|
น้องๆ ชาว Dek-D.Com ที่มีความฝันอยากเป็นนักเขียนเข้ามาทางนี้หน่อยจ้ะ เพราะวันนี้พี่ปัดมีของมาฝากเหมือนเดิม นั่นก็คือ...

9 ความรู้สึกที่ "ไม่ควรมี" ถ้าอยากเป็นนักเขียน
1. ฉันไม่สร้างสรรค์พอที่จะเป็นนักเขียน น้องๆ ชาว Dek-D.Com อย่าคิดแบบนี้เด็ดขาด เพราะจะเป็นการตัดทอนกำลังใจในการสร้างสรรค์งานเขียนของเราเอง ควรที่จะรู้สึกว่าตัวเองมีพรสวรรค์ในการสร้างสรรค์หรือจินตนาการที่ดีเลิศ ไม่เหมือนใคร
2. ฉันเขียนไม่ได้หรอก ถ้าไม่ได้เรียนรู้วิธีเขียนให้ดีกว่านี้ หยุดคิดแบบนี้เดี๋ยวนี้นะ นี่คือคำสั่ง เพราะวิธีเขียนนั่นไม่มีกำหนดแบบแผนตายตัวแน่นอน ขึ้นอยู่กับเรามากกว่าว่าฝึกฝนวิทยายุทธในการเขียนมากพอแล้วหรือยัง ไม่มีใครจะเขียนได้ดีตั้งแต่ครั้งแรกที่เขียน พี่ปัดเชื่อแบบนั้น ทุกคนต่างจะต้องผ่านความยากลำบากหรือความล้มเหลวมาก่อนที่จะประสบความสำเร็จ
3. ฉันจะต้องมีพลอตเรื่องอย่างละเอียดก่อนจึงจะลงมือเขียน การมีรายละเอียดของพลอตเรื่องที่สมบูรณ์เป็นสิ่งที่ดีจ้ะ อันนี้พี่ปัดไม่มีข้อโต้แย้ง แต่ถ้าเรามัวแต่ให้เราเวลากับการหาข้อมูลจนมากเกินไป ก็อาจจะทำให้เราไม่ได้เริ่มต้นเขียนสักที แล้วอย่างนี้เมื่อไรงานเขียนของเราจะออกมาเป็นรูปร่าง

4. ฉันต้องเขียนให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด สิ่งนี้เป็นสิ่งที่นักเขียนทุกคนตั้งความหวังไว้ รวมทั้งตัวพี่ปัดเองด้วย แต่ก่อนที่ผลงานของเราจะสมบูรณ์แบบหรือประสบควมสำเร็จมากที่สุด พี่ปัดว่าเราทุกคนควรที่จะต้องเผื่อใจยอมรับความผิดหวังไว้ด้วยสัก 50% หากว่าผลตอบรับไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่เราคิด
5. ฉันไม่มีทางเป็นนักเขียนได้หรอก ความคิดอันนี้ต้องลบทิ้งออกจากสมองเราโดยด่วนเลยนะจ๊ะ เป็นความคิดที่อันตรายมากๆ พี่ปัดเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างถ้าเราตั้งใจทำแล้วล่ะก็ รับรองว่าทำได้แน่นอน
6. ถ้ามีเวลาหรือว่าง ฉันจึงจะเขียน ถ้าใครคิดแบบนี้ล่ะก็ พี่ปัดจะจับมาตีก้นให้เข็ดเลย คิดแบบนี้แล้วเมื่อไรงานเขียนของเราจะเสร็จล่ะจ๊ะ เราควรที่จะกำหนดเวลาให้กับตัวเองไปเลยว่าจะให้เวลากับงานเขียนในแต่ละวันนานเท่าไร ควรที่จะต้องเขียนทุกวันนะจ๊ะ

7. ฉันต้องเสียเวลาคิดมากๆ ว่าจะเขียนเกี่ยวกับอะไร วิธีแก้ไขเรื่องนี้ ง่ายนิดเดียวจ้ะ แค่เขียนในสิ่งที่เราอยากเขียนหรือเขียนในสิ่งที่เราชอบ เพราะข้อมูลของเรื่องเหล่านี้เราจะรู้กันอยู่แล้ว ไม่ต้องไปหาเพิ่มเติมที่ไหน
8. ฉันจะเขียนได้ดีต่อเมื่อมีอารมณ์อยากจะเขียนเท่านั้น วิธีแก้เรื่องนี้เหมือนกับข้อ 6 เลยจ้ะ ให้ฝึกเป็นนิสัยที่จะต้องเขียนเป็นประจำทุกวัน โดยให้เราตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานดีๆ เพื่อผู้อ่านที่น่ารักของเราทุกคน
9. ฉันต้องพร้อมทุกอย่างจึงจะเขียน ความเป็นพร้อมเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าพร้อมนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่เราให้เวลาเวลากับมากเกินไปล่ะก็ พี่ปัดเชื่อว่าไม่ดีแน่นอน ดังนั้นวิธีแก้ไขสำหรับเรื่องนี้คือ ถ้าเรารู้สึกว่า ข้อมูลของเรื่องมีมากพอควรแล้ว ก็ควรที่จะลงมือเขียนเลย ไม่ควรที่จะรออะไรอีก
พี่ปัดเชื่อว่าการเป็นนักเขียนนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะจะต้องอาศัยความตั้งใจ ความพยายาม และความรักในการเขียนจริงๆ เพราะถ้าเราไม่มีสิ่งเหล่านี้ เราก็ไม่สามารถที่จะสร้างสรรค์งานเขียนดีๆ ออกมาได้แน่นอน น้องๆ ชาว Dek-D.Com เห็นด้วยกับพี่ปัดไหมจ๊ะ
แล้วตอนนี้ น้องๆ ชาว Dek-D.Com กำลังเขียนเรื่องอะไรกันอยู่เอ่ย ?
พี่ปัดขอขอบคุณข้อมูลจากforwriter.comค่ะ
ภาพประกอบจากwww.inkcartridgeemporium.com,www.interface.ufg.ac.at,
www.penpaperglue.comค่ะ

|
58 ความคิดเห็น
อ่า...ไม่เคยคิดอ่า แต่มันไม่มีเวลาจริงๆ T^T
ครูสั่งงานยังกับภูเขาลงกา กว่าจะปั่นเสร็จก็ดึกพอดี
ข้อเสียของผม มักจะล้มเลิกซ่ะดื้อๆๆ
ถ้าผมเป็นนักอ่านคงอยากจะ กระทืบสักครั้ง!!
ข้อ 8 กับ 9 เนี่ย เป็นประจำเลย ต้องแก้ไขโดยด่วน
ได้ยินเสียงดัง จึ้ก!
ตอนอ่านข้อที่ 6
(แทงใจดำๆเลยทีเดียว)
พยายามทำแบบนั้นอยู่ค่ะ เอาวะ สู้ตาย แฮ่!
3. ฉันจะต้องมีพลอตเรื่องอย่างละเอียดก่อนจึงจะลงมือเขียน
การมีรายละเอียดของพลอตเรื่องที่สมบูรณ์เป็นสิ่งที่ดีจ้ะ อันนี้พี่ปัดไม่มีข้อโต้แย้ง แต่ถ้าเรามัวแต่ให้เราเวลากับการหาข้อมูลจนมากเกินไป ก็อาจจะทำให้เราไม่ได้เริ่มต้นเขียนสักที แล้วอย่างนี้เมื่อไรงานเขียนของเราจะออกมาเป็นรูปร่าง
- ในกรณีของผมนะครับ ผมจะอ่านสิ่งที่ผมต้องการรู้ก่อนเอามาเขียน เพราะถ้าเขียนไปแบบร่ายๆก็ได้นะ แต่ผมกังวลว่าตอนแก้น่าจะเสียเวลามากกว่า อ่านก่อนสักหน่อยแล้วเอาข้อมูลที่ถูกต้องมาเขียนจำทำให้สะดวกและเกิดเมนไอเดียเยอะขึ้น มีทางเลือกเยอะขึ้น แต่คนอื่นไม่รู้สไตล์แหะ แต่ผมก็ไม่ได้เครียดมากขนาดไปอ่านซะเกินจากที่ต้องการเขียนนะ
8. ฉันจะเขียนได้ดีต่อเมื่อมีอารมณ์อยากจะเขียนเท่านั้น
วิธีแก้เรื่องนี้เหมือนกับข้อ 6 เลยจ้ะ ให้ฝึกเป็นนิสัยที่จะต้องเขียนเป็นประจำทุกวัน โดยให้เราตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานดีๆ เพื่อผู้อ่านที่น่ารักของเราทุกคน
- ในกรณีของผมนะครับ ถ้าผมอารม์ไม่ดี ผมลองเขียนครับ แล้วงานจะออกมาไม่ตรงความต้องการเลย
แต่พอไปนั่งสงบสติอารมณ์หรือเกิดความพริ้วๆเพราะอารมณ์ มันจะชดใช้ได้กับเวลาที่หายไป
ใช้หลัก อารมร์ดีทำงานได้ 80-100% ของระดับความสามารถ
เกิดภาวะเครียดใช้ระดับความสามรถได้เต็มที่ 30-80% เท่านั้นครับ ...
ปล. แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สิ่งที่ผมอ้างถึงต้องเป็นไปตามนั้นเสมอไปนะ
เพราะบางคนก็มีสไตล์หลากหลาย หรือบางครั้งแนวคิดก็อาจเกิดการเปลี่ยนแปลง
ก็อย่างข้อ.8 แหละครับ อารมณ์บางทีควบคุมเหตุผล
และเหตุผลที่ถูกที่สุดอาจเกิดเพราะอารมณืในตอนนั้น
คือในกรณีของผมคือมีเวลาว่างค่อยเขียนแก้ไม่หายสักทีอิอิ
แต่อย่างอื่นก็ไม่มีนะเพราะเราแต่ไปแบบนุกๆไม่ว่าโครงเรื่องรัดกุม
คือแบบแต่ไว้ในสมุดพอเอามาลงนอกเรื่องเลยต่อไปเรื่อยๆแล้วกับมาใหม่แต่ก็ไม่งงมันต่อกันดี อิอิ
ว้าย~ นี่เราติดเยอะเลยนะเนี่ย
ถนนนักเขียนสายนี้ ยังต้องอยู่กับมันอีกน๊านนาน~
ต้องเรียนรู้ และปรับตัว ค้าบโพ้ม~
ของพวกนี้พลอยไม่ค่อยจะคิดถึงมันแหะ
ก็แต่งๆ ก้มหน้าก้มตาแต่งไป
ให้มันออกมาดีที่สุด พอใจสำหรับเราก็ดีแล้ว
ต่อไปนี้ต้องฟิตซะละ 55+
ขอบคุณมากๆนะค่ะพี่ปัด ^^