|
ใกล้จะสอบกันแล้วใช่ไหมครับ ซึ่งช่วงนี้ก็ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายกันเลยล่ะ พี่ปอเลยนำกิจกรรมดีๆมาเล่าสู่กันฟังกับน้องๆ เป็นกิจกรรมดีๆที่นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือจัดติวเตอร์ความสำเร็จแก่น้องนักเรียน เสวนาหัวข้อ จุดประกายความสำเร็จกับศิลปะการใช้ภาษา
เสร็จสิ้นลงไปแล้วสำหรับการแนะแนวทางการค้นหาคีย์เวิรด์ของคำว่า ความสำเร็จ ให้กับตัวเองได้ประสบ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจอะไรนักที่หลายต่อหลายคนจะให้ความสนใจ เพราะต่างก็ต้องการใฝ่เรียนรู้ศึกษาแนวคิด การดำเนินชีวิต และการแก้ปัญหาต่างๆของผู้ที่ประสบความสำเร็จมาก่อน เพื่อนำมาปรับประยุกต์ใช้มอบความสำเร็จให้แก่ตัวเองกันบ้าง
และนั่นจึงเป็นที่มาของ โครงการบรรยายทางวิชาการ วิชา ศิลปะการใช้ภาษา โดยกลุ่มนักศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ที่ได้จัดงาน เสวนาพูดคุย หัวข้อ จุดประกายความสำเร็จกับศิลปะการใช้ภาษา
โดยวิทยากรรับเชิญภายในงานประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทางทักษะต่างๆถึง 3 แขนงได้แก่ การฟัง การพูด การอ่าน ประกอบด้วย ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เสวนาเรื่อง การใช้ศิลปะการเขียนเพื่อดึงดูดใจ , " ดร.การดี เลียวไพโรจน์" เสวนาเรื่องศิลปะการอ่านสู่ความสำเร็จ และ ภูวนาท คุณผลิน เรื่อง ศาสตร์และศิลป์ในการฟัง
ทุกคนที่เข้าร่วมฟังบรรยายต่างก็มีคำถามอยู่ในใจ ว่าตัวเองจะต้องฟัง ต้องพูดและต้องอ่านอย่างไรถึงจะได้ดี พร้อมนำทางสู่ความสำเร็จ ทั้งสามมุมมองของผู้มีประสบการณ์ร่วมแบ่งปันตามความถนัดในมุมต่างๆ
ปนัดดา วงศ์ผู้ดี คุณบุ๋มบอกจริงๆแล้วการเขียนของดาราหลายท่านมีข้อมูลจริงแต่แนวทางการเขียนจะมีคนไกด์ให้ และนำไปเขียนให้สิ่งที่จะต้องเขียนให้ดึงดูดใจคือ ต่อเนื่องและเข้าใจง่าย
ศิลปะการเขียนมันขึ้นอยู่กับ สไตล์ของแต่ละคนมากกว่า แต่ที่เราเห็นๆกัน ตามพอคเก็ตบุคส์ของดาราจริงๆแล้วส่วนใหญ่ก็มีคนมาสัมภาษณ์แล้วนำไปเรียบเรียงให้เป็นไปตามนั้น แต่ใช้ศิลปะในการเรียบเรียงให้สวยงามเข้าท่า อ่านต่อเนื่อง ฉะนั้นการเขียนให้ดึงดูดใจจริงๆหลักๆแล้วคือการเข้าใจง่าย และเน้นประเด็นที่นำเสนอแบบมีอรรถรส บางทีอาจจะเป็นที่ตัวผู้เขียนน่าสนใจ เนื้อเรื่องน่าสนใจ ประเด็นขายน่าสนใจ ตรงนี้มีหลายรูปแบบ
ส่วนด้านการฟัง อั๋น- ภูวนาท คุณผลินแนะถึงการฟังให้ได้ดีและประสบความสำเร็จว่า การฟังที่ดีมันเกี่ยวเนื่องกับการพูด และการฟังที่ดีควรเป็นการคิดตามไม่ใช่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา
การฟังที่ดี มันมีองค์ประกอบอยู่ง่าย ๆเพราะทุกๆคนที่มีความสามารถด้านการฟัง ก็สามารถฟังฟังได้ทุกวัน แต่เราจะหยิบจับเอาประโยชน์ได้จากการฟังหรือไม่ นั้นทุกคนมีไม่เท่ากัน นั่นขึ้นอยุ่กับผู้ส่งสารอย่างหนึ่งและผุ้รับด้วย เราควรจะเปิดหูเสร็จแล้วมันจะมีสมองส่วนจำจำว่าเรารับสารอะไรมา คนบางคนบอกแผนที่กันไปว่าให้เลี้ยวนั่นเลี้ยวนี้พูดหลายรอบมากแต่ก็ยังไม่สามารถไปถึงจุดปลายในขณะที่บางคนพูดรอบเดียวสามารถไปได้ ผมมีหน้าที่เป็นดีเจตรงนี้ ผมคำนึงเสมอว่าผู้ฟังของผมเป็นใคร และควรใช้คำพูดยังไง เพราะคนฟังจะต่างระดับกัน ผู้ใหญ่อาจฟังว่าเราพูดไม่เพราะ ในขณะที่เด็กไม่รู้สึกอย่างนั้นก็ได้
อั๋นเสริมว่า หากจะฟังให้ได้ดี มีประโยชน์ให้ทำเหมือนเราเรียนวิชาภาษาอังกฤษอยู่
คือน้องๆทุกคนที่อยากประสบความสำเร็จจากการฟัง เราก็ต้องใช้ความจำ สมองคิดตามไปด้วย อย่างอยากเก่งภาษาอังกฤษแล้วเลือกดูหนังฝรั่งพี่ก็แนะเลยว่า ฟังแล้วเราซีมซับไปอย่าไปดูอ่านภาษาไทยเข้าใจไม่เข้าใจอีกเรื่องหนึ่งแต่เราต้องฝึกให้สมองมันกลไกไปเอง หรือฟังข่าวภาษาอังกกฤษ ถ้าเราอ่านภาษาไทยมาก่อน พอมาฟังข่าวภาษาอังกฤษอีกทีก็จะเข้าใจ ก็จะนึกได้ว่าคำนี้ต้องใช้อย่างนี้ คือสรุปๆแล้วฟังแล้วเราต้องคิดตามและตั้งใจฟังมัน
ส่วนด้าน การอ่านอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ที่ไขเฉลย โดยดร.การดี เลียวไพโรจน์ อาจารย์อ้อบอกเราต้องอ่านแบบทำความเข้าใจดีกว่าการท่องจำ แล้วนำเอาสิ่งที่มีอยู่ในสิ่งที่เราอ่านมาใช้ประโยชน์
อย่างแรกคือเราต้องเอาสิ่งที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ยกตัวอย่างการอ่านข่าวที่จะต้องมีข้อมูลย้อนหลังเพื่อทำความเข้าใจเมื่อเราเก็บรวมรวมมามันก็จะทำให้เรารู้กว้างมากขึ้น เคล็ดลับที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ ได้จากการอ่านนั่นก็คือ การที่เราเอาองค์ความรู้และข้อมูลต่างๆมารวมกัน แม้แรกๆเราจะอ่านไม่เข้าใจก็ตามเหมือนการจับงานข่าวแรกๆของอาจารย์เองก็ยังไม่สามารถเข้าใจ แต่การที่เราอ่านเยอะๆและจับใจความสรุปใจความออกมาแล้วเก็บมาเป็นข้อมูลสำหรับตัวเอง วันหนึ่งเมื่อกลับไปอ่านข่าวคล้ายๆกัน หรือได้ไปเรียนรู้คร่าวๆกับเรื่องราวที่เราพอจะรู้อยู่บ้างอันนั้นก็จะทำให้เราต่อยอดเอามาเป็นความรู้ได้ อย่าง การอ่านเพื่อไปพูดเราต้องตัวไป เพราะผู้ฟังก็จะคาดหวังกับการอ่านการนำเสนอของเรา เราจะต้องเตรียมตัวที่จะรับฟังและพร้อมที่จะคิดแตกต่าง ทุกครั้ง เราต้องถอดข้อมูลลำดับ ที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยง ส่วนจะอ่านอย่างไรไม่ให้ตกไปเป็นเหยื่อของสื่อ ตรงนี้คำตอบอาจารย์จะบอกวา ด้วยความเป็นคนกล้า กล้าที่จะถามจนได้ข้อมูลดิบ ยกตัวอย่าง เราต้องไปเป็นสำลีชุบน้ำ น้ำดำน้ำเขียว เราต้องชุบแต่สีที่ถูกที่ควรเท่านั้นค่ะ สำคัญคือ อ่านแล้วจับประเด็น ถ้าเราเป็นคนแบบไหน เราก็จะเข้าไปสู่ข้อมูลเราจะต้องเปิดที่จะรับรู้เรื่อง ห้ามช้า
พี่ปอขอขอบคุณข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์
|
0 ความคิดเห็น