ฉันเคยคิดเสมอว่าทุกอย่างมักจะมีเหตุผลในตัวของมัน จนฉันได้มาเจอกับตัวเอง ฉันถึงได้เข้าใจแล้วว่า 'การรักใครสักคน' นี่แหละ ไม่ต้องใช้เหตุผล
3
เหตุเกิดเพราะอยาก... ว่ายน้ำ!!
หัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อแน็กเดินเข้ามาใกล้ แล้วเขาก็นั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่ที่ฉันนอนอยู่ เขาใช้มือลูบหัวฉันเบาๆ สองสามที ก่อนที่จะลุกขึ้น และเดินเข้าห้องไป เมื่อฉันได้ยินเสียงปิดประตู ก็รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก ฉันพยายามปล่อยตัวให้ผ่อนคลายจากอาการเกร็งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ลองคิดทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง แต่ทว่าก็ไม่มีเหตุผลอะไรมาตอบความสงสัยในใจฉันได้เลย
เมื่อฉันตื่นขึ้นมาในเวลาสายๆ ของวันนี้ ยังไม่มีใครตื่นเลยสักคน ห้องนอนที่มินนี่และแฟร์อยู่ ก็ยังคงเปิดประตูไว้อย่างเคย ฉันลุกจากโซฟาแล้วไปอาบน้ำทำธุระของตัวเองให้เรียบร้อย เตรียมเก็บของก่อนที่จะกลับบ้านพร้อมกับแฟร์ในเวลาบ่ายของวันนี้ เมื่อแฟร์ตื่นขึ้นมา เธอก็จัดของเตรียมพร้อมจะกลับบ้านกับฉันนั่นแหละ แต่ดันมีสายเข้าซะก่อน เมื่อเธอรับ แฟร์ก็เริ่มหงุดหงิด เธอหยิบโทรศัทพ์แล้วเดินอย่างฉุนเฉียวไปที่ระเบียง
แฟร์ที่ดูเหมือนกำลังทะเลาะกับแฟนอย่างรุนแรงผ่านโทรศัพท์มือถือ นี่ขนาดเธออยู่นอกระเบียงฉันยังได้ยินเสียงเล็ดลอดเข้ามาบ้างเป็นครั้งคราว แต่ว่านะ แล้วฉันจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่ล่ะเนี่ย ฉันเดินเข้าไปในห้องนอนที่มินนี่อยู่
“มินนี่ไปส่งเราหน่อยได้ป่าว”
“อ้าว แล้วแฟร์ล่ะ แฟร์ก็มีคีการ์ดนะ”
“เอ่อ... แฟร์มีปัญหานิดหน่อยน่ะ พอดีถ้ากลับช้ากว่านี้เราอาจจะถึงบ้านดึก”
“งั้นรอแปปนะ เดี๋ยวเราลงไปส่ง”
“เดี๋ยวไปส่งให้เอง”
!!!
โอ้พระเจ้า!! แน็กเขาเสนออยากไปส่งฉัน แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้คือบรรยากาศที่แปลกประหลาดสุดๆ ตั้งแต่ฉันมาอยู่ที่นี่ แน็กที่เดินเข้ามาในห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กำลังมองมินนี่ด้วยสีหน้าที่เดาไม่ถูกเลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ส่วนมินนี่ก็มองกลับด้วยสายตาที่ฉันไม่เคยเห็นเธอแสดงออกแบบนี้มาก่อน ฉันที่เหมือนจะตั้งสติได้ เลยคิดว่าควรจะย้ายตัวเองออกไปจากห้องนอนนี้ ก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้นตามมา ทันที่ที่ฉันออกมาได้ไม่ถึง 1 นาที ประตูห้องนอนมินนี่ก็ถูกปิดลง เสียงดัง ปัง!!
