TUNU ในอีกมุม..ที่คุณไม่เคยรู้จัก………………….by Annie



TUNU คืออะไร?
นั่นสิคะ ชื่อuni ชื่อคณะหรืออะไรกันแน่?? เพื่อนๆหลายคนคงอยากทราบรายละเอียดหรือที่พอมีข้อมูลอยู่แล้วไม่แน่ใจว่าทราบมาถูกๆผิดๆอย่างไรก็แล้วแต่  Annieจะพาไปรู้จักและแนะนำรายละเอียดคร่าวๆให้หายเคลือบแคลงความสงสัยกันซักที  TUNU(ตูนู่) เป็นโครงการของคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เกิดขึ้นจากการร่วมกันระหว่าง2มหาวิทยาลัย นั่นก็คือ Thammasat University กับ The University of Nottingham, UK ซึ่งทั้งสองเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยและอังกฤษอีกด้วย
    ปัจจุบันปี2006 TUNUก้าวเข้าสู่ปีที่11 ซึ่งเกิดโครงการใหม่ และแบ่งได้ดังนี้
TEP (เทป) เป็นโครงการที่ศึกษาในประเทศไทยเป็นเวลา2ปี และต่างประเทศอีก2ปี
     TU-NU (Thammasat-Nottingham, UK) http://www.nottingham.ac.uk/
     TU-UNSW (Thammasat-New South Wales, Australia) http://www.unsw.edu.au/
TEPE (เทปเป้) วิศวกรรมศาสตร์หลักสูตรภาษาอังกฤษ ศึกษาในประเทศไทยตลอด4ปี
    สำหรับที่Annieจะเล่าต่อไปนี้ เป็นรายละเอียดของTUNUนะคะ เพราะศึกษาอยู่ จะได้เล่าประสบการณ์ตรงเลยดีกว่า
    วิศวะฯ ภาคต่างๆที่สามารถเลือกได้ มีดังนี้ค่ะ ดูแล้วสนใจกันบ้างมั้ยคะ
        Industrial Engineering(อุตสาหการ)
        Civil Engineering (โยธา)
        Mechanical Engineering (เครื่องกล)
        Chemical Engineering (เคมี)
        Electrical Engineering (ไฟฟ้า)
        Electronic Engineering (อิเลคทรอนิกส์)
        Electrical and Electronic Engineering
        Electronic and Computer Engineering
        Electronic and Communication Engineering
        Electronic and Industrial Control Engineering
    The University of Nottingham เป็นuniที่มีชื่อเสียงทางด้าน Mechanical and Industrial Engineering ของประเทศอังกฤษเป็นอย่างยิ่ง ถ้าใครสนใจด้านนี้อยู่แล้วและมีโอกาส ก็ฝากTUNUเป็นตัวเลือกหลักด้วยนะคะ
    การเรียนในธรรมศาสตร์ เราเรียนกันที่รังสิตค่ะ ก็เหมือนกับคณะอื่นๆ ในตึกวิศวะร่มรื่นดี ด้านหน้าตึกมีสระน้ำ(บ่อปลา) และสะพานที่มาพร้อมกับตำนานว่า “ถ้าผู้ชายสามารถปั่นจักรยานข้ามสะพานโดยมีผู้หญิงซ้อนท้ายขึ้นลงสำเร็จล่ะก็จะได้สมหวังเป็นเนื้อคู่กัน” แต่ขอบอกก่อนนะคะว่าความชันของสะพานก็น่าท้าทายไม่น้อย



    ห้องโครงการของเราจะอยู่ชั้นสอง มีห้องสำหรับค้นคว้าหรือพักผ่อนข้างๆห้องโครงการอีกด้วย
โทร. 0-2564-3001~9 ต่อ 3026~3028, 3196 หรือ http://www.engr.tu.ac.th/
e-mail: tep_info@engr.tu.ac.th or tepe_info@engr.tu.ac.th

   

    มาเล่าสาระด้านวิชาการบ้างดีกว่า อาจารย์ส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่จบปริญญาเอกและมาสอนเป็นภาษาอังกฤษ มีอาจารย์ต่างประเทศสอนวิชาconversation ภายในห้องเรียนก็ซักถามเป็นภาษาอังกฤษซะส่วนใหญ่ บางทีเด็กนักเรียนเองจะหลุดภาษาไทย แต่ยังไงซะก็เหมือนเป็นการค่อยๆปรับพื้นฐานก่อนไปเรียนที่อังกฤษ
    เกณฑ์การไปอังกฤษหลักๆมีสองอย่างค่ะ คือ เรียนให้ได้เกรดเฉลี่ยตั้งแต่ 2.2 กับ สอบIELTSได้ 6 ขึ้นไป ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายแต่สำหรับหลายๆคนก็อาจจะไม่ง่ายเลย เพราะดูจากจำนวนนักเรียนที่เข้ามามากแต่พอถึงเวลาไปก็ไปได้ไม่กี่คนเอง ทางโครงการมีข้อยกเว้นให้คือต้องพยายามสอบ IELTS ใหม่ให้ผ่านภายในหนึ่งปีและตามไปทีหลังพร้อมกับรุ่นน้อง
    เมื่อครบ 2 ปีแรกจากธรรมศาสตร์ ก็เรียนต่อ 2 ปีหลังที่อังกฤษ (กล่าวก่อนเลยว่า การเรียนปริญญาตรีที่อังกฤษใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปี หลังจากจบGrade 12 นักเรียนอังกฤษส่วนใหญ่จะต้องเรียน A-level 1 ปีก่อนที่จะเข้าปี 1 สรุปก็ใช้เวลา 4 ปีเท่าบ้านเรา) สำหรับนักเรียน TUNU จะเรียนปี 2 และปี 3 ในปริญญาตรีของประเทศอังกฤษค่ะ
    The University of Nottingham เป็นuniแบบแบ่งเป็นcampus ที่เราได้ไปเรียนหลักๆก็คือUniversity Park Campus ส่วนใหญ่เป็นคณะของสายวิทยาศาสตร์ แต่บางวิชาซึ่งน้อยมากๆจะไปเรียนที่Jubilee Campus ซึ่งเน้นพวกสาย business ซะมากกว่า
     
   

    University Park ที่เห็นคือ Trent Building เป็นตึกแรกที่สร้างขึ้นในuni (Trentมาจากชื่อแม่น้ำสายหลักของเมืองNottingham) ตึกนี้เด่นชัดด้วยนาฬิกาซึ่งจะมีเสียงตีดังตามจำนวนครั้งเมื่อครบแต่ละชั่วโมง ภายในห้องบางห้องสวยงามมาก คงซึ่งเอกลักษณ์ยุโรปสมัยก่อนผสมผสานกับยุคปัจจุบันอย่างลงตัว

   

Jubilee อย่างที่กล่าวแล้วนั้นส่วนใหญ่เป็นคณะจำพวกbusiness ซึ่งNottinghamก็เป็นuniที่มีชื่อเสียงทางด้านนี้เช่นกัน บรรยากาศน่าเรียน เงียบสงบ ตอนกลางคืนก็ไม่น่ากลัวแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยความโรแมนติกของlakeและbuildingของcampusนี้
   
  การเดินทางในuniและระหว่างcampus นักเรียนส่วนใหญ่จะเดิน หรือไม่ก็นั่งรถhopper busซึ่งบริการฟรีตลอดเส้นทาง ทุกๆ15นาที

ชีวิตประจำวันของนักเรียนวิศวะอย่าง Annie นะคะ ก็เริ่มตั้งแต่ลุกจากเตียงในหอพัก (หุหุ! รูปห้องนอนไว้ดูทีหลังนะคะ) หอมีให้เลือกแบบcatered(มีอาหารให้)หรือself-catering(ทำอาหารเอง)

   



ภายนอกหอพัก(hall) ร่มรื่นมั้ยคะ ธรรมชาติสวยงาม อากาศสดชื่นมากเลยล่ะค่ะ ทางเข้าต้องใช้student cardรูด เข้าออกได้ตลอด24ชั่วโมง

   

ภายในhallที่Annieอยู่ก็มีcanteenอย่างภาพที่เห็น แล้วก็มีห้องนั่งเล่น TV โต๊ะสนุกเกอร์ ตู้กดน้ำ ขนม ฯลฯ เอาไว้แก้เหงาอีกด้วย

     

และนี่ก็คือห้องนอนของAnnieเป็นแบบen-suiteคือมีห้องนอนกับห้องน้ำในตัว ที่นี่เน้นห้องนอนเดี่ยวค่ะ ห้องจึงเล็กมาก ส่วนหออีกแบบเป็นself-cateringก็ตามภาพข้างล่างเลยค่ะ มีแบบครัวรวม(ภาพซ้าย)หรือstudio
(ภาพขวา)มีครัว ตู้เย็น ไมโครเวฟ แทบทุกอย่างในห้องนอนด้วยค่ะ

   

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จก็นั่งhopper busไปเรียน ต่อไปจะพาไปทัวร์คณะวิศวะนะคะ

   

    ในuniตึกต่างๆจะมีแค่ 3-4 ชั้น ยกเว้นภาพด้านขวาคือtower buildingซึ่งเป็นตึกสูงที่สุดในuniใช้สอนพวกวิศวะภาคคอม ไฟฟ้า เหล่านี้

     

ภายในห้องเรียนเต็มไปด้วยอุปกรณ์ครบครัน ถ้าสังเกตจากรูปโพเดียมซ้ายมือสุด เกือบทุกห้องที่มีโพเดียมแบบนี้จะมีคอมพิเตอร์อยู่ และสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เนตได้ทันที สำหรับlabอุปกรณ์ก็พร้อมเช่นกัน การเรียนที่นี่เน้นให้นักเรียนออกความคิดกันเอง โดยมีอาจารย์เป็นที่ปรึกษา Annieว่าlabที่นี่หนักและโหดกว่าเมืองไทยมากๆเลยล่ะค่ะ



    อย่าเพิ่งเครียดนะคะ ไปชมด้านอื่นๆในuniกันบ้างดีกว่า...



Portland Building ตึกสีขาว ตั้งอยู่กลางuni เป็นตึกที่สำคัญที่สุดสำหรับมาทำธุระ เพราะเป็นตึกที่นักเรียนจะมาขอรายละเอียดต่างๆให้มหาวิทยาลัยออกเอกสารให้ หรืออะไรก็ตาม มีstudent union, ธนาคาร, Boots, ร้านหนังสือ, ที่ขายตั๋วเครื่องบิน รถไฟ coach, ร้านอาหาร, print shop ฯลฯ


 Hallward Library เป็นห้องสมุดที่ตรงข้ามPortland Buildingนักเรียนชอบมาอ่านกันโดยเฉพาะช่วงสอบอยู่กันจนถึงเช้าเลยทีเดียว

ตึกอื่นๆในuniอย่างเช่น3ภาพด้านล่าง ถึงจะเก่าแต่ก็คงความแข็งแรง เรียบๆ และคลาสสิกไปในตัว



อย่างที่บอกไป University of Nottinghamเป็นuniที่ร่มรื่นน่าอยู่มาก ยามว่างถ้ามีโอกาสได้มาเดินเล่นก็จะไปที่lakeกัน เอาขนมปังไปให้อาหารเป็ด ห่าน หงส์บ้างเป็นต้น



นอกจากนี้ภายในuniก็มีกิจกรรมสำหรับนักเรียนมากมาย และทุกวันพุธจะเรียนครึ่งวันเพื่อเน้นให้นักเรียนไปเล่นกีฬา มีSport centreพร้อมสระว่ายน้ำในตัวUniversity Park Campusเช่นกัน

ที่Annieเล่ามาทั้งหมดนี้ไม่ใช่การโอ้อวดว่าTUNUมีเงินเรียนเมืองนอกอะไรแบบนั้น แต่Annieอยากให้เพื่อนๆมองอีกมุมเพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับตัดสินใจศึกษาต่อในวันข้างหน้ามากกว่าค่ะ ทราบมั้ยคะว่า TUNU มีข้อดีอะไร
    1.ค่าเรียนที่ถูกกว่าปกติ เพราะว่า จะได้ลดค่าเทอมปีละ 25% ถ้าจ่ายทั้งหมดตามกำหนดเวลาก็ได้ลดเพิ่มอีก3-5% ถ้ามาเรียนเองก็ต้องจ่ายเต็มนะคะ
    2.ปกติวิศวะที่นี่เอาIELTS 6.5ค่ะ แต่ถ้าเข้าโครงการนี้เค้าลดหย่อนแค่ IELTS 6ก็มาเรียนได้แล้วค่ะ
    3.การต่อโทที่ประเทศอังกฤษง่ายขึ้น ข้อดีของปริญญาโทที่อังกฤษคือเรียนแค่ 1 ปีซะส่วนใหญ่ เกณฑ์สำหรับuniที่มีชื่อเสียงและเข้ายากก็คือ ต้องได้ 2-1 เป็นต้นไป (ประมาณ GPA 3.5) และสำหรับนักเรียนที่ไม่ได้จบจากอังกฤษหรืออยู่อังกฤษก่อนอย่างน้อย2ปีก็ต้องสอบให้ผ่าน IELTS 7 ขึ้นไป มันไม่ง่ายเลยค่ะ
    แต่สำหรับTUNUที่มาเรียน การเอา2-1นั้นง่ายกว่า การได้3.5ที่เมืองไทยเยอะ และซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องสอบวัดทางภาษาอังกฤษอย่างIELTSซ้ำอีกรอบด้วย เพราะมีใบจบตรีจากuniในอังกฤษเองอยู่แล้ว
    ผลสำเร็จด้านการเรียนวัดจาก% ดังนี้
        First class honor        (70% up)
        Second class honor   (60-69%)   2-1 (upper second honor)
                                         (50-59%)   2-2 (lower second honor)
        Third class honor      (40-49%)
        Ordinary                    (below 40%)
    ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร ปีละไม่เกิน สองล้าน อยู่ชัวร์ แจกแจงได้ดังนี้
        ค่าเทอมต่อปี 10000 กว่าปอนด์  ลดไป 25% จะเหลือไม่น่าเกิน 9000 ปอนด์
        ค่าหอ 4500 ปอนด์ (บวกลบ) ถ้าอยู่บ้านก็อาจถูกกว่านี้
        ค่าใช้จ่าย ถ้าใช้เดือนละ 500x9=4500 ปอนด์
        ค่าเครื่องบินไป-กลับ 45000 บาท
        รวม 2 ปี  คิดrate1ปอนด์=75บาท  เป็นเงิน  2790000 บาท

   เส้นทางชีวิตมีมากมายหลายหลาก ขึ้นอยู่กับคุณที่ว่าจะเลือกให้ไปทางไหน โอกาสมี เงินพร้อม เพื่อเรียนก็ควรตั้งใจ ทดแทนบุญคุณอันยิ่งใหญ่แก่บุพการีและสังคม
 Annie ขอฝาก TUNU เป็นคณะหนึ่งในดวงใจของเพื่อนๆทุกคนด้วยนะคะ...ขอบคุณค่ะที่อ่านจบถึงตรงนี้  
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

41 ความคิดเห็น

coQue Member 11 ส.ค. 49 12:59 น. 1
ไม่มีตังค์คับ
เรียนไม่ค่อยเก่งด้วย จะสอบทุนก้คงไม่ได้ 555+

ถ้าหมดขนาดนั้นเอาตังค์ไปเรียนแพทย์ รังสิต ดีกว่าคับ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ViVaciou$ 14 ส.ค. 49 18:32 น. 3
โห 0.0 น่าสนใจค่ะพี่^^
แล้วการเข้าเรียนนี่จะต้องสอบเหมือนคณะอื่นๆทั่วๆไปมั๊ยคะ หรือสอบตรง? เกรดซักเท่าไหร่ถึงจะเข้าได้คะ ตอนนี้หนูอยู่ม.4 เกรดม.ต้นก็ประมาน 3.77อาค่ะ
การเรียนหนักมากมั๊ยคะ ถ้าภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง(เอิ๊ก) จะไหวมั๊ยคะ...55+...รบกวนพี่Annieตอบด้วยเจ้าค่า
0
กำลังโหลด
ANNIE 14 ส.ค. 49 22:55 น. 4
เดี๋ยวนี้เข้าง่ายกว่าเก่านะคะ
ยื่นคะแนนเอนท์
สอบตรง
หรือ ล่าสุด เกรดเฉลี่ย3upก็เข้าได้แล้ว
มาสอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ จบค่ะ
ลองโทรเชคกับห้องโครงการณ์ตามเบอร์ข้างบนนะจ๊ะ
0
กำลังโหลด
ANNIE 14 ส.ค. 49 22:59 น. 5
ielts สมัยนี้สอบได้ทุกweekไม่ใช่หรอจ๊ะ เมื่อก่อนต้องเว้นทุก 3เดือนแหละ
ถ้าสอบไม่ผ่านภายในสองปี ก็มีเวลาอีกปีจ้า ไปช้าพรุ้อมรุ่นน้องปีนึง
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
*-* 19 ส.ค. 49 14:50 น. 7
พี่ครับๆ ที่บอกว่าสูงกว่า 3.00 สามารถยื่นคะแนน เพื่อสอบสัมภาษณ์ได้เนี่ย
อยากทราบว่า การสอบสัมภาษณ์โหดหรือไม่ อย่างไร โปรดชี้แนะด้วยครับ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
nongya Member 21 ส.ค. 49 14:54 น. 11
เรียนที่ไหนดีที่ค่าเทอมไม่ค่อยเเพง แล้วเรียนมีความสุขอย่างเรียนธุรกิจการบินนะ ที่ไหนพอมีให้เรียนบ้างครับ
0
กำลังโหลด
เกียร์น้อย กลิ้งไป 23 ส.ค. 49 18:52 น. 12
สามารถยื่นเกรด เฉลี่ย ได้เลยค่ะ ถ้ามากกว่า 3.00

แต่ก็จะมีการสอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ โดย อาจารย์ที่จะสอนน้อๆๆ

แต่ถ้าต่ำกว่านั้นจะมีการจัดสอบเพียง 1 ครั้งเท่านั้น

ซึ่งปีพี่สอบผ่านแค่ 7 คน จาก หลายร้อย

แต่ที่ผ่านเพราะสัมภาษณ์จะมีเยอะ

น้องๆคงกังวลกับเรื่องเรียนที่เป็นภาษาอังกฤษทุกวิชา

ไม่ต้องเป็นหว่งเพราะน้องๆๆๆจะสามารถปรับตัวได้เองค่ะ

เพราะน้องๆๆจะได้เพื่อนที่เรียนจาก อินเตอร์ หรือจบ high school มาจากเมืองนอก

มาช่วยด้านภาษานะค่ะ ส่วนพวกเราจะช่วยเรื่องด้าน วิทยศาสตร์ให้เขามากกว่า

ถึงแม้พวกเราจะเรียนแยกกับภาคไทยแต่พวกพี่ก็รักกันมากค่ะ

เพราะคณะของเรามีกิจกรรมให้น้องๆๆทำตลอดเวลาค่ะ

หวังว่าน้องๆๆทุกคนจะติดคณะที่หวังนะค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
mam 24 พ.ย. 49 19:30 น. 16
อยากทราบว่า ไปอยู่ที่นู่นเหงามั๊ยครับ มีเพื่อนไทยมั๊ย
แล้วเพื่อนที่ เรียนด้วยกันจากไทย ยังจะได้อยู่ด้วยกันที่ uk มั๊ย ครับ
0
กำลังโหลด
mam 24 พ.ย. 49 19:32 น. 17
อยากทราบว่า เพื่อนที่เรียนที่ไทย พอไปเรียนที่ นู่น ยังจะได้อยู่ด้วยกันไหมครับ

แล้วเหงามั๊ย
ผมกลัวไปเรียนแล้วเหงาอะครับ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
it's me 27 พ.ย. 49 01:23 น. 19
เย คณะเราจะได้เป็นที่รู้จักซะที หลังจากหลบอยู่ในเหลือบมานาน แอบน้อยใจไปไหนบอกวิศวะอินเตอร์มธ.ไม่มีใครรู้ัจัก อิอิ
0
กำลังโหลด
..... 1 ธ.ค. 49 06:41 น. 20
ปกตินะคะ ไม่เอาปีล่าสุด นักเรียนมากเกิน
ปีนึงจะมีนักเรียน100+-
tunu tep 60
tepe 40

tepได้ไปประมาณ40คน
ก็ไปอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องกลัวเหงา
แล้วแต่จะเลือกหอ

กลัวจะไม่ได้ภาษามากกว่า ถ้าอยู่แต่กับคนไทย
คือเราเลือกที่จะพูกก็ได้
แต่เวลาเรียนหรือทำงานก็ทำกับเพื่อนต่างชาติ เค้าจับกลุ่มให้หมด เลยได้ใช้ทักษะการฟังเยอะหน่อย
พูดก็ขึ้นอยู่กับเราอีกแหละ

คำว่าเหงาจะมีต่อเมื่อ เราแยกตัวเองไปอยู่คนเดียวมากกว่า

อยู่หอ ห้องข้างๆก็เพื่อนต่างชาติส่วนใหญ่
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด