|
น้องๆ นักเขียนชาว Dek-D.com เคยสงสัยไหมจ๊ะว่าเวลาที่นักเขียนจะต้องเตรียมตัวเพื่อจะส่งต้นฉบับนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง วันนี้พี่นัทจึงมีเคล็ดลับดีๆ ที่จะทำให้น้องๆ นักเขียนชาว Dek-D.com สามารถจัดเตรียมต้นฉบับได้อย่างกระชับเสมือนมืออาชีพมากยิ่งขึ้นจ้า
เตรียมต้นฉบับให้ประทับใจ บ.ก. ในกระบวนการทำงานเขียนมีขั้นตอนเล็กๆ แต่สลักสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามไปได้อยู่ประการหนึ่ง นั่นคือขั้นตอนการเตรียมต้นฉบับ คงไม่มีนักเขียนคนไหนที่จะเขียนงานไว้เพื่ออ่านคนเดียว ความหลัวของนักเขียนคือการได้ตีพิมพ์หรือผลงานเป็นที่ยอมรับจากผู้อ่าน เมื่อเราเขียนนวนิยายหรือเรื่องสั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ตรวจสอบให้เรียบร้อยว่า เราใส่เลยหน้า ทำสารบัญ หรือแม้แต่เชิงอรรถเพื่อขยายความหรืออ้างอิงเรียบร้อยแล้วหรือไม่ และที่สำคัญเป็นกฎที่ควรยึดถือก็คือ การสะกดคำ หรือคำผิดต่างๆ ในต้นฉบับที่จะส่งไป ควรตรวจทานให้ดี ให้แน่ชัดว่าไม่มีคำผิดเหล่านั้น การตรวจแก้ควรทำหลังจากหยุดพักซักระยะหนึ่ง คือในช่วงระหว่างการเตรียมต้นร่างกับการทำต้นฉบับสุดท้าย ควรหยุดพักซักวันหรือสองวันเพื่อให้สมองกระปรี้กระเปร่า ไม่เบื่อหน่ายหรือล้าเกินไป และจะช่วยให้เข้าถึงเรื่องราวที่เขียนได้ดีกว่าตอนที่หมกมุ่นอยู่กับมัน คุณจะมองเห็นข้อด้อยที่จะต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ดีกว่า แล้วจะประหลาดใจว่าหลายฉากหลายประโยคที่ดูแสนวิเศษในตอนเขียนครั้งแรกดูติดขัดหรือรกรุงรัง ไม่กลมกลืน ไม่สมเหตุสมผล ไม่น่าเชื่อถือ บางตอนที่เขียนไม่ออกหรือมีปัญหาติดขัด คิดไม่ออก เมื่อกลับมาอ่านทวนแล้วแก้ไขใหม่จะเขียนได้ดีกว่าเดิม และในบางครั้งอาจได้แนวคิดโครงเรื่องใหม่ในตอนที่ทบทวนงานเขียนก็ได้ ลักษณะตัวละครอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงใหม่เพื่อให้ดูสมเหตุสมผลและเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ตอนจบควรจะต้องแก้ไข วิธีการเล่าเรื่องอาจจะต้องตัดทอนให้กระชับขึ้น ซึ่งสำหรับกรณีหลังนี้เป็นปัญหาสำคัญที่พบบ่อยๆ นักเขียนควรใส่ใจขั้นตอนการตรวจแก้นี้ด้วย เพราะเรามักจะเขียนน้ำท่วมทุ่งหรือยืดยาวจนเกินไป ใช้ถ้อยคำเยิ่นเย้อ ใช้คำหกคำในขณะที่เราสามารถใช้สามคำก็ได้ ใช้คำสั้นๆ ได้ใจความแต่กินใจและสามารถทำให้ผู้อ่านจดจำหนังสือของเราให้ได้ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ และไม่ใช่เกิดจากข้อด้อยของคนเขียนเสมอไป เพราะฉะนั้นอย่าไปท้อแท้สิ้นหวัง เก็บเอาความผิดพลาดทั้งหลายมาเป็นประสบการณ์ในวันข้างหน้า สู้ๆต่อไป พี่นัทเชื่อว่าซักวันหนึ่งจะป็นวันของเราบ้าง น้องๆ นักเขียนชาว Dek-D.com สัปดาห์หน้าอยากให้พี่นัทลงเรื่องอะไร หรือมีเคล็ดลับอะไรดีๆ อยากบอกต่อเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ นักเขียนชาว Dek-D.com ก็แวะเข้ามาฝากไว้ใน My.iD พี่นัทนะจ๊ะ
ภาพประกอบ : nipic.com
|
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?



11 ความคิดเห็น
หากเราเพิ่งแต่งจบแล้วดันทุรังแก้นิยายนี่
จะมองข้ามจุดบกพร่องได้มากกว่าการรอไป
จนถึงหลังจากที่เราพักงานไปสักระยะ
เพราะเมื่อเราพักไม่แตะงานชิ้นนั้นไปสองสามวัน
กลับมาอ่านใหม่เราจะอยู่ในโหมดนักอ่านแล้ว
ไ่ม่ใช่คนเขียนเรื่องที่เข้าใจอะไรไปหมดทุกอย่าง
แต่มันเหมือนกับได้มานั่งศึกษางานตัวเองดู
เมื่อก่อนเคยแก้งานต่อทันทีที่เขียนเสร็จ
ปรากฏว่าผลออกมาไม่ดีเท่าที่ควรเลย
เพราะเมื่อมาอ่านงานใหม่ทีไรเราก็ยังเจอคำผิดอยู่ดี
เหมือนกับว่าสมองในช่วงเขียนงานเสร็จใหม่
มันไม่ค่อยแล่นยังไงยังงั้น >_<
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ
เห็นด้วยครับ
ฉากที่เราแต่งแล้วว่าดี แต่พอกลับมาอ่านอีกครั้ง
คิดไปได้ยังไงหว่า? =_=
ก็เลยต้องพยายามขัดเกลานิยายอยู่บ่อยๆ แต่ห่างๆ วัน
^^
เรื่องพักสมองเห็นด้วยอย่างมากเลยครับ
บางทีผมแต่งไปแล้วรู้สึกว่า มันดีแล้ว จึงได้แต่งต่อไปเรื่อยๆ จนเริ่มล้าจึงหยุด
และพอได้พักสมองกลับมาอ่านทบทวนอีกครั้ง รู้สึกมีจุดบกพร่องให้เห็นจนน่าตกใจ
เพราะเขาชอบเขียนตอนไปส่งต้นฉบับกับ บ.ก. แล้วไม่ค่อยจะรับ หรือตำหนิงาน
ตอนแรกก็ว่ามันดีอยู่หรอก แต่พอห่างออกมาสักพักก็รู้สึกว่า... ทำลงไปได้ยังไง ไม่ดีเลย
เคยลบเรื่องที่เขียนจนจบทิ้งเพราะเรื่องนี้มาแล้ว การดำเนินเรื่องบางตอนไม่สมเหตุสมผล ภาษาไม่ดี
เป็นแบบนี้มาหลายเรื่องแล้ว พอจะรีไรท์ใหม่ก็หมดไฟทุกที - -
ประโยคสุดท้ายโดน ใช้คำยืดมากเกินไป
เพราะบางทีจะทำให้คนอ่านเบื่อมากๆเหมือนกัน -________-
อย่างบางเรื่องอย่างเงี้ย บรรยายลักษณะตัวละครก็ปาไปหน้ากว่าๆแล้ว
เราอ่านนี่จะง่วงนอนเลยแหล่ะ
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ *-*