|
Meet # 95 สาวน้อยหน้าหมวย ผิวขาว หน้าใส Meet ของเราวันนี้ ชื่อน่ารักสมตัวว่า หลินโกะถามว่าเก่งด้านไหน อื้อหือ หลายด้านมากๆ ทั้งเป็นดีเจของคณะ (วารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์)ทั้งเพ้นท์เสื้อเอง ทั้งยังได้เล่นโฆษณา และตอนนี้ก็กำลังจะได้เล่นหนังด้วย เก่งขนาดนี้ พี่ตินว่าต้องตามไปรู้จักแล้วละ รอช้าไม่ได้แล้ว
|
|
|
พี่ติน : ยินดีที่รู้จักน้า น้องหลินโกะ |
|
หลินโกะ : อันนยองฮาเซโย๊!!!~นานึน หลินโกะ เยโย สวัสดีค่ะ หลินโกะค่ะ ตอนนี้หลินโกะชอบเกี่ยวกับเกาหลีมากๆ (ก็เลยลงเรียนวิชาเกาหลีด้วย แต่ว่ายังเป็นแค่ตัวพื้นฐานเท่านั้นเอง ยังไม่ expert ค่ะ แหะๆ) |
|
|
พี่ติน : วันนี้เราขอเปิดประเด็นให้หลินโกะแนะนำตัวเองให้ทุกคนฟังก่อนเลยแล้วกันนะ เล่ามาเลยมีอะไรที่อยากจะเล่าบ้าง เอาให้เต็มที่เลยนะ |
|
หลินโกะ : หลินโกะเป็นคนโก๊ะๆ ค่ะ ความจริงที่ชื่อหลินโกะเนี่ย เพื่อนตั้งให้ตอนปี1 เขาบอกว่า เพราะหลินหน้าเหมือนญี่ปุ่น แต่ตอนนี้เหมือนความหมายจะเปลี่ยน กลายเป็นหลินโก๊ะมากกว่า เพราะว่าโก๊ะได้ทุกเรื่อง ซุ่มซ่าม งุ่มง่าม ทำอะไรไม่เป็น หลงทางบ่อยมาก ขนาดอยู่ในมหาลัยยังหลงได้เลย แหะๆๆ มีอะไรดีบ้างมั้ยเนี่ย ข้อดีกับข้อเสียของหลินโกะ คิดว่าเป็นข้อเดียวกัน ก็คือ การมองโลกในแง่ดีค่ะ หลินโกะเป็นคนที่จะมองอะไรๆ ดีไปหมด มองทุกคนเป็นคนดี จนบางทีจุดนั้นก็ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง เพราะคนอื่นเขาก็ไม่ได้คิดเหมือนเรา พี่ชายหลินโกะเคยบอกว่า นอกจากคนในครอบครัวแล้ว ให้สันนิษฐานคนอื่นว่าเลวไว้ก่อนเลย แต่หลินโกะทำไม่ได้จริงๆ หลินโกะรู้สึกไม่ดีที่จะมองใครแบบนั้น หลินโกะคิดว่า คงไม่มีใครอยากให้คนอื่นมองตัวเองไม่ดี หลินโกะก็ด้วย ดังนั้น ถ้าอยากได้ยังไงก็ควรจะทำอย่างนั้นกับคนอื่นด้วย จริงมั้ยคะเวลาว่าง หลินโกะชอบอ่านการ์ตูน แล้วก็วาดการ์ตูนค่ะ เคยส่งไปลงหนังสือด้วยนะ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้ทำแล้ว ไม่ว่างอะค่ะ เสียดายเหมือนกัน นอกจากนี้ หลินโกะก็ชอบฟังเพลงค่ะ ตอนนี้ ชอบทงบังชินกิมากๆ โดยเฉพาะมิคกี้ค่ะ อยากไปดูคอนฯมากๆ แต่ว่า แม่หลินโกะเขาไม่อนุญาตอะค่ะ ทำไงดี TT TT ไม่รู้จะแนะนำอะไรแล้วอะ ความจริงของอย่างนี้แค่พูดมันก็เชื่อถือไม่ได้หรอกเนาะ ต้องรู้จักกันจริงๆถึงจะได้ แต่เอาเป็นว่า เราก็รู้จักกันคร่าวๆ แล้วละกันเนาะ |
|
|
พี่ติน : ก็รู้จักยาวอยู่นะ ไม่คร่าวหรอกจ้า เราไปที่เรื่องเรียนกันต่อดีกว่าน้องหลินโกะเรียนที่วารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ใช่มะ เล่าความเป็นมาเป็นไปหน่อยสิ |
|
หลินโกะ : ตอนแรกเลย ที่เลือกเอ็นเข้าคณะนี้ เพราะคิดว่า คงน่าสนุกดี ความเชื่อของหลินเกี่ยวกับคณะประมาณนิเทศ วารสารคือ เป็นอะไรที่บันเทิง เรียนเกี่ยวกะวงการบันเทิง มันน่าสนุกดูไม่ค่อยเครียด แล้วเหมือนหลินโกะอยากเรียนอะไรประมาณนี้อยู่แล้วด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เหมือนสมองมันสั่งว่า ต้องเลือกคณะนี้นะ ซึ่งที่บ้านตอนแรกเขาก็ว่าเหมือนกัน อย่างคุณพ่อเขาอยากให้เรียนพวกบัญชี คุณแม่ก็ถามว่า เรียนคณะนี้จบไปจะทำงานอะไร พี่ชายคนโตเขาก็อยากให้เรียนบริหารอินเตอร์ ส่วนพี่ชายคนอื่นเขาก็อยากให้เข้าพวกอักษร แต่สุดท้าย ที่บ้านเขาก็ไม่ว่าอะไร ตามใจเรา พี่ชายคนที่สองกะสามเขาก็ช่วยส่งเสริม ช่วยกันเลือกว่า ถ้าเข้าไปแล้วจะเลือกเอกอะไร อะไรแบบนั้นค่ะ แล้วพอเข้ามาเรียนแล้วจริงๆ ก็สนุกอย่างที่คิดนะคะ แต่บางทีก็แอบเครียด แอบเหนื่อยเหมือนกัน เวลาต้องปั่นงานส่งอาจารย์ |
|
|
พี่ติน : เล่าเรื่องคณะวารสารฯ ให้พี่ตินฟังหน่อย มีอะไรบ้างที่น่าสนใจ |
|
หลินโกะ : คณะวารสารฯ บางคนที่ไม่รู้ก็อาจจะคิดว่า เกี่ยวกับพวกสิ่งพิมพ์อย่างเดียว คือแต่ก่อนตอนแรกเริ่มเปิดคณะก็อาจจะเป็นงั้น แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้มีแค่นั้นแล้ว มีทั้งวิทยุโทรทัศน์ ภาพยนตร์ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ แล้วก็บริหารสื่อด้วย ตัวหลินโกะเองเรียนเอกวิทยุโทรทัศน์ค่ะ ซึ่งจะเรียกกันสั้นๆว่า วิทโท ตอนช่วงปี1 จนถึง ปี 2 เทอม 1 ทุกคนก็จะต้องเรียนตัวพื้นฐานกันก่อน ซึ่งของคณะวารสารฯ เนี่ยจะมีตัวพื้นฐานค่อนข้างเยอะเลย เพราะว่าวิชาของวารสารฯ เป็นวิชาที่ต้องใช้การบูรณาการไปกับสาขาวิชาอื่นๆ ลองคิดดูสิคะ ทุกวิชาจำเป็นต้องใช้การสื่อสารทั้งนั้นเลย ดังนั้น เด็กวารสาร (มีชื่อย่อว่า เจซี มาจาก journalism and mass communication ค่ะ) หรือเด็กเจซีเนี่ย ก็จะต้องไปเรียนวิชาพื้นฐานของคณะอื่นๆ ด้วย อย่างนิติฯ ศิลป์ศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ บัญชี ฯลฯ เรียกว่าเรียนกันหัวบานเลยทีเดียว ยังไม่รวมวิชาพื้นฐานของคณะอีกด้วย ซึ่งขอบอกว่า วิชาพื้นฐานของคณะตัวปราบเซียนเลย คือ วิชา jc200 เรียนเกี่ยวกับการสื่อสารเบื้องต้น ใครที่ว่าแน่มาเรียนก็ต้องถอยหลัง จนบางคนอาจกลายเป็น jc400 จนถึง jc600 เลยก็ได้ เนื่องจากการติดเอฟจนต้องเรียนซ้ำหลายรอบนั่นเอง
|
|
|
พี่ติน : อ่า แล้วมีวิชาอะไรที่ชอบเรียนมากที่สุดไหม |
|
หลินโกะ : ถ้าจะให้พูดถึงวิชาที่ประทับใจ เอาเป็นของเอกวิทโทแล้วกันนะคะ อ้อ ลืมบอกไป พอปี 2 ทุกคนก็จะต้องเลือกเอกค่ะ แล้วก็จะต้องแยกย้ายกันไปเรียนวิชาของแต่ละเอก ของหลินโกะเรียนวิทโท วิชาที่เพื่อนๆ วิทโทหลายคนลงความเห็นกันว่า ถ้าเข้าวิทโทแล้วไม่ได้เรียน ก็เหมือนไม่ได้อยู่วิทโท ก็คือ วิชา jc436 ค่ะ คือ วิชาการจัดรายการวิทยุขั้นสูงค่ะ วิชานี้หลินโกะก็กำลังเรียนอยู่ตอนนี้ด้วยค่ะ จะได้จัดรายการวิทยุออกอากาศจริงๆ ด้วย ทางคลื่นวิทยุของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นคลื่นเอเอ็มค่ะ 984am ตอนแรก หลินโกะก็เฉยๆ เกือบจะถอนไปแล้วด้วย เพราะว่างานเยอะมากๆ ต้องทำรายการสาระน่ารู้ เป็นรายการสั้น ประมาณ 3 นาทีทุกสัปดาห์ ทำรายการสัมภาษณ์ 20 นาที ทุกเดือน แล้วตอนปลายเทอมก็ต้องทำรายการสารคดี กับรายการแมกกาซีนอย่างละ 25 นาทีด้วย แต่โชคดีที่ไม่ถอน ตอนนี้มีความสุขมากๆ ค่ะ กับการเรียนวิชานี้
|
|
|
พี่ติน : อื้อหือ พูดเรื่องการจัดรายการ เล่าให้เพื่อนๆ ฟังเร้ว ทุกคนจะได้ไปฟัง |
|
หลินโกะ : แบ่งกลุ่มจัดรายการกันทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ตอนช่วง 3 โมงครึ่งจนถึง ทุ่มนึงค่ะ กลุ่มละประมาณ 3-4 คน รายการก็จะมี 3 รายการ คือ ตอน 3โมง-4โมง เป็นรายการเพลินเพลงใต้เงาโดม เป็นเพลงสุนทราภรณ์ กับเพลงลูกกรุงค่ะ พอ 4 โมงจะเป็นรายการข่าวสดสายตรงจากวีโอเอ ซึ่งเป็นเทปค่ะ พอ 4 โมงครึ่งก็จะเป็นรายการเพลงวัยรุ่นทั่วไป ชื่อรายการกระจกเพลง ส่วนตอน 6 โมงถึงทุ่มนึง เป็นรายการเพลงลูกทุ่งธรรมศาสตร์ค่ะ ซึ่งนักศึกษาแต่ละคนก็จะได้หมุนเวียนกันจัดแต่ละรายการจนครบค่ะ ของหลินโกะ จัดอยู่วันพฤหัสค่ะ ตอนนี้จัดอยู่รายการกระจกเพลง บอกว่าเป็นคลื่นของมหาลัย อาจเหมือนไม่ค่อยมีคนฟัง แต่ว่าที่จริงแล้วมีแฟนรายการประจำด้วยนะคะ บางครั้งจะมีแฟนๆ รายการโทรมาชม โทรมาขอเพลง เคยมีคนโทรมาชมว่าหลินโกะเปิดเพลงเพราะด้วย หลินโกะงี้ดีใจจนน้ำตาจะไหลเลย แหะๆ เวอร์จัง ตอนนี้รายการก็สามารถฟังทางเน็ตได้แล้วด้วย ที่ thaiuradio.com แล้วลิงค์ไปที่มหาลัยธรรมศาสตร์ค่ะ ถ้าฟังทางวิทยุ ในกทม.อาจจะฟังลำบากสักหน่อย เพราะว่าไม่มีสัญญาณ ยังไงก็...ขอเพลงเข้ามาได้นะคะ 0-2613-2728 ค่า~~~ แหะๆๆ
|
|
|
พี่ติน : เชื่อว่าหลายคนแถวนี้เตรียมตัวไปฟังน้องหลินแล้วละจ้า พี่ตินถามต่อ...ที่คณะวารสารฯ มีอะไรที่เด่นมากๆ ต่างจากคณะอื่นอย่างเห็นได้ชัดเลย |
|
หลินโกะ : จุดเด่นของคณะนี้เหรอ หลินโกะคิดว่า...เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ของเพื่อนๆ พี่ๆ ดีกว่า คณะหลินจะไม่มีโต๊ะ ไม่มีกลุ่มก็จริง แต่ทุกคนก็จะรักใคร่กลมเกลียวช่วยเหลือกัน พี่ๆ ที่จบไปแล้ว ก็ยังแวะมาเยี่ยมเยียนน้องๆ เสมอ ที่สำคัญ คณะนี้ไม่เคยมีพี่ว๊ากค่ะ น้องๆ ที่จะเข้ามาก็สบายใจได้ |
|
|
พี่ติน : สำหรับใครที่อยากเรียนวารสารฯ หลินโกะอยากแนะนำน้องๆ เขาว่า... |
|
หลินโกะ : ก็เรียนวารสารฯ เป็นคนสไตล์ไหนแบบไหนก็ได้นะ บางคนก็จะบ้าๆ หลุดๆ ก็มี บางคนก็เฉยๆ แต่พอทุกคนมารวมกัน มันก็คือความเป็นเจซี ความเป็นวารสารฯ เหมือนกัน เอาเป็นว่า ถ้าชอบอะไรที่บันเทิง บ้าๆ ได้เป็นตัวของตัวเอง ได้แสดงออก ได้ทำงานก็มาเลย ได้แน่ๆ อยู่คณะนี้ถ้ารู้จักไขว่คว้าก็จะได้อะไรเยอะค่ะ ิ |
|
|
พี่ติน : ถามต่อให้น้องๆ ที่อยากเข้าวารสารฯ เสียหน่อยพวกเพื่อนๆ ในคณะวารสารเป็นคนแบบไหน สังคมที่นี่เป็นยังไงบ้าง |
|
หลินโกะ : บ้าบอคอแตก เฮฮา แต่ตอนนี้หลินโกะอยู่ปี4 ก็จะเฮฮาน้อยหน่อย เพราะงานเยอะ แต่ถ้ามีโอกาสก็บ้ากันหลุดโลกเลย ขำมากตอนไปรับน้องที่ผ่านมา หลินโกะจะไม่ดื่ม ก็นั่งคุยกับเพื่อนๆ ตรงหน้าสระน้ำแล้วพวกที่ดื่มก็จะเฮฮากัน สักพักเพื่อนๆ ที่ดื่มก็จะเมาเดินออกมาวิ่งลงสระน้ำกันเป็นแถว เรานั่งมองก็ขำดี พอเช้ามา พวกเพื่อนๆ ที่เมาเมื่อคืนก็ได้แผลกันแทบทุกคน ถามว่าโดนอะไรก็บอกว่าเดินตกสระ 55+ ทุกคนที่นี่เป็นกันเองค่ะ รักเพื่อน เป็นพี่ๆ น้องๆ กัน อย่างที่บอกว่าไม่มีพี่ว๊าก ทุกคนเท่ากันหมด แต่ก็อาจจะมีใครออกแนวบุคลิกผู้นำนิดนึง ซึ่งมันก็จำเป็นต้องมีอยู่แล้ว ไม่งั้นก็จะขาดระเบียบกันไป เรื่องเรียนที่นี่ก็สบายๆ ไม่มีการแข่งเกรดอะไรกันอย่างบางที่ เพื่อนหลินโกะเอ็นติดอีกที่ ก็มักจะมาบ่นให้ฟังตลอดว่า ที่นั่นทุกคนจะแข่งกันเรียน เอาเกรดมาอวดกัน มาดูถูกกัน ซึ่งที่นี่ไม่มีค่ะ |
|
|
พี่ติน : แล้วเรียนจบวารสารฯ ไป หนูหลินโกะของเราอยากจะทำอะไรต่อดี |
|
หลินโกะ : อยากทำหลายอย่างมากๆ ที่จริงอยากเป็นดีเจนะ หลังจากที่เรียนตัว 436 แล้วอยากเป็นดีเจมากๆ ถึงแม้ว่าจะโดนติเรื่องจัดรายการทุกสัปดาห์เลยก็ตาม 55+ คิดว่าคงจะดี อยู่หลังไมค์ เปิดเพลง เป็นคนชอบฟังเพลง ชอบฟังวิทยุอยู่แล้วด้วยมั้งคะ ไม่ค่อยอยากทำทีวีเท่าไหร่ ถ้าทำคงเป็นเบื้องหน้ามั้ง แหะๆๆ (ดูหน้าตัวเองก่อนดีกว่ามั้ง) ที่จริงหลินโกะไม่ค่อยชอบดูโทรทัศน์ เลยไม่ค่อยสนใจด้านทีวีเท่าไหร่ ถ้าจะทำก็คงเป็นพวกวีเจ พิธีกร เขียนสคริปต์ล่ะมั้ง ถ้าทำได้นะคะ 55+ ใจจริงก็อยากทำอะไรเกี่ยวกับขีดๆ เขียนๆ หลินโกะเป็นคนช่างฝัน ชอบเขียนการ์ตูน แต่งนิยาย อะไรแบบนั้น แต่ติดอยู่ที่เป็นคนครึ่งๆกลางๆ เบื่อง่าย ข้ออ้างเยอะ ก็เลยยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันสักที ตอนนี้ก็เริ่มฝันใหม่อีกอย่างแล้ว คืออยากเป็นแอร์โฮสเตจค่ะ เอาของสายการบินญี่ปุ่น เกาหลีนะ เพราะว่าไม่ค่อยสูงค่ะ แล้วก็เผื่อจะได้เจอทงบังชินกิ 55+ |
|
|
พี่ติน : ได้ข่าวว่ามีเรื่องดีๆ เกี่ยวกับการแสดงหนังด้วย?? |
|
หลินโกะ : ใช่ค่า ล่าสุดก็ไปแคสหนังเรื่องกอดมา แล้วก็ได้เล่นเป็นแฟนเก่าของตุ้ย af3 ค่ะถึงจะได้เล่นไม่กี่ฉาก แต่ก็สนุกมากค่ะ แล้วก็ได้อะไรหลายๆ อย่างเลย ทำให้ทราบว่า การถ่ายหนังเนี่ย เป็นยังไง การทำงานของกองถ่ายเป็นยังไง ที่ปลื้มสุดๆ ก็ที่ได้คำชมจากพี่ๆทีมงาน กับพี่ผู้กำกับค่ะ ที่บอกว่า หลินมีพรสวรรค์ ดีใจมากๆ เลยค่ะ |
|
|
มีรูปคู่กะตุ้ยมาให้ดูด้วยค่ะ |
|
|
|
|
|
|
พี่ติน : ว้าว จะเป็นดาราแล้ว แล้วหลินโกะคนนี้มีปรัชญาชีวิตบ้างไหม |
|
หลินโกะ : หลินเชื่อว่า ไม่มีอะไรเลวร้ายที่สุดค่ะ ถึงวันนี้จะแย่แล้ว แต่ยังไงมันก็จะผ่านพ้นไปได้เสมอ ทุกอย่างต้องมีทางออก ฟ้าหลังฝนก็ย่อมจะมีรุ้งรออยู่แน่ๆ ถึงบางที เราอาจจะทำอะไรพลาดไป หรืออาจจะมีเรื่องอะไรให้เสียใจมากๆ แต่ก็ต้องพยายามใช้ชีวิตในวันนี้ต่อไปให้ดีที่สุด เก็บความผิดพลาดนั้นไว้เป็นบทเรียน แล้วก็เดินหน้าต่อไป สำหรับหลิน อดีตเป็นสิ่งสำคัญ หลินคิดถึงอดีตอยู่เสมอ เพียงแต่หลินจะไม่จมปลักอยู่กับมัน หลินไม่มองข้างหน้าด้วย หลินไม่อยากคาดเดาอะไรไว้ก่อน บางทีการที่มันไม่เป็นไปตามที่คิดก็มักจะทำให้เจ็บปวด แต่หลินจะอยู่กับวันนี้ ปัจจุบันนี้มากกว่า จะพยายามทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วถ้ามีเรื่องไม่ดีอะไรก็จะทิ้งไว้แค่วันนั้น วันต่อไปก็เริ่มใหม่ จะไม่เก็บสิ่งไม่ดีมาเครียดนานค่ะ
|
0 ความคิดเห็น