สาวน้อยฝึกงาน ณ ดินแดนกังหันลม !!

   ยินดีต้อนรับชาวเด็กดีทุกคนเข้าสู่เซคชั่นใหม่ของเรา แต่นแต๊นนนนน.....ไปเรียนเมืองนอก เย้ๆ !! และในเซคชั่นไปเรียนเมืองนอกนี้ก็มีคอลัมน์หลากหลายให้น้องๆได้อ่าน หนึ่งในนั้นก็คือคอลัมน์ "เล่าประสบการณ์เด็กนอก" ที่น้องๆกำลังอ่านอยู่นี่เองจ้า แหม...พี่ปาล์มตื่นเต้นจัง น้องๆตื่นเต้นกันมั่งไหมจ๊ะ? สำหรับคอลัมน์ "เล่าประสบการณ์เด็กนอก" ครั้งแรกนี้ พี่ปาล์มจะนำเสนอเรื่องราวของ "พี่แบงก์" ที่เคยไปฝึกงานด้านการโรงแรมไกลถึงยุโรปนู่น อย่ารอช้า ตามมาอ่านกันเลย !

พี่ปาล์ม : สวัสดีค่ะ อันดับแรกช่วยแนะนำตัวเองก่อนเลยค่ะ
พี่แบงก์ : สวัสดีน้องๆชาวเด็กดีทุกคนจ้า เราชื่อ นนทวรรธน์ ไชยฟู ชื่อเล่นเพื่อนๆเรียกว่าแบงก์ จบการศึกษาชั้นม.ปลายจากโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง ปัจจุบันกำลังศึกษาที่มหาวิทยาลัยสยามจ้า ก่อนที่เราจะมาเรียนที่นี่ เราจบการศึกษาที่ I:TIM ชื่อเต็มๆคือ International hotel and tourism industry management school (โรงเรียนการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยวนานาชาติ) ซึ่งสามารถโอนไปเรียนต่อที่เมืองนอกได้ และสามารถเรียนต่อได้ที่เมืองไทยเช่นกัน แต่ได้สองแห่งคือ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และมหาวิทยาลัยสยาม ในช่วงที่เรียนใน I:TIM จะมีการฝึกงานไปด้วย ตอนเรียนอยู่ปีหนึ่งเราได้ไปฝึกงานที่โรงแรม Sheraton Chiangmai ซึ่งปัจจุบันเป็นโรงแรม Holiday Inn ไปแล้ว พอขึ้นปีที่สองก็มีโอกาสได้ไปฝึกงานที่  Holland หรือ Netherland เป็นระยะเวลาหกเดือน โดยได้รับโอกาสจากโครงการ Hep หรือ Hospitality exchange program เป็นโครงการของม.รังสิตที่ให้นักศึกษาคนไทยได้ไปสัมผัสการทำงานด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยวที่ยุโรป หลังฝึกงานที่เนเธอร์แลนด์แล้วก็กลับเมืองไทยและโอนหน่วยกิตมาศึกษาต่อที่ม.สยามค่ะ

พี่ปาล์ม : อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้อยากเรียนการโรงแรมคะ?
พี่แบงก์ : สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้เรียนด้านนี้คือ อยากจะพัฒนาภาษาของตัวเอง และสามารถสื่อสารกับคนต่างชาติได้ ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็เคยไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมกับเจ้าของภาษานอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียนด้วย แต่ไม่ได้ใช้อย่างจริงๆจังๆเหมือนในปัจจุบันนี้ เพราะยังกลัวและไม่กล้าที่จะพูดกันคนต่างชาติ จนกระทั่งเมื่อ I:TIM ได้มาแนะนำการศึกษาต่อที่โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง ก็เลยสนใจและอยากเรียนรู้เหมือนกันว่าคนที่ทำงานด้านนี้เป็นยังไง ทำไมทุกคนถึงสนใจและสามารถเอาภาษาไปใช้ได้จริงหรือเปล่า จนกระทั่งได้เข้ามาเรียนที่ I:TIM ทำให้มีความกล้าที่จะสื่อสารกับคนต่างชาติมากขึ้น ช่วงแรกๆก็ยอมรับว่าในใจยังกลัวว่าจะสื่อสารกันไม่ดี แต่สุดท้ายแล้วการพูดออกไป ถึงแม้จะผิดบ้างถูกบ้างแต่ก็ทำให้เรากล้าและเคยชิน มีความมั่นใจมากขึ้น แถมการเรียนทางด้านนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านสายการบิน การท่องเที่ยว (guide) หรือด้านการโรงแรม ก็ทำให้เรากล้าแสดงออก รักงานบริการ ได้ใช้ภาษาที่เรียนมาและยังได้รู้รายละเอียดว่าจริงๆแล้วงานด้านนี้เป็นยังไงด้วยค่ะ

พี่ปาล์ม : ได้ข่าวทุนมาจากไหนคะ?
พี่แบงก์ : ได้ข่าวทุนเรื่องของ Hep เมื่ออยู่ปีสองที่ I:TIM มีประกาศรับสมัครคนที่สนใจอยากไปฝึกงานที่เมืองนอก ตอนนั้นได้ข่าวแล้วก็เลยลองสมัครดูเผื่อจะโชคดีเหมือนคนอื่นๆบ้าง จริงๆแล้วโครงการนี้ไม่ใช่โครงการเพื่อไปฝึกงานแต่เหมือนกับว่าให้เรามีโอกาสได้ลองใช้ทักษะที่เรามีอยู่และพัฒนาให้ดีกว่าเดิมมากกว่า

พี่ปาล์ม : เลือกประเทศเองหรือเปล่าคะ?
พี่แบงก์ : มีให้เลือกอยู่สองประเทศ คือ เนเธอร์แลนด์ กับ เบลเยี่ยม โครงการจะเป็นคนคัดเลือกเองค่ะว่าใครจะไปอยู่ประเทศไหน พอคัดเลือกประเทศเสร็จเรียบร้อยก็จะให้เราเลือกเมืองที่เราอยากจะอยู่เอง ของเราเลือกเมือง Garderen ค่ะ

พี่ปาล์ม : ขั้นตอนการขอวีซ่ายากไหมคะ?แล้ววีซ่าที่ใช้เป็นวีซ่าประเภทไหน?
พี่แบงก์ : ขั้นตอนการขอวีซ่าทางโครงการจะให้เราไปเตรียมเอกสารการแปลมาให้เรียบร้อยและนัดวันที่จะต้องไปกรอกเอกสารของวีซ่า พอดีช่วงนั้นสถานทูตได้ย้ายสถานที่และเปลี่ยนพนักงานแล้วพนักงานคนใหม่ต้องทำความเข้าใจว่าโครงการนี้คืออะไร ก็เลยต้องรอนานหน่อย (หัวเราะ) วีซ่าที่ขอไปเรียกว่าแชงแก้น วีซ่า (Schengen Visa) เป็นวีซ่าที่สามารถใช้เดินทางไปในประเทศที่เป็นสมาชิกของ Eu เท่านั้น แล้วก็จะอยู่ได้นานถึงหกเดือนตามที่เราขอไปค่ะ

พี่ปาล์ม : ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ตั้งแต่ขอวีซ่า ฯลฯ และการเตรียมตัว เช่น ภาษา เสื้อผ้า ฯลฯ เป็นยังไงบ้างคะ?
พี่แบงก์ : ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต้องจ่ายให้โครงการเป็นเงินสามหมื่นบาท รวมทั้งค่าตั๋วเครื่องบินด้วย ยกเว้นค่าใช้จ่ายในการแปลเอกสารและค่าประทับตราที่สถานทูต ส่วนการเตรียมตัวทางโครงการจะให้มาอบรมก่อนเป็นเวลาสามวันว่าประเทศที่นั่นเป็นอย่างไรบ้าง การทำงาน และเรียนที่นั่นเป็นอย่างไร และได้เชิญพี่ๆที่เป็นรุ่นก่อนๆที่ไปมา ให้มาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง และต้องเตรียมเสื้อผ้า ยาและของใช้ต่างๆและยังต้องรู้สภาพอากาศของที่โน่นด้วยว่าเป็นฤดูไหนเมื่อเราไปถึงแล้ว

พี่ปาล์ม : ก้าวแรกเมื่อถึงเนเธอร์แลนด์เป็นยังไงบ้างคะ?
พี่แบงก์ : โครงการนี้มีคนที่ได้ไปประเทศเนเธอร์แลนด์ทั้งหมด 23 คน รุ่นที่เราไป เรียกว่า รุ่น Hep 16  ก้าวแรกที่ไปถึงเนเธอร์แลนด์บอกตัวเองเลยว่า นี่แหละ...ฉันมาถึงเมืองนอกแล้วนะ รู้สึกตื่นเต้นมากๆเพราะไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศไทยเลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรก และยังไปไกลถึงยุโรป จะบรรยายไงดี (หัวเราะ) เอาแบบนี้ละกัน อารมณ์เหมือนกับว่า พอออกจากสนามบินปุ๊บก็บอกได้เลยว่าหนาวมากๆ เกิดมาไม่เคยหนาวเท่านี้มาก่อน (หัวเราะ) โชคดีที่เอาเสื้อกันหนาวกับเสื้อโค้ทเตรียมออกมาทัน ไม่งั้นแข็งตายที่สนามบินแน่ๆ (หัวเราะ) พอออกจาสนามบินแล้วจะมีรถบัสมารับไปถึงโรงแรมที่นัดกัน ก่อนจะแยกย้ายไปเมืองต่างๆที่ตัวเองต้องไปและได้ทำความรู้จักกับ supervisor คือ คนที่จะต้องดูแลเราเมื่อเราอยู่ที่นี่ พอรู้จักกับ supervisor ของเราแล้วก็ได้พูดคุยกัน พูดแล้วยังตื่นเต้นอยู่เลยและดีใจมากๆที่ได้ไปค่ะ

พี่ปาล์ม : แล้วในส่วนของที่พัก สวัสดิการ ล่ะคะ เป็นยังไงบ้าง?
พี่แบงก์ : ที่พักทางโรงแรมจัดไว้ให้ เมืองที่เราอยู่จะเป็นเมืองเล็กๆและมีโรงแรมที่เหมือนรีสอท์อยู่สองโรงแรม ซึ่งเป็นโรงแรมเหมือนพี่น้องกัน ส่วนโรงแรมที่เราพักคือโรงแรม Bilderberg Hotel 't Speulderbos เขาจะแยกให้เลยว่านี่เป็นที่พักของเรา และที่พักของแขก มีห้องนั่งเล่น ห้องนอนแต่ละคนไว้ ให้เลือกกันเอง แต่จะมีกุญแจแต่ละห้องไว้ให้ ส่วนห้องน้ำสำหรับอาบน้ำจะมีห้องเดียวให้ใช้ด้วยกัน ห้องสุขาจะมีสองคือข้างล่างที่ติดกับห้องพัก กับห้องที่อยู่ตรงบนหลังคาข้างบน ด้านสวัสดิการก็ดีมากๆ และได้เงินจากการฝึกงานด้วย (แต่ขออุบไว้แล้วกันนะจ๊ะ อิอิ)

พี่ปาล์ม : อยากให้ช่วยเล่าถึงบรรยากาศการทำงานหน่อยค่ะ
พี่แบงก์ : โรงแรมที่ได้ไปทำงาน คือ โรงแรม Bilderberg Résidence Groot Heideborgh หน้าที่ที่เรารับผิดชอบจะอยู่ในส่วนของ service พนักงานที่นั่นจะบอกเลยว่าทำงานกะเช้ามีอะไรมั่งและกะบ่ายมีอะไรมั่ง และจะใช้ภาษาดัตช์ของเขาเท่านั้น เวลามีคำสั่งหรือข้อความอะไรที่เป็นภาษาดัตช์มา เราก็ต้องขอให้พนักงานประจำช่วยแปลเป็นภาษาอังกฤษอีกทีค่ะ ในเรื่องของตารางการทำงาน เราก็จะต้องแวะมาดูทุกวันที่เขาติดบอร์ดไว้เพราะวันและเวลาจะไม่ซ้ำกัน เขาจะจัดตารางให้เหมาะสมเลยว่าแต่ละวันจะต้องมาทำงานกันกี่คนกะเช้ากี่คน กะบ่ายกี่คน และสิ่งสำคัญในการทำงานของที่นี่คือห้ามมาสายเด็ดขาด ยกเว้นเกิดอาการไม่สบาย มาทำงานไม่ได้ ก็ต้องโทรศัพท์มาแจ้งล่วงหน้าเพราะเขาจะได้ set พนักงานแต่ละวันได้ถูกต้อง

พี่ปาล์ม : มีปัญหาอุปสรรคอะไรในการทำงานไหมคะ?
พี่แบงก์ : บางครั้งเราสื่อสารกันไม่ถูกต้อง ทำให้เข้าใจผิดแต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องโก๊ะๆมากกว่าค่ะ อย่างมีอยู่ครั้งหนึ่งจะต้องเข้าทำงานเจ็ดโมงเช้าแต่ดันตื่นสายเพราะตั้งนาฬิกาปลุกแล้วปิดกดเลยหลับต่อ ตื่นมาอีกทีเจ็ดโมงเช้าแล้วเลยรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและปั่นจักรยานไปถึงที่ทำงานอย่างเร็ว เพราะโรงแรมโทรมาตามแล้วแต่ยังไม่มา พอเราไปถึงแทนที่จะจอดรถเก็บไว้ดีๆ กลับลงจากจักรยานแล้วก็ปล่อยมันล้มลงมาแล้วรีบเข้าไปขอโทษพวกเขากันใหญ่เลย (ฮ่าๆจำได้ดีเชียวละ หน้าตาตื่นสุดขีด+หอบมาแต่ไกล) แต่พวกเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร แล้วรีบบอกให้ไปเปลี่ยนชุดทำงานซะ อิอิ

     มีอีกเรื่องวันที่ไปทำงานวันแรกๆเลยนะ เราต้องปั่นจักรยานไปทำงาน(ทางโรงแรมที่พักจะให้ยืมไว้) แล้วปกติเป็นคนจำทางไม่ค่อยได้อยู่แล้ว นึกว่าจะต้องเลี้ยวไปอีกทาง ดีที่เพื่อนร้องห้ามไว้ทันให้เลี้ยวไปทางที่ถูก ไม่งั้นเดี๋ยวได้หลงทางแน่ ฮ่าๆ จำได้ดีเลยละ

พี่ปาล์ม : เพื่อนต่างชาติที่เจอที่นู่นเป็นไงมั่ง มีที่สนิทไหมคะ?
พี่แบงก์ : เพื่อนที่โน่นก็ใจดี บางครั้งยังสอนหลายอย่างที่เราไม่รู้ ทุกคนร่วมมือกันทำงาน ทำให้เราพลอยสนุกไปกับการทำงานด้วยค่ะ

พี่ปาล์ม : เห็นว่าช่วงวันหยุดได้ไปเที่ยวที่ประเทศฝรั่งเศสมาด้วย ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมคะว่าไปได้ยังไง และไปกับใคร ค่าใช้จ่ายสูงไหมคะ?
พี่แบงก์ : ตอนที่ไปเที่ยวฝรั่งเศส สนุกมากๆเลยค่ะ เราได้ไปเที่ยวที่เราอยากจะไป เหมือนตอนที่เห็นรูปในหนังสือที่เมืองไทย และไปกันเป็นกลุ่มด้วยกัน ค่าใช้จ่ายหมดไปเยอะ เพราะของกินที่นั่นแพงมากๆเลยได้ไปกินที่แม็คโดนัลด์อย่างเดียว (หัวเราะ) จะได้ประหยัด ฮ่าฮ่า !! ซึ่งก่อนที่จะไปก็วางแผนกันไว้แล้วว่ามีใครจะไปด้วย และจะไปไหนกันมั่ง คือต้องวางแผนกันให้ดีๆก่อนจะออกเดินทาง นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าและมีความสุขมากๆเลยค่ะ

พี่ปาล์ม : คิดถึงบ้านบ้างไหมคะ?
พี่แบงก์ : โห...คิดถึงมากๆค่ะ และจะโทรกลับมาที่เมืองไทยบ่อยๆ แต่พออยู่ที่นั่นไปนานๆกลับรู้สึกสนุกจนไม่อยากกลับบ้านกันเลย แป่ว !! (หัวเราะ) เป็นเพราะคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมงานและสภาพแวดล้อมแล้ว แต่ถึงเวลากลับก็ต้องกลับซะแล้ว (ติดลมแล้ว ฮ่าๆๆ)

พี่ปาล์ม : สรุปแล้วไปอยู่กี่เดือน? กลับไทยวันไหนคะ?
พี่แบงก์ : อยู่ที่โน่นเป็นเวลาหกเดือน และออกเดินทางกลับเมื่อวันที่ 20/07/2006 และเมื่อมาถึงเมืองไทยเมื่อวันที่ 21/07/2006

พี่ปาล์ม : ประสบการณ์ที่ได้รับเป็นยังไงบ้างคะ?
พี่แบงก์ : ประสบการณ์ที่ได้รับคือการทำงานที่แตกต่างจากเมืองไทย เราจะรู้เลยว่าทำงานกะนี้ต้องทำอะไรบ้าง เข้าอีกกะจะต้องทำอะไรบ้าง การได้เรียนรู้ด้วยว่าเวลาจะเดินทางไปเที่ยวต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ทำให้เรารู้จักวางแผน รู้ค่าของเงิน และทางโครงการยังได้ให้เรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยของที่นั่นด้วย ทำให้ได้เรียนรู้อะไรได้เยอะมากๆ เช่น การใช้ชีวิตที่นั่นจะต้องทำอย่างไรบ้าง ถึงแม้บางครั้งคิดถึงบ้านมากๆแต่ในเมื่อเรามาถึงที่นี่แล้ว เรามาเอาประสบการณ์ มาเอาความรู้ และก็สนุก ได้เจอเพื่อนใหม่ เจอโลกกว้าง ทำให้เราได้รู้ว่าเมื่อเจอเหตุการณ์อย่างนี้จะต้องแก้ไขสถานการณ์ยังไง เมื่อกลับมาถึงที่เมืองไทยทำให้เราได้เติบโตขึ้นไปอีกขั้น

พี่ปาล์ม : สุดท้ายแล้ว ช่วยฝากอะไรถึงน้องๆที่กำลังอ่านหน่อยค่ะ
พี่แบงก์ : อยากจะฝากน้องๆที่กำลังอ่านอยู่ว่าไม่ว่าน้องๆจะสนใจเรียนด้านไหน สนใจอาชีพอะไร แต่ก็ขอให้ทำด้วยความตั้งใจ ถึงแม้บางครั้งปัญหาที่เราเจอมันจะหนักและยากสักเท่าไหร่ ขออย่าเพิ่งท้อ และทุกปัญหามักจะมีทางออกเสมอ พี่แบงก์ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ

     เมื่อการสัมภาษณ์จบลง พี่ปาล์มรู้สึกได้เลยว่าทุกคนล้วนมีความฝันและมีโอกาสในการทำความฝันนั้นให้เป็นจริงเสมอ ดังคำกล่าวที่ว่า "ฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง" นอกเหนือจากพี่แบงก์แล้ว พี่ปาล์มและพี่ๆชาวเด็กดีทุกคนขอเป็นกำลังใจให้น้องๆด้วยนะคะ

เกร็ดภาษาสนุก - ภาษาดัตช์
      ภาษาดัตช์ (Dutch) เป็นภาษากลุ่มเจอร์เมนิกต่ำ ที่มีคนพูด 22 ล้านคน ส่วนใหญ่ในประเทศเนเธอร์แลนด์และประเทศเบลเยี่ยม ภาษาดัตช์ที่พูดในเบลเยียมมักเรียกว่าภาษาเฟลมิช และมักจะถือเป็นภาษาที่แยกต่างหากกัน

Goede Morgen (คูเดอะ มอร์เคิ่น) = good morning
goede nacht (คูเดอะ นะคท์) = good night
Tot ziens (โต๊ดซินส) = good bye
Dank u wel (ดังคู เวล) = Thank you
Ik hou van je (อิค เฮา ฟัน เยา)= i love you


ข้อมูลประเทศเนเธอร์แลนด์จาก Wikipedia
    เนเธอร์แลนด์ (Nederland , Netherlands) หรือที่มักเรียกกันว่า ฮอลแลนด์ (Holland) มีชื่ออย่างเป็นทางการคือ ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ (Kingdom of the Netherlands) มีรากศัพท์มาจากคำว่า “Neder” หรือ “ต่ำ” เนื่องจากภูมิประเทศส่วนใหญ่ของเนเธอร์แลนด์เป็นที่ราบลุ่ม และพื้นที่ประมาณหนึ่งในสี่ของประเทศต่ำกว่าระดับน้ำทะเล เนเธอร์แลนด์ได้ปรับพื้นที่โดยการสูบน้ำออกจากทะเลสาบและทางน้ำต่าง ๆ เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้ เนเธอร์แลนด์จึงมี เขื่อน ทางระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำจำนวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศประสบภาวะอุทกภัย เนเธอร์แลนด์จึงมีสิ่งก่อสร้างด้านวิศวกรรมการจัดการน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

*แต๊แต่น...น้องๆคนไหนมีประสบการณ์เคยเรียนเมืองนอก ไม่ว่าจะอยู่นานหรือแค่แป๊ปเดียว ส่งเมล์มาบอกเล่าเรื่องราวได้เลย palm@dek-d.com จ้า*

พี่ปอน
พี่ปอน - Webmaster Chief Commercial Officer (CCO)

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

6 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
*+mascara+* Member 11 ก.ค. 51 04:20 น. 2
เด๋วนะคะ มีผิดพลาดนิดนึงตรงเกร็ดภาษา goede morgen(คูเดอะ มอร์เคิ่น) ไม่ไช่ เดน/เคิ่ล เดนเนี่ยจะออกเสียงน.หนูก็ต่อเมื่อมีตัวNอยู่ด้วย แล้วก็คำว่าเคิ่ล เป็นเคิ่น ออกเสียงตัวน.หนู(เพราะเป็นตัวNไม่ไช่L) gute nacht อันนี้น่าจะเป็นเฟลมิชนะคะ เพราะภาษาเฟลมิชฟังแล้วจะรู้ทันทีเพราะต่างจากดัชตรงการออกเสียง ที่เค้าเรียกกันว่า zachte(นิ่ม) g(เค)(อันนี้แปลตรงๆเลย) คือการออกเสียงตัวgจะไม่ชัดเหมือนดัชจริงๆ) หรือการพูดก็เช่นกัน ดัชจริงๆต้องเป็น goede nacht (คูเดอะ นะคท์) ออกเสียงยากหน่อยมันต้องออกเสียงชัดอย่างเช่นตัว ร.เรือ ค.ค ว า ย ฯ และคำนี้จะเป็นควบกล้ำ คท์ จะออกเป็น คึทึ แต่พูดพร้อมกันเร็วๆแต่ชัดๆนะ (แอบขำ ตลกเนอะ) dank u wel (ดังก์ อู แวล) ไม่ไช่ ดังเฉยๆนะคะต้องออกเสียงตัว K(กา)ชัดๆ แต่เวลาพูดเร็วๆมักจะกลายเป็นควบกล้ำ ดังกูวแวล และที่ออกเสียงเป็น อู ก้เพราะว่าภาษาดัชเรียกตัวยูว่า อู (ออกเสียงจริงๆยาก****ๆๆ เพราะมันไช่ อู ธรรมดามีการออกเสียงที่(หนู)ไม่สามารถหาอักษรไทยมาเรียบเรียงได้ให้ถูกต้องจริงๆ หนูยังไม่จะพูดออกเสียงไม่ได้เลยTT~ โดนล้อแทบตลอด แอบกลุ้ม แต่ถ้าเป็นคำออกเสียงควบกล้ำ(ได้) จะง่ายหน่อยเพราะไม่ต้องเน้นให้ชัดๆ) ตัวสุดท้ายของคำ: wel เป็น แวล ไม่ไช่เวล เพราะมีตัวEตัวเดียวไม่ต้องลากเสียง จะออกเสียงสั้นๆ ik hou van je (อิก เฮา ฟันน์ เยอะ) ถ้าจะให้เป็น เยา ต้องคู่กับคำว่าjouwนะคะและก้มี ว์ ด้วยเพราะจะออกเสียงตัวWด้วย แต่ทั้งสองคำก็ใช้ได้เหมือนกัน อ้อเกือบลืมตัวแรก ต้องเป็น อิกค่ะ ไม่ไช่อิค (ออกเสียงตัวk) เพื่อความเข้าใจมาทำความรู้จักกับการออกเสียงของแต่ละตัวกัน Aอา(อะ ถ้าสองตัวติดกันจะเป็น อา) Bเบ(บึ) Cเซ(ซ~ลองพูดซรอดไรฟันแล้วอ้าปาก คิกๆ) Dเด(ดึ) Eเอ(แอะ สองตัวติดกันเป็น เอ) Fเอฟ(ฟ~เสียงลอดไรฟัน) Gเค(คึ ออกเสียงเหมือนจะคากเอาเสลดออก55+เสียงเป็นค.คว*ย) Hฮา(หึน์ เสียงอยู่ในคอ) Iอิ(อิ เหมือนเดิม) Jเหย์(เยอะ) Kกา(กึ) Lแอล(ล~) Mเอ็ม(อืม เวลาออกเสียงปิดปาก) Nเอ็น(น ออกเสียงในลำคอ) Oโอ(โอะ สองตัวเป็น โอ ลากยาวนิดนึง) Pเป(ปึ ปิดปากแล้วเวลาจะออกเสียงกระแทกออกมา)) Qกูว(ตัวนี้ไม่(ค่อย)ใช้) Rแอร(ร~อันนี้ต้องดัดลิ้นด้วยจริงๆนะคะ) Sเอส(ซ~เช่นเดียวกับC) Tเต(ถึ) Uอู(อุ สองตัวออกอู(ที่เคยบอกไป ยาวๆ) Vเฟ (ฟ~เหมือนตัวF) Wเว (วึ) Xอิกซ์ (อันนี้ก้ไม่ค่อยใช้ ออกเสียงเป็น ซ~~ เหมือน C) Yไอย์ (ตัวนี้ส่วนมากจะใช่ IJ แทนมากกว่า ออกเป็น ไอย์) Zแซท (ซ~~ เหมือนSกะC) ที่อยู่ข้างแต่ละตัวจะเป็นชื่อที่เรียกแต่ละตัวเฉยๆ ที่อยู่ในวงเล็บเวลาเอาคำมาผสมกันหรือออกเสียงจะออกอย่างนั้นและง่ายกว่า ภาษานี้เป็นอะไรที่ซับซ้อนมากมาย ซึ่งบางคำหาใช้กับอักษรไทยไม่ได้ มันต้องลิ้นอ่อนๆ ภาษาไทยเวลาออกเสียงอะไรจะเป็นลิ้นแข็งๆ ถ้าคุณได้สำผัสจะรู้ว่ามันแตกต่างกันมากเวลาพูดหรือออกเสียง อ้อ ส่วนมากเวลาพูดจะออกเสียงตัวท้ายชัดๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เดอะ โขกวิญญาณ !! Member 19 ก.ค. 51 16:45 น. 8
55+ อ่านแล้วแอบฮา ภาษาดัชต์ ตอนแรกนึกว่าเหมือนเยอรมัน ไปๆมาๆ ไม่เหมือนเลย --* แต่ก้อยังพอมีเค้าให้เดาได้อยุ่เนาะ? ดีมากๆเลยที่เอามาเล่าสู่กันฟัง เพราะเราก้อเรียนการโรงแรมที่วิทยาลัยนานาชาติเหมือนกัน เป็นที่รู้กันว่าเด็กปีสามของวาแตลต้องไปฝึกงาน ที่ฝรั่งเศส กำลังกลัวอยู่ ,, แต่พอได้มาอ่านแล้ว ก็เบาใจไปเยอะ 55 คิดว่า คนอื่นยังทำได้ เราก้อต้องทำได้ ! แบบนี้ก้อสบายใจขึ้นมาหน่อย ปล. กระทู้ดีมาก แต่พวกอวดรู้เยอะไปหน่อย น่ารำคานนิดๆแฮะ .. ปล.2 คห.ที่สองน่ะ ... ตัวอูที่คุนพูดถึง แล้วออกเสียงไม่ถูกน่ะนะ ... ทางที่ง่ายที่สุด ก็แค่ทำปากเหมือนออกเสียง "อู" แต่เปล่งเสียงเป็นคำว่า "อี" เท่านี้คุนก็จะได้ u หรือ ü แล้วล่ะนะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด