|
เขียนอย่างไรให้คนอ่านร้องไห้ หัวเราะ และรอคอย หวัดดีจ้าน้องๆนักเขียน กลับมาพบกับพี่นัทอีกเช่นเคย ไม่รู้ว่าเบื่อหน้ากันไปหรือยัง แต่ถึงเบื่อก็จะมา...แป่ว...อาทิตย์ที่แล้วพี่นัทได้ลงเรื่องคุณสมบัติของนักประพันธ์ไปแล้ว จำได้หรือเปล่าเอ่ย ไหนลองมาทวนซิว่ามีอะไรบ้าง 1. นักประพันธ์ต้องเป็นคนช่างฝัน 2. มีพรสวรรค์และต้องเรียนรู้ 3. พยายามเขียนตามที่ตนถนัด 4. รู้จักอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ 5. จงเขียนให้อ่านร้องไห้ หัวเราะ และรอคอย วันนี้มาต่อกันภาคสองจาก ถ้าพูดถึงการเขียน หลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าเราควรจะเขียนให้สิ่งที่เราถนัด แต่เพียงแค่มีแนวที่ตนถนัดแล้วยังไม่พอ นักเขียนนักประพันธ์ยังต้องมี โลกแห่งจินตนาการ จุดดังและจุดดับของนักเขียนอยู่ตรงที่ว่าเขียนอย่างไรจึงจะมีคนอ่าน ถ้าเขียนแล้วมีคนอ่านถือได้ว่าเกิดและดังต่อไป แต่ถ้าเขียนแล้วไม่มีใครอ่าน ไม่มีใครนิยมก็ถือว่าดับ แต่ยังไงนักเขียนก็ไม่ควรท้อแม้สิ้นหวัง เพราะนักเขียนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่เคยเกือบดับกันมาแล้วทั้งนั้น แต่อาศัยความพยายามความมุมานะพยายาม ไม่ท้อถอยจึงประสบความสำเร็จในที่สุด คำถามที่ว่าเขียนอย่างไรจึงจะขายได้ คำตอบไม่มีวันผิดเลย คือ เขียนให้ถูกใจบรรณาธิการ เขาถูกใจเขาก็ซื้อเรื่องไป แต่ผู้เขียนควรจะต้องมีสิ่งพิเศษมากกว่านั้นคือ ต้องเขียนเรื่องให้ดีเด่น เข้ามาตรฐาน ขณะเดียวกันให้ขายได้ มีคนอ่าน มีคนติดตามเรื่องนั้นนานๆ เหมือนส่วนหนึ่งในเรื่อง พระลอ ที่ว่า ใครฟังย่อมใหลหลง ฤๅ อิ่ม ฟังนา มีความหมายกว้างๆคือ คนอ่านชอบ ติดใจ และติดตาม จงตั้งเป้าหมายว่า เรื่องของคุณ ตัวละคร ความคิด ฯลฯ จะต้องไม่เป็นแต่เพียงเงาๆ ผู้อ่านมองเห็นรูปได้มัวๆ ไม่ชัดเจน แต่จะต้องให้ผุดเด่นขึ้นมาให้คนอ่านเข้าใจ รู้จักและสนิทสนมยิ่งกว่าเพื่อน นี่แหละจึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ
เขียนให้ผู้อ่านร้องไห้ หัวเราะ และ รอคอย หัวข้อข้างบนเป็นคำแนะนำของวิลกี้ คอลลินส์ นักประพันธ์เอก เป็นคำดุจมนต์ขลังที่นักเขียนต้องจำไว้ การร้องไห้ และหัวเราะนั้นเป็นอารมณ์ร่วมของผู้อ่านที่เห็นจริงจังเคลิบเคลิ้มตามเรื่องไปด้วย ผู้ใดสามารถทำได้นับว่าเป็นชัยชนะ ชนะที่สามารถทำให้ผู้อ่านมีส่วนหรือเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องโดยไม่รู้ตัว ส่วนที่ว่าให้ผู้อ่านรอคอย ต้องรอ ต้องคอย ก็แปลว่าให้เกิดความกระหายอยากรู้อยากรู้เรื่องต่อๆไปว่าจะเป็นอย่างไร นักเขียนที่ดีมักมีข้อความแทรกไว้นิดๆ เสมอ เพื่อให้ผู้อ่านฉงนและติดตามอ่านเรื่องตอนลงเอยอย่างขาดไม่ได้ เมื่อผู้อ่านจบตอนใดตอนหนึ่งและยินดีพอใจคอยดูต่อไป นั่นแปลว่าผู้เขียนได้แต้มไปหกสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ไม่มีอะไรร้ายเท่าเมื่อจบบทที่หนึ่งแล้วผู้อ่านเห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจควรติดตามต่อไป นั่นหมายถึงความปราชัยย่อยับของผู้แต่ง ความสำคัญในการแต่งจึงต้องเขียนให้คนรอคอย รอว่าอะไรจะเกิดตามมา นี่เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในหลายๆองค์ประกอบของการเป็นนักเขียน หากการเป็นนักเขียนเป็นความฝันหนึ่งของน้องๆล่ะก็ คงจะขาดไม่ได้ที่จะศึกษางานเขียนไปเรื่อยๆอย่างไม่หยุดหย่อน จริงไปไหมล่ะจ๊ะ พี่นัทเป็นกำลังใจให้เสมอนะ สู้ๆนะน้องนักเขียนทุกคน มีปัญหาไรเข้าไปปรึกษา พูดคุยกันได้ตลอดเวลาเลยจ้า ที่ judne@dek-d.com หรือ คลิกเข้าไปที่ MY ID พี่นัทข้างล่างนี้เลยจ้า พี่นัทขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ โฉมหน้าของนักประพันธ์ โดย วิลาส มณีวัต และ ปากกาทอง |


56 ความคิดเห็น
สุดยอด
ขอบคุณมากๆค่ะ สุดยอดเลย
แวะเข้ามาอ่านจ้า^^
ขอขอบคุณนะคะ ที่ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ จะคอยมาอ่านคำแนะนำบ่อยๆนะคะ
ขอบคุณมากๆนะคะ
จะพยายามทำดู
ขอบคุณฮับ ดีมากเลยอะ>w<
THANKz
จะลองทำดูค่ะ
ขอบอกว่ายากมาก
เป็นขอมูลที่ดีมากเลย ขอบคุณจ้า
จะนำไปใช้ค่ะ^^
ขอบคุณค่ะ จะพยายาม!
ขอบคุณคร่า
จะพยายามต่อไป
^___________^