ผมยกตัวอย่างเรื่อง แฮรี่ พอตเตอร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เรียกได้ว่าไม่มีการประชาสัมพันธ์เลย แถมตอนแรกๆยังถูกปฏิเสธมากจากหลายสำนักพิมพ์อีกด้วย แต่ดูซิ จากความสนุกที่ทำให้หนังสือขายหมดตลาดได้ในเวลาไม่ถึงเดือนในเมืองเล็กๆแรกๆ ที่วางขาย ขยายมาจนถึงประเทศทั้งประเทศ และในตอนนี้ก็โด่งดังไปทั่วโลก พวกคุณคิดว่ามันเป็นเพราะอะไรละ?
Maass บอกผมอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากก็คือ งานเขียนเป็นสิ่งที่ดวลกันด้วยฝีมือจริงของนักเขียน
ซึ่งต่อจากปากต่อปากที่เป็นปัจจัยหลักแล้ว ต่อๆมาก็เป็นชื่อของนักเขียนที่เป็นการประชาสัมธ์ตัวหนังสือชั้นเยี่ยม ซึ่งตรงนี้ ถ้าคุณเป็นมือใหม่ โอกาสที่จะได้เข้ามาในวงการนี้ก็เรียกได้ว่าแทบเป็นศูนย์เลยละ นอกเสียจากว่า คุณจะแน่จริง (ซึ่งที่เทมส์บอกว่ายากแล้ว ผมต่อไปอีกว่ากว่าจะเป็นอัศวินได้นั้น มันยากเพิ่มไปอีกเป็นสิบๆร้อยๆเท่ากว่าที่เทมส์บอกเลยละ)
งานเขียนเป็นงานที่ผู้เขียนต้องทุ่มเททั้งชีวิตและวิญญาณลงไปกับมัน อย่างที่ Chen ได้บอกไปว่า ถ้าคุณเขียนเพียงเพื่อชื่อเสีย หรือเงิน ผมขอท้าได้เลยว่าโอกาสที่งานของคุณจะขายได้นั้นแทบที่จะเป็นศูนย์ (ถ้างานเขียนของคุณเป็นนิยาย ไม่ใช่พวกเรื่อง gossip ต่างๆที่ออกมาตามกระแส)
นักมายากลมีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งบอกกับผมว่า ทุกๆครั้งเวลาที่เขาขึ้นไปแสดงบนเวทีนั้น เขาจะเห็นคนชมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และเขาก็รักผู้ชมทุกคน ไม่เหมือนนักแสดงบางคนที่เห็นคนชมเป็นเพียงแค่ไอ้ซื่ อบื้ อ ออกมาวี๊ดว๊าย หรือเป็นแค่เม็ดเงิน... ซึ่งคำพูดของเขา (ผมจำชื่อท่านผู้นั้นไม่ได้) ก็กลายเป็นคติประจำใจของผมไปเลย เพราะผมถือคนอ่านเป็นสิ่งสำคัญ และรักที่จะถ่ายทอดสิ่งดีๆ รวมถึงความบันเทิงไปให้กับผู้อ่านทุกคน
ก่อนหน้านี้ผมเคยตัดสินใจอยู่ว่าอยากเดินเส้นทางวงการภาพยนตร์ หรือว่าเกมดี แต่กลับพลิกผันกลายมาเป็นนิยายที่ผมแทบไม่เคยคาดคิดมาก่อน หนึ่งในเหตุผลหลักเลยก็คือว่า สิ่งบันเทิงอื่นๆนี่มีปัจจัยทางการเงินมาเกี่ยวข้องมาก ซึ่งสิ่งที่จะมาตัดสินผลงานของคุณนั้นก็คือว่า งานของคุณจะทำเงินหรือเปล่า แต่งานเขียนนี่สิ ต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะผู้อ่านทั่วทั้งโลกต่างหากที่จะเป็นคนตันสินผลงานของคุณ!
ไม่มีพลังอะไรสำคัญไปกว่าพลังปวงชน
คราวนี้มาถึงประเด็นในเด็กดีเลยนะครับ ผมค่อนข้างชอบประเด็นที่เทมส์พูดในด้านการประชาสัมพันธ์งานของตัวเองนะ แต่ต้องอย่าลืมนะครับว่าที่เทมส์เขามาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะ งานเขียนของเขานั้นเจ๋งจริง
คุณลองเทียบกับเรื่องที่มีคนเข้ามามาก โหวตคะแนนเยอะๆ แต่ไม่ใช่เพราะว่าเรื่องของคุณ เป็นเพราะความสัมพันธ์กับนักเขียนคนอื่น เขามาคุยเล่นบ้างละ เข้าไปเพราะโดนชวนบ้างละ หรือเพื่อนๆที่เข้ามาเล่นๆบ้างละ... ผมถามเถอะว่าคุณภูมิใจไหม?
นักเขียนในอดีตนั้นไม่มีเวปพวกนี้เป็นปัจจัย (นักเขียนจำนวนมากในโลกปัจจุบันก็เช่นกัน) อินเตอร์เนทนั้นแน่นอน มันเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยม แต่อย่าทำให้มันมาเป็นสิ่งบันทอน เป็นกิเลสในใจที่ทำให้คุณทุ่มเทกับงานของคุณไม่ได้เท่าที่ควรนะครับ
ไหนๆก็พูดมาซะยาว ผมขอพูดอีกประเด็นเลยก็ละกัน เรื่องของ พรสวรรค์ หลายๆคนอาจจะคิดว่ามันเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นเหมือนสิ่งที่พระเจ้าประทานมา แต่ผมว่ามันไม่ใช่หรอก พรสวรรค์ คือ การที่เรามีความสนใจ คลั่งไคล้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จนเราอยากทุ่มเทชีวิตให้กับการฝึกฝนจนมีฝีมือในด้านนั้นๆ โดยไม่ย่อท้อ เป็นเวลานับปี จนถึงตลอดชั่วชีวิต
ตัวผมนั้นคลุกคลีกับงานศิลปะมาก่อน และนักวาดเก่งๆที่ผมรู้จักทุกคนนั้นล้วนบอกเป็นคำเดียวกันว่า ไม่มีทางลัดอื่นใดในงานศิลปะ (ทั้งดนตรี กีฬา งานวาด และงานเขียน) นอกจาก ฝึกฝน ฝึกฝน และฝึกฝน
Robert Mckee (นักเขียนบทหนังสุดยอดคนหนึ่งของโลก) ยังบอกผมอีกคำหนึ่งที่ทำให้ผมทึ่งไปกับศาสตร์ด้านงานเขียนนี้ เขาบอกว่า ศิลป์ในด้านการเขียน ไม่เหมือนกับศิลป์แขนงอื่น เช่นว่า ดนตรี ก็ต้องศึกษาภาษาดนตรีจนถ่องแท้ งานวาดก็ต้องฝึกทักษะด้านต่างๆมาจนชำนาญก่อน ซึ่งเป็นศิลป์ที่ต้องเริ่มมาจากข้างนอก แต่ว่า งานเขียนนี้มันเป็นสิ่งที่มาจากข้างใน ใครๆก็สามารถเขียนได้ ส่วนเรื่องภาษานี่เป็นปมรองที่ใครๆก็ฝึกฝนได้
เวลาเขียนงาน สิ่งที่เราเผชิญคือการสัมผัสกับจิตใจของมนุษย์ จิตนึกคิดต่างๆ เช่นว่าทำอย่างไรเราถึงจะทำให้เขาตื้นตันใจ ตื่นเต้น โศกเศร้าเสียใจ รักซาบซึ่ง และความรู้สึกทั้งหลายทั้งปวง ซึ่งผมถือว่ามันเป็นศาสตร์ชั้นสูงสุดเลยทีเดียว มันเป็นสิ่งที่มาจากประสบการณ์ ความรู้ จินตนาการ ความเข้าใจทั้งในตัวคุณเอง และของเพื่อนมนุษย์... มันเป็นการศึกษาอันไร้ซึ่งจุดสิ้นสุด และเป็นสิ่งที่ทำให้ผมหลงใหล จนรู้สึกอยากทุ่มเทชีวิตทั้งชีวิตของผมลงไปกับศาสตร์ด้านนี้
แล้วสุดท้ายนี้ ผมขอเตือนเพื่อนๆทุกคนในสิ่งเดียวกับที่เทมส์กล่าวไว้ อย่าเห็นแต่เฉพาะเหตุการณ์ของคนที่ประสบความสำเร็จแล้วเท่านั้น เพราะกว่าที่พวกเขาจะมาจุดนั้นๆได้ เขาก็ฝ่าฟันมาจนเลือดตากระเซ็นเหมือนๆกันหมด
Source :: ความคิดเห็นของปลาทองบินในเรื่องการตลาด โดย ปลาทองบิน [writer]
9 ความคิดเห็น
อืมญาติผมแนะนำไห้อ่านเรื่องหัวขโมยบาราม๊อยอ่ะ น่าอ่านมากคับ
เหอๆขอบคุณค่ะ
นั่นสิเนอะ ถ้าแบบ คนอ่านที่เค้ามาแสดงความคิดเห็นนั้นไม่ได้มีความต้องการจากใจจริง
เราเองก็คงไม่ภูมิใจมากสักเท่าไหร่
แต่ถึงยังไงในสังคมอินเตอร์เน็ต
เราว่า โดยมากแล้ว เค้าก็ดูจากจำนวนคนที่เคยเข้าแล้วค่อยเข้าตามกันนะคะ :)
เจ๋งๆ คิดเหมือนเราเลย
ถ้าเนื้อเรื่องมันสนุกจริงๆ ยังไงๆ ก็ขายได้อยู่ดีดูอย่างเรื่องบารามอสซิ เป็นเรื่องที่เราชอบที่สุดเลย คนแต่ง แต่งๆได้ เฉียบจริงข้าน้อยขอคาระวะ...