|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... เจอกับ พี่เป้ และเล่าประสบการณ์เด็กนอกทุกๆ วันพฤหัสเช่นเคยนะคะ ^^ สัปดาห์ก่อน เรายังค้างกันอยู่ที่เรื่องราวของระบบการศึกษาไฮสคูลในประเทศแคนาดา ที่ได้รับการยอมรับว่าดีมากสุดๆ ขึ้นชื่อระดับโลก ใครยังไม่ได้อ่านก็รีบ คลิก กลับไปอ่านกันก่อนด่วนๆ เลยค่ะ
สำหรับวันนี้ ยังคงเป็นเรื่องราวต่อจากตอนที่แล้ว แต่จะเน้นถึงระบบการเข้ามหาวิทยาลัยของแคนาดา ลองดูกันเลยดีกว่าจะเหมือนหรือต่างจากบ้านเรายังไงบ้าง ???

สวัสดีชาวเด็กดีทุกคนนะคะ :D เจอกันอีกแล้ว แจน ณัฐกมล ลือสมบูรณ์ ตอนนี้แจนกำลังเรียนปีหนึ่งที่มหาวิทยาลัย British Columbia (ขอเรียกว่า UBC) ในเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดาค่ะ จากตอนที่แล้วที่แจนเล่าเรื่องระบบการเรียนมัธยมของที่แคนาดา ส่วนวันนี้เรามาต่อกันที่การเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ แจนอยากจะบอกว่า การเข้ามหาวิทยาลัยที่แคนาดาต่างกับที่ไทยค่อนข้างมาก เพราะที่นี่ไม่มีการสอบเข้าเลยค่ะ ใช้คะแนนในโรงเรียนตอนม.ปลายล้วนๆ ขั้นตอนดังนี้ค่ะ
1. โดยอย่างแรกเลยเขาจะดูวิชาภาษาอังกฤษ ว่าตอนเกรด 11 และเกรด 12 เราได้คะแนนรวมเกิน 70% รึเปล่า
2. ทางมหาวิทยาลัยก็จะดูว่าเราเลือกคณะอะไร แล้วค่อยดูคะแนนเฉลี่ยสี่วิชา (ภาษาอังกฤษตอนเกรด 12 + วิชาเกรด 12 อีกสามวิชา) ว่าถึงเกณฑ์ที่เขากำหนดรึเปล่า อย่างคณะวิทยาศาสตร์ เราจะต้องมีคะแนนวิชาภาษาอังกฤษ เลข วิทย์ และวิชาเกรด 12 ที่เราเลือกเรียนอีกวิชา ... ถ้าจะเข้าคณะวิศวะ เราต้องมีวิชาภาษาอังกฤษ เลข เคมี และฟิสิกส์ ... แต่ถ้าเลือก Arts (อารมณ์ประมาณคณะมนุษยศาสตร์) อย่างที่แจนเลือก จะบังคับให้เรายื่นคะแนนวิชาภาษาอังกฤษตอนเกรด 12วิชาเดียว ส่วนวิชาของเกรด 12 อีกสามวิชาจะเป็นวิชาอะไรก็ได้ ขอแค่เป็นวิชา Academic (วิชาที่เป็นวิชาการหนักๆ ของเด็กเกรด 12 ก็เป็นพอค่ะ)

ใครที่จะมาเข้ามหาวิทยาลัยที่นี่ แจนขอแนะนำให้เช็คให้แน่ใจเลยว่า เรามีวิชาที่ทางคณะต้องการครบรึเปล่า ถ้ามีครบแล้ว ที่เหลือก็เลือกวิชาที่ชิลๆ ทำคะแนนได้ดีๆ ก็ดีนะคะ เพราะว่าใครได้คะแนนสูงๆ หน่อย (สูงแค่ไหนต้องไปเช็คกับทางมหาวิทยาลัยดูค่ะ) ก็มีสิทธิ์ได้ทุนจากมหาวิทยาลัยอีกด้วย ประหยัดไปได้อีก ^^
มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ของมณฑล Britis Columbia [BC] จะเปิดรับสมัครกลางๆ เดือนมกราคมค่ะ (ซึ่งก็ต้องจ่ายค่าสมัครไปตามระเบียบ) นักเรียนสามารถยื่นใบสมัครได้จนถึงปลายเดือนกุมภา และในช่วงตั้งแต่เดือนกุมภาถึงเมษาจะเป็นช่วงยื่นคะแนน ถ้าเป็นนักเรียนใน BC ก็เลือกได้ว่าจะรอให้โรงเรียนส่งคะแนนให้ หรือว่าจะไปยื่นเองก็ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นเด็กนอก BC หรือเด็กต่างชาติ คงต้องลองไปติดต่อครูแนะแนวดูค่ะว่าจะขอให้ทางโรงเรียนเป็นคนส่งให้ หรือให้โรงเรียนออกใบเกรดมาแล้วนักเรียนเป็นคนส่งจดหมายมาให้ทางมหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง แล้วมหาวิทยาลัยจะประกาศรับเราเข้าเรียนประมาณเดือนมีนาถึงพฤษภาค่ะ ช่วงนี้ทุกคนก็ลุ้นกันตัวโก่งเลยทีเดียว เจอหน้ากันก็มีแต่ถามว่า ที่มหาวิทยาลัยส่งเมลมาให้เธอรึยัง ถามประมาณนี้เกือบทุกวันเลยค่ะ ฮ่าๆๆ
ต้องขอเล่าหน่อยค่ะ ว่าตอนแรกแจนเกือบจะไม่ได้เข้ามาเรียนที่ University of Britis Columbia [UBC] แล้ว ช่วงนั้นก็ประมาณกลางเดือนเมษา เพื่อนๆ หลายคนได้รับอีเมลจาก UBC บอกว่าเขารับเพื่อนเราเข้าเรียนแล้วนะ แต่แจนรอแล้วรออีก ก็ยังไม่ได้อีเมลแจ้งอะไรมาเลย แถมสถานะใบสมัครก็ยังขึ้นอีกว่า คุณสมบัติไม่ครบตามที่ต้องการ แจนก็งง ทำอะไรไม่ถูกเลยค่ะ ใจแป้วมากๆ เพราะตอนนั้นจบเทอมสองแล้ว (ที่นี่โรงเรียนมีสามเทอมค่ะ) แล้วคะแนนของแจนในสองเทอมที่ผ่านมาก็ถือว่าดีมากๆ (ต้องขอบคุณวิชาเลขกับชีวะที่ช่วยดึงเกรดขึ้น) เพื่อนแจนก็เลยบอกว่า ลองไปที่มหาวิทยาลัยดูสิ ไปคุยกับเขาดู จะได้รู้ว่าเราขาดตกบกพร่องอะไรตรงไหน แจนกับแม่ก็เลย เอาวะ ลองเข้าไปคุยกับเขาดูก็แล้วกัน

สองแม่ลูกก็เลยนั่งรถเมล์เข้าไปคุยกับศูนย์บริการข้อมูลนักศึกษาโดยตรงเลย โดยก่อนหน้านี้แจนก็เช็คว่า จริงๆ มีตรงไหนที่แจนขาดหรือไม่ถึงเกณฑ์รึเปล่า พอได้ไปคุยกับ Advisor ของ UBC ก็ตรงตามที่คิดไว้เป๊ะเลยค่ะ แจนขาดคะแนนวิชา English11 ไปวิชาเดียว! คือวิชานี้ต้องเรียนตอนเกรด 11 ซึ่งก็เท่ากับม.5 ของไทย แต่ตอนม.5 แจนยังเรียนอยู่ที่เมืองไทยนี่นา จะไปมีคะแนนวิชานี้ได้ไง ???? สุดท้าย Advisor เขาบอกว่า ให้แจนกลับไปบอกครูที่ปรึกษาของแจนให้อีเมลหรือโทรมาหาเขาหน่อย จะได้คุยกันว่าจริงๆ แล้ว ภาษาอังกฤษของแจนดีพอที่จะเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยได้รึเปล่า
กลับมาเที่ยงวันนั้น แจนก็รีบเข้าไปหาครูที่ปรึกษาของแจนเลยค่ะ อธิบายเขาไปว่าสถานการณ์ของเราตอนนี้เป็นยังไง แล้วก็ขอให้เขาช่วยโทรหรืออีเมลไปหา Advisor ของมหาวิทยาลัยให้หน่อย ครูที่ปรึกษาหรือ Ms.Vancic ก็ใจดีมากๆ เขาบอกว่าเดี๋ยวเขาจะโทรไปวันนี้เลย แจนก็ค่อยโล่งไปเปราะนึง แต่ช่วงนั้นก็เลยเข้าไปหาครูที่ปรึกษาบ่อยมากๆ จะบอกว่าเจอหน้ากันทุกวันเลยก็ว่าได้นะคะ ฮ่าๆๆ ระหว่างนั้นแจนก็เข้าไปเช็คในเว็บมหาวิทยาลัยบ่อยเหมือนกัน แต่มันก็ยังขึ้นว่าเรายังคุณสมบัติไม่ครบเหมือนเดิม ก็ได้แต่รออย่างเดียวแหละค่ะ

สองอาทิตย์ผ่านไปไวเหมือนโกหก พอวันที่ 10 พฤษภาคม (เป็นวันที่น่าจดจำวันหนึ่งเลยค่ะ) แจนก็เข้าไปเช็คเมลตามปกติ แต่พอเห็นว่ามีอีเมลเข้ามาจาก UBC แจนก็รีบเข้าไปอ่านทันที พออ่านจบปุ๊บ แจนแทบจะกรี๊ดตรงนั้นเลย เพราะ Advisor ของ UBC บอกว่าทางมหาวิทยาลัยรับเราเข้าเรียนในคณะ Arts แล้วนะ ให้เข้าไปคอนเฟิร์มสถานะของเราในเว็บได้เลย แจนก็เลยรีบเข้าเว็บของมหาวิทยาลัยทันที ซึ่งสถานะของแจนเปลี่ยนจาก "คุณสมบัติไม่ครบ" เป็น "ได้รับข้อเสนอรับเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัย" แถมยังได้ทุนอีกด้วย ! เหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยค่ะ และถ้าไม่เกรงใจคนอื่นล่ะก็ ตอนนั้นแจนคงกรี๊ดไปแล้วจริงๆ ฮ่าๆๆ หลังจากนั้นเราก็ต้องไปคอนเฟิร์มว่าจะเข้าเรียนที่นี่ แล้วก็จ่ายค่าแรกเข้า เป็นอันว่าเสร็จขั้นตอนการรายงานตัวค่ะ
แต่แค่นั้นยังไม่จบค่ะ ถ้าเป็นที่เมืองไทย เด็กคนไหนที่ติดสอบตรงแล้ว บางคนก็อาจจะไม่ค่อยไปโรงเรียนอะไรแบบนี้ใช่มั้ยคะ แต่ที่แคนาดาไม่ได้เลยค่ะ ใครที่คิดว่าติดมหาวิทยาลัยแล้วจะไม่เข้าเรียนหรือไม่ส่งงานที่โรงเรียนในเทอมที่เหลือล่ะก็ คิดผิดอย่างแรงเลยค่ะ เพราะที่นี่เขารอดูเกรดเทอมสามของเราอีกด้วย ใครที่โดดเรียนหรือไม่ทำการบ้านจนเกรดตกฮวบฮาบ อาจจะหมดสิทธิ์ได้ทุน หรือไม่ก็อาจจะหลุดจากสภาพว่าที่นักศึกษาได้เลยนะคะ เพราะฉะนั้นช่วงเวลาที่เหลืออยู่ (อีกหนึ่งเดือน) ในเกรด 12 แจนก็ยังคงต้องตั้งใจเรียนต่อไปค่ะ

จริงๆ มันมีเหตุผลที่ทำให้เราต้องตั้งใจเรียนในเทอมที่เหลือค่ะ ด้วยสองเหตุผลหลักๆ เลยนะคะ ข้อหลักคือเพื่อรักษาสภาพว่าที่นักศึกษาอย่างที่บอกไปแล้ว ส่วนอีกข้อคือเพื่อเตรียมสอบ Provincial Exam ค่ะ ซึ่งเด็กเกรด 12 ใน BC ทุกคนต้องสอบอย่างน้อยหนึ่งวิชา นั่นก็คือ English12 ถ้าไม่สอบจะเรียนไม่จบเกรด 12 ค่ะ ส่วนวิชาอื่นนั้นจะเลือกสอบหรือไม่สอบก็ได้ แต่คนส่วนใหญ่ที่เลือกสอบเพิ่มก็เพื่อชิงทุน Provincial มูลค่า $1000 - $2000 (มีใครตาลุกวาวเหมือนแจนมั่งรึเปล่าน้า) แจนก็เป็นหนึ่งในนั้นนะคะ ^^ ใครฟิตอ่านเยอะๆ อาจจะได้ทุนและช่วยประหยัดค่าเทอมไปได้เกือบหนึ่งในสี่ ก็คุ้มเหมือนกันนะคะ
สำหรับสองเดือนสุดท้ายของเกรด 12 ผ่านไปอย่างรวดเร็ว มีทั้ง Grad Dinner/Dance (ซึ่งก็คืองานพรอมนั่นแหละค่ะ) School Leaving Ceremony (เป็นงานรับวุฒิบัตรที่เวอร์ได้ใจแจนมากๆ) การสอบไฟนอล (ที่หลายๆ คนส่งเสียงประท้วงว่าไม่อยากอ่านหนังสือ) และการสอบ Provincial!! อย่างที่เล่าไปแล้วที่เดินสายเข้ามาต่อๆ กันอย่างไม่ต้องให้เด็กเกรด 12 ได้พักเลยทีเดียว ช่วงนี้ก็อ่านหนังสือกันหัวฟูเลยค่ะ อาจจะยังไม่ได้ครึ่งของเพื่อนๆ ที่เมืองไทยที่อ่านหนังสือและเรียนพิเศษเพื่อสอบแอดมิชชั่น แต่สุดท้ายแล้ว แจนกับเพื่อนๆ ก็ได้ทุน Provincial นี้มาครอบครอง ฮ่าๆๆ ดีใจมากๆ เลยค่ะ :D

เส้นทางสู่มหาวิทยาลัยในแคนาดานี้อาจจะฟังดูเหมือนง่าย แต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่ใครๆ คิดนะคะ ใครอยากมาเรียนที่นี่ก็ต้องเตรียมตัวให้ดี แล้วก็เต็มที่ไปเลยค่า แจนจะเอาใจช่วยนะคะ ^^
ถ้าใครติดตามอ่านครบทั้งสองตอน ก็คงรู้จักระบบการศึกษาของแคนาดามากขึ้นแล้วล่ะเนาะ ส่วนตัว พี่เป้ ชอบนะคะ เพราะเป็นการกระตุ้นให้เด็กตั้งใจเรียนในห้อง เพื่อนำคะแนนไปยื่น ไม่ต้องวิ่งสอบอะไรให้เหนื่อยทั้งปีทั้งชาติ 5555 ^^ ส่วนใครมีประสบการณ์สนุกๆ อยากเม้าท์ให้เพื่อนๆ ฟังบ้าง ก็ส่งมาได้ที่ pay@dek-d.com แล้วเจอกันจ้า !!

|