รู้ไหม? ภาษาอังกฤษก็มีสระเสียงสั้นเสียงยาวนะ

     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com น้องๆ น่าจำได้ว่าตอนเรียนภาษาอังกฤษใหม่ๆ คุณครูบอกว่าภาษาอังกฤษไม่มีวรรณยุกต์ ไม่มีเสียงสั้นเสียงยาว อย่าง Computer ที่เด็กไทยส่วนใหญ่อ่านว่าคอม-พิ้ว-เต้อ ฝรั่งก็เข้าใจได้ถึงแม้เขาจะอ่านว่าคอม-พิ้ว-เถอะก็ตาม จริงๆ แล้วคุณครูก็ทั้งถูกและผิดนะคะ เพราะภาษาอังกฤษแม้ไม่มีวรรณยุกต์แต่ก็มีการลงเสียงหนักเบา และสระบางตัวก็มีเสียงสั้นและเสียงยาวด้วย ฉะนั้นวันนี้ พี่พิซซ่า จะพาไปดูสระเสียงสั้นและเสียงยาวในภาษาอังกฤษที่คนไทยมักออกเสียงผิดค่ะ




 
bin บิน bean บีน 
fit ฟิต feet ฟี้ต
is อิซ ease  อี๊ซ
itch อิช each อี๊ช
lick ลิค leak  ลี้ค
live ลิฟ leave ลี้ฟ
sit ซิต seat ซี้ต


     สังเกตได้ว่าถ้าเป็น ea__ จะเป็นเสียงยาวค่ะ ดูในคลิปต่อไปนี้ได้เลยค่ะ





 
foot ฟุต food ฟู้ด
full ฟุล fool ฟูล
look ลุค Luke ลู้ค
pull พุล pool พูล
soot ซุต suit ซู้ต



     กลุ่มนี้ยากเพราะดูไม่ออกว่า u หรือ oo ที่จะเป็นสระเสียงสั้นหรือเสียงยาว เพราะแต่ละคำต่างกันไปหมด ต้องจำอย่างเดียวเลยว่าอันไหนสั้น อันไหนยาว ลองดูคลิปต่อไปนี้นะคะ








     กลุ่มนี้เสียงสระเดี่ยวคือเสียงเอหรือเอะ แต่เสียงสระผสม (diphthong) จะเป็นเสียง
เอหรือเอะ + อิเล็กๆ คือออกเสียงสระเอเสร็จให้วกกลับจบด้วยเสียงสระอินิดนึง แบบไม่จงใจมากนัก ต้องฟังแล้วลองออกตามเองนะคะ ส่วนการสังเกตถือว่าง่ายค่ะ เพราะคำที่ต้องลากสียงแล้วจบด้วยอิ มักสะกดแบบ __a__e หรือ __ai__ อยู่แล้ว

bed เบ๊ด bade เบ๊-อิด
bread เบร๊ด braid เบร๊-อิด
chess เช้ส chase เช้-อิส
etch เอ็ช H เอ้-อิช
fell เฟ็ล fail เฟ-อิล
sell เซล sale เซ-อิล
tell  เทล tale  เท-อิล
test เทสต์ taste เท้-อิสต์
wet เว็ต wait เว-อิต

     อย่าลืมนะคะว่าไม่ต้องออกเสียงชัดเหมือนเป็นชื่อเกาหลีอย่างคิมเซอิล แต่ให้ออกคล้าย "เซล" ไปก่อนแล้ววกกลับมา "อิล" นิดเดียวค่ะ ปากจะเปลี่ยนรูปไปนิดนึง (ปากเบ้นิดๆ) ไม่เหมือนกับออกสระเอยาวๆ ไปเลยที่ปากจะไม่เปลี่ยนรูป ลองดูคลิปต่อไปนี้ค่ะ




     แนะนำให้ตามไปดูคลิปทั้งหมดของ Jennifer Tarle นะคะเพราะนอกจากจะสวยและนำความรู้ดีๆ มาแบ่งปันฟรีๆ แล้ว เธอยังเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการพูดและการออกเสียงอีกด้วย พี่พิซซ่า แอบปลื้มเธอมานานแล้ว 555



 


     ในภาษาอังกฤษก็มีคำพ้องรูปและคำพ้องเสียงเหมือนกับภาษาไทยเช่นกันค่ะ แต่คู่ศัพท์ด้านบนจะจัดไว้ในประเภทใดได้นั้น ไปดูคำอธิบายด้านล่างได้เลย


     Homograph หรือคำพ้องรูป คือคำที่เขียนเหมือนกันแต่มีความหมายต่างกัน เช่น

     fair ที่แปลว่ายุติธรรมกับ fair ที่แปลว่าสวยงาม

     close ที่แปลว่าปิดกับ close ที่แปลว่าใกล้

     จำง่ายๆ ว่า -graph เหมือน photograph รูปภาพ แปลว่าต้องมองเห็นได้ จึงเป็นคำพ้องรูป


     Homophone หรือคำพ้องเสียง คือคำที่ออกเสียงเหมือนกันแต่มีความหมายต่างกัน เช่น

     write ที่แปลว่าเขียนกับ right ที่แปลว่าขวาหรือถูกต้อง

     meet ที่แปลว่าพบเจอกับ meat ที่แปลว่าเนื้อสัตว์

     flower ที่แปลว่าดอกไม้กับ flour ที่แปลว่าแป้ง

     จำง่ายๆ ว่า -phone เหมือนกับโทรศัพท์ แสดงว่าต้องใช้เสียง จึงเป็นคำพ้องเสียง


     ตอนนี้น้องๆ ก็สังเกตเห็นแล้วว่าไม่มีคำคู่ใดจากด้านบนที่เข้าข่ายคำพ้องรูปหรือคำพ้องเสียงเลย เพราะเขียนก็ต่างแถมยังออกเสียงไม่เหมือนกันเป๊ะซะทีเดียว แล้วอย่างนี้จัดเป็นคำประเภทใด ^^ คำที่ออกเสียงคล้ายกันอย่างกับฝาแฝด แต่ต่างกันที่จุดเดียว เราเรียกคู่คำนั้นว่า minimal pair ค่ะ


     Minimal Pair คือคำที่ออกเสียงเกือบจะเหมือนกันเป๊ะ แต่ต่างกันเพียงที่เดียวซึ่งจะเป็นเสียงพยัญชนะต้น สระ หรือตัวสะกดก็ได้ ดังนี้

     Minimal Pair ที่ต่างกันตรงเสียงพยัญชนะต้น (Initial Consonant) เช่น pin/bin, rot/lot, bristle/gristle, hustle/muscle

     Minimal Pair ที่ต่างกันตรงเสียงสระ (Vowel) เช่น fit/feet, look/Luke, violet/violate, server/servey, full/fool

     Minimal Pair ที่ต่างกันตรงเสียงตัวสะกด (Final Consonant) เช่น had/hat, bet/bed, pin/pink, bus/buzz

     สรุปว่าคู่ศัพท์ด้านบนโน้นของเราจัดเป็น Minimal Pair ที่ต่างกันตรงเสียงสระค่ะ พยัญชนะต้นและตัวสะกดเหมือนกันหมดทุกคู่ ยกเว้นเพียงคู่เดียวเท่านั้น น้องๆ หาเจอมั้ยคะว่าคู่ไหนที่ไม่ใช่ minimal pair กลับขึ้นไปอ่านอีกรอบ แล้วคลุมดำดูเฉลยด้านล่างนะคะ

>foot/food<



     แล้ววันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม อย่าลืมติดตามกันนะคะว่า พี่พิซซ่า จะนำเสนอเรื่องราวอะไรเกี่ยวกับภาษาอังกฤษให้รู้จักกัน  ส่วนใครอยากอ่านเรื่องราวสนุกๆ เกี่ยวกับการเรียนต่อนอก สามารถเข้าไปอ่านได้ที่นี่เลยค่ะ www.dek-d.com/studyabroad


TWITTER: @PiZZaDekD


อ่านเรื่องราวภาษาอังกฤษดีๆ ย้อนหลังได้ที่นี่ค่ะ

"ภาษาอังกฤษ" สำเนียงออสเตรเลีย รู้มั้ยเป็นยังไง?

รวมศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่ยืมมาจากภาษาอื่น!!

10 คู่ศัพท์ENG ใช้ต่างกันในอังกฤษและอเมริกา (เคลียร์กันชัดๆ)

20 สำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้สัตว์เปรียบเทียบ

8 คู่ศัพท์อังกฤษ ที่มักจำผิด!! (จะสอบ GAT ต้องอ่าน)

15 ข้อความสุดซึ้ง มอบให้เพื่อนก่อนเรียนจบ (เฟรนด์ชิพเปื้อนน้ำตา)

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

ซ่อนนาม Member 4 พ.ค. 56 13:53 น. 5
ครูภาษาอังกฤษในหลายโรงเรียนมักบอกกับนักเรียนว่า
ภาษาไทยมีวรรณยุกต์ทำให้ออกเสียงครอบคลุมภาษาอังกฤษได้มากกว่า
คนไทยจึงพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าชาติอื่น ๆ

เราว่า ความจริงมันเป็นความเชื่อที่ผิดนะ
เพราะหลักการพูดของภาษาไทยกับภาษาอังกฤษมันคนละเรื่องกันเลย
เสียงหลายเสียงก็ไม่เข้าหลักภาษาไทย ทั้งหลายคำเขียนทับศัพท์ก็ยังทำไม่ค่อยได้
หากไปอยู่เมืองนอก แค่ฟังสำเนียงจะรู้ได้เลยว่าคนไทยหรือเปล่า
เพราะสำเนียงชัดมากว่าเป็นคนไทยไม่ใช่เจ้าของภาษา

ดังนั้นหากจะคิดพูดภาษาอังกฤษ ก็ต้องลืมหลักของภาษาไทยไปเลย อย่าเอามันมาปนกัน
เพราะหากทำ จะพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดีแน่นอน
0
กำลังโหลด
K. Drace Member 4 พ.ค. 56 18:39 น. 9
เห็นด้วยค่อนข้างมาก แต่ ถึงจะออกเสียงผิดเป็นบางครั้ง แต่พออยู่ในประโยคใดหนึ่งก็จะเข้าใจความหมายเองครับ เพราะว่าพวกเราพูดเร็วๆกันอยู่แล้ว ผิดบ้างเป็นบางครั้งเหมือนคนไทยพูดไทยแหละครับ ยังไงก็ขอบคุณโพสของพี่Pizza(ไม่ชอบเขียนพิซซ่าครับ เพราะพวกผมพูด พิ๊-ส่า)มากเลยครับ ช่วยเพื่อนๆชาวเด็กดีได้ความรู้เยอะเลย สักวันผมต้องเจอคนที่พูดอังกฤษได้ดีและกล้าพอมาคุยกับผมนะครับ ^/|\^
0
กำลังโหลด

29 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
`แอ๊ป เปิ้ล สุก (?) Member 4 พ.ค. 56 13:35 น. 4
ว้าว เยี่ยมเลยค่ะ แต่มันก็จริงนะคะที่ครูภาษาอังกฤษไม่ได้สอนถูกเสมอไป
เพราะเขาสอนแบบไทยๆ เลยไม่เน้นว่าอ่านถูกหรือผิด ขอแค่อ่านได้ก็พอแล้ว-.-''
0
กำลังโหลด
ซ่อนนาม Member 4 พ.ค. 56 13:53 น. 5
ครูภาษาอังกฤษในหลายโรงเรียนมักบอกกับนักเรียนว่า
ภาษาไทยมีวรรณยุกต์ทำให้ออกเสียงครอบคลุมภาษาอังกฤษได้มากกว่า
คนไทยจึงพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าชาติอื่น ๆ

เราว่า ความจริงมันเป็นความเชื่อที่ผิดนะ
เพราะหลักการพูดของภาษาไทยกับภาษาอังกฤษมันคนละเรื่องกันเลย
เสียงหลายเสียงก็ไม่เข้าหลักภาษาไทย ทั้งหลายคำเขียนทับศัพท์ก็ยังทำไม่ค่อยได้
หากไปอยู่เมืองนอก แค่ฟังสำเนียงจะรู้ได้เลยว่าคนไทยหรือเปล่า
เพราะสำเนียงชัดมากว่าเป็นคนไทยไม่ใช่เจ้าของภาษา

ดังนั้นหากจะคิดพูดภาษาอังกฤษ ก็ต้องลืมหลักของภาษาไทยไปเลย อย่าเอามันมาปนกัน
เพราะหากทำ จะพูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดีแน่นอน
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Ph_Phakarat Member 4 พ.ค. 56 16:50 น. 8
ขอบคุณสำหรับเกร็ดความรู้นี้นะคะ เป็นพื้นฐานการต่อยอดเรื่องการอ่านภาษาอังกฤษได้ดีมากๆเลยค่ะ
0
กำลังโหลด
K. Drace Member 4 พ.ค. 56 18:39 น. 9
เห็นด้วยค่อนข้างมาก แต่ ถึงจะออกเสียงผิดเป็นบางครั้ง แต่พออยู่ในประโยคใดหนึ่งก็จะเข้าใจความหมายเองครับ เพราะว่าพวกเราพูดเร็วๆกันอยู่แล้ว ผิดบ้างเป็นบางครั้งเหมือนคนไทยพูดไทยแหละครับ ยังไงก็ขอบคุณโพสของพี่Pizza(ไม่ชอบเขียนพิซซ่าครับ เพราะพวกผมพูด พิ๊-ส่า)มากเลยครับ ช่วยเพื่อนๆชาวเด็กดีได้ความรู้เยอะเลย สักวันผมต้องเจอคนที่พูดอังกฤษได้ดีและกล้าพอมาคุยกับผมนะครับ ^/|\^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
PiZZaPeaCH Member 7 พ.ค. 56 09:06 น. 18
คห. 9 จริงๆ พี่ก็ไม่ชอบเขียนชื่อเล่นตัวเองเป็นภาษาไทยเหมือนกัน เพราะพี่ว่ามันตลก 555 ปกติเวลาใช้กันเองพี่จะเขียนเป็นภาษาอังกฤษเหมือนกัน 
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด