เทคนิคการทำข้อสอบให้ได้ A ตอนที่ 2 ลงมือทำข้อสอบ...อัตนัย

  สวัสดีครับน้องๆ พี่ปอกลับมาแล้วครับกลับเคล็ดลับการทำข้อสอบ ตอนที่ 2 ก่อนอื่นก็ต้องขอโทษน้องๆด้วยนะครับที่ล่าช้านิดหน่อย แหะๆ ขอโทษจริงๆครับ แล้วพี่ปอก็ต้องขอบคุณน้องๆทุกคนด้วยนะครับที่ชอบเคล็ดลับการทำข้อสอบของพี่ปอ เอ…ชอบหรือเปล่าวหว่า อิอิ ยังไงก็ตามวันนี้พี่ปอก็มีเคล็ดลับการทำข้อสอบ ตอนที่ 2 มาฝากกันครับ

 

   ก็ตอนที่แล้ว พี่ปอได้กล่าวถึงปฐมบทก่อนสอบ ก็คือการอ่านหนังสือไปแล้วใช่ม๊า  วันนี้เราก็จะมาเรียนรู้เทคนิคการลงมือทำข้อสอบกันเลย

 

    ก่อนเข้าห้องสอบ

  

    1.เตรียมอุปกรณ์การสอบให้พร้อม      ก่อนที่เราจะเดินทางไปสอบเราก็ควรจะตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า มีอุปกรณ์ที่ต้องใช้สอบพร้อมหรือยัง เช่น พวกดินสอ ยางลบ ปากกา ไม้บรรทัดต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เขาจะมีการบอกก่อนสอบเลยว่าใช้อุปกรณ์ใดในการสอบ เช่น ดินสอ 2B อะไรแบบนี้ น้องๆก็ควรจะหาข้อมูลเรื่องนี้ด้วยนะครับ เรื่องอุปกรณ์เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะถ้าไปถึงที่สอบแล้ว ไม่มีล่ะ แย่เลยนะ อ้อ แล้วก็ควรจะเตรียมไปมากกว่า 1 ชิ้นนะครับ เช่น ดินสอ 2B ก็ควรเตรียมสัก 2 ด้าม เตรียมที่เหลาดินสอไปด้วยก็ดี  เผื่อฉุกเฉินไงครับ กันไว้ดีกว่าแก้น๊า 

 

    2. ควรไปก่อนเวลาสอบ อย่างน้อยสัก ครึ่ง ชม.   ก็พูดถึงการเตรียมอุปกรณ์การสอบไปแล้ว การเตรียมตัวก่อนเข้าห้องสอบอีกอย่างก็คือ ไปก่อนเวลาสอบสัก ครึ่ง ชั่วโมง เผื่อเวลาไว้สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น เวลาเดินทางไปสอบแล้วรถติดไรงี้ หรือไม่ก็ถ้าไปถึงที่สอบตรงเวลาเป๊ะเลย แต่เราลืมของ ลืมอุปกรณ์ที่ใช้ในการสอบ แล้วเราจะไปหาที่ไหนล่ะ อย่างพวกห้องสอบอีก ถ้าเรายังไม่รู้ห้องแล้วไปตรงเวลาเป๊ะ ไม่เผื่อเวลาไว้เลย เราก็จะเข้าสอบไม่ทันเพราะมัวแต่เสียเวลาหาห้องสอบอีก แย่เลยน๊า

 

3.     จากข้อ 2 พูดถึงเรื่องห้องสอบ พี่ปอก็ขอแนะนำว่า น้องๆควรหาข้อมูลไว้เลยนะ จดไว้เลย แปะไว้ที่ห้องนอน หัวเตียงหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เห็นชัดๆ เก็บไว้ในกระเป๋าเลยยิ่งดี เผื่อเวลาไปที่สอบแล้วจะได้หยิบมาดูได้  ว่าแต่ละวิชาสอบห้องไหน กี่โมง และมีวิชาอะไรบ้างที่ต้องสอบในวันนั้นๆ พูดง่ายๆก็ตารางสอบน่ะแหล่ะ ถ้าเป็นการสอบระดับประถม มัธยมคงไม่มีปัญหาหรอกเพราะว่าส่วนใหญ่สอบห้องเดิมทุกวิชาเลย  แต่ถ้าเป็นระดับมหาวิทยาลัย แต่ละวิชาก็จะสอบห้องต่างๆกัน เวลาต่างๆกัน พี่ปอเคยเจอมาแล้ว ไม่ได้จดห้องสอบไว้  พอถึงเวลาสอบจริงๆกว่าจะหาห้องสอบเจอ เล่นซะพี่ปอหอบแฮ่กๆเลย

  

   4.  ควรกินอะไรรองท้องไปก่อนสอบ ข้อนี้สำคัญมากๆเลย เพราะถ้าไม่กินมันจะหิว หุหุ ถ้าหิวในห้องสอบล่ะ แย่เลย

   

5.     สูดหายใจลึกๆ  เดินเข้าไปในห้องสอบ  แล้วคิดในใจว่า วันนี้เราจะมาเก็บ A สู้ตายครับ/ค่ะ

 

  ลงมือทำข้อสอบ

 

  เอาล่ะ มาถึงการทำข้อสอบซะที เมื่อกี้พี่ปอพรรณนาไปซะยืดยาวเลย แหะๆ เอ้า มาลงมือทำข้อสอบกันเลย ลุย!!! อ๊ะๆๆ อย่าเพิ่งลุยๆ อย่าใจร้อนครับน้องๆ เมื่อได้รับข้อสอบมาแล้ว เขียนชื่อ นามสกุล แล้วก็รายละเอียดที่มี ใส่ให้ครบก่อน  เพราะว่าถ้าเขียนไม่ครบโดยเฉพาะชื่อ นามสกุล แล้วท่านอาจารย์จะรู้ได้ไงล่ะว่าเป็นของใคร จริงม๊า 

 

  พอเขียนชื่อเสร็จ ก็อ่านคำสั่งของข้อสอบว่าเขาให้ทำอะไร อ่านให้ละเอียดก่อนแล้วค่อยทำ เพราะว่าพี่ปอเคยมาแล้ว เขาสั่งให้วงกลมหน้าข้อที่ถูก แต่ดันไปกากบาทซะ แล้วเปนไงล่ะ ออกมา กินไข่ต้มเลย ก็เราทำผิดคำสั่งเขานิ ดังนั้นอ่านคำสั่งให้รอบคอบก่อนนะครับน้องๆ

 

  

 

   ทีนี้ถึงเวลาทำข้อสอบจริงๆแล้วล่ะ  พี่ปอจะถ่ายทอดเทคนิคการทำข้อสอบอัตนัยก็ที่มีแต่ให้เราเติมคำน่ะแหล่ะก่อนละกันนะ เพราะพี่ปอคิดว่ามันคงเป็นที่น่าลำบากใจสำหรับน้องๆส่วนใหญ่มากเลยล่ะ

 

   ลงมือลุย…ข้อสอบอัตนัย

 

   1.ส่วนใหญ่แต่ละวิชา เจ้าข้อสอบอัตนัยมันจะอยู่รวมๆกับข้อสอบปรนัยหรือมีช้อยให้เลือกตอบอ่ะแหล่ะ ถ้าเป็นข้อสอบที่มีทั้งสองแบบ แบบนี้ ถือว่าหวานหมูเลยล่ะน้องๆ เอ้า หวานหมูยังไงน่ะหรอ  ก็เพราะส่วนใหญ่ สิ่งสำคัญที่เราจะนำมาใช้ได้ในส่วนของอัตนัย มันจะมีอยู่ในข้อสอบแบบเลือกช้อยน่ะสิ อย่างเช่น ในโจทย์ในส่วนของอัตนัยเขาให้เราแสดงวิธีทำของอะไรสักอย่าง แต่เราจำสูตรไม่ได้ เอ้า แย่เลยทีนี้ ไม่แย่ครับน้องๆ น้องๆลองกลับไปมองในส่วนของตัวข้อสอบแบบเลือกช้อยก่อน มันมักจะมีสูตรโผล่มาอยู่ในแต่ละโจทย์ ไม่เชื่อก็ลองดู พี่ปอเจอมาบ่อยแล้ว ฮ่าๆๆ ถ้ามันไม่ได้ออกแนวที่ว่ามีสูตรอยู่ในข้อสอบแบบช้อย มันก็จะมีจุดสำคัญๆในข้อสอบแบบเลือกช้อยที่เราสำมาใช้ในข้อสอบอัตนัยได้ ถ้าเรามีความรู้ อ่านหนังสือมาบ้าง แต่จำไม่ได้ทั้งหมด แบบพอเห็นแล้วคุ้นๆไรงี้

 

  

 

   2. ถ้าวิชานั้นมีแต่ข้อสอบแบบอัตนัยล่ะ น้องๆหลายคนพอเห็นแล้วก็คงจะบอกกับตัวเองว่า ความว่างเปล่าคือสัจธรรมของการทำข้อสอบอัตนัย ฮ่าๆ แต่น้องๆจะไม่ได้บอกกับตัวเองแบบนี้แน่นอนถ้าน้องๆอ่านหนังสือมาอย่างดี แล้วทำอย่างที่พี่ปอจะบอกต่อไปนี้

 

     - ถ้าเป็นข้อสอบประเภทความจำ อย่างพวกสูตรคณิตศาสตร์อะไรแบบนี้ น้องๆควรจะเขียนสิ่งที่เกี่ยวข้องทั้งหมดลงในตัวโจทย์เลยก็ได้ หรือไม่ก็ที่ว่างๆแหล่ะ เพื่อจะได้เป็นการทบทวนความรู้ทั้งหมดที่อ่านมาแล้วกันลืมเวลาที่ทำข้อสอบไปเยอะๆแล้วเบลอ

     

     - ถ้าเป็นข้อสอบประเภทวิเคราะห์ หรือบรรยาย พยายามหาประเด็นให้ได้ว่าโจทย์ถามอะไร แล้ววิเคราะห์ทีละจุด แบบแยกย่อยๆแล้วค่อยๆมารวมเป็นคำตอบที่สมบูรณ์

   

     - ทั้งข้อสอบประเภทความจำ ประเภทวิเคราะห์ รวมถึงแบบอื่นๆที่พี่ปอไม่ได้กล่าวถึง แล้วมันมีเปล่าหว่า ถ้าเรารู้อะไร ก็ควรใส่ลงไปก่อนเลย อย่างน้อยก็จะได้คะแนนบ้างล่ะเชื่อสิ อ้อ แล้วที่สำคัญ เจอข้อสอบแล้วอย่ากลัวนะ คิดซะว่ามันก็คือกระดาษแผ่นหนึ่งที่พอเราเขียนลงไปแล้วเราได้ A

 

    เอาล่ะ วันนี้ก็ขอจบลงที่ข้อสอบอัตนัยก่อนแล้วกัน แล้วตอนหน้าพี่ปอจะมาแนะนำการทำข้อสอบแบบเลือกช้อยกัน รับรองว่าเด็ดแน่ๆ

 

    แหะๆ ถ้าจบไปแบบนี้ น้องๆคงไม่พอใจพี่ปอแน่ๆ ก็พี่ปอยังไม่ได้เฉลยเจ้าเส้นยาแดงผ่าแปดเลยนี่นา เอ้า มาดูคำเฉลยพร้อมๆกันเลย

 

    เส้นยาแดงผ่าแปด ถ้ามองให้ดีๆจะรู้ว่าเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนเรา เราก็ต้องมามองต่อ 2 ประเด็นว่า 1. คำพูดหรือประโยคอะไรบ้างล่ะ ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตคนเรา 2. อะไรบ้างล่ะที่เกี่ยวข้องกับการผ่าแล้วได้แปด

 

    มาวิเคราะห์ประเด็นแรกก่อน เอาที่น้องๆเคยได้ยินมาบ่อยๆละกันนะ

-         ผู้ชายอกสามศอก

-         สามวัน จากนารีเป็นอื่น

-         พูดไปสามไพ่เบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง

-         ชักแม่น้ำทั้งห้า  ฯลฯ

 

  อะไรแบบนี้เป็นต้น ซึ่งมองดีๆจะเห็นว่า การนับหรือทำอะไรต่างๆจะไม่เกินสามเลย เพราะจิตสำนึกของคนเรา มักทำได้แค่สาม ดังนั้นคำตอบของประเด็นที่สองก็จะตามมาแล้วล่ะ แล้ว อะไรล่ะที่เกี่ยวกับการผ่าแล้วได้แปด ก็ผ่าสามครั้งไงล่ะ อย่างที่เราได้คำตอบมาจากประเด็นแรกแล้ว  เป็นไงล่ะ เข้าใจในคำตอบหรือยังครับน้องๆ  พี่ปอคิดว่าน้องๆอาจจะ งงๆ กับคำตอบ แต่นี่ก็คือการทำโจทย์อัตนัยแบบวิเคราะห์อย่างหนึ่ง พี่ปอจะสอนเทคนิคการคิดวิเคราะห์ให้อีกครั้งในตอนสุดท้ายนะครับน้องๆ

 

   สำหรับวันนี้ลาไปก่อนครับ แต่ก็ไม่ได้ลากันไปอย่างเปล่าๆนะ พอดีพี่ปอเห็นมี comment หนึ่งพูดถึง หมาดำ แล้วพี่ปอเลยนึกถึงโจทย์ข้อหนึ่งขึ้นมา โจทย์ที่ว่านี้ก็คือ ทำไมคนไทยเรียกหมาที่มีสีดำว่าหมาดำ แต่ฝรั่งเรียกว่า black dog (ถ้าแปลแบบตรงตัวเลยมันก็จะได้ว่า ดำหมา) ตอบกันเข้ามานะครับ แล้วพี่ปอจะมาเฉลยในคราวหน้าอีกเช่นเคย

 

  สุดท้ายนี้ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ อย่าลืมติดตามตอนต่อไปล่ะ ขอบคุณน้องๆทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ครับ

   

 

 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

15 ความคิดเห็น

ครายหว่า 2 พ.ย. 50 10:31 น. 1
ก็เพราะว่า ฝรั่งถ้าแปลเป็นไทยแล้วมันต้องแปลจากข้างหลังมาข้างหน้า ค่ะ (ถูกอะป่าว หว่า) ผิดก็ม่ายเปงไร อิอิ
0
กำลังโหลด
ถ้าเธอไม่รู้...แล้วใครจะรู้ 3 พ.ย. 50 20:28 น. 2
พี่ปอ...คร๊าบ ไม่ได้มาตอบคำถามอย่างเช่นใคร แต่ขอมาบอกข้อผิดพลาดนะครับ หวังว่าคงไม่โกรธกัน คือ พี่ปอเขียนว่าดินสอ 2B "ด้าม" ซึ่งความจริงแล้วดินสอมีลักษนามเป็น "แท่ง" นะครับ ถ้าเป็นไปได้ขอให้แก้ข้อผิดพลาดด้วยครับ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ป.ล. เรื่องหมาดำนี่คุ้นๆอีกแล้วนะครับ แต่สนใจ"คนดำ" มากกว่าอ่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
11234 Member 6 พ.ย. 50 13:30 น. 7

เราเจอแต่ที่มันวิเคราะห์แหละๆแต่ว่าอยากจะบอกว่า เรื่องที่ดูที่นั่งสอบกับห้องสอบแหนะๆ 

เป็นอย่างนั้นจริงๆแหละๆ ถ้เกิดไม่ดูไปก่อนต้องแย่แน่ๆตอนที่ไปถึงอ่า

อีกอย่างนึงยิ่งถ้าเกิดมหาลัยใหญ่นะๆ หากันตาย บางทีเรียนมา สามสี่ปียังไม่รู้เลยว่า

สอบที่ไหนอาจารย์ชอบใช้ห้องสอบใหญ่ แต่ว่าเวลาเรียน เรียนห้องเล้กๆ

0
กำลังโหลด
dragonzan Member 6 พ.ย. 50 14:18 น. 8

ข้อสอบอัตนัยยากมากค่ะ แต่มันยากกว่าถ้าเป็นภาษาอังกฤษ (แกรมม่าวินาศสันตโรโอชา)
จากคำถาม "ทำไมฝรั่งเรียกว่า Black dog ทั้งที่คนไทยเรียกว่า หมาดำ" คือ...
ไม่ทราบค่ะ ทราบแต่ว่าภาษาอังกฤษคำขยายเอาไว้ข้างหน้า แฮะๆ
สงสัยว่าทำไมภาษาอังกฤษมันไม่มีลักษณะนามคะ
เช่น หมา 1 ตัว เป็น a dog...

0
กำลังโหลด
พี่ อิน 6 พ.ย. 50 17:53 น. 9
เชิญน้องๆ ม. ปลายที่มีความสนใจทางด้านพันธุศาสตร์เข้าร่วมโครงการ Genetics Youth camp ครั้งที่6 ที่คณะวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์จ้า!!! สนใจเข้าไปดูรายละเอียดกันได้ที่ http://genet25.exteen.com น่ะค่ะ!!!!
0
กำลังโหลด
thearmer Member 6 พ.ย. 50 18:34 น. 10
จเจอมากับตัวเรื่องข้อสอบอัตนัย ข้อนั้นคิดไม่ออกนะ เเต่พอกลับไปดูข้อช้อย คุ้นๆตา วิธีทำคล้ายกันนี้นา เลยงจนทำได้
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
[T]o{M}o[N] 10 ม.ค. 53 00:11 น. 18
คิดแบบง่ายๆก็มันคนละภาษากันอ่ะคับ ความคิดต่างกัน การใช้ภาษาที่แตกต่างกัน มันจึงเขียนต่างกันคับ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด