เทคนิคการทำข้อสอบให้ได้ A ตอนที่ 3 ลงมือทำข้อสอบ...ปรนัย

     สวัสดีครับน้องๆ มาเจอกันอีกครั้งนะครับ ในตอนที่ 3 ของเทคนิคดีๆทำข้อสอบอย่างไรให้ได้ A น้องๆบางคนบอกว่า ทำข้อสอบให้ได้เกรด 4 ไม่ได้หรอ ทำได้สิครับน้องๆ เกรด A กับเกรด 4 ก็เหมือนกันนั่นแหล่ะครับ หุหุ เอาล่ะ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เรามาต่อกันเกี่ยวกับเรื่องราวเทคนิคการทำข้อสอบกันเลยดีกว่า สำหรับตอนนี้พี่ปอจะมาแนะนำเทคนิคการทำข้อสอบปรนัย หรือแบบเลือกช้อยนั่นแหล่ะครับ

 

     การทำข้อสอบแบบปรนัยหรือแบบเลือกช้อย ก็คือข้อสอบที่มีคำตอบมาให้เราเลือกตอบได้ บางข้อก็มีแบบ 3 ตัวเลือกบ้าง 4 ตัวเลือกบ้าง แล้วแต่คนสอบจะออกข้อสอบมา อันนี้ก็รู้อยู่แล้วใช่ไหมล่ะ เอ๊ะ แล้วพี่ปอจะบอกทำไม ก็เป็นการเกริ่นนำไงครับน้องๆ

 

     ทีนี้มาดูเทคนิคการทำข้อสอบปรนัยกันเลย

 

     1. ก่อนอื่นก็ทำแบบที่ครั้งที่แล้วพี่ปอก็ได้บอกไปแล้ว แต่ก็ขอย้ำอีกครั้งในครั้งนี้ ก็คือว่า ควรอ่านข้อกำหนดของข้อสอบในครั้งนั้นให้ดีก่อนว่า เขาให้ทำอะไร ยังไง แบบไหนอย่างเช่น บางครั้งข้อสอบชุดนั้นเขาอาจจะให้เรากากบาท บางชุดอาจจะให้วงกลม อะไรทำนองนี้ หรือบางครั้งก็อาจจะให้เราใช้ดินสอ 2B ฝนภายในวงกลมที่เขากำหนดไว้ในแต่ละช้อย ซึ่งส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะเจอแบบนี้ เราก็ต้องทำให้ถูกตามข้อกำหนด เพื่อนพี่ปอเคยมาแล้วแบบว่าลืมอ่านว่าเขาให้ทำแบบไหน ด้วยความเคยชินเลยกากบาท แต่จริงๆแล้วเขาให้วงกลมช้อยที่เลือก มันเลยได้ 0 ไปตามระเบียบ

 

     2. พออ่านข้อกำหนดต่างๆเสร็จแล้ว ก็ลงมือทำข้อสอบกันเลย หลักในการทำก็คือ อ่านโจทย์แต่ละข้อรอบหนึ่งก่อน ข้อไหนที่คิดแล้วได้คำตอบเลย ก็ทำสัญลักษณ์หน้าข้อนั้นไว้ก่อนแต่อย่าเพิ่งทำเลยนะ เดี๋ยวเรากลับมาเช็คอีกรอบ การทำแบบนี้อาจจะดูว่าช้านะแต่มันชัวร์ครับน้องๆ  ซึ่งพี่ปอว่ามันก้ไม่ช้ามากหรอกครับ ลองทำดู

    

     3. สืบเนื่องมาจากข้อ 2 ครับ เราก็เลือกทำข้อที่ทำได้ไปแล้วใช่ไหม ทีนี้เราก็มาพิจารณาข้อที่เรายังเว้นไว้ แล้วพอได้คำตอบก็ทำสัญลักษณ์ไว้หน้าข้อเหมือนเดิม

 

 4.     พอเราได้คำตอบทุกข้อแล้ว ก็พิจารณาทุกๆข้ออีกครั้งหนึ่ง พอตรวจ

เรียบร้อยหมดแล้ว ทีนี้ก็ถึงลงมือกากบาท วงกลม หรือฝนคำตอบ แล้วแต่โจทย์จะกำหนดตามช้อยที่เราได้ทำสัญลักษณ์ว่าเลือกไว้แล้วลงไปในกระดาษคำตอบ  ก็เป็นอันเสร็จสิ้นครับ

 

  

 

   น้องๆหลายคน คงจะสงสัยว่า นี่น่ะหรอ เทคนิคการทำข้อสอบที่พี่ปอนำมาฝากน้องๆ ทำไมมีแค่นี้เอง เอ๊ะ หรือว่ามันยังไม่หมด ใช่ครับน้องๆ ยังไม่หมดแค่นี้ครับ 4 ข้อที่กล่าวไปข้างต้นเป็นเทคนิคการทำข้อสอบปรนัยโดยรวมครับ ทีนี้เรามาดูเทคนิคในการทำข้อสอบแบบฉบับนายปอกันบ้างครับ

 

1.     ข้อสอบข้อไหนที่ทำไม่ได้ แต่ความรู้สึกมันบอกว่าคุ้นๆ ก็ลอง

สัญลักษณ์หน้าช้อยนั้นไว้ก่อน  เพื่อเก็บไว้พิจารณาอีกที

 

2.     ข้อสอบบางข้อจะสัมพันธ์ หรือเป็นแนวเดียวๆกลับอีกหลายๆข้อในข้อ

สอบชุดนั้น  ลองพิจารณาโจทย์ข้อนั้นเกี่ยวกับอะไร แล้วลองเปิดดูโจทย์ที

เหลือดู แล้วน้องจะพบว่ามันจะเป็นแนวทางในการหาคำตอบข้อนั้นได้

 

    3.  ถ้าเป็นข้อสอบที่ต้องใช้สูตร ลองมองทุกๆส่วน ทุกๆข้อในข้อสอบนั้น เพราะบางทีอาจจะมีสูตรหรือข้อมูลที่จำเป็นแฝงอยู่ในข้อสอบได้ อันนี้พี่ปอมีประสบการณ์โดยตรงมาแล้ว

 

4.ข้อสอบข้อไหนที่มีช้อย แบบว่าถูกทุกข้อ หรือ ผิดทุกข้อ หรือ ไม่มีคำตอบ ส่วนใหญ่ช้อยพวกนี้มันจะเป็นคำตอบที่ถูก เลือกได้เลย แต่ก็ต้องพิจารณาดูด้วยนะ

 

  5.ข้อสอบบางข้อเมื่อตัดช้อยแล้วจะได้คำตอบที่ถูกต้องทันที ลองพิจารณาตัดช้อยทีละช้อยดู แล้วจะได้คำตอบ

 

 6. ถ้าโจทย์ข้อไหนทำไม่ได้จริงๆ ลองเว้นไว้ก่อน ใจเย็นๆอย่าเพิ่งไปซีเรียส ทำใจให้สบาย เพราะบางทีการทำข้อสอบทำให้เรากดดันตัวเอง สิ่งที่เรารู้กลับกลายเป็นไม่รู้ ดังนั้นการทำใจให้สบาย จะทำให้เราสามารถคิดออกได้นะครับ

 

  7. อันนี้พี่ปอถือว่าสำคัญมากๆนะครับ ซึ่งเราสามารถใช้กับข้อสอบได้ทุกๆแบบไม่เฉพาะกับปรนัยนะครับ ข้อนี้ก็คือ พอได้ข้อสอบ อ่านข้อกำหนดต่างๆเรียบร้อยแล้ว เราควรจดสิ่งที่เรารู้ สูตรคำนวณต่างๆ ไว้เลย เพราะว่าอย่างที่บอกไปแล้วว่า ถ้าทำข้อสอบไปแล้ว เราอาจจะกดดันตัวเอง จนฟุ้งซ่านได้ พอฟุ้งซ่านแล้ว ความรู้ก็คงจะฟุ้งกระจายตามไปด้วย จริงไหมครับน้องๆ ดังนั้นจึงควรจดสิ่งที่รู้ สูตรคำนวนต่างๆไว้ตั้งแต่ต้นเลยครับผม

 

  8. ข้อนี้ขอเน้นย้ำอีกครั้งนะครับ เมื่อตอนที่แล้วพี่ปอก็บอกแล้วล่ะ เรื่องของอุปกรณ์ในการสอบ อย่าลืมเตรียมไปให้พร้อมนะครับ ยิ่งวิชาคำนวณในระดับมหาวิทยาลัย จะให้เรานำเครื่องคิดเลขไปใช้ได้ด้วยเพราะว่าตัวเลขมันเยอะจริงๆ ซึ่งถ้าเราลืมเอาไป เราจะทำข้อสอบได้ลำบากมากเลย ทั้งปรนัยและอัตนัย  พี่ปอเคยลืมมาแล้วครับ วิ่งกลับไปเอาแทบแย่เลย

 

  9. พอทำข้อสอบเสร็จ ก็ตรวจสอบอีกทีว่ามีอะไรตกหล่นไปไหม โดยเฉพาะ ชื่อ นามสกุล ชื่อวิชา รหัสวิชา รวมไปถึงรหัสต่างๆของเราด้วย เช่น รหัสประจำตัวเรา รหัสที่นั่งสอบของเรา อะไรทำนองนี้ครับ เช็คให้ดีนะครับ ไม่งั้นแย่แน่ๆ

 

  10. สุดท้ายแล้วล่ะของเทคนิคการทำข้อสอบแบบปรนัย ก็ถ้าข้อไหนน้องๆทำไม่ได้จริงๆ แบบว่าแย่แล้วล่ะ ไม่ได้เลย แบบมืดแปดด้านไปหมด ก็ให้น้องทำใจให้สบาย แล้วก็เลือกช้อยใดช้อยหนึ่งไปเลยครับ อย่าเว้นว่างไว้ เพราะยังไงมันก็มีโอกาสถูกบ้างล่ะ จริงไหมครับ

 

   ก็จบไปแล้วนะครับสำหรับเทคนิคการทำข้อสอบปรนัย ทีนี้ก็มาถึงการเฉลยคำตอบที่พี่ปอได้ถามคำถามไว้ในตอนที่แล้ว จำได้ไหมครับว่า พี่ปอถามไว้ว่าอะไร พี่ปอถามไว้ว่า ทำไมคนไทยจึงเรียกหมาที่มีสีดำว่า หมาดำ แต่ฝรั่งเรียกว่า blak dog หรือถ้าแปลตรงๆตามภาษาไทยเลยจะได้ว่า ดำหมา น้องๆได้คำตอบกันหรือยังครับ

 

    มาดูคำตอบกันเลยดีกว่าครับ

 

    เหตุผลที่คนไทยเรียกหมาหรือสุนัขที่มีสีดำว่าหมาดำเพราะว่า ตามจิตสำนึกของคนไทยนั้น เมื่อมองเห็นสิ่งต่างๆจะพิจารณาสิ่งนั้นก่อนว่ามันคืออะไร เช่น พอเห็นหมา ก็พิจารณาแล้วว่ามันคืออะไรนะ พอพิจารณาแล้วจึงบอกได้ว่ามันคือหมา พอรู้ว่ามันเป็นอะไรแล้วก็พิจารณาต่อไปอีกว่า มันมีลักษณะอย่างไร ซึ่งในที่นี้พิจารณาได้ว่า หมามีสีดำ เราจึงเรียกมันว่า หมาดำนั่นเอง สำหรับฝรังหรือคนในแถบยุโรป อเมริกา นั้นจะมองต่างจากเรา จิตสำนึกของเขา จะไม่สนว่าสิ่งนั้นคืออะไร แต่จะสนว่าสิ่งนั้นมีลักษณะอย่างไร ก่อนเป็นลำดับแรก โดยเราจะเห็นได้ชัดเลยก็คือ ฝรั่งจะเป็นพวกที่ชอบการล่าสัตว์ โดยการล่านั้นจะไม่สนใจว่าเป็นสัตว์อะไร แต่พอเห็นแล้ว จิตสำนึกหรือสัญชาตญาณจะบอกให้ยิงไปก่อนเลย แล้วค่อยมาดูว่ามันคือตัวอะไร

 

    นี่ล่ะครับคือคำตอบของโจทย์ข้อนี้ พี่ปอก็หวังว่าน้องๆทุกคนคงจะได้รับความรู้ดีๆจากเทคนิคพี่ปอนำมาฝากแล้วก็คำตอบของคำถามที่พี่ปอเฉลยในครั้งนี้นะครับ ยังไงก็อย่าลืมติดต่อกันในตอนหน้านะครับ เป็นตอนสุดท้ายแล้วด้วยครับน้องๆ ถ้าน้องๆคนใดมีข้อสงสัยหรือปัญหาเกี่ยวกับการศึกษา หรือจะถามข่าวคราวการศึกษา พูดคุยเรื่องราวต่างๆ ก็ add msn พี่ปอมาได้นะครับ ploiro_4349@msn.com พี่ปอยินดีตอบคำถาม และพูดคุยในทุกๆเรื่องครับ โดยเฉพาะเรื่องราวการศึกษาครับ สุดท้ายนี้ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ ช่วงนี้เข้าสู่หน้าหนาวแล้ว ระวังเป็นหวัดนะครับผม

 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

5 ความคิดเห็น

สมิงพระราม สหายพระร่วง 10 พ.ย. 50 21:58 น. 1
เข้ามาทักทายฮะ ที่พี่ปอว่ามาก็ทำบ้างไม่ทำบ้างอ่ะนะ โฮะๆ แต่จะเป็นพวกที่ทำทุกข้อที่ขวางหน้าก่อน(กลัวไม่ทันอ่ะ เคยไม่ทันมาแล้วเศร้ามาก) แต่ถ้าข้อไหนไม่แน่ใจก็ทำอย่างพี่ปออ่ะนะ หมายหัวมานไว้แบบว่าคราหน้าข้าจักกลับมาแก้แค้นฮ่าๆ 10 ปีชำระหนี้แค้นยังไม่สาย(แบบว่าบ้าหนังจีนอ่ะนะ) ส่วนใหญ่คำตอบที่ถูกคือคำตอบแรกที่เราคิด(จากผลการวิจัย เพราะมันจะออกมาจากจิตใต้สำนึก ถ้าคุณมั่นใจว่าในห้องเรียนคุณตั้งใจมากพอ) ถ้าเรามัวแต่คิดกลับไปกลับมามากเกินไปก็จะผิดและเสียเวลาเปล่าๆ ไปทำข้อที่เรามั่นใจดีกว่าเน้อ อ้อแล้วก็ข้อที่บอกว่าถูกทุกข้อ อะไรอย่างนี้ มันก็ต้องดูถึงครูผู้สอนวิชานั้นด้วยนะฮะ ว่าท่านชอบออกข้อสอบลวงรึป่าว อย่างวิชาชีววิทยานี่จะชอบออกแบบลวง "ห้ามเผลอ" แต่ถ้าเป็นสุขศึกษา จะไม่ค่อยลวง ทั้งๆที่2 วิชานี้มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตามสำคัญที่สุดคือต้อง"มีสติ" นานาจิตตัง ครับ ใครมีอะไรก็เอามาแบ่งปันกันฮะ แต่กระผ้มใช้วิธีนี้ ท็อปมาหลายวิชาแล้ว(สมัย ม.ปลายนะ เข้ามหาลัยแล้ว "เทพ" มันเยอะ) ป.ล. ฮัด โช้ย...... ไม่ต้องกลัวแว้ว เป็นไปเรียบร้อยโรงเรียนวัดหนองอีแหนบ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
l๐v3 l_l Member 1 ธ.ค. 50 23:48 น. 7
หลักการเรียกหมาดำ( หรือ ดำหมา  -*- 55)

เป็นอะไรที่สุดยอดมากเลยค่ะ    ดูตื้นๆง่ายๆ
  แต่คำอธิบายให้อะไรเยอะเลย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด