หลักในการเขียนนิยาย เวอร์ชัน 7 (Wadoiji)

ก้าวเท้าซ้าย....

    ประโยคข้างต้นไม่เกี่ยวอะไรซักกะนิดกับบันทึกฉบับนี้  แต่มันแสดงถึงการเปิดเรื่องที่น่าสนใจ  อ่านบันทึกของคนอื่นๆ
  ก็เห็นมีพูดถึงหลักการเขียนนิยายกันไปเยอะแล้ว  เพราะงั้นเราจะขอกล่าวเสริมแค่บางจุดที่เราถนัดก็แล้วกัน  เราเองก็
  เพิ่งหัดเขียนนิยายมาได้ไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง


  ชื่อเรื่อง

  เป็นจุดที่สำคัญมากสำหรับงานเขียนทุกประเภท  เริ่มที่ชื่อเรื่อง  ชื่อเรื่องจะเป็นจุดแรกที่ดึงดูดความสนใจของคนอ่าน
  กรณีที่ลงในเน็ต ถ้าเป็นหนังสือก็จะมีหน้าปกด้วยที่ช่วยดึงดูดได้  ความแตกต่างของชื่อเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างไร?

  สมมติว่าคุณเขียนนิยายสยองขวัญระทึกขวัญ  ชื่อเรื่องแบบไหนที่จะน่าสนใจ?  เอาเป็นว่าเนื้อเรื่องธรรมดาๆเกี่ยวกับ
  วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเข้าไปในโรงพยาบาลร้างผีสิงละกัน

  - โรงพยาบาลผี
  - โรงพยาบาลมรณะ
  - The Hospital  โรงพยาบาลปริศนา
  - Silent Place  โรงพยาบาลปริศนา

  คุณคิดว่าชื่อไหนดีกว่ากัน?  สองอันแรกตั้งค่อนข้างตรงตัว  จับกลุ่มคนอ่านเฉพาะกลุ่มพอสมควร เพราะชื่อเรื่องสื่อแนว
  เรื่องได้ชัดเจน  แต่ดูธรรมดาไปหน่อย  เรียกได้ว่าเป็นชื่อที่ค่อนข้างง่าย ใช้กันเกลื่อนพอควร

  สองชื่อหลังมีการใช้ภาษาอังกฤษเข้ามาเสริม  บางคนอาจจะไม่ทันคิดตอนตั้งชื่อเรื่อง  โดยการใช้ศัพท์ที่ค่อนข้างอ่านยาก
  หรือไม่ใช่ศัพท์ทั่วไป  และไม่มีการตั้งชื่อภาษาไทย  ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิด  แต่การมีชื่อไทยด้วยจะทำให้คนจำเรื่องของคุณ
  ได้ง่ายขึ้น

  สองชื่อหลัง  อันแรกใช้ศัพท์ตรงๆคือHospitalที่แปลว่าโรงพยาบาล  ดูง่ายๆ แต่ก็จำง่าย ติดหู...  ชื่อไทยไม่ถึงกับสื่อไป
  ตรงๆว่าที่นี่มีผี  หรือมีการตาย  แต่ใช้คำว่าปริศนาแทน  ทำให้คนอ่านเกิดสะดุดใจ หรืออาจจะอยากรู้ขึ้นมาว่าปริศนาที่ว่า
  คืออะไร  จะเหมือนเรื่องแนวนี้ทั่วๆไปหรือเปล่า (ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของคนเขียนเองที่จะต้องทำให้มันแตกต่างมีเอกลักษณ์)

  ชื่อสุดท้าย  ใช้ชื่อไทยแบบเดียวกัน  แต่ชื่ออังกฤษไม่มีคำที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลเลย  คำว่าSilent Place หมายถึง
  สถานที่ที่เงียบๆ  ซึ่งไม่ใช่ศัพท์ที่แปลยากเท่าไหร่นัก  เมื่อคนอ่านอ่านชื่อเรื่อง  จะอ่านคำว่าSilent Placeก่อน  ซึ่งอาจจะยัง
  ไม่รู้ว่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร  แต่พออ่านชื่อไทย....อ๋อ...เกี่ยวกับโรงพยาบาล  มีการตามหาปริศนาอะไรซักอย่างใน
  โรงพยาบาล  ไม่ก็อะไรทำนองนั้นแน่ๆ


  บางครั้งชื่อเรื่องอาจจะตั้งแบบให้ชวนสงสัยก็ได้  เช่น  นิยายเกี่ยวกับคน ที่หันหน้าไปทางซ้ายทีไรก็จะเจอเรื่องประหลาด   จนต้องหาสาเหตุว่ามันเกิดจากอะไร  ที่เรากำลังเขียนอยู่ เราก็ตั้งชื่อเรื่องตรงๆง่ายๆว่า

  " หันทางซ้าย "

  ดูน่าสนใจมั้ยคะ?  คนอ่านเห็นชื่อเรื่องก็ต้องคิดแล้ว  ว่า "หันทางซ้ายแล้วทำไมล่ะ?"  เป็นการเชิญชวนให้เข้ามาอ่าน
  รูปแบบหนึ่ง.....

  ชื่อเรื่องเป็นจุดแรกที่คนอ่านจะเห็น  รองมาคือคำบรรยายเรื่อง(ถ้าเป็น หนังสือก็คำโปรยปกหน้าปกหลัง)    ถ้าจะให้ยกตัวอย่าง  เช่นเรื่องของเรา   DarkMoon  Stamina  โรงเรียนพิศวง  บางคนที่อ่านก็รู้แค่คำว่า DarkMoon
  ส่วนStaminaแปลว่า การต่อสู้อย่างอดทน  ซึ่งจุดนี้ชื่อไทยช่วยได้มากในการขยายความของชื่อเรื่อง  จนมีคนอ่านหลาย
  คนออกปากชมมาเองว่าชื่อเรื่องเท่  แต่ที่คนอ่านจะบอกว่ามันเท่ได้นั้น  เขาก็ต้องรู้ความหมายของชื่อเรื่องด้วย
  เขียนมาในจุดนี้ก็เพื่อให้ทุกคนหันมาให้ความสนใจกับการตั้งชื่อเรื่องให้มากขึ้นนั่นเองค่ะ

  ยกตัวอย่างชื่อเรื่องอีกซักหน่อย

  - The Game  เกมร้อยวิญญาณ (ชื่อไทยขยายความจากชื่ออังกฤษ)
  - ช่างมันเถอะ (ชื่อเรื่องแบบแปลกๆที่ทำให้คนอ่านเกิดความสงสัย และอยากรู้)
  - รักสุดกิ๊ง ปิ๊งยกกำลังสอง (ชื่อเข้ากับแนวเรื่อง  ฟังดูน่ารัก  ใช้คำว่ากิ๊งกับปิ๊ง ทำให้ตัวชื่อเรื่องนาสนใจมากขึ้น       และยังสัมผัสกันอีกด้วย)

  * เสริมให้นิดนึงสำหรับคนที่จะแต่งนิยายสยองขวัญ  ความน่ากลัวที่สุดของนิยายสยองขวัญคือ      ความใกล้ตัวคนอ่าน  และเรื่องแนวนี้จะน่ากลัวได้  ต้องมีการบรรยายบรรยากาศเรื่องที่ดีค่ะ


  การเปิดเรื่อง

  เคยแอบเปิดอ่านหนังสือเล่มหนึ่งในร้านหนังสือโดยไม่ซื้อ  เจอบก.มั้ง  เขียนว่า นิยายที่ดีควรเปิดเรื่องให้น่าสนใจ
  ถ้าอ่านไปนิดหน่อยแล้วยังไม่น่าสนใจ  เขาก็เลิกอ่าน และโยนลงตระกร้าแล้ว  เพราะคนอ่านเวลาที่เขาหยิบมาดูก่อนซื้อ
  เขาก็ต้องอ่านนิดหน่อยก่อนเหมือนกัน  และถ้ามันไม่น่าสนใจเขาก็ไม่ซื้อ  เปิดเรื่องให้น่าสนใจเป็นยังไง?
  ลองยกตัวอย่างมาเปรียบเทียบดูหน่อยละกัน


  แบบแรก

  ย่ำเย็นเข้าสนทยา  แรงลมเริ่มก่อตัวปกคลุมป่าทึบให้มืดครึ้มยิ่งขึ้น  แสงจันทร์ฉายแววลงมาอย่างเชื่องช้า ลงมายังประเทศ
  ธรรมดาๆแห่งนี้  สัตว์ป่าเริ่มแอบซ่อนตัวด้วยความเงียบงัน

  ที่นี่คือประเทศอโครฟิเดีย  ที่หลบลึกอยู่ในมุมหนึ่งของแผนที่  ผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้คือ บลาๆๆๆๆๆ

  เปิดเรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ดี  แต่มันค่อนข้างน่าเบื่อ  คนที่อ่าน แนวแฟนตาซีแบบนี้อาจจะอ่านได้รับได้     อ่านได้ตามปกติ  แต่ถ้าเราเปิดเรื่องให้มันวูบวาบมากกว่านั้นล่ะ?


  แบบที่สอง
   " อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!! "

  เสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วบ้าน  จนทำให้ผมที่กำลังนั่งละเลียดกาแฟอยู่ที่ชั้นล่างแทบจะสำลักเป็นภาษาตุรกี  ผมรีบวาง
  แก้วลงแล้ววิ่งขึ้นไปยังชั้นสองซึ่งเป็นต้นกำเนิดเสียงทันที

  " เฮ้ย!! เกิดอะไรขึ้นยัยแป้ง!!! "  ผมรีบโวยวายทันทีที่เปิดประตูห้องเข้าไป  น้องสาวของผม  ยัยแป้งนั่งอยู่บนเก้าอี้
  หน้าคอม  ทว่าหน้าจอของมันกลับมืดสนิท

  " พี่เต้~~  อยู่ดีๆคอมก็ดับอ่ะ  โห่....กำลังทำรายงานด้วย แงๆที่พิมพ์ไว้หายหมดแน่เลยอ่ะ "  แป้งคร่ำครวญแบบเสียดาย
  แล้วทำหน้ามุ่ย  ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขนมในถุงมาใส่ปาก  ผู้หญิงหลายคนที่เวลาเครียดแล้วต้องหาอะไรใส่ปาก
  ซึ่งเธอก็เป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้น

  เต้ผู้เป็นพี่ชายหัวเราะอย่างเอ็นดู  น้องสาวของเขาหันมาทำแก้มป่องเหมือนกับงอนแล้วต่อยท้องพี่ชายไม่ให้ทัน
  ได้ตั้งตัว  นายเต้เขกหัวน้องระหว่างที่สายตาเหลือบมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งกำลังเปิดขึ้นมาใหม่.....
  ในตอนนั้น...พวกเขาสองคนยังไม่ได้รับรู้เลยว่า  การที่คอมนั้นดับไปเฉยๆในครั้งนั้น.....


  .....จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาสองพี่น้อง.......ไปมากขนาดไหน.....


  การเปิดเรื่องมีหลายแบบ  แต่ความน่าสนใจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก  อย่างน้อยในสามหน้าแรก  ควรจะมีอะไรบางอย่างที่ทำ
  ให้คนอยากอ่านต่อ  ให้ความสำคัญกับการเปิดเรื่องด้วยนะคะ



  ตัวละคร

  เป็นอีกจุดนึงที่เราเองค่อนข้างถนัด เพราะเขียนการ์ตูนมาก่อน  จำไว้ว่า  คุณเขียนนิยาย  จะต้องมีพื้นฐานความเป็นจริง
  ความเป็นจริงในที่นี้คือ  ความเป็นจริงในนิยายเรื่องนั้น  ว่าใครเป็นใคร  คนนี้นิสัยยังไง?

  ยกตัวอย่างจากนิยายของเราละกัน  จะได้ไม่พาดพิงคนอื่น  ในเรื่องDarkMoonจะมีตัวละครนึงที่ชื่อว่าซาจิ  เนื้อเรื่องของ
  เรื่องนี้จะออกแนวสยองขวัญ และมีแฟนตาซีนิดๆ ( ที่จริงมันเป็นแนวบู๊  ระทึกขวัญ ดราม่า แฟนตาซี  โรแมนติก ปรัชญา   เกย์  เรียกรวมๆว่าแนวจับฉ่าย....)  แต่โดยรวมจะค่อนข้างอิงความเป็นจริง

  ทว่าตัวละครตัวนี้แปลกประหลาดที่สุดในเรื่อง  อยู่ดีๆก็มีปีกงอก  ตัวเองเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้  ตาคล้ำๆ  บินได้
  กินข้าวน้อยมาก  ถ้าอากาศหนาวมากๆจะแข็งตายไปแปบนึง...  วิ่งเร็วเป็นปรอททั้งๆที่ท่าทางอมโรค  อ่อนแอสุดๆ
  จะเห็นได้ว่าตัวละครตัวนี้มีแต่อะไรประหลาดๆและเกินจริง  แต่คนอ่านกลับรับได้  และชอบ

  ที่ยกตัวอย่างมาดังข้างต้นก็เพื่ออยากจะให้ลองคิดตัวละครที่แหวกแนวออกไปบ้าง  ถ้าเราจะเขียนแนวแฟนตาซีของผู้ใช้
  เวทย์มนต์  ต่อสู้กันด้วยเวทย์  แล้วพระเอกของเราเป็นนักเวทย์  มันจะสนุกตรงไหน  ลองให้พระเอกเป็นคนที่ใช้เวทย์
ไม่ได้  อาจจะมีความสามารถกิ๊กก็อกอะไรบางอย่าง  เลยถูกส่งไปอยู่ในสงคราม  ทีนี้พระเอกก็ต้องทั้งหนีไปด้วยเพราะสู้
อะไรกับเขาไม่ค่อยได้  หรืออาจจะเป็นคนที่ฉลาดมาก  ใช้กลยุทธ์ต่างๆในศึกสงครามเวทย์ก็ได้


  ตัวละครเอกควรจะแตกต่าง  และมีจุดเด่นที่สำคัญ  อาจจะไม่ใช่ด้วยรูปร่างหน้าตา แต่เป็นนิสัยก็ได้ด้วย  เช่น
  คุโรที่เป็นตัวเอกในตัวละครเอกในเรื่องของเรา  คนอื่นเจอผีก็วิ่งหนีบ้าง  กลัว ร้องไห้  หมอนี่คว้าคัทเตอร์ได้ จับผีมากรีด
  หน้าฉับๆ จนดูสยองกว่าเดิม  แค่นี้คนก็จำได้แล้วว่า  อา....ไอ้เด็กเวรนี่เอง  ที่เป็นพระเอกของเรื่องนี้....

  ตัวละครที่มีนิสัยเด่นๆแบบนี้  จะทำให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น  อาจจะมีตัวละครเปรียบเทียบด้วย  เช่นตัวของคุโรจะมีเพื่อน
  ที่ชื่อมิทซึรุ  ซึ่งมีส่วนสำคัญในเรื่องพอควร  คาแรกเตอร์ของมิทซึรุคือ อ่อนโยน ร่าเริง คุยเก่ง เป็นนักกีฬา  ซึ่งตรงข้าม
  กับคุโรแทบทุกอย่าง  ทำให้เกิดการเปรียบเทียบขึ้นในการรับรู้ของผู้อ่าน  คือคุโรเป็นคนแบบนี้นะ มิทซึรุก็เป็นคนอีก
  แบบนึง

  นอกจากนี้ อย่าลืมว่าตัวละครของเรามีชีวิตอยู่จริงๆ  เวลาที่ที่พวกเขาอยู่ร่วมกันนานๆ อาจจะมีการออคโมซิสเกิดขึ้น
  เช่น  คุโรที่ดิบๆเถื่อนๆ  กับมิทซึรุที่อ่อนโยนมาอยู่ด้วยกัน  จนคุโรค่อยๆอ่อนโยนขึ้น  มิทซึรุเองก็เข้มแข็งขึ้น
  หรือที่เรียกว่า พัฒนาการของตัวละครนั่นเอง  (แต่แล้วคุโรก็กลับไปเป็นไอ้ปีศาจเหมือนเดิม บางทีหมอนี่อาจจะเป็น
  พระเอกที่ชั่วร้ายที่สุดก็ได้แฮะ) =_="


  การหาพล็อต แรงบันดาลใจ

  บางคนต้องหาแรงบันดาลใจ  แต่บังเอิญเราเป็นคนที่ได้รับแรงบันดาลใจง่ายมากๆๆ =_="  เช่นเผลอนึกประโยคที่ว่า
  " หันทางซ้าย"  ขึ้นมาได้  ก็เกิดชอบ  เลยเอามาคิดเป็นเรื่องซะงั้น  แนวความคิดและพล็อตมีอยู่ในทุกอณูของโลกใบนี้
  หันไปที่ไหนก็มีเรื่องเขียน  อยู่ที่ว่าเราจะสร้างสรรค์มันไปได้แค่ไหนมากกว่า

  ลองหาพล็อตแปลกๆมาเขียนบ้าง  หากได้แรงบันดาลใจมาจากนิยายที่ดังๆ  ควรใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปให้มากกว่า
  หากมีคนอ่านมาถามว่า  ไปลอกเรื่องนั้นๆมารึเปล่า อยากเพิ่งเดือดดาล  เพราะนั่นเป็นความคิดเห็นของคนอ่านที่เราควร
  ให้การยอมรับ  ในเมื่อมีคนคิดอย่างนั้น  เราควรชี้แจงว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจริงๆ  แต่เรามีแนวความคิดในนิยายของ
  เราเป็นแบบนั้นแบบนี้นะ  คนอ่านจะรู้สึกดีกับคุณมากกว่า  ไม่มีใครมาว่าคุณได้หรอก ถ้าคุณเพียงได้รับความ
   ประทับใจมา  ไม่ใช่ลอกมาทั้งดุ้น  แล้วเปลี่ยนตัวละครนิดหน่อยอะไรแบบนั้น.....
   จำไว้ว่า  " ไม่มีเรื่องใดในโลกนี้  ที่ไม่เคยถูกบอกเล่า "  พล็อตคุณอาจจะคล้ายนิยายของคนอื่นบ้าง  แต่ถ้าคุณนำ
  เสนอมันในความเป็นตัวคุณเอง  ซักวันนึงคนอ่านจะเริ่มเข้าใจว่า  เรื่องนี้ก็คือเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องที่คุณได้แรงบันดาลใจมา



  สุดท้ายนี้ก็คือใจรัก   ขอให้ทุกๆคนมีความรักในตัวละครของตัวเอง  การตายหรือการจากไปของแต่ละตัวละคร ควรเป็น
  การตายที่มีคุณค่าต่อเนื้อเรื่อง  ขอให้ทุกคนมุ่งมั่นในเส้นทางนี้ต่อไป  หากคุณเป็นคนนึง ที่รักการเขียนนิยาย....

  ปล. แต่เราก็ยังไม่ชอบอ่านนิยายอยู่ดีน่ะแหละ.... =_="


                                                                                                 เคารพในงานเขียนของนักเขียนทุกคน
                                                                                                 Wadoiji

Source :: บันทึกจาก++Wadoiji++ โดย Wadoiji [writer]
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

30 ความคิดเห็น

- - 28 ม.ค. 49 12:39 น. 1
นี่ท่าน! ข้าขอคำนับเลยซึ้งเข้าทุกอณูรูขุมขนเลย ท่านบรรยายมาซะรู้สึกขนลุก
นี่ถ้าทำได้ก้อแปลว่าข้าน้อยได้แรงบันดาลใจมาจากท่านล่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
KANONKANON Member 13 มี.ค. 49 16:11 น. 4
ขอบคุณครับ ได้อะไรเยอะเลย เข้าใจแล้วว่านิยายสยองขวัญนั้นเป็นหยั่งงี้นี่เอง
พระเอกเราชอบคว้าคอเสื้อของผีเข้ามาจ้องใกล้ๆแล้วควักมีดคัตเตอร์ออกมา "สับสับสับสับ" จนหน้าของผีตนนั้นเละเป็นโจ๊ก ชอบมากครับ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Scarletreaper Member 23 มี.ค. 49 13:49 น. 7
ขอคาราวะด้วย เซลล์ทุกเซล์ในร่างกายและด้วยจิตวิญญาณ ^_^" ท่านเขียนบันทึกนี้ช่วยข้าพเจ้าได้มาเลยขอรับ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
พิรัชต์-สามสี Member 28 เม.ย. 49 21:34 น. 13
บันทึกนี้อ่านแล้วดีนะ ชอบ ^ ^

((อ่านแล้วไม่เคยจำเลยเรา ก้ากๆ =="))

Ps....รักคุโร กะมิทซึรุน้า หุหุ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
~+!แมรี่!+~ Member 1 พ.ค. 49 16:15 น. 15

พี่เก่งจังเลยค่ะ นิยายพี่ต้องเยี่ยมแน่ๆแล้วอยากถามว่า(ตอบให้ก็ดีนะ)วิธีวางโครงเรื่องจะทำอย่างไงถึงจะง่ายและออกมาโอเคล่ะค่ะ

0
กำลังโหลด
Sakura Ninrina 2 พ.ค. 49 18:43 น. 16
ขอบคุณคะ ><
ท่านเก่งมากๆ เลย

แต่เราเป็นประเภทที่ว่าคิดชื่อเรื่องเท่าไหร่ก็ไม่โดนสักที
ไม่รู้เป็นเพราะอะไร แต่คิดว่าต้องพยายามกันต่อไป
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
jade pin Member 28 พ.ค. 49 11:56 น. 18
บางทีถ้าเราเขียนตัวเอกแบบแหวกแนวกว่าคนอื่นเขามากๆก็อาจจะไม่มีใครอ่านก็ได้นะเพราะไม่ใช่แบบที่เขาชอบ แต่ก็มีอะไรที่แตกต่างจากชาวบ้านเขาบ้างแต่ต้องมีเหตุและผลด้วยว่าทำใมถึงเป็นอย่างนั้น
เช่น
ที่พระเอกของเราเอาคัตเตอร์มากรีดหน้าผีจนเละไปกว่าเดิมเพราะความกลัวอย่างสุดขีดจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และเสียงในใจบอกว่าไปให้พ้นซะ เขาเลยจัดการกรีดหน้ามันซะเลย
เป็นไงบ้างใช้ได้ไหม
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด