เหลือเชื่อ!!!...ฟังยังไง เพิ่มเกรดได้?

        สวัสดึครับน้องๆ วันนี้พี่ปอมีคำถามข้อหนึ่งมาถามน้องๆด้วยล่ะ น้องๆคิดว่าการเรียนที่ดีน่ะ ต้องทำยังไง โอ้โห…น้องๆหลายๆคนคงจะอุทานแบบนี้กันเลยล่ะ เพราะมันเป็นคำถามที่ค่อนข้างจะตอบยากมากเลย แต่ก็คงมีน้องๆหลายๆคนบอกว่า ควรตั้งใจเรียนในห้องให้มากๆ ตั้งใจอ่านหนังสือ อะไรแบบนี้เป็นต้น สำหรับพี่ปอนะ พี่ปอว่าการเรียนในห้องน่ะสำคัญที่สุด ถ้าเราเรียนในห้องรู้เรื่อง มันก็ไม่จำเป็นเลยที่เราจะต้องอ่านหนังสือทุกวัน หรืออ่านทีละเยอะๆ เนื่องจากเรียนในห้องเราก็เข้าใจแล้ว เพียงแค่กลับมาทบทวนเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเองก็จะทำให้เรารู้เรื่องในเรื่องนั้นได้ดีแล้ว

 

       

         

 

        แล้วทำยังไงล่ะถึงจะเรียนในห้องให้รู้เรื่อง ให้เข้าใจ  ไม่ยากครับน้องๆ แค่เราเป็นผู้ฟังที่ดี ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน แต่ไม่ใช่ว่าฟังเฉยๆนะ แต่ฟังแล้วต้องคิดด้วย วันนี้พี่ปอเลยมีเคล็ดลับเกี่ยวกับการฟังที่ดี มาฝากน้องๆด้วยล่ะ        


         การฟังเป็นทักษะอันหนึ่งในการเรียน ที่ประกอบไปด้วยทักษะสี่อย่างคือ การฟัง การพูด การอ่าน การเขียน ถ้าใครทำได้ดีทั้งสี่ทักษะนี่แล้วละก็เชื่อได้เลยว่า การเรียนของผู้นั้นจะต้องดีเยี่ยมไร้เทียมทานอย่างแน่นอน แต่การที่จะทำได้นั้นไม่ใช่ของง่าย และก็ไม่ใช่ยากจนเกินความสามารถ เมื่อมันคือทักษะ ดังนั้นจะเก่งได้ก็ต้องหมั่นฝึกฝนถึงจะทำได้ดี และสิ่งเหล่านี่ไม่ใช่พรสวรรค์แต่อย่างใด 


       มีการศึกษาวิจัยมาแล้วว่า คนเราสามารถคิดได้เร็วกว่าพูดถึง 4 เท่า สำหรับผู้ที่ฟังอย่างเลื่อนลอยนั้นจะได้ยินเฉพาะสิ่งที่อาจารย์พูด เขาจะพอใจแค่ยังตามอาจารย์ทันในห้องเรียนเท่านั้น นั่นคือเขาใช้ประสิทธิภาพของตัวเองเพียงแค่หนึ่งในสี่เท่านั้นเอง ! อีกสามส่วนที่เหลือ จะกลายเป็นเรื่องฝันกลางวัน เรื่องปัญหาชีวิตส่วนตัว หรือปัญหาหัวใจ ทำไมเราไม่เอาทั้งสามส่วนที่เหลือมาทุ่มกับการเรียนในห้องล่ะ เพราะมันจะทำให้เราเตรียมตัวสอบได้ง่ายและสบายขึ้นมาก ตามมาด้วยผลสอบที่น่าพึงพอใจอีกด้วย


         ถ้าเราสามารถปรับพฤติกรรมของเราให้เกิดการฟังแบบกระตื้อรือร้นได้แล้วนั้น เราจะพบว่าชั่วโมงเรียนจะกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าสนุกสนานเพลิดเพลิน หาใช่สิ่งที่น่าเบื่อหน่ายและยาวนานอีกต่อไป

 

  ทีนี้เรามาดูเคล็ดลับของการฟังอย่างกระตือรือร้น กันเถอะ

 

         การฟังอย่างกระตือรือร้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่เราสามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้โดยไม่ยาก มีเคล็ดลับอยู่นิดหน่อยเท่านั้น ถ้าเรารู้และลองทำดู เกรดที่สวย ๆ คงจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

 

         1. มีพื้นฐานเรื่องที่จะฟัง


มีพื้นฐานเรื่องที่จะฟัง หมายความว่าเราต้องมีไอเดียมาก่อนบ้างว่าตอนนี้เรากำลังจะฟังเรื่องอะไร มีแนวทางบ้างนิดหน่อย นั่นคือเราต้องอ่านเนื้อหาวิชา หรือ หัวข้อมาก่อนที่จะเข้าห้องเรียน แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องรู้เรื่องนั้นอย่างดี เพราะถ้าเรารู้เรื่องดีแล้วเราจะมาฟังทำไม จริงมั้ย? การที่อ่านมาก่อนทำให้เราพอจะรู้ว่าอาจารย์จะพูดเกี่ยวกับอะไร ทำให้ตามได้ง่ายขึ้น ที่มากกว่านั้นเราจะเกิดคำถามหรือมีข้อสงสัยขึ้นตอนเราอ่านเอง และเราอาจจะพบคำตอบเมื่ออาจารย์บรรยายในห้อง หรือไม่เราก็ยกมือขึ้นถามอาจารย์ในเรื่องที่เราสงสัย ทำให้อาจารย์ประทับใจอีกต่างหาก

 

         2. ปล่อยวางอคติใดๆ


โดยทั่วไปแล้วคนเราจะชอบหรือไม่ชอบสิ่งใดต่าง ๆ กันไป แต่เรารู้ไหมว่าการมีอคติเกี่ยวกับบางอย่างทำให้การฟังของเราอ่อนประสิทธิภาพลงได้ เช่น เราอาจไม่ชอบอาจารย์คนที่กำลังพูดอยู่ไม่ว่าในเรื่องส่วนตัว หรือไม่ชอบทรงผม เสื้อผ้าของอาจารย์ที่ทำให้เรารู้สึกขัดตา หรือไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงวิธีการพูดของอาจารย์ที่ทำให้เราอยากหลับเหลือเกิน อย่าทำให้สิ่งเหล่านี้มารบกวนการเรียนของเราเป็นอันขาด ให้ปล่อยวางอคติต่างๆนั้นลงเสียเมื่อเข้าอยู่ในห้องเรียน พยายามใส่ใจที่เนื้อหาวิชามากกว่าที่ตัวผู้สอน บางทีอาจจะเป็นเนื้อหาวิชาที่เราไม่ชอบเสียเหลือเกิน (เราไม่ค่อยชอบเรื่องที่เรียนอยู่แล้วจริงมั้ย...?) ทำไงได้ในเมื่อเราต้องเรียน ก็ต้องทำมันให้ดีที่สุด ลืมเรื่องชอบไม่ชอบเหล่านั้นเสีย พยายามชื่นชมและใส่ใจกับมัน เมื่อเราไม่มีอคติหรือยึดติดกับเรื่องไร้สาระเหล่านี้แล้ว เราจะพบว่าการฟัง การเรียนรู้ของเรามันง่ายขึ้นมาก ลองดูสิ


         3. นั่งอยู่แถวหน้า


การนั่งเรียนแถวหน้าอาจจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับบางคน แต่บางคนก็ชอบที่จะนั่งแถวหน้าเท่านั้น เคยสงสัยไหมว่าทำไมพวกนั่งแถวหน้าถึงเรียนดี เป็นเพราะเขาเรียนดีจึงนั่งแถวหน้า หรือเป็นเพราะว่าเขานั่งแถวหน้าแล้วจึงเรียนดี อันนี้ต้องพิสูจน์ ต่อไปนี้จะพูดถึงข้อดีของการนั่งแถวหน้าดูนะ 


         ข้อแรก การนั่งแถวหน้าแน่นอนต้องนั่งใกล้อาจารย์ที่สุดอยู่แล้ว ทำให้เราได้ยินเสียงอาจารย์ชัดเจน ดูกระดานก็เห็นชัดไม่ต้องใช้แว่นขยาย ที่สำคัญเราได้เห็นกิริยาอาการของอาจารย์ รู้ว่าอาจารย์เน้นตรงไหนเป็นพิเศษ ลองสังเกตดู อาจารย์บางท่านจะ ขมวดคิ้ว พยักหน้า เลิกคิ้ว เมื่อพูดถึงตอนสำคัญๆ ซึ่งถ้าเรานั่งอยู่หลัง ๆ จะมองไม่เห็นแน่นอน บางทีเราอาจรู้ข้อสอบจากการนั่งแถวหน้าก็ได้ 


         ข้อดีอีกอย่างก็คือ ไม่มีสิ่งรบกวนเรามากนัก ถ้าเรานั่งแถวหลังๆ เราจะมองอาจารย์หรือกระดานผ่านหัวเพื่อน ๆ ถ้าคนข้างหน้าเราขยับตัว เกาหัว หรือหันไปคุยกับคนข้างๆ สิ่งเหล่านี้จะรบกวนสมาธิของเราด้วย ทำให้เบนความสนใจของเราไปจากสิ่งที่อาจารย์กำลังพูดอยู่ กว่าจะพาจิตใจให้กลับมาได้อาจจะพลาดประโยคเด็ด ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ถ้ากลัวอาจารย์จะเรียกถามละก็อย่ากังวลไปเลยเพราะอาจารย์มักจะไม่เรียกถามคนนั่งหน้าหรอก ส่วนมากแล้วอาจารย์จะเรียกถามคนที่นั่งอยู่ในระยะสายตา หรือแถวกลางๆไปจนถึงแถวหลัง ๆ มากกว่า


         ความลับอีกอย่างที่คนส่วนใหญ่มองข้ามไปคือการนั่งแถวหน้าเป็นการสร้างภาพพจน์ให้ดูดีขึ้นในสายตาอาจารย์ และทำให้อาจารย์จดจำหน้าของเราได้และรู้สึกว่าเราเป็นคนที่สนใจเรียนอีกด้วย (ได้คะแนนจากตรงนี้ก็มาก) ที่สำคัญแอบหลับไม่ได้ด้วย มันทำให้เราตื่นอยู่ตลอดเวลา เป็นการบังคับตัวเองอย่างง่าย ๆ อีกวิธีหนึ่ง

 

         4. จดบันทึก


     การจดบันทึกเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ถึงแม้เราจะมีหนังสือ เอกสารพร้อมแต่เราก็ต้องจด จดอะไรล่ะ ก็จดสิ่งที่สำคัญ ๆ จากที่เราได้ฟังมานะสิ ไม่ใช่การจดทุกคำทุกตัวอักษรบนกระดานนะ แต่เป็นการจดที่ได้จากการฟัง ผ่านการกลั่นกรองจากสมองของเราระดับหนึ่งแล้วถึงจดมันลงไป การจดยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการฟังของเราอีกด้วย เพราะมันทำให้เราต้องฟังอย่างตั้งใจ ฟังอย่างวิเคราะห์ ถึงจะจดลงไปได้ พอออกจากห้องเรียนแล้ว สิ่งที่เราจดนี่แหละจะมีค่ามากหาที่ไหนไม่ได้แล้ว การจดบันทึกที่ดีเป็นศาสตร์และศิลป์ ที่ต้องศึกษาเรียนรู้และฝึกฝน เป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องที่เราควรรู้ไว้

 

   

 

          ก็ลองนำไปลองใช้ดูนะครับน้องๆ รับรองว่าน้องๆจะเรียนรู้เรื่องมากๆเลยล่ะ พี่ปอลองทำแล้วครับ ได้ผลมากๆเลย เพราะว่าการเรียนในห้องสำคัญที่สุดแล้ว แล้วก็การฟังก็เป็นทักษะสำคัญที่เราจะเก็บเกี่ยวสิ่งที่อาจารย์สอนได้ดีและมากที่สุด  ยิ่งถ้าเราเรียนอยู่มหาวิทยาลัยนะ ถ้าเราฟังสิ่งที่อาจารย์สอนแล้วเข้าใจ เราก็จะสามารถนำไปจด lecture ในตอนหลังได้ ทำให้ไม่ต้องรีบๆจด lecture บางทีรีบจด ก็ทำให้เราอ่านไม่รู้เรื่องเลยนะ เวลามาอ่านทีหลัง พี่ปอเคยมาแล้ว สุดท้ายนี้พี่ปอขอกล่าวคำว่า Merrty X’mas and Happy New Year 2008 ที่กำลังจะมาถึงคร๊าบ

 

  พี่ปอขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.yehyeh.com/webboard/question_detail.php?question_id=2058

 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

28 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ไอเซอาห์ Member 7 ม.ค. 51 19:06 น. 9
แต่ว่านะ เพื่อนเราน่ะสุดยอดมากๆเลยแหละ นั่งหน้าสุดชนิดจ่อปากอาจารย์(เรานั่งข้าๆมันน่ะแหละ)มันยังเอาขนมมากินพูดคุยเล่นหัวกันไปได้อยู่เลย อาจารย์เราบางคนก็สุดยอดไม่แพ้กัน ขนาดนั่งหน้ามันควรจะเป็นการที่ทำให้หลับไม่ได้ใช่มะ แต่เราฟุบไปเลยอะ คิดดูดิมันสุดยอดขนาดไหน แต่ก็จะลองทำดูนะ เพื่อเกรดสุดที่รักจะได้เลื่อนขึ้นๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
cobten Member 7 ม.ค. 51 20:25 น. 13
ขอบคุณนะค่ะ ^_^ แต่บางข้อก็ทำไม่ได้อ่ะค่ะ อย่างนั่งข้างหน้าเนี่ย เคยลองนั่งดูเพื่อนด่าเละ ประมาณ E"นังนี่ สูงแล้วไม่เจียมอ่ะ TT^TT แต่ข้ออื่นๆจะพยายามค่ะ ๐^_^๐
0
กำลังโหลด
Angle_of_Sorrow Member 7 ม.ค. 51 20:35 น. 14
555555 อิฟ้าโดนจับไปนั่งหน้าแหละ โทษฐานเตี้ย+ตาสั้น แล้วยังไปนั่งหลัง นั่งหน้าหนุกดี ข้างซ้ายมีเพื่อนปัญญาอ่อน  ข้างขวามีเพื่อนแอบจิตแต่เรียนเก่ง ข้างหลังก็เป็นมือกลองกวนติง สนุกๆๆๆๆ พี่พูดถูกนั่งหน้าแล้วจะเห็นสีหน้าอาจารย์ได้ชัดมากๆ วันี้นั่งหน้าวันแรก ขำมันทั้งวัน ขำหน้าอาจารย์=_="
สาระๆๆๆๆ โหวตๆๆๆ(>[]<)!!!
0
กำลังโหลด
เด็กด๋อย 7 ม.ค. 51 20:47 น. 15
ตอนนี้ก็ลองตั้งใจฟังครูสอนทุกคาบเลยค่ะ ได้ผลจริงๆเลยละ แต่ว่าเพื่อนเจ้าปัญหานี่ิ คุยกันไม่รู้จักเลิกเลย เฮ้อ พอเตือนไปก็มาบ่นเราต่อหน้าีอีก จริงๆเลยย โดนครูเตือนไปไม่รู้กี่รอบก็ๆไม่จำกัน....ทำใจค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ซัดจัง Member 7 ม.ค. 51 22:36 น. 19
ไม่สามารถนั่งข้างหน้าได้เลยจิงๆค่ะเพาะเพื่อนในห้องสูงกันปามาน158-165 แต่เราสูง170+อ่ะ ไปนั้งก้โดนบ่น ไม่ไหวๆข้อนี้ทำไม่ได้เลยToT
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด