะเรียนที่ซุปเคต่อไป เย้ๆๆๆๆๆๆ อยากไปเรียนสดจัง แต่ว่ามันไกลบ้านอะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
อาร์เทมิสเทวีแห่งดวงจันทร์ Member 5 ก.ย. 50 19:05 น. 7
อุ๊ยตาย! อ่านของตัวเองแล้ว... >//< เอาลงจริงๆหรอคะเนี่ย.. ลายสก๊อต .... ขอยืนยันค่ะ ว่าพี่ Sup'k เป็นครูที่ดีมากๆๆๆๆ !!!
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
นร. สาขางามวงวานศ์ 5 ก.ย. 50 21:47 น. 14
เจ้าหน้าที่ๆ 555+ ปิดแอร์ที น้องๆหนาว สอนหนุกโคตรๆ ฮากระจาย รู้เรื่องอีก สุดยอด ซุปเค **
0
กำลังโหลด
HIPPY 5 ก.ย. 50 21:53 น. 15
พี่ซุปสอนดีจริงๆอันนี้ขอยืนยัน ส่วนเรื่องฮาก็ฮาโลกแตกเลย555+ คือแบบว่าสามารถทำให้เด็กม.ต้นคนหนึ่งฉี่แตกกลางห้องส่วนตัวเลยอ่ะ แล้วพี่พนง.ก็มาเช็ดพื้นให้ 555+ (คิดแล้วตลกดี) สุดท้ายนี้...ขอบคุณพี่ซุปมากค่ะที่ทำให้รักเลขมากขึ้น ^_^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด