|
คุณเข้าใจคำว่า นักเขียน ดีพอแล้วหรือยัง? <ภาค1> วันนี้พี่นัทมีเคล็ดลับงานเขียนและข้อคิดดีๆสำหรับน้องๆที่อยากจะเป็นนักเขียนเต็มตัวของนักเขียนรุ่นเก๋า อย่าง ส.พุ่มสุวรรณ มา ฝากน้องๆกันรับรองว่ามีประโยชน์และนำไปใช้ได้ชัวร์ๆ การเขียนหนังสือจะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยาก บางคนใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง เขียนต้นฉบับเรื่องสั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว บางคนใช้เวลามากกว่านั้นหลายสิบเท่า การเขียนหนังสือจึงหมายถึง ภาวการณ์หลั่งของกระแสความคิด ความนึก ที่ประสานสอดรับกับการพรั่งพรู่ของถ้อยภาษาสำนวนโวหารอย่างลงตัวได้จังหวะ ดังนั้น การเขียนหนังสือแม้ไม่ใช่เรื่องยากเหมือนการเข็นครกขึ้นภูเขา แต่ก็ไม่ง่ายเหมือนการปอกกล้วยเข้าปาก เพราะใช่ว่าการอ่านออกเขียนได้จะสามารถเป็นนักเขียนได้หมดทุกคน และการจะเขียนหนังสือดีๆให้ได้ซักเล่มหนึ่งยิ่งเป็นเรื่องยากเข้าไปอีก
มีผู้สงสัยอยู่เสมอว่าการเขียนเป็น ศาสตร์ หรือเป็น ศิลป์ กันแน่ และมักมีผู้ตั้งข้อสงสัยว่า การสอนให้เป็นนักขียน เป็นสิ่งที่ทำได้หรือไม่ คำตอบที่น่าจะถูกต้องที่สุด คือ การเขียนหนังสือเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ เพราะการเขียนหนังสือมีระเบียบวิธีในตัวเอง อย่างพื้นฐานที่สุด การเขียนย่อมมีลักษณะแตกต่างกันตามประเภทของงานเขียน การเขียนสารคดีต่างไปจากงานเขียนบันเทิงคดี กาเขียนข่าวหรือการเขียนบทความ การเขียนข้อความโฆษณาต่างๆ ย่อมไม่ใช้หลักวิธีการเดียวกันกับการแต่งนวนิยาย เรื่องสั้น กวีนิพนธ์ และบทละคร การเขียนหนังสือประเภทต่างๆ จึงแตกต่างกันเมื่อยอกรับในความเป็นศาสตร์ของการเขียนหนังสือ ก้ต้องยอมรับว่าการสอนหรือแนะนำให้เขียนหนังสือเป็น ย่อมเป็นสิ่งที่สามารถทำได้....ในระดับหนึ่ง นอกจากการเรียนรู้ระเบียบวิธีทฤษฎีต่างๆ การเขียนหนังสือยังเป็นทักษะ คือต้องอาศัยการฝึกฝน ย่อมต้องอาศัยเวลา ความเพียร ความอดทน และการปฏิบัติ ลงมือเพื่อแสวงหาทิศทางของตัวเอง การเขียนหนังสือเป็นการแสดงความนึกคิดหรือความคิด เป็นการแสดงศิลปะวิธีของการนึกหรือการคิด และเป็นการแสดงศิลปะของการใช้ถ้อยคำภาษาเพื่อถ่ายทอดความคิดเหล่านั้น ศิลปะจึงไม่ใช่เกิดจากพรสวรรค์เท่านั้น หากแต่เกิดจากการสั่งสม ฝึกฝน เรียนรู้ การเป็นนักเขียน บุคคลนั้นจะต้องบ่มเพาะฝีไม่ลายมือจนสร้างสรรค์ ความเป็นนักเขียน ให้เกิดขึ้นในตัวเองให้ได้ในที่สุด จึงจะสามารถกล่าวได้ว่าเขาผู้นั้นเป็น นักขียน อย่างแท้จริง แล้วน้องๆล่ะจ๊ะ คิดว่าตัวเองเป็นนักเขียนที่แท้จริงแล้วหรือยังล่ะ?? ถ้าใครคิดว่าตัวเองเป็นแล้วก็สู้ต่อไปเพื่อสร้างสรรค์งานเขียนออกมาให้คนอื่นได้ชื่นชม แต่ถ้ายังก็ยิ่งต้องสู้มาขึ้นอีกหลายเท่าตัว...เพราะงานเขียนต้องคู่กับการฝึกฝน อดทน และลงมือปฏิบัติ จริงไหมจ๊ะน้องๆ แวะมาทักทาย มีข้อสงสัย หรือติชม พี่นัทยินดีรับฟังจ้า ส่งมาได้ที่ judne@dek-d.com หรือที่ MY ID พี่นัทข้างล่างนี้เลยจ้า.... อย่าลืมติดตาม....ภาค 2 นะจ๊ะ พี่นัทจะมีข้อคิดดีๆจาก คุณ อาจินต์ ปัญจพรรค์ มาฝากจ้า....วันนี้ไปก่อนล่ะ พบกันใหม่...อาทิตย์หน้าเด้อ!!
|


19 ความคิดเห็น
อยากเป็นนักเขียนนะคะ
แต่ว่าเคยลองเขียนแล้ว มันก็ออกมาแย่อยู่ดี
ก็เลยคิดว่า
ไม่เขียนก็ได้เป็นคนอ่านที่ดีก็พอ
คงจาเขียนรัยดีดีม่ายได้กะเค้าเลย
เซ็งม๊ากมาก
ก็ต้องทำมันให้ได้ในที่สุด จนสุดของชาตินี้ สักวัน...ต้องเป็นวันของเรา ^O^
8 ปีกับการแต่งนิยาย ให้อะไรหลายอย่าง
จากเริ่มแต่ง อย่างคนไม่รู้ จนมาถึงปัจจุบันแม้จะยังไม่ดีที่สุด แต่ก็ดีกว่าเดิม เวลา+ฝึกฝนเลยทำให้พัฒนามาเรื่อยๆ
ไม่คิดจะล้มเลิก
สู้ ๆ เข้าไว้เหล่าสหายร่วมอุดมคติ
จ ะ นำ เ อ า ไ ป ใ ช้ ค่ ะ
wfygip8j
จะพยามเลยนะ
แม้ว่าไตจะวาย
หัวใจจะล้มเหลว
ก่อจะสู้ค่ะ
พี่น้อง
ขอบคุณมากคะ เข้าใจคำว่า "นักเขียนเพิ่มขึ้นมาก"
อืม
จะจำเอาไว้น่ะขอรับ ^O^
มันเป็นความฝัน
อือๆ สู้ต่อไป
ตอนนี้กำลังทำแต่ไม่แน่ใจว่าดีป่าว
thankมากมาก
ความฝันของหนูคือเป็นนักเขียน