กวดวิชาจำเป็นหรือไม่ โดย อ.ปิง

ตอนที่ 2 สิงหาคม
" กวดวิชาจำเป็นหรือไม่ โดย อาจารย์ปิง "

          สวัสดีครับชาว Admission Reality ทุกคน  วันนี้ พี่หยก จะพาน้องๆ ไปพูดคุยกับอาจารย์ที่แสนใจดีที่สุดประจำโครงการ Admission Reality ของเราครับ  อ.ปิง แห่งสถาบันกวดวิชาภาษาไทย-สังคม ดาว้องก์ นั้นเอง วันนี้เราจะไปพูดคุยกับอาจารย์ถึงเรื่องของการสอบ GAT PAT ครั้งที่ผ่านมา  และนอกจากนั้นเราจะไปพูดคุยถึงเรื่องการกวดวิชาว่าตุลาคมนี้จะลงวิชาอะไร อย่างไร เดี๋ยวเราจะไปคุยกับ อ.ปิงกัน  ตามกันมาเลยคร้าบ....



 


 
 
 
 
 
 
 
 
 

พี่หยก : ช่วงนี้ก็ใกล้จะปิดเทอมล่ะ  เดี๋ยวเดือนหน้าก็สอบปลายภาคกันแล้ว  อาจารย์คิดว่าในเทอม 2 นี้ ใครที่ควรเรียนกวดวิชามากๆ ครับ
อ.ปิง : ต้องดูว่าเด็กคนนั้นอ่อนวิชาอะไร  ต้องเสริมตรงไหน  และต้องดูระดับชั้นด้วย  เพราะว่าตอบไปก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเด็กที่ฟังอยู่ชั้นไหน หรือผู้ปกครองที่
ฟังอยู่มีลูกอยู่ชั้นไหน  แต่ถ้าเป็น ม.6 เนี่ย คงจะต้องดูว่าอันไหนที่เราไม่ไหวแล้ว เราคงต้องเรียนแล้วจริงๆ  ส่วนน้องๆ ม.4-5 ครูก็ว่าคงต้องดูว่าเราโฟกัสอยู่วิชาอะไร ในช่วงไหน อันนั้นเป็นเรื่องสำคัญ

พี่หยก : โดยส่วนตัวแล้วอาจารย์คิดว่าการกวดวิชามีความสำคัญไหม
อ.ปิง : ถ้าสำหรับพี่เลยนะ  พี่ว่าสำคัญ เพราะพี่รู้สึกว่าพี่อ่านเองแล้วพี่อ่านไม่ค่อยได้  แล้วก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเนื้อหาตรงนี้ จริงๆ แล้วจุดเน้นมันอยู่ตรงไหน  เรา
ยังเป็นเด็ก เรายังไม่รู้ว่าประเด็นมันอยู่ตรงไหน แล้วก็ที่สำคัญเนี่ยก็คือว่าบางครั้งอยู่ที่โรงเรียนเราไม่ได้เลือกอาจารย์เอง  บางทีแบบสมมติว่าวิชาหนึ่งเนี่ยจะมีอาจารย์หลายคน  เค้าจะเซ็ทว่าสอนห้องนั้นห้องนี้  ถ้าเกิดว่าห้องที่อยู่อาจารย์ที่มาสอนเนี่ย มาสอนแล้วไม่รู้เรื่อง มันจูนกันไม่ตรงกันอย่างนี้  ก็ต้องออกมาเรียนเพิ่มข้างนอก

พี่หยก : งั้นแสดงว่าการกวดวิชามีประโยชน์ทั้งต่อการเรียนในห้องและการสอบภายนอกด้วย เช่น อย่างการสอบ GAT แบบนี้
อ.ปิง : ใช่ พี่ก็ว่าอย่างนั้น มันก็มีผล

พี่หยก : มีผลอย่างไรบ้างครับ
อ.ปิง : ในห้องเรียน ลำดับแรกพี่ต้องบอกว่าอาจารย์ที่โรงเรียนจริงๆ แล้วภาระเค้าเยอะ เริ่มเข้ามาเขาก็ต้องเช็คชื่อ ใน 50 นาทีนะ เช็คชื่อ อบรม กว่าจะมีเหลือ
เวลาเขาก็เหลือแปปเดียว เพราะฉะนั้นเนี่ยเนื้อหาก็ไม่ต่อกัน  ไม่เหมือนมาเรียนกวดวิชา ซึ่งมาปุ๊บก็พูดแต่เนื้อหา เซ็ทๆ เน้นๆ ทั้งนั้นเลย  ซึ่งก็จะได้ผลกว่า

พี่หยก : ผลต่อการสอบแข่งขันเช่นการสอบ GAT หรือการสอบ O-NET  การกวดวิชามีประโยชน์อย่างไรบ้าง
อ.ปิง : อันดับแรกได้เนื้อหา  อันที่สองได้คอนเซ็ปท์  อันที่สามก็คือว่าเสริมกำลังใจ

พี่หยก : แล้วทางสถาบันกวดวิชา DA'VANCE มีการจัดคอร์สอะไร เพื่อรองรับการเรียนนอกห้องเรียนเพิ่มเติม หรือการสอบ GAT กับ O-NET บ้าง
อ.ปิง : ของ DA'VANCE เนี่ย  เราก็เน้นภาษาไทย สังคม  อะไรที่เป็นไทย สังคม ทั้ง GAT ทั้ง O-NET ก็มีหมดทุกอย่าง  เพียงแต่ว่าเราแบ่งเป็นว่า  ถ้าน้องอยู่ ม.4
เนี่ย  พูดตรงๆ คือ พี่ไม่อยากให้เด็กเครียดตั้งแต่ ม.4 อยากให้น้องสบายๆ แล้วอีกอย่างพูดตรงๆ เราจะไปยัดอะไรตั้งแต่ ม.4 มันก็มากไป   แล้ว ม.5 ก็เอาไปตามวัย  แต่ ม.6 เราก็ต้องรู้แล้วว่าน้องเค้าจำเป็นแล้วต้องแข่งขัน  แล้วต้องเสริมแล้ว ต้องให้แรงผลักดันเน้องค้าหน่อย ในช่วง ม.6

พี่หยก : อย่างคอร์ส Intensive คอร์ส Thai Go GAT แต่ละคอร์สมีความแตกต่างกันอย่างไร
อ.ปิง : ถ้าขึ้นมาถึง ม.6 Intensive เป็นพี่ต้องเรียน เป็นคอร์สที่สุดยอดที่สุด  ถ้าไปเรียนแบบ TURBO มันก็เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาจริงๆ แล้ว  แต่ถ้ามีเวลา
Intensive มันได้อะไรเยอะ มันไม่ใช่ได้แต่เนื้อหาอย่างเดียว มันได้แบบทุกสิ่งอย่าง  ทั้งความสนุก ทั้งเนื้อหาสาระ ทั้งวิธีคิด ทั้งเพื่อน ทั้งสังคม มันได้เป็นชุมชนเลย  เหมือนเข้า Dek-D อย่างนั้นเลย ประมาณนั้นนะ พี่ว่ามันเวิร์คมากๆ  แต่ Intensive มันก็จะเป็นตัวเนื้อหาสรุปไทย สังคม ทั้งหมด  แต่สำหรับเด็กบางคนที่เรียนไปแล้ว ได้เนื้อหาแล้วแต่ยังหยิบใช้ไม่เป็น  มันก็จะมีคอร์ส TURBO ที่บอกว่าต้องระวังเค้าหลอกตรงนี้นะ เค้าจะหลอกเรานะจุดๆ นี้ ฝึกทำโจทย์ก็อยู่ตรงคอร์ส TURBO  ส่วน Thai Go GAT จะประมาณ 3 ครั้งจบ  Thai GO GAT ก็ต้องสอนให้เด็กได้หลักการณ์ว่าวิธีคิด GAT คิดอย่างไง  จากนั้นขั้นที่สองคือต้องสอนให้เด็กรอบคอบ อ่านทุกเงื่อนไข พอเด็กอ่านครบทุกเงื่อนไข คะแนนเค้าก็จะได้เต็ม อย่างครั้งที่ผ่านมานะ เด็กที่ส่งคะแนนกลับมา บางคนเนี่ยรอบแรกได้ 8 รอบนี้ได้ 150 เต็ม  แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นแบบนี้หมด ขณะที่บางคนรอบแรกก่อนเรียนได้ 100 รอบนี้อาจจะหล่นเหลือ 80  เหตุผลที่เค้าหล่นเพราะอะไรรู้ไหม  ไม่ใช่หลักการณ์เค้าไม่ดีนะ  แต่ว่าเวลาอ่านลืมบรรทัดเดียว  ซึ่งบรรทัดเดียวบรรทัดนั้นมันมีเงื่อนไขที่จะไปต่อกับตัวอื่นถึง 8 คำตอบ  คำตอบหนึ่ง 3.75 ประมาณนี้  ลองคูณดูเกือบ 30 แต้ม เท่ากับเค้าหายไปเลย  เพราะฉะนั้นต่อให้หลักการณ์เราแม่น แต่ ณ วันนั้นในห้องสอบเราลืมไปบรรทัดเดียวหรือเราอ่านเร็วไปแปปเดียว  เราศูนย์  ก็เลยอยากจะฝากทาง Dek-D บอกน้องๆ ว่าใครที่คะแนนน้อยทั้งที่เรามั่นใจอย่าเสียใจ  บางทีเราพลาดกันได้ทุกคน คือ บางทีเราเบลอเนอะ ก็อย่าเสียใจ เพราะเรายังมีรอบต่อไป รอบ 3  หรือครั้งต่อไปรอบมีนาคม  ยังมีอีก

พี่หยก : แล้วที่สถาบันกวดวิชามีน้องๆ มาจากที่ไหนบ้างครับ ทั่วประเทศไทยเลยหรือเปล่าครับ
อ.ปิง : ใช่ ก็แล้วแต่สาขา อย่างเช่นสาขาเยาวราชเนี่ย ถ้าเป็นโรงเรียนชายก็จะเป็นจตุรมิตรเยอะที่สุด คริสเตียน อัสสัม สวนกุหลาบ เทพศิรินทร์ น้องหญิงก็
เป็นอัสสัมคอนแวนต์ อัสสัมศึกษา เซนโยฯ สตรีวิทย์ เบญจมราชาลัย สายปัญญา มหาพฤฒาราม เตรียมอุดม อย่างนี้  ก็จะอยู่ในเยาวราชแบบนี้

พี่หยก : แล้วสาขาไหนที่แย่งกันลงมากครับ  ยอดฮิตเลย
อ.ปิง : เยาวราชรอบสด แล้วก็สยาม  และสยามเนี่ยน้องที่ๆ จะเรียนอยู่มันจะหลากมาก  โรงเรียนหลักๆ ก็จะเป็นเตรียมอุดม สายน้ำผึ้งเพราะว่ามาแปปเดียว  ถ้าเป็นเซ็นจูรี่ก็จะเป็นน้องศรีอยุธยา  ถ้าไปอุดรธานี ก็อุดรพิท สตรีราชูทิศ

พี่หยก : ทั่วประเทศเลยทีเดียว  แล้วคอร์สไหนที่แบบว่าฮิตมาก แย่งกันสุดๆ เลย
อ.ปิง : ฮิตมากตอนนี้เหรอ รอบสด  อย่างเช่นปีที่ผ่านมาเนี่ย ฮอตอันดับ 1 ก็เป็น Thai Ga GAT คือแบบว่าแน่นขนัดเลย  แล้วก็ Intensive มันก็ฮิต แต่เนื่องจากว่าเค้ารู้ว่าของพี่เวลารอบสดเริ่ม/เลิกไม่ค่อยตรงเวลา  น้องๆ ส่วนมากก็จะไปเรียนกันตามสาขา  เพราะฉะนั้นเนี่ย มันก็จะกระจายความแออัด  ซึ่งพี่ดีใจเพราะว่าไม่อยากให้น้องต้องมาแออัดอย่างเดียว  เพราะว่าเวลาคุมคุมเด็กยาก  แล้วบางทีนะ สมมติเด็กมันเยอะๆ ใช่ไหม  คนนี้ไม่ถูกกับคนนั้นอย่างเนี่ย  มันก็มีปัญหากันล่ะ  แต่ถ้ามันกระจายๆ หน่อยโอกาสที่มันจะมีปัญหาก็ไม่มีล่ะ  พี่ดูแลเด็กได้ทั่วถึง พี่จะ Happy แบบนี้มากกว่า




 
 
 
 
 
 
 
 

พี่หยก : ตอนนี้ได้ข่าวว่าที่ Davance มีการประกวดหนุ่ม Pop สาว Pop Davance มันคืออะไรครับ
อ.ปิง : โอ้โห จริงๆแล้วมีการประกวดตั้งนานแล้ว พูดตรงๆเลยนะต้องไปถามรุ่นพี่ เอาให้รุ่นระดับตอนนี้เป็นพ่อคนแม่คน สมัยเดิมเวลาเรียน Davance ผู้ชายก็จะมาเรียนกับผู้หญิง อันนี่น่ารัก เพราะว่าเวลาเค้าเรียนนะ 1. อาจารย์สอนดี อาจารย์สอนเข้าใจ อาจารย์ใจดี บรรยากาศโอเค สถานที่เรียนโอเค และที่สำคัญบรรยากาศรอบห้องมันต้องแบบไปเจอคนนี้แล้ว โอ๊ย!!กลับมาแบบ แรงเราเยอะ เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่เค้าเล็งสาวกันเยอะมาก แล้วขณะเดียวกัน ผู้หญิงก็มาดูผู้ชายว่าคนนี้น่ารัก ซึ่งทุกวันนี้เป็นวัยรุ่น เป็นสีสัน มันน่ารัก ไม่ได้แบบเป็นการส่งเสริมให้เด็กต้องรักกัน การกรี๊ด! มันวัยรุ่นละเน๊อะ แล้วอาจารย์ปิงก็เห็นว่า ชอบพูดกันดีนักว่าไอ้นี่มัน hot มัน hot จริงหรือเปล่า มาประกวดกันดีกว่า แล้วพอประกวดปุ๊ป แล้วใน work  ปรากฏว่าเป็นที่กรี๊ดของคน และอีกอย่างหนึ่ง ถ้าอยู่ดีๆเราไปกรี๊ดคนๆนี้ ก็น่าเกลียด แต่พอคนนี้เค้าได้เป็นหนุ่ม Pop เราไปกรี๊ดก็ไม่น่าเกลียด เพราะว่าเค้ามีตำแหน่งให้เรากรี๊ด แต่จริงๆเราอยากกรี๊ดเค้าตั้งแต่ตอนแรกอยู่แล้ว จัดให้ ไม่เสีย!!!!!

พี่หยก : แล้วที่ผ่านมาได้ผลตอบรับที่ดีมากเลยใช่ไหมครับ
อ.ปิง : ใช่ เพราะหลายคนก็ประสบความสำเร็จ อย่างเช่น รุ่นก่อนที่เป็นหนุ่ม Pop อย่าง เป๊ก ตอนนี้เค้าก็ดังแล้ว รถเมล์อย่างเงี้ย และหลายๆคน และหลายๆคนเลย หลายคน หลายคนที่ประกวดเวลาที่หนุ่ม Pop สาว Pop พอขึ้นมาปุ๊ป ยกตัวอย่างเช่น วันนั้นดูรายการอะไรอยู่ ของทรูอย่างเงี้ย ก็เป็นแนน แนนที่เป็นแฟนกับน้ำ เค้าก็จะมาแบบว่าคนนี้เป็นใคร แล้วเค้าก็แนะนำว่าคนนี้เคยเป้นอดีตรองสาว Pop เค้าก็จะขึ้นรูปขึ้นมาอะไรแบบนี้ รถเมล์ เวลาออกวันวานยังหวานอยู่ ก็เป็นอดีตสาว Pop เค้าก็จะพูดขึ้นมา มันเป็นที่รู้จักของคนในวงการอะไรแบบเนี้ย

พี่หยก : ปีนี้ให้อาจารย์เชิญชวน น้องๆที่สนใจในโดรงการประกวด หนุ่ม Pop สาว Pop
อ.ปิง : ปีนี้ต้องขอขอบคุณ โอเล่ด้วย เพราะโอเล่ เป็นสปอนเซอร์ใหญ่ แล้วคนที่ได้เป็นหนุ่ม Pop สาว Pop ดาวองค์ ทางโอเล่ก็จะให้พิจารณาให้เป็น พรีเซนเตอร์โอเล่เลย

พี่หยก : ผมยังสมัครทันไหมครับ
อ.ปิง : ก็ยังทันค่ะ แล้วหน้าก็ยังให้อยู่ แล้วก็เลยคิดว่าการประกวดหนุ่มสาว Pop เนี่ย ถ้าเล่นเป็นบันไดงู เหมือนหยอดลูกเต๋าน่ะ ลงตรงนี้ขึ้นบันไดเลย ไม่ต้องแบบเดินทีละ 1 2 3 ก็ไต่ไปเลย แล้วก็ดียังงี้ แล้วทางด้าน มิสไพร่ฟ้าปีนี้ ก็มีอาคาซ่าอีกต่างหาก มันเล็งกันนะเนี่ย เราก็เลยคิดว่าลองจัดทุกอย่างเลย คือบอกตรงๆว่าของเราไม่ได้เกิดจากว่าเราจะทำ PR แบบว่าเป็นธุรกิจ เราเกิดจากใจ แล้วน้องๆมาด้วยใจ แล้วผลออกมาเนี่ย ไปอยู่วงการไหนใครๆก็ชอบ เพราะว่าเราไม่ได้เริ่มต้นจากสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ ทุกอย่างออกมามันก็จะใส พี่ชอบมากเลย

พี่หยก : กิจกรรมนี้มีวันที่เท่าไหร่ครับเนี่ย
อ.ปิง : ไฟนอล วันที่ 25 ตุลาคมนี้ จัดที่นี่[สาขาเยาวราช] แต่ปีพี่ต้องบอกไว้ก่อนนะ ถ้าดูนะอาจจะต้องมีการแบบคิดมาก แบบว่าเสียใจ อู้หู้ แบบว่ามันดีหมด เราต้องมาดูคนที่เราชอบแต่ว่าตกรอบเนี่ยละสิ เป็นเรื่องที่แบบว่าจะทำใจได้หรือเปล่า แน่ใจที่จะดูหรือเปล่าอะไรอย่างเงี้ย (หัวเราะ) ถ้าหยกเป็นกรรมการหยกก็เลือกไม่ถูก พูดจริงๆ พอเลือกได้มา 5 คน หยกก็ต้องบอก คนนี้มันก็ต้องได้ อะไรยังเงี้ย มันจะเป็นอารมณ์นี้ล่ะค่ะ

พี่หยก : ขอบคุณอาจารย์ปิงมากครับ สามารถติดตามโครงการ ได้ที่เว็บ Davance ใช่ไหมครับ
อ.ปิง : ใช่ค่ะ แล้วเดี๋ยวก็ต้องมีคนไปโพสในเว็บเด็กดี ทุกปี 




 
 
 
 
 
 

พี่หยก : น้องๆ ได้คะแนน GAT PAT ในรอบนี้เป็นยังไงบ้างครับ
อ.ปิง : มีทั้งคนที่ได้น้อยลง และมากขึ้นนะ แต่ส่วนใหญ่จะมากขึ้น ซึ่งคนที่ได้น้อยก็แนะนำไปว่าต้องดูว่าเราอ่านอะไร เพื่ออะไร ลืมอ่านตรงไหนหรือเปล่า เพราะบางครั้งลืมอ่านไปแค่บรรทัดเดียวเสียไปถึง 30 คะแนน อีกอย่างหนึ่งที่เป็นสาเหตุทำให้คะแนนน้อย ก็คืออาการเกร็ง พอเราเกร็งมากๆ ปุ๊ป มันก็เลยผิดพลาดทันที หรือบางครั้งก็จะมาจากการที่เราอ่านแล้วเราข้ามไปไม่ตรวจสอบ ดังนั้นข้อสอบแบบนี้ต้องอ่านทุกเงื่อนไข

พี่หยก : GAT PAT ครั้งที่ 1 กับ 2 อ.ปิง คิดว่าครั้งไหนยากกว่ากัน
อ.ปิง : คำถามนี้ต้องดูที่ตัวเด็กมากกว่า ซึ่งเด็กบางคนอาจจะมองว่าครั้งแรกง่าย ครั้งสองยาก แต่เด็กอีกคนหนึ่งอาจจะคิดกลับกันก็ได้ ซึ่งเป็นไปได้แต่ถึงยังไงวันที่ 5 กันยายนนี้ ขอชวนชาวเด็กดีเลย เพราะจะมีกิจกรรมจัดติวทั่วประเทศพร้อมๆ กัน ทางกระทรวงฯ ให้ไปติว 11 โมง ซึ่งน้องๆ ที่สนใจ และไม่มีโอกาสที่จะมาเรียนในกวดวิชา โอกาสดีๆ อย่างนี้มาถึงแล้ว ตอนนี้พวกเอกสารประกอบการติวก็ได้ส่งไปแล้ว รับรองว่าเริ่ดมากๆ วันนั้นไม่มีการใส่วินมอเตอร์ไซต์ จะไม่มีการกักความรู้แน่นอน

พี่หยก : แนวโน้มข้อสอบ GAT PAT ครั้งที่ 3 คิดว่าเป็นยังไงบ้างครับ
อ.ปิง : คิดว่าคะแนนน่าจะดีขึ้นอีก และเด็กก็จะมีกำลังใจมากขึ้น เพราะเชื่อว่าการที่มีเปิดติวเนี่ย น้องๆ จะเริ่มรู้ และจับทางถูกว่าข้อสอบไปทางไหน

พี่หยก : สุดท้ายนี้ให้ อ.ปิง ฝากถึงน้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบ GAT PAT ครั้งที่ 3 หน่อยครับ
อ.ปิง : อยากให้น้องๆ มีความพยายามต่อไป สิ่งแรกที่ต้องคิดนั้นก็คือ เราทำเพื่อใคร เราทำเพื่อพ่อแม่ เราต้องมีที่ตั้ง ท่านเลี้ยงเรามาตลอด 10 ปีเราต้องตอบแทนท่าน ดังนั้นเราต้องมีจุดมุ่งหมาย ขอย้ำกับน้องๆ ว่า ทุกคนทำได้ แต่ต้องมีความขยัน และอดทน เพชรกว่าจะสวยได้ไม่ใช่ว่าเกิดมาแล้วจะสวย มันต้องผ่านการเจียระไน จึงอยากฝากให้น้องๆ เจียระไนตัวเองค่ะ สู้ๆๆ


Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

53 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Kaew Ko Member 29 ส.ค. 52 01:47 น. 5
รัก อ.ปิง มากๆค่ะ
ขอบคุณที่ทำไห้คะแนนภาษาไทยหนูกระฉูด ><
ขอบคุณที่ทำไหเหนูเอนท์ติด
ขอบคุณที่ทำไห้หนูขยัน
ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
starttoiizilla Member 29 ส.ค. 52 19:31 น. 13
ก็ต้องบอกว่าสำคัญดิ ตัวเองเป็นคนกวดนี่หว่า ยิ่งเด็กเรียนมากก็ยิ่งรวย
อ่านเองก็ได้
แพง!
0
กำลังโหลด
มิ้ม 29 ส.ค. 52 20:24 น. 14
รักอาจารย์ปิงที่สุดเลย

ตอนนี้เรียนปีสามแล้วค่ะ

แต่อยากจะบอกน้อง ๆ ว่าตอนแอดเข้า

คะแนนไทย สังคม กระฉูดจิง ๆ ช่วยได้มาก

สู้ ๆ ทุกคนน่ะค่ะ
0
กำลังโหลด
Top 29 ส.ค. 52 21:16 น. 15
คิดถึงอาจารย์มากมาย

แอ๊มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม

จริงอยู่อ่านเองได้ แต่การเรียนพิเศษเนี่ยมันช่วยลดเวลาในการอ่านหนังสือลงได้มากเลยนะครับ
0
กำลังโหลด
หลุมมืด Member 29 ส.ค. 52 21:31 น. 16
ที่เมืองนอกไม่เห็นต้องกวดกันเลย ถ้าอาจารย์ตั้งใจสอนในห้องเรียนจริง สนใจเด็กจริง เหมือนที่ครูในโรงเรียนกวดวิชาสนใจเด็ก ทั้งๆที่เด็กๆที่สอนก็มีเยอะกว่าในห้องเรียนที่โรงเรียนอีก นี่แหละความห่วยแตกของระบบการศึกษาไทย ที่มีโรงเรียนก็เพราะโรงเรียนเป็นที่ให้ความรู้แต่สุดท้ายเด็กนักเรียนก็ต้องไปขวนขวายหาความรู้กันเองที่โรงเรียนกวดวิชา เสียเงินเสียทอง เสียทั้งเวลา ห่วยจริงๆ โรงเรียนไทย ครูไทย การศึกษาไทย
0
กำลังโหลด
Tata_Poung Member 29 ส.ค. 52 21:34 น. 17

สำหรับลูกหมูเอง

ก็ศิษย์เก่าอ.ปิงนะ

อ.ปิงจำได้ขึ้นใจเรยเด็กคนนี้ห้าห้า

ในความคิดลูกหมูนะ

มองกวดวิชาว่า "เป็นสถานที่ทบทวนบทเรียน เพิ่มเติมเนื้อหา และซ้ำเติมความรู้เดิม"

แต่สิ่งที่จำเป็นจริงๆคือ ในสถาบันการศึกษานั้น คุณสอนเนื้อหาแน่นหรือเปล่า

ถ้าตามหลักสูตรสมัยก่อนนะ

ข้อสอบครูอ่ะเค้าเคยถามว่า ถ้าลูกศิษย์คุณไปเรียนพิเศษวิชาของคุณจะทำยังไง

เฉลยข้อสอบข้อนั้นคือ คุณต้องปรับปรุงการสอนของคุณเอง

มันบ่งบอกถึงการสอนในปัจจุบันได้ไม่น้อยเลย

อยากให้ในโรงเรียนแน่น แล้วกวดวิชาใช้ในการทบทวนบทเรียน

แต่ก็ต้องไม่ลิมอ่านเองด้วยนะ

0
กำลังโหลด
Pppp 30 ส.ค. 52 00:53 น. 18
รักเธอ เธอทำให้ได้อยู่ที่คณะนี้ เหลือเชื่อ ยังมองป้ายคณะอยู่เลยว่าตาฝาดป่าวหว่า
ประทับใจ
0
กำลังโหลด
ผ่านมา 30 ส.ค. 52 09:35 น. 19
ไม่ได้จะอะไรหรอกนะ..

แต่เค้าเป็นครูกวดวิชา

เค้าก็ต้องสนับสนุนกวดวิชาสิ...


ส่วนตัวคิดว่ามันไม่สำคัญเลยนะ ถ้าเราตั้งใจอ่านจริง เราก็จะค้นพบเองว่า อะไรเป็นจุดย้ำจุดเน้น

ทำข้อสอบย้อนหลังหลาย ๆ ปี เราก็ค้นพบได้แล้ว


แถมอีกอย่าง หนังสือก็มีมากมายให้ค้นคว้า..

การที่มีกวดวิชา มันเหมือนว่า เราไม่ได้ทำอะไรเลย คอยอ้าปากพะงาบ ๆ รับเขามาอย่างเดียว



แถมอาชีพ "ครู" และคณะ "ครุศาสตร์" ในบ้านเรา ยังไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับซักเท่าไร

คนเก่ง ๆ ก็ หมอ วิศวะ กันหมด



แล้วครูที่เป็นแม่พิมพ์ของเด็กละ ??


ก็เพราะแบบเนี้ยยย การศึกษาไทยเลยยังต๊อกต๋อยย..



แม้จะมีโอลิมปิกอะไรมากมาย ก็เป็นแค่ส่วนน้อย เมื่อประเมินโดยภาพรวมในประเทศ.. ยังมีอีกหลายคนไม่รู้หนังสือ



จริงมั้ยคะ ??
0
กำลังโหลด
Chi 30 ส.ค. 52 10:34 น. 20
รักและเคารพ อาจารย์ปิงมากๆครับ

ตอนเรียนอาจารย์ให้กำลังใจเราดีมากเลย

ขอบพระคุณอาจารย์มากๆนะครับ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด