|
ตอนเด็กๆทุกคนย่อมมีความฝันอยากเป็นนู่นอยากเป็นนี่ แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่หลายๆคนคงฝันเหมือนกันตอนเป็นเด็ก คือ อยากเป็นนักบิน อยากบินได้ บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องตลก แต่ มันคือความจริงที่ทุกคนสมัยเด็กๆคงเคยฝันแบบนี้ พี่ปอยอมรับว่าพี่ปอก็เคยฝันที่อยากเป็นนักบิน อยากบินได้เหมือนนก แหะๆ แล้วน้องๆล่ะ เคยฝันแบบนี้หรือเปล่าละ ซึ่งถ้าใครที่ติดตามกระแสของหนังไทยช่วงนี้ คงจะได้ยินชื่อหนังเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องโดยตรงเลยกับฝันของเด็กๆที่พี่ปอกล่าวถึงไปข้างต้น น้องๆรู้ไหมว่าเรื่องอะไร เป็นเรื่องอะไรไปไม่ได้นอกจาก รักสยามเท่าฟ้า ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การบินของไทย พี่ปอจะไปดูหนังเรื่องนี้ให้ได้เลย อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะครับน้องๆว่าพี่ปอมาโปรโมตให้หนังเรื่องนี้ พี่ปอไม่ได้โปรโมตครับ เพียงแต่ว่าวันนี้พี่ปอขอจับกระแสของหนังไทยเรื่องนี้ที่เกี่ยวกับการบิน โดยการนำเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การบินของไทยมาฝากน้องๆครับ
กิจการบินของไทย เริ่มต้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๕๔ นายชาร์ลส์ แวน เด็น บอร์น (Charles Van Den Born) ชาวเบลเยี่ยม ได้นำเครื่องบินแบบอังรีฟาร์มัง ๔(Henry Farman IV) ปีก ๒ ชั้นมาแสดงการบินเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่สนามม้าสระปทุม (ราชกรีฑาสโมสร) ขณะนั้น ประเทศฝรั่งเศสกำลังพัฒนาด้านการบิน ทำให้จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช เสนาบดีกระทรวงกลาโหม และจอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ เสนาธิการทหารบก ได้ทรงเห็นความสำคัญ และความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องมีเครื่องบินไว้ป้องกันประเทศเหมือนกับต่างประเทศ ดังนั้นกระทรวงกลาโหมจึงได้ดำริจัดตั้งกิจการบินขึ้นเป็นแผนกหนึ่งของกองทัพบก และได้คัดเลือกนายทหาร ๓ คน ไปศึกษาวิชาการบิน ณ ประเทศฝรั่งเศส คือ
๒. นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร (หลง สินศุข) ๓. นายร้อยโท ทิพย์ เกตุทัต หมายเหตุ: ยศครั้งหลังสุด คือ ๑. พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ ๒. นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์ ๓. นาวาอากาศเอก พระยาทยานพิฆาฎ
ระหว่างที่นายทหารทั้งสามกำลังศึกษาวิชาการบิน ณ ประเทศฝรั่งเศสนั้น กระทรวงกลาโหมได้สั่งซื้อเครื่องบินจากประเทศฝรั่งเศส เป็นเครื่องบินเบรเกต์ ชนิดปีก ๒ ชั้น จำนวน ๓ เครื่อง เครื่องบิน นิเออปอรต์ ชนิดปีกชั้นเดียว จำนวน ๔ เครื่อง และเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์) ได้บริจาคเงินส่วนตัว ซื้อเครื่องบินแบบเบรเกต์ให้แก่กระทรวงกลาโหมอีก ๑ เครื่อง รวมเป็น ๘ เครื่อง เครื่องบินทั้งสองแบบนี้ นายทหารทั้ง ๓ คน ได้เป็นผู้ทดลองบิน ณ ประเทศฝรั่งเศส แล้วจึงส่งมายังประเทศไทย นับว่านายทหารทั้งสามเป็นนักบินชุดแรกของไทย หลังจากนายทหารทั้ง ๓ คน สำเร็จการศึกษาและเดินทางกลับถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๖ กระทรวงกลาโหมจึงได้จัดตั้ง แผนกการบิน" ขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๔๕๖ ให้อยู่ในบังคับบัญชาของนายพลโท พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมขุนกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน จเรทหารช่าง ในขณะนั้น โดยเมื่อเริ่มกิจการบินนายทหารทั้ง ๓ คนนี้ ได้เป็นผู้วางรากฐานกิจการด้านการบิน ทั้งในด้านการจัดตั้งหน่วยงานการฝึกบิน และการช่างอากาศ ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับการยกย่อง ว่าเป็น "บุพการีทหารอากาศ" ได้มีการทดลองบินเป็นครั้งแรก ณ สนามบินสระปทุม เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๕๖ นายพลเอก สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช จเรทหารบกและจเรทหารเรือ และนายพลเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ เสนาธิการทหารบก ได้เสด็จประทับทอดพระเนตรพร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายนายทหาร และพลเรือนตลอดจนประชาชนชาวไทย ไปชมเป็นจำนวนมาก ต่อๆมาได้มีการพัฒนา แผนกการบิน เป็นกองบินทหารบก กรมอากาศยานทหารบก กรมอากาศยาน กรมทหารอากาศ จนเป็นกองทัพอากาศในปัจจุบัน น้องๆรู้ไหมว่ากองทัพอากาศของไทยเรานั้นมีส่วนร่วมในสงครามครั้งสำคัญๆหลายครั้งเลยนะ เช่น ในสงครามโลกครั้งที่ 1 สงครามมหาเอเซียบูรพา สงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม เป็นต้น นับว่าเป็นเกียรติประวัติแก่กองทัพอากาศไทยมากๆเลยล่ะ นอกจากการมีส่วนร่วมในการทำสงครามครั้งสำคัญๆในอดีต ของกองทัพอากาศไทยแล้ว ปัจจุบันกองทัพอากาศยังมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือชาติและประชาชน ที่เห็นได้ชัดเลยคือ การทำฝนหลวง เป็นยังไงบ้างครับน้องๆสำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การบินของประเทศไทยเรา สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ ก่อนจะจากกันไปในครั้งนี้ พี่ปอได้นำเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การบินของไทย มาฝากน้องๆด้วยล่ะ -รัชกาลที่ ๖ ทรงเป็น "พระบิดาด้านการบินของไทย" -จอมพลสมพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ ทรงเป็น "พระบิดาของกองทัพอากาศ"-๒๗ มีนาคม ๒๔๕๗ ยกฐานะจาก "แผนกการบิน" เป็น "กองการบินทหารบก" ถือเอาวันนี้เป็น วันที่ระลึกกองทัพอากาศ-๒๙ มีนาคม ๒๔๖๑ ยกฐานะเป็น "กรมอากาศยานทหารบก" -๑ ธันวาคม ๒๔๖๔ เปลี่ยนชื่อเป็น "กรมอากาศยาน" ขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม -๑๒ เมษายน ๒๔๗๘ ยกฐานะเป็น "กรมทหารอากาศ" -๙ เมษายน ๒๔๘๐ สถาปนาเป็น "กองทัพอากาศ" ถือเอาวันนี้เป็น วันกองทัพอากาศ (ตามประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อ ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๑) พี่ปอขอขอบคุณข้อมูลจาก พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ
|
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?


3 ความคิดเห็น
แต่กลัวความสูงอ่ะ 5555
ทำไมไม่เคยเห็นผู้หญิงเป็นนักบินเลยล่ะ
แปลกจัง
เนี่ยกาลังจาสอบmid
เรยยยได้ความรุเพิ่ม
ขอบคุงม๊ากกกกๆๆๆๆค่ะ