เรียนดี กิจกรรมเด่น ที่โรงเรียนเมโตคุ

 

        
          สวัสดีค่ะชาว Dek-D.com เผลอแป๊บเดียวก็เปิดเทอมกันมาได้หลายอาทิตย์กันแล้วใช่มั้ยเอ่ย เป็นยังไงบ้างคะกับชีวิตการเรียนที่เติบโตขึ้นอีก 1 ปี หวังว่าคงจะสนุกสนานกันทุกคนเลยนะ วันนี้ พี่เป้ มีโรงเรียนมัธยมหรือไฮสคูล ณ แดนปลาดิบมาแนะนำน้องๆ วัยคอซองหางเปียกัน รับรองว่าโรงเรียนนี้ต้องถูกใจน้องๆ หลายคนแน่นอนค่ะ


เด็กดีดอทคอม :: เรียนดี กิจกรรมเด่น ที่โรงเรียนเมโตคุ; tags: เรียนต่อเมืองนอก,เรียนต่อญี่ปุ่น,ญี่ปุ่น,โคจิ,high school,ไฮสคูล,มัธยม,เมโตคุ,meitoku,school,โรงเรียน




Meitoku Gijunku High School (โรงแรียนมัธยมปลายเมโตคุ)

ก่อตั้งในปี ค.ศ.1973 ตั้งอยู่ที่ เมืองโคจิ ประเทศญี่ปุ่น มี 2 วิทยาเขต คือ
 - Donura Campus เป็นวิทยาเขตหลัก
 - Ryu International Campus เป็นวิทยาเขตรอง สำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยนที่จะต้องเรียนภาษา
   ญี่ปุ่นก่อนที่นี่ 1 ปี

โรงเรียนมัธยมปลายเมโตคุนับว่าเป็นโรงเรียนที่เปิดกว้างมากสำหรับชาวต่างชาติ โดยร่วมทำโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนกับโรงเรียนในต่างประเทศมากถึง 33 โรงเรียน มีอัตรานักเรียนต่างชาติศึกษาในอัตรา 1 ต่อ 8 คนเลยทีเดียว ได้แก่ จีน เกาหลี ไต้หวัน ออสเตรเลีย ไทย เป็นต้น


หลักสูตรการเรียน มี 2 หลักสูตรคือ

1. หลักสูตร 1 ปีครึ่ง (ม.6)
- ในเทอมที่ 1 เรียนภาษาญี่ปุ่นระดับต้น พละศึกษา ดนตรี ภาษาอังกฤษ คณิต ศิลปะ และ คอมพิวเตอร์
- ในเทอมที่ 2 เรียนวิชาสังคมศึกษา เศรษฐศาสตร์การเมือง ภาษาอังกฤษ คณิต ภาษาญี่ปุ่น วิทยาศาสตร์
  ทั่วไป พละศึกษา เศรษฐศาสตร์ขั้นต้น ดนตรี คอมพิวเตอร์ สุขศึกษา และ คณิต
- ในเทอมที่ 3 เรียนวิชาที่เหมือนกับเทอมที่ 2 ในระดับเนื้อหาที่สูงขึ้นไป

2. หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปีครึ่ง (ม.4-ม.6)
- ปีที่ 1 เรียนภาษาญี่ปุ่น
- ปีที่ 2 และ 3 เรียน วิชาการศึกษาระดับสูง ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน พละศึกษา วิชาทั่วไป และ ดนตรี
- ปีที่ 4 เรียนภาษาอังกฤษ และ ภาษาจีน

 

 


       
       
       
      
       
 

 

 ตารางเวลาของนักเรียน

 06.50 ตื่นนอน

 07.10 ประชุมรอบเช้า

 07.30 รับประทานอาหารเข้า

 08.10 รถโรงเรียนออก

 08.30 พบอาจารย์ที่ปรึกษา

 08.40 เริ่มเรียนคาบที่ 1

 09.30 เริ่มเรียนคาบที่ 2

 10.30 เริ่มเรียนคาบที่ 3

 11.20 เริ่มเรียนคาบที่ 4

 12.05 พักกลางวัน

 12.45 เริ่มเรียนคาบที่ 5

 13.35 เริ่มเรียนคาบที่ 6

 14.25 เริ่มเรียนคาบที่ 7

 (พบอาจารย์ที่ปรึกษา)

 15.10 ทำความสะอาดห้องเรียน

 16.10 ทำกิจกรรมของชมรม

 17.00 พักผ่อนส่วนตัว / อาหารเย็น

 19.00 ทำความสะอาดหอพัก

 19.30 ประชุมรอบเย็น

 20.00 ทบทวนบทเรียน

 22.00 พักผ่อนส่วนตัว

 22.30 เวลาปิดหอ

 

 ชมรมต่างๆ

 Art Club

 Brass Band Club

 Entertainment Club
 
 Computer Club

 Natural Science Club

 Library Club

 Culture Club

 Table Tennis Club
 
 Baseball Club
 
 Golf Club

 Soccer Club

 Sumo Wrestling Club

 Karate Club

 Judo Club

 Volleyball Club

 Fencing Club

 Softball Club

 Swimming Club

 Basketball Club

 Jukendo Club

 

 

การรับนักเรียนเข้าศึกษาในเทอมต่อไป ( เม.ย. 2553 )
กำหนดการรับสมัคร   20 สิงหาคม - 30 พฤษจิกายน
กำหนดการสอบเข้า   ภายในเดือนธันวาคม
เปิดภาคเรียน         11 เมษายน

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.meitoku-gijuku.ed.jp/

 

 

         น้องๆ คนใดที่สนใจอยากศึกษาต่อโรงเรียนนี้ ก็อย่าลืมฝึกภาษาญี่ปุ่นกันให้คล่องด้วยนะคะ เพราะการเรียนการสอนแน่นอนว่าเป็นภาษาญี่ปุ่นอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีชมรมมากมายรอให้น้องๆ เข้าไปเป็นสมาชิก ได้ทั้งเรียนและทำกิจกรรมเต็มที่อย่างนี้ รับรองว่าจะต้องเป็นชีวิตนักเรียนที่ลัลล้าสุดๆ แน่นอนเลย
         

เด็กดีดอทคอม :: เรียนดี กิจกรรมเด่น ที่โรงเรียนเมโตคุ; tags: เรียนต่อเมืองนอก,เรียนต่อญี่ปุ่น,ญี่ปุ่น,โคจิ,high school,ไฮสคูล,มัธยม,เมโตคุ,meitoku,school,โรงเรียน
ขอบคุณข้อมูลและรูปจาก http://www.meitoku-gijuku.ed.jp/

 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

อะนะ 24 มิ.ย. 52 23:29 น. 9
เราเคยไปๆๆ แต่เปนซัมเมอร์ 3อาทิตย์นะ แต่ว่าใช้ชีวิตแบบนี้เป๊ะเลย

แต่ว่าเรื่องภาษา พูดไม่เป็นก้ไปได้

เพราะถ้าเราไปเรียนอะ ทางโรงเรียนจะจัดให้เราเรียนรวมกับเด็กต่างชาติด้วยกัน

ไม่ได้ให้เรียนรวมกับเด็กญี่ปุ่น

แต่ชมรมและหอพักอยู่รวมกับคนญี่ปุ่น

แต่เด็กส่วนมากจะพูดภาษาอังกฤษได้ทั้งนั้นแหละ

แต่เราก็คสรจะมีพื้นฐานญี่ปุ่นไปบ้างเพื่อความสะดวกในการใช้ชีวิต

โรงเรียนนี่หรูมากถึงมากที่สุด

แล้วครูที่นู้นออกจะชอบเด็กไทยมากกว่าเด็กชาติอื่นๆรวมถึงเด็กญี่ปุ่นเองด้วยซ้ำ

แต่ก็ต้องเข้าใจว่าต่างประเทศไม่เหมือนบ้านเรา ไม่ใช่แค่ที่เมโตคุ แต่ทุกๆที่ก็จะมีเหมือนกันคือ มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบเรา

การไปอยู่ที่นี้จึงต้องอดทน ขยันเรียน และไม่ค่อนแคร์อะไรมาก

แล้วจะเจอคนดีๆเข้ามาหา

เราได้เพื่อนกลับมา น่ารักมากเป็นเด็ก มต้น เด็ก ม ต้น ส่วนมากจะนิสัยดีเป็นมิตรมากๆ

แต่ก็่อนข้างลำบาก

เพราะไม่มีเวลาว่างเลย

การประชุมคือการเช็คชื่อทั้งหอ ซึ่งมากกว่า2ครั้งต่อวันแน่นอน

ตอนเราไปเราเจอประมาณ 4-5ครั้ง ต่อวันแหละ = ="

แต่เราก็ชอบโรงเรียนนี้นะ

อยากไปอีก

ไปหาเพื่อนที่น่ารัก 555 ครูใจดีด้วย

ตอนไปครูเลี้ยงราเม็งแบบไม่อั้น

พุงแทบแตก

555

ปล.ใครอยากไปแต่ไม่มั่นใจลองไปแบบแค้มก่อนก็ได้นะ จะมีทุกเดือนเมษา และตุลา ทาง mainichi(ได้ค่าโฆษณามั้ยเนี่ย) อะดี
0
กำลังโหลด

47 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
maichailai Member 24 มิ.ย. 52 18:21 น. 3
อยากไปเรียนอ่ะ แต่ตอนนี้ก้อม.6แล้ว จะแอทแล้วด้วย ฮือๆๆ เสียดาย อยากหนีไปให้ไกลจาระบบการศึกษาไทย (ก้มหน้ารับชะตากรรมต่อไป)
0
กำลังโหลด
เกรซ 24 มิ.ย. 52 18:24 น. 4
โม้มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ตอนนี้เราเรียนอยู่ที่นี่
ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดหรอก

ถ้าคนไม่มีความอดทนพอ ก้ออยู่ไม่ได้หรอกจ๊ะ
ตอนนี้อยู่มาสามปีแล้วค่ะ ^_^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
อะนะ 24 มิ.ย. 52 23:29 น. 9
เราเคยไปๆๆ แต่เปนซัมเมอร์ 3อาทิตย์นะ แต่ว่าใช้ชีวิตแบบนี้เป๊ะเลย

แต่ว่าเรื่องภาษา พูดไม่เป็นก้ไปได้

เพราะถ้าเราไปเรียนอะ ทางโรงเรียนจะจัดให้เราเรียนรวมกับเด็กต่างชาติด้วยกัน

ไม่ได้ให้เรียนรวมกับเด็กญี่ปุ่น

แต่ชมรมและหอพักอยู่รวมกับคนญี่ปุ่น

แต่เด็กส่วนมากจะพูดภาษาอังกฤษได้ทั้งนั้นแหละ

แต่เราก็คสรจะมีพื้นฐานญี่ปุ่นไปบ้างเพื่อความสะดวกในการใช้ชีวิต

โรงเรียนนี่หรูมากถึงมากที่สุด

แล้วครูที่นู้นออกจะชอบเด็กไทยมากกว่าเด็กชาติอื่นๆรวมถึงเด็กญี่ปุ่นเองด้วยซ้ำ

แต่ก็ต้องเข้าใจว่าต่างประเทศไม่เหมือนบ้านเรา ไม่ใช่แค่ที่เมโตคุ แต่ทุกๆที่ก็จะมีเหมือนกันคือ มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบเรา

การไปอยู่ที่นี้จึงต้องอดทน ขยันเรียน และไม่ค่อนแคร์อะไรมาก

แล้วจะเจอคนดีๆเข้ามาหา

เราได้เพื่อนกลับมา น่ารักมากเป็นเด็ก มต้น เด็ก ม ต้น ส่วนมากจะนิสัยดีเป็นมิตรมากๆ

แต่ก็่อนข้างลำบาก

เพราะไม่มีเวลาว่างเลย

การประชุมคือการเช็คชื่อทั้งหอ ซึ่งมากกว่า2ครั้งต่อวันแน่นอน

ตอนเราไปเราเจอประมาณ 4-5ครั้ง ต่อวันแหละ = ="

แต่เราก็ชอบโรงเรียนนี้นะ

อยากไปอีก

ไปหาเพื่อนที่น่ารัก 555 ครูใจดีด้วย

ตอนไปครูเลี้ยงราเม็งแบบไม่อั้น

พุงแทบแตก

555

ปล.ใครอยากไปแต่ไม่มั่นใจลองไปแบบแค้มก่อนก็ได้นะ จะมีทุกเดือนเมษา และตุลา ทาง mainichi(ได้ค่าโฆษณามั้ยเนี่ย) อะดี
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
S14G 25 มิ.ย. 52 19:30 น. 15
เราเคยไปแลกเปลี่ยนที่นี่มา 1 ปี

จะบอกว่า ไปแคมป์กับไปอยู่จริงๆมันไม่เหมือนกันหรอกนะ

ไปแคมป์เค้าจะต้อนรับดี (มากๆ) พาไปเที่ยว ให้ทำกิจกรรม หาคู่หูให้ สนุกสนาน

ดังนั้น คนที่ไปแคมป์เกือบทุกคนจะมีความคิดอยากมาเรียนต่อที่ รร นี้(แต่บางคนพอมาจริงละถึงกับช็อค)

แต่จริงๆญี่ปุ่นเป็นชาติที่เข้มงวดมากนะ กฎระเบียบนี่แบบ โรงเรียนบ้านเราหย่อนไปเลย

อย่างที่ คห.4 เขียน (พี่เกรซรึ?!) ถ้าไม่อดทนจริงๆอยู่ไม่ได้

คนต่างชาติเยอะ โอกาสเก่งภาษาญี่ปุ่นจริงๆอ่ะ ก็ยากนะ ควรมีพื้นก่อนไป


อีกเรื่องก็คือ เด็กส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง (ยกเว้นบางคนจริงๆที่ได้ไปแลกเปลี่ยนมา)

เวลาที่ใช้ภาษาอังกฤษคุยกับเพื่อนต่างชาติด้วยกัน คนญี่ปุ่นอาจจะถามว่า "นี่ภาษาอะไร" = =

เพราะเราก็เคยโดนมาแล้ว ถึงกับอึ้งไปสิบวิ...


เราคิดว่า คนที่ควรจะไปน่าจะเป็นคนที่ตั้งใจที่จะไปเรียนจริงๆ แบบมีจุดมุ่งหมายสูง

ขยัน ไม่ค่อยชอบการไปเที่ยว (เพราะแทบไม่ได้ไปไหน) มีความถึกสูง เข้ากับคนได้ง่าย

และที่สำคัญ รวย!!


คนที่ชอบแต่งตัวมากๆอย่าคิดจะไป เพราะคุณจะไม่ได้ใส่อะไรยอกจากชุดนักเรียน และชุดวอร์ม แม้

กระทั่งตอนนอนหลับก็ตาม....
0
กำลังโหลด
ภัสร์นลิน Member 25 มิ.ย. 52 22:07 น. 16
ที่บอกว่าไม่เป็นภาษาก็ไปได้นี่ทำยังไงค่ะ ?

สนใจประเทศญี่ปุ่นมากๆ เลยค่ะ แคมป์ป่ะ?
0
กำลังโหลด
รักเทอร์...หมดจัย Member 26 มิ.ย. 52 01:05 น. 17
เราเรียนศิลป์ญี่ปุ่นพอดีแห๊ะ ><
มันทำให้แบบ....เริ่มเกิดอาการ อยากไป!  555
แต่ก็กลัวว่า เราจะปรับตัวไม่ได้อะ

คือถ้าอยู่ญี่ปุ่นแล้ว ทำไรชักช้า มาสาย ไม่ตรงเวลา และอีกมากมาย -*-
มันจะทำให้อาจารย์ที่เค้ามาสอน หรือคนญี่ปุ่นที่เค้ามารอเรา
อาจจะ หงุดหงิดได้ -  -*

อย่างตอนกำลังจะเดินไปเรียนญี่ปุ่นที่ชั้นบนของตึก รร เราอะ
ยังอุตส่าติดนิสัย เดินเรื่อยเปื่อยอีกนะ แถมเดินไปคุยไปอีก
อาจารย์เค้าก็บอก ว่าเรียนญี่ปุ่นทุกครั้ง ต้องมาให้ตรงเวลา
นี่เลทไป 10 นาทีตลอดดดดด    ดีจิงๆ -*-
แต่ยังดีว่า อาจารย์เค้าชินกับนิสัยเด็กไทย เลยไม่ว่าไร  ฮ่ะๆ  ><~
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด