|
ข่าวเกี่ยวกับการรับน้องมีแต่จะรุนแรงขึ้นทุกวัน บางข่าวเล่นกันรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตกันเลยนะคะ และวันนี้ ศาลอาญาก็ได้พิพากษาคดียิงนักศึกษาต่างสถาบัน และคดีรับน้องรุนแรงโดยการเอาไฟลนหลังแล้วค่ะ วันนี้ (29 ก.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 704 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุทธินันท์ หวังหอมกลาง นายมงคล ศรีพูล และนายชาตรี จูวรรณะ 3 นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน จำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่รับอนุญาต พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนและพาอาวุธมีดติดตัวไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควร
จากกรณีเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2549 จำเลยได้ร่วมกับพวกที่ยังหลบหนีอีก 6 คน ก่อเหตุยิง นายเบญจพล วิริยารัมภะ นักศึกษาชั้นปี 2 คณะเทคโนโลยีภูมิทัศน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เสียชีวิตในซอยลาดพร้าว 124 สาเหตุเพราะความโกรธแค้นระหว่างสถาบัน ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า คำเบิกความของพยานโจทก์ที่นำสืบสอดคล้องกัน และรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัย การที่จำเลยอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อมให้รับสารภาพในชั้นสอบสวน ฟังไม่ขึ้น เพราะขณะสอบปากคำมีบุคคลอื่นร่วมรับฟังด้วย และรับสารภาพด้วยความสมัครใจ จึงเชื่อได้ว่าจำเลยทั้ง 3 กระทำความผิดจริงตามฟ้อง พิพากษาให้ประหารชีวิตในความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ส่วนความผิดพาอาวุธมีดปรับ 90 บาท ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองจำคุก 2 ปี และฐานพาอาวุธปืนจำคุก 1 ปี แต่คำให้การในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีมีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 ให้จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 60 บาท พร้อมให้ชดใช้เงินค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหาย จำนวน 4.25 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้อง วันเดียวกัน ศาลแขวงพระนครใต้ออกนั่งบัลลังก์คดี นายโอภาส ทิมครองธรรม นายมานพ เกิดศิริ และนายกีรติ เริงอาจ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ รุ่นพี่โหดที่ใช้สีสเปรย์พ่นผ่านไฟใส่แผ่นหลังระหว่างการรับน้อง ทำให้นายสุรเดช สุวรรณรัตน์ นักศึกษาปี 1 คณะวิศวกรรมอุตสาหการ รุ่นน้อง ได้รับบาดเจ็บ ตามความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นอันตรายแก่กายและจิตใจ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐาน และพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะประวัติของพนักงานคุมประพฤติแล้ว เห็นว่า จำเลยทั้ง 3 มีประวัติทางด้านครอบครัวและทางด้านการเรียนดี หลังเกิดเหตุพยายามบรรเทาโทษและสำนึกผิด จึงควรให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดี พิพากษาจำคุก 2 เดือน ปรับ 2,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 1 ปี นอกจากนี้ให้มารายงานตัวต่อเจ้าพนักงานคุมประพฤติ ทุก 3 เดือน บริการสาธารณะด้านศาสนาสาธารณสุข 48 ชั่วโมง หากจำเลยผิดเงื่อนไขและไม่มารายงานตัวตามที่ศาลสั่ง โทษจำคุกจะไม่รอลงอาญา คนทำผิด สมควรได้รับโทษ นับว่ายังเป็นโชคดีอยู่บ้างที่เหลือโทษเป็นการจำคุกตลอดชีวิต แต่ถ้าหากมีโอกาสได้พ้นโทษออกมาเมื่อไหร่ ก็ขอให้กลับตัวกลับใจเสียนะคะ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีคำว่าโชคดีอีกเป็นครั้งที่สองแน่นอน พี่ปาล์มขอบคุณข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ขอบคุณภาพประกอบจาก commons.wikimedia.org |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?


8 ความคิดเห็น
เปงแค่นศ.อย่าพึ่งประหารเรย ดีแร้ว^^
จิงๆแร้วก้อไม่ได้อยุฝ่ายใครนะ ผู้กระทำผิดย่อมได้โทษ แต่..
นี่ยังเด็กอยุ อย่าพึ่งประหารเรย=w=;;
ถือว่าโชคดีไปของนศ.พวกนั้น..
ยังไงก้ต้องลงท้ายที่ขังตลอดชีวิตอยู่ดี
แล้วพอมีงานนุ่น งานนี่ ครบรอบ บลาๆ แล้วก้ลดหย่อนผ่อนโทษ ในที่สุดก้ได้ออกมา* *
แล้วก้ออกมาทำร้ายคนอื่นอีก......
เปลืองข้าวในคุกจริงๆ
จริงๆไม่ได้จะว่าอะไรใครหรอกนะ
แต่กฏหมายไทย โทษมันเบา ทำผิดนิด มีตังก้จ่ายค่าปรับ เรื่องก็จบแล้ว
ส่วนลงโทษจำคุก แปปเดียวก้ออกมาต่อ ทำผิดเรื่อยๆอีก
- - สังคมก็มานั่งเก็กซิมอีก....
คนพวกนี้มันไม่กลัวคุกกลัวตารางหรอก
ปล.มันคงคิดว่า ไปหาประสบการณ์ชีวิตชิวๆในคุกมั้ง
แต่ที่เอาไฟลนหลังเนี่ย โทษน้อยเว่อจิงๆ น่าจะจับดีดไข่ซัก10ทีแล้วค่อยส่งกลับ จุดไฟลนด้วยก็ดี เป็นไข่ปิ้ง 5555+
กฎหมายประเทศกุ