ทำไมต้องทำให้ฉันขวัญเสียอย่างงี้ด้วยนี่ แค่ใครก็ได้ ลงไปส่งที ไม่งั้นฉันได้ถึงบ้านตี 4 พอดี T_T ฉันนั่งรออยู่ที่โซฟา จนกระทั่งแฟร์เดินกลับมาจากระเบียง เธอดูไม่โอเคเท่าไหร่ เหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แฟร์เดินเข้าห้องน้ำไป จนเวลาผ่านไป 5 นาทีเธอก็ยังไม่ออกมา
แน็กเปิดประตูออกมาจากห้องด้วยท่าทางปกติ
“เก็บของเรียบร้อยนะ เดี๋ยวเราลงไปส่ง”
“ค่ะ...” ฉันตอบด้วยเสียงเบาๆ ต่อมความอยากรู้ว่าในห้องนั่นมันเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะไปฉันก็ร่ำลาเพื่อนทั้งสองที่อยู่ในห้องนอนและห้องน้ำ... แฟร์ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่หลังจากที่ฉันฟังเสียงตอบกลับของเธอ
เมื่อเดินออกมาตรงทางเดินของหอพัก ฉันก็เว้นระยะห่างกับแน็กเล็กน้อย ในระหว่างทางนั้นเราไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำ พอเดินมาถึงลิฟท์เขาก็กดปุ่มแล้วก็ยืนรอโดยยังไม่พูดอะไร และเมื่อลิฟท์มาถึงเขาก็เดินนำเข้าไปก่อน กดลิฟท์ไปที่ชั้นหนึ่ง ส่วนฉันก็เดินตามเข้าไป และยังคงรักษาระยะห่างกับเขาไว้อยู่ ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่อยู่ในลิฟท์แล้วรู้สึกอึดอัดแปลกๆ เมื่อลิฟท์เปิดออก แน็กเดินออกไปก่อนฉัน เขาเอาคีย์การ์ดแตะประตูเปิดให้ ในระหว่างที่เขายกมือขึ้น สายตาฉันก็เหลือบไปเห็นแผลที่บริเวณข้อมือของเขา และมันเหมือนเป็นแผลใหม่ที่ยังมีเลือดติดอยู่นิดหน่อยอีกด้วย วอทททท!!!
ทันทีที่ประตูถูกเปิดออกแล้ว เหมือนแน็กจะรู้ตัว เขารีบชักมือกลับไปหลบไว้ข้างหลัง นั่นยิ่งทำให้ฉันเกิดความสงสัยว่า เขาได้แผลนั่นมากจากไหน!
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง” ฉันเดินออกมาหน้าประตูเล็กน้อย มองเขาที่เหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆ ส่งกลับมาจากอีกฝ่าย แล้วทำไมกัน สายตาของเขาถึงดูเศร้านัก หรือว่าฉันคิดไปเอง
ฉันตัดสินใจเดินออกมากโดยที่เขายังไม่ได้ตอบอะไร
“กลับบ้านดีๆ นะ”
ฉันหันขวับทันทีที่ได้ยินเสียง
ตี๊ดๆ ~~
เสียงประตูหอดังขึ้น และนั่นหมายถึงมันถูกปิดลงพร้อมกับผู้ชายที่เดินหันหลังกลับไปแล้ว แน็ก... เขาเป็นผู้ชายแบบไหนกัน แล้วเขาต้องการอะไรจากฉันกันนะ
ฉันเดินออกมาจากหอพัก ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 5 นาทีก็จะถึงถนนใหญ่ แล้วฉันยังจะต้องข้ามสะพานลอยที่มีความยาวของถนน 5 เลน ไปยังอีกฝั่งหนึ่งเพื่อรอขึ้นรถตู้ไปยังรถไฟฟ้าอีก... ในระหว่างทางฉันเดินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ผ่านคิวรถสองแถวที่นั่งเข้ามหาวิทยาลัยเป็นประจำ ผ่านคิววินมอเตอร์ไซต์ที่คุ้นเคย จนมาถึงทางโค้งริมฟุตบาทที่จะมีผู้คนมากมายลงจากวินฯ ตรงนี้ มันทำให้หวนคิดไปถึงวันที่แน็กมาส่ง ... แล้วทำไมฉันต้องไปคิดถึงเขาด้วยนะ เฮ้อ! ฉันเดินเลี้ยวมาทางซ้าย ก่อนที่จะขึ้นสะพานลอยก็ทำให้นึกถึงคนอีกคนหนึ่งค่ะ เขาก็คือเจเจนั่นเอง (ฮ่าๆ) เจเจก็มาส่งฉันตรงนี้เหมือนกันแต่เขาเลี้ยวซ้ายมาส่งให้ใกล้กับสะพานลอย ซึ่งเหมือนจะดีแต่มันมีความเสี่ยงบางอย่างค่ะ... เสี่ยงที่ฉันอาจจะหัวกระเด็นไปแปะกับสะพานลอยได้เพราะมันคือถนนใหญ่แล้ว!! แล้วอะไรทำให้นายคิดว่ามาส่งฉันลงตรงนี้มันดีกันนะ! ส่งตรงหน้าปากซอยที่วินฯ มาส่งผู้โดยสารก็ได้มันมีที่จอดย่ะ แต่ฉันก็เคยถามเขานะ ว่าทำไมมาส่งตรงนี้ นายเจเจก็ตอบกลับมาว่า สะดวกกว่า (ตรงไหนไม่ทราบ!) ฉันเดินขึ้นสะพานลอยที่ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็นสะพานลอยที่สูงชัน และแคบมาก ขอย้ำว่ามากกก ถ้าเดินสวนกัน ต่างฝ่ายต่างต้องบิดตัวประมาณ 45 องศา เพื่อหลบให้เดินผ่านไปได้... เมื่อฉันเดินมาได้สักระยะหนึ่งจนเกือบจะสุดทางเดินของสะพานลอย ตรงจุดนี้มักจะเป็นจุดที่ฉันหยุด และก้มลงมองที่ถนนใหญ่ มองดูว่ารถตู้สาย 84-A มีมาจอดที่ป้ายรถเมล์หรือยัง ซึ่งเปอร์เซ็นในแต่ละวันนั้นน้อยมากๆ ในวันนี้เมื่อฉันก้มมองลงไป ก็เห็นรถตู้สาย 84-A!! จอดอยู่ และเหมือนเริ่มจะขยับออกห่างจากป้ายแล้ว ฉันรีบเดินเร็วติดสปีดเพื่อไปให้ทัน เพราะใช่ว่ามันจะมากันง่ายๆ นะ รถตู้สายนี้ ถึงแม้จะมีอีกหลายเส้นทางไปได้แต่ฉันก็จะไม่ยอมพลาดไปนั่งรถอย่างอื่นอีก จากประสบการณ์ที่ลองเฟ้นหาสายรถที่เดินทางกลับบ้านได้เร็วที่สุด เมื่อขึ้นรถตู้ได้ที่นั่งเรียบร้อย ฉันก็เปิดโทรศัพท์เข้าโซเชียลนู่นนี่ไปเรื่อยๆ จนรถตู้กำลังจะขึ้นทางด่วน ก็ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะต้อง...นอน
“น้องๆ ถึงแล้วนะครับ”
งึมๆ =___=
“คะ?”
“ถึง BTS แล้วครับ”
“อ่อ ค่ะๆ” ฉันควักเงินจ่ายพี่คนขับแล้วก็ลงจากรถ... เป็นคนสุดท้าย...
ฉันเดินจากป้ายที่รถตู้จอดมาขึ้นบันไดเลื่อนของ BTS ควักบัตรแรบบิท (ที่เคยทำหายไปหลายใบ) ขึ้นมาแตะผ่านทางกั้นเข้าไป จนเข้ามาถึงขบวนรถไฟฟ้า เมื่อสัญญาณปิดประตูดังขึ้น
ตี๊ดๆ
ประตูก็ปิดลงพร้อมด้วยปริมาณคนมหาศาลอัดกันโยกไปมาอยู่ในนี้ รถไฟฟ้าเคลื่อนตัวออกจากสถานนีหมอชิตมุ่งหน้าไป พอมาถึงที่ BTS หมอชิตทีไร ทุกครั้งฉันมักจะนึกถึงเจเจค่ะ เพราะฉันเคยแกล้งแย่บอกเขาให้มาส่งที่บ้าน และที่นี่คือกลางทางที่ฉันเคยบอกว่า เขาทิ้งฉันไว้ (ฮ่าๆ) ซึ่งมันเป็นเพียงเส้นทางที่ยังไม่ถึงครึ่งทางของบ้านฉัน และมันก็ไกลจากบ้านเขามาก แต่เขาก็ยังมาส่งฉัน ซาบซึ้งใจสุดๆ
สถานีต่อไป สยาม, ท่านสามารถเปลี่ยนเส้นทางไปยังสายสีลมได้ที่สถานีนี้, โดยประตูรถจะเปิดทางด้านขวา
เมื่อได้ยินเสียงประกาศฉันก็เตรียมตัวฝ่าฝูงคนออกไปยังประตูทางด้านขวา เพื่อเปลี่ยนขบวน ในระหว่างที่ฉันกำลังรอรถไฟฟ้ามาเทียบชานชาลา ฉันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาพ่อ
ตู๊ดดด ตู๊ด
(ฮัลโหล ลูกไอซ์)
“พ่อมารับไอซ์ได้หรือเปล่าคะ”
(ได้ลูก)
“ที่เดิมนะคะ อีกประมาณ 20 นาทีไอซ์คงถึง”
ฉันกดวางสายหลังบทสนทนาอันสั้น แต่ก็เป็นเพียงเรื่องปกติเพราะฉันไม่เคยคุยโทรศัพท์กับคนในครอบครัวเกิน 1 นาทีเลย ... เมื่อฉันมาถึงสถานีที่นัดกับพ่อไว้ ฉันเดินออกจากขบวนรถไฟตรงมายังทางออก เดินลงก็เจอกับพ่อที่รออยู่แล้ว ฉันไหว้สวัสดีเหมือนทุกครั้ง พ่อมักจะถามฉันว่า ฉันเหนื่อยไหม เรียนเป็นยังไงบ้างลูก กินข้าวหรือยัง ถ้าฉันบอกว่ายังไม่ได้กินพ่อก็จะรีบควักเงินออกมาให้ ซึ่งมันก็เป็นปริมาณที่เยอะพอสมควร บางครั้งฉันก็ไม่อยากรับมันเท่าไหร่ เพราะในแต่ละเดือนพ่อกับแม่ก็ให้เงินใช้เยอะแล้ว ถึงแม้ฉันจะไม่บอกทั้งสองคนว่ามันไม่พอใช้ เพราะแค่ค่ารถต่อเดือนก็สามพันกว่าบาทเข้าไปแล้ว ไหนจะค่ากินแต่ละวัน บางวันฉันต้องอดข้าวกลางวัน แล้วกลับไปกินที่บ้าน ซึ่งกว่าจะถึงบ้านก็แทบจะเป็นข้าวเย็น T_T หลังจากที่ฉันนั่งรถมากับพ่อเป็นเวลาประมาณ 20 นาทีก็ถึงบานอันเป็นที่รัก นี่ถ้าพ่อมารับไม่ได้ อย่าคิดว่าเวลา 20 นาทีจะถึงบ้านง่ายๆ นะคะ ฉันยังต้องต่อรถอีก 3 ต่อ กว่าจะถึงแถมยังต้องเดินเข้าบ้านอีกด้วย... แล้วทำไมฉันไม่อยู่หอ หนึ่งเลยคือพ่อกับแม่ไม่ให้อยู่ค่ะ และสองคือค่าหอแพงมาก
เมื่อถึงบ้าน ฉันเก็บของเข้าที่เรียบร้อย ทิ้งตัวลงบนเตียงนอน ไม่นานนักฉันก็สลบไสลไปประหนึ่งเจ้าหญิงนิทราที่รอเจ้าชายมาจุมพิตให้ตื่นจากฝันร้าย
วันจันทร์
ตี๊ดๆ
เสียงเตือนของรถไฟที่กำลังจะปิดประตู เมื่อผ่านไปสักระยะฉันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเจเจ
ตู๊ดดด ตู๊ด
“ฮัลโหล เจ”
(฿/%$@^()*$)
“ตื่นยังเนี่ย =__=”
(อืมม)
“วันนี้มารับไหม”
(คงไปเรียนสาย)
“แต่มาเรียน?”
(ถ้าไปทัน)
“สรุปคือ”
(อาจจะไม่ไป)
“ก็เท่านั้นแหละ พูดให้ยาวเพื่อ”
(มีการบ้านอะไรก็บอกกันบ้างก็ดี)
“บอกตลอดแต่เคยทำไหมล่ะ”
(บ่นๆ)
“ได้ยินนะ...”
(ไปละ แจกัน)
“จะเอาไปฟาดหัวนายนี่แหละ บายย!”
สรุปวันนี้ฉันก็ไปเรียนเองค่ะ เมื่อถึงปากซอยทางเข้ามอที่คุ้นเคยฉันก็รีบสับเท้าอย่างไวเพื่อไปขึ้นรถสองแถว ก่อนที่จะไปเข้าเรียนสาย แต่... เดินมาขึ้นรถเร็วก็ไม่ช่วยอะไร เมื่อคนขับก็รอคนเต็มอยู่ดีถึงจะออกรถ แล้วฉันก็มาเรียนสาย... ให้ตายสิ
“มินนี่อาจารย์ให้ทำอะไรไปยัง”
“อาจารย์ให้จับกลุ่ม 10 คนน่ะ ให้ทำเรื่องเกี่ยวกับอาหารไทย แล้วก็มานำเสนอหน้าห้อง เราสร้างกลุ่มไลน์แล้ว เดี๋ยวดึงเข้าให้”
“อ่อๆ โอเค” งานกลุ่มอีกแล้ว แม่จ๋า T___T
ตึ่งตึ้งตึ่งตึ้ง!
เสียงไลน์ที่ดังขึ้นเป็นสัญญาณว่ามินนี่ดึงฉันเข้ากลุ่มแล้ว
SnackJack เชิญ IceTea ชามะนาว ให้ร่วมกลุ่ม
หืมม!! ทำไมเป็น SnackJack ล่ะ นี่หมายถึงแน็กใช่ไหม ไลน์ของมินนี่ ชื่อ Minminy ไม่ใช่หรอ แต่ก็นะแฟนกันก็คงเล่นไลน์ด้วยกันได้นั่นแหละไม่เห็นจะแปลก ... เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนต่างคนก็ต่างกลับบ้าน กลับหอกันไป ตอนนี้ฉันมีงานกลุ่มชิ้นใหญ่บึ้ม ซึ่งเหมือนมีลางว่าจะได้ทำคนด้วยยังไงๆ อยู่ แล้ววิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่มาเรียนแล้วไม่คุ้มค่ารถของฉันที่สุดค่ะ เพราะเรียนแค่หนึ่งชั่วโมงครึ่งก็เลิกแล้ว ซึ่งฉันเดินทางมาเรียน ไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงกว่าจะถึง
ฉันกลับบ้านเหมือนทุกครั้ง ขึ้นรถสองแถวจากหน้ามหาลัยไปหน้าปากซอย แล้วต่อตู้ในระหว่างนั้นก็มีเสียงไลน์เข้า
ตึ่งตึ้งตึ่งตึ้ง!
SnackJack ส่งสติ๊กเกอร์
อะไรน่ะ!!!!
หยิกแก้มตัวเองสองสามที ฉันไม่ได้ฝันไปสินะ เขาส่งสติ๊กเกอร์มา เขาคือแน็กคนนั้น คนที่ยากที่จะเดาใจว่าคิดอะไรอยู่
ฉันยังไม่ตอบเขาในทันที ไม่รู้ว่าถ้าตอบไปจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เลยเก็บข้อความของเขาไว้ จนเมื่อมาถึงบ้าน ฉันกระโจนลงบนเตียงกลิ้งไปกลิ้งมาครุ่นคิดว่าจะตอบเขาดีไหมอยู่นาน จนฉันก็เปิดข้อความเขาขึ้นอ่าน เขาส่งเป็นสติ๊กเกอร์ Hi มาให้
IceTea ชามะนาว : ใครอะ
แกล้งทำเป็นไม่รู้ไปก่อน (ฮ่าๆ) เขายังไม่ตอบฉันในทันที แต่การที่ฉันมาคุยกับแฟนมินนี่แบบนี้มันจะดีหรอ แต่ฉันก็ไม่คิดอะไรกับเขานะ แต่แน็กน่ะฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาคิดอะไรอยู่
ตึ่งตึ้งตึ่งตึ้ง!
SnackJack ส่งไฟล์รูปภาพแล้ว
เขาตอบกลับมาแล้วแต่เป็นการถ่ายรูปโต๊ะคอมฯ ที่เขานั่งเล่นประจำมา แหม่ๆ
IceTea ชามะนาว : อ่อ
SnackJack ส่งสติ๊กเกอร์
แน็กส่งสติ๊กเกอร์ยิ้มกลับมา นายนี่พิมพ์ภาษาไทยไม่เป็นหรือยังไง ถ้าจะคุยกันอยู่แค่นี้ฉันก็ขอเวลาไปนอนดีกว่านะ
IceTea ชามะนาว ส่งสติ๊กเกอร์
ฉันส่งสติ๊กเกอร์ตัวการ์ตูนนอนขี้มูกโป่งไป แน็กอ่านแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา
SnackJack : ฝันดีนะ (delete)
วันพฤหัสฯ
ตอนนี้ฉันอยูที่หอมินนี่แล้วค่ะ ซึ่งบรรยากาศอาจจะเปลี่ยนไปสักเล็กน้อยเพราะตอนนี้ เรา 4 คนลงมาว่ายน้ำกัน เป็นครั้งแรกที่แน็กลงมาว่ายน้ำกลับพวกเรา แน็กแข่งว่ายน้ำกับแฟร์ซึ่งเขาแพ้ค่ะ... เขา (อ้าง) บอกว่าไม่ได้ว่ายน้ำมานาน แล้วก็หัวเราะออกมานิดหน่อย ซึ่งมันทำให้ฉันตกใจ ฉันเพิ่งจะเคยเห็นเขาพูดมากขึ้นก็วันนี้ และเขาก็เผลอยิ้มออกมาด้วย... มันทำให้ฉันใจเต้น และยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ฉันเคยบอกไปว่าเขาไม่ได้แย่เลย เรียกว่าดูดีด้วยซ้ำ ดูกล้ามหน้าท้องนั่นสิ อู้วว~ แต่... เดี๋ยวนะ ที่หลังของเขามีแผลเป็นด้วย จะว่าไปเขาก็มีรอยช้ำตามตัวเยอะอยู่เหมือนกันนะ นี่เขาไปทำอะไรมา ในจังหวะที่ฉันเผลอจ้องเขานานจนเกินไปแน็กก็หันมาสบตาฉัน ฉันหลบสายตาหนีทันที แล้วพยายามเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วก็ดำผุดดำว่ายต่อไป จนอากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ พวกเราก็กลับขึ้นหอ อาบน้ำ แต่งตัว กินข้าวกันเสร็จเรียบร้อย ก็เข้าประจำที่ของแต่ละคน มินนี่ แฟร์ อยู่ในห้องนอน เปิดประตูไว้เช่นเคย (ฉันหนาว ฮืออ เปิดได้แต่เบาแอร์เถอะเพื่อนรัก T_T) แน็กอยู่ที่คอมฯ คู่ใจ ฉันอยู่ที่โซฟา อาจจะสงสัยกันสินะ ว่าทำไมมินนี่ถึงปล่อยให้แฟนเธออยู่กับฉันสองคน แต่จะให้พูดยังไงดีล่ะ ทั้งสองคนไม่ค่อยอยู่ด้วยกันเลยนะ มินนี่ติดไอแพดมาก เธอมักจะอยู่ในห้องไม่ขยับไปไหน แต่ถ้าเธอต้องการอะไร เธอก็จะเรียกแน็กเข้ามา ส่วนแน็กเขาก็เล่นเกมอยู่หน้าจอตลอด ที่ฉันเห็นก็จะมีแฟร์นี่แหละที่ลุก ขยับตัวบ่อยที่สุด ฉันรู้สึกว่าเหมือนเธอจะทำงานทุกอย่างที่นี่ไม่ต่างจากแน็กเลย ทั้งกวาดห้อง ล้างจาน พับผ้า ถูกพื้น ยันขัดห้องน้ำ... พระเจ้า! ก็เข้าใจนะว่ามาขอแชร์ห้องอยู่ และมินนี่ทำอะไรไม่ค่อยเป็น แต่นี่จะไม่เป็นอะไรเลยสักอย่างจริงๆ งั้นหรอ ทำไมชีวิตดูสบายขนาดนั้น บางครั้งฉันก็ไปช่วยแฟร์บ้างแต่เธอกลับบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวทำเอง บลาๆ รู้สึกเหนื่อยแทนอย่างบอกไม่ถูก
เห็นแฟร์อย่างงี้แล้วเธอก็มีมุมอ่อนแอนะคะ อย่างวันนี้เธอบอกว่าเลิกกับแฟนแล้ว แล้วแฟร์ก็ชวนฉันดูหนังด้วย... หนังผีซะด้วย ฮือออ คือฉันไม่ชอบหนังแนวนี้จริงๆ ค่ะ ฉันเป็นคนคิดมากแล้วก็ชอบเก็บไปฝัน และมันจะทำฉันหลอนไปอีกหลายวัน
“โถ่! ไอซ์ ดูเป็นเพื่อนหน่อยสิ”
“หนังรักแทนไม่ได้หรอ T_T”
“โอ้ย ไม่เอา รักอะไรไร้สาระ!!” ไม่เหวี่ยงสิคนดี T^T
“แน็กดูด้วยกันไหม”
...!!
เธอจะไปชวนเขามาทำไมยัยแฟร์!
“ก็ได้นะ”
“งั้นแน็กลุกก่อน เราหาหนังเปิดดู”
แน็กลุกจากเก้าอี้ยกให้แฟร์อย่างง่ายๆ ทำไมนายยอมง่ายอย่างงี้ล่ะ ฉันไม่อยากดู T___T
สุดท้ายแล้วแฟร์ก็ยึดเก้าอี้ของแน็กไปโดยปริยาย ยัยแฟร์กลายเป็นคนคุมจอคอมฯ ไปแล้ว ซึ่งโต๊ะอยู่ห่างจากโซฟาไม่มากนัก เลยทำให้มองเห็นหน้าจอได้ถ้านั่งจากตรงนี้ แต่ฉันก็ยังคงรักษาระยะห่างจากเขาอยู่ พอแฟร์เปิดหนังจบไปแล้วหนึ่งเรื่อง เราก็คิดว่าพอเปิดแฟร์จะมานั่งด้วยแต่เปล่าค่ะ เธอนั่งอยู่ตรงเก้าอี้หน้าคอมฯ นั่นแหละ แต่เบี่ยงตัวออกเล็กน้อยไม่ให้บังจอ เพื่อให้ฉันได้ดู (ซึ่งไม่ได้อยากดู) แค่จบเรื่องแรกก็จะอ้วกแล้ว ยัยแฟร์ยังจัดต่ออีกเรื่องค่ะ นั่งดูกอดเข่าด้วยความอินกับหนังที่เปิดอยู่บนจอแต่ไม่ได้รับรู้เลยว่าเพื่อนร่วมดูของเธอจะไปดีแล้ว พอในหนังมีฉาก jumpscare ฉันจะตกใจมาก ถึงมากที่สุด พูดได้เต็มปากเลยว่าเกลียดมากๆ ตกใจจนหันไปกรี๊ดใส่คนข้างๆ นั่นก็คือแน็ก พอรู้ตัวอีกทีเราก็อยู่ใกล้กัน เราสบตากันแต่ฉันก็หลบตาแล้วขยับตัวออกห่าง และในที่สุดหนังก็จบสุขใจยัยแฟร์เป็นที่เรียบร้อย แฟร์ก็เดินกลับเข้าห้อง แล้วก็เหมือนว่าแฟร์จะคุยอะไรกับมินนี่นิดหน่อย ก่อนที่เสียงแฟร์จะเงียบหายไป แน็กก็กลับไปที่คอมฯ เหมือนเดิม แล้วฉันหรอคะ ตอนนี้พะอืดพะอมไปหมดแล้วค่ะ โอ้ยย ฉันเดินไปเปิดตู้เย็นเทน้ำลงแก้วแล้วกระดกจนหมด เดินกลับมาที่โซฟาล้มตัวลงนอน...
zZZ zZZZ
ในคืนที่เงียบสงบเหมือนทุกที ฉันมาอยู่หอของมินนี่เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ทุกอย่างยังคงปกติจนกระทั่ง แน็กกดปิดคอมฯ เขาเดินไปที่ประตู แต่ดูเหมือนว่าเขาเกิดเปลี่ยนใจอะไรบางอย่างขึ้นมา เขานั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่ที่ฉันนอนอยู่ และดึงมือของฉันไปจับไว้ มือที่อบอุ่นของเขาทำให้หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ความกลัวที่คิดว่าน่าจะอยู่ในหัวไปอีกหลายวัน กลายเป็นว่ามีสิ่งอื่นมาทดแทน ไม่นานนักเขาก็ปล่อยมือฉัน แต่แปลกที่ความรู้สึกยังคงติดมืออยู่ไม่หายไปไหน เมื่อเสียงปิดประตูของแน็กดังขึ้น ฉันที่นอนอยู่ และรับรู้ได้ว่าตอนนี้หน้าร้อนผ่าวไปหมด สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ทำให้ฉันคิดถึงแผนที่เคยวางไว้ว่าอยากจะรู้ว่าเขาเป็นคนยังไงกันแน่ ทำไมฉันถึงมีความรู้สึกแปลกๆ กับเขา ซึ่งถึงแม้ว่าแผนการนี้จะมีความคืบหน้าเพียงไม่กี่เปอร์เซ็น เพราะเขาเป็นคนไม่ค่อยพูด และไม่ค่อยแสดงออก แต่ฉันว่าจะล้มเลิกแผนการนี้แล้วละ เพราะฉันอาจจะ... แพ้หัวใจตัวเอง
I pretend to look around, but I'm actually looking for you.
ฉันแกล้งทำเป็นมองไปรอบๆ แต่จริงๆ แล้วฉันมองหาเธอนะ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันอีกแล้วในวีคนี้ ออยขอขอบคุณทุกกำลังใจเสมอนะคะ :)
และก็ต้องขอโทษที่ลงช้าทุกวีค ฮืออ (งานในแต่ละวีคเยอะมากจริงๆ ค่ะ ;w;)
ในส่วนที่กรรมการคอมเม้นออยก็พยายามปรับให้ดีขึ้น (ซึ่งไม่รู้ว่าดีขึ้นไหม ...)
ด้วยความที่รีบทุกวีคต้องขอโทษด้วยนะคะ ถ้าคำผิดเยอะรูปประโยคแปลก ส่วนตัวแล้วเป็นนิยายแนวใหม่ที่ลองแต่ง
ยากพอสมควรที่จะนำเสนอตัวเอกที่เงียบๆ แต่อยากให้เขามีเสน่ห์น่าดึงดูด เลยอาจจะไม่ได้ใส่ตัวเอกในตอนแรกเยอะ (ทั้งที่เขาเป็นตัวเอก ฮือ)
แต่แน่นอนว่าจะมีการเฉลยในการท้ายๆ แน่นอนค่ะ แล้วพบกันใหม่นะคะ ♥
all quotes were translated by @ifernweh
ความเห็นที่ปักหมุด-
#1
(จากตอนที่ 3)
2017-01-30 01:31:01
สวัสดีค่ะ สำหรับวีคนี้คอมเม้นเหมือนกับวีคที่แล้วเลยค่ะ การบรรยายยังมีปัญหาเดิมอยู่ การเขียนยังไม่มีการโฟกัส ตัวละครยังไม่มีแรงจูงใจมากพอ อาจจะต้องเริ่มโฟกัสพลอตให้มากขึน ฟันธงลงไปเลยว่าจะเขียนพลอตไหนยังไง ทำการบ้านด้วยการอ่านหนังสือเยอะๆ ดูการดำเนินเรื่องและการเปิดปมของนักเขียนท่านอื่นๆ นะคะ แล้วก็ลองเขียนโครงเรื่องแบบละเอียดๆ สร้างสถานการณ์ให้น่าสนใจ (ไม่ควรวนไปมาแค่ ห้องมินนี่ สระว่ายน้ำ ไปว่ายน้ำ ขึ้นมาเข้าห้อง ไปนั่งในห้องนอน เล่นเกม ปิดไฟนอน จับมือกัน) คือหลายๆ อย่างในเรื่องยังไม่สมเหตุสมผลค่ะ ปัญหาเหมือนวีคที่แล้วเลย ลองปรับแก้ดูนะคะ สู้ๆ ค่ะ เจอกันใหม่วีคหน้านะคะ ^^
#1
-
-
- 1
-
#1
(จากตอนที่ 3)
2017-01-30 01:31:01
สวัสดีค่ะ สำหรับวีคนี้คอมเม้นเหมือนกับวีคที่แล้วเลยค่ะ การบรรยายยังมีปัญหาเดิมอยู่ การเขียนยังไม่มีการโฟกัส ตัวละครยังไม่มีแรงจูงใจมากพอ อาจจะต้องเริ่มโฟกัสพลอตให้มากขึน ฟันธงลงไปเลยว่าจะเขียนพลอตไหนยังไง ทำการบ้านด้วยการอ่านหนังสือเยอะๆ ดูการดำเนินเรื่องและการเปิดปมของนักเขียนท่านอื่นๆ นะคะ แล้วก็ลองเขียนโครงเรื่องแบบละเอียดๆ สร้างสถานการณ์ให้น่าสนใจ (ไม่ควรวนไปมาแค่ ห้องมินนี่ สระว่ายน้ำ ไปว่ายน้ำ ขึ้นมาเข้าห้อง ไปนั่งในห้องนอน เล่นเกม ปิดไฟนอน จับมือกัน) คือหลายๆ อย่างในเรื่องยังไม่สมเหตุสมผลค่ะ ปัญหาเหมือนวีคที่แล้วเลย ลองปรับแก้ดูนะคะ สู้ๆ ค่ะ เจอกันใหม่วีคหน้านะคะ ^^
#1
-
-
- 1
-
1 ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น