Meet # 95 สาวน้อยหน้าหมวย ผิวขาว หน้าใส Meet ของเราวันนี้ ชื่อน่ารักสมตัวว่า “หลินโกะ”ถามว่าเก่งด้านไหน อื้อหือ หลายด้านมากๆ ทั้งเป็นดีเจของคณะ (วารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์)ทั้งเพ้นท์เสื้อเอง ทั้งยังได้เล่นโฆษณา และตอนนี้ก็กำลังจะได้เล่นหนังด้วย เก่งขนาดนี้ พี่ตินว่าต้องตามไปรู้จักแล้วละ รอช้าไม่ได้แล้ว

พี่ติน : ยินดีที่รู้จักน้า น้องหลินโกะ
หลินโกะ : อันนยองฮาเซโย๊!!!~นานึน หลินโกะ เยโย สวัสดีค่ะ หลินโกะค่ะ ตอนนี้หลินโกะชอบเกี่ยวกับเกาหลีมากๆ (ก็เลยลงเรียนวิชาเกาหลีด้วย แต่ว่ายังเป็นแค่ตัวพื้นฐานเท่านั้นเอง ยังไม่ expert ค่ะ แหะๆ)
พี่ติน : วันนี้เราขอเปิดประเด็นให้หลินโกะแนะนำตัวเองให้ทุกคนฟังก่อนเลยแล้วกันนะ เล่ามาเลยมีอะไรที่อยากจะเล่าบ้าง เอาให้เต็มที่เลยนะ
หลินโกะ : หลินโกะเป็นคนโก๊ะๆ ค่ะ ความจริงที่ชื่อหลินโกะเนี่ย เพื่อนตั้งให้ตอนปี1 เขาบอกว่า เพราะหลินหน้าเหมือนญี่ปุ่น แต่ตอนนี้เหมือนความหมายจะเปลี่ยน กลายเป็นหลินโก๊ะมากกว่า เพราะว่าโก๊ะได้ทุกเรื่อง ซุ่มซ่าม งุ่มง่าม ทำอะไรไม่เป็น หลงทางบ่อยมาก ขนาดอยู่ในมหาลัยยังหลงได้เลย แหะๆๆ มีอะไรดีบ้างมั้ยเนี่ย ข้อดีกับข้อเสียของหลินโกะ คิดว่าเป็นข้อเดียวกัน ก็คือ การมองโลกในแง่ดีค่ะ หลินโกะเป็นคนที่จะมองอะไรๆ ดีไปหมด มองทุกคนเป็นคนดี จนบางทีจุดนั้นก็ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง เพราะคนอื่นเขาก็ไม่ได้คิดเหมือนเรา พี่ชายหลินโกะเคยบอกว่า นอกจากคนในครอบครัวแล้ว ให้สันนิษฐานคนอื่นว่าเลวไว้ก่อนเลย แต่หลินโกะทำไม่ได้จริงๆ หลินโกะรู้สึกไม่ดีที่จะมองใครแบบนั้น หลินโกะคิดว่า คงไม่มีใครอยากให้คนอื่นมองตัวเองไม่ดี หลินโกะก็ด้วย ดังนั้น ถ้าอยากได้ยังไงก็ควรจะทำอย่างนั้นกับคนอื่นด้วย จริงมั้ยคะเวลาว่าง หลินโกะชอบอ่านการ์ตูน แล้วก็วาดการ์ตูนค่ะ เคยส่งไปลงหนังสือด้วยนะ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้ทำแล้ว ไม่ว่างอะค่ะ เสียดายเหมือนกัน นอกจากนี้ หลินโกะก็ชอบฟังเพลงค่ะ ตอนนี้ ชอบทงบังชินกิมากๆ โดยเฉพาะมิคกี้ค่ะ อยากไปดูคอนฯมากๆ แต่ว่า แม่หลินโกะเขาไม่อนุญาตอะค่ะ ทำไงดี TT TT ไม่รู้จะแนะนำอะไรแล้วอะ ความจริงของอย่างนี้แค่พูดมันก็เชื่อถือไม่ได้หรอกเนาะ ต้องรู้จักกันจริงๆถึงจะได้ แต่เอาเป็นว่า เราก็รู้จักกันคร่าวๆ แล้วละกันเนาะ
พี่ติน : ก็รู้จักยาวอยู่นะ ไม่คร่าวหรอกจ้า เราไปที่เรื่องเรียนกันต่อดีกว่าน้องหลินโกะเรียนที่วารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ใช่มะ เล่าความเป็นมาเป็นไปหน่อยสิ
หลินโกะ : ตอนแรกเลย ที่เลือกเอ็นเข้าคณะนี้ เพราะคิดว่า คงน่าสนุกดี ความเชื่อของหลินเกี่ยวกับคณะประมาณนิเทศ วารสารคือ เป็นอะไรที่บันเทิง เรียนเกี่ยวกะวงการบันเทิง มันน่าสนุกดูไม่ค่อยเครียด แล้วเหมือนหลินโกะอยากเรียนอะไรประมาณนี้อยู่แล้วด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เหมือนสมองมันสั่งว่า ต้องเลือกคณะนี้นะ ซึ่งที่บ้านตอนแรกเขาก็ว่าเหมือนกัน อย่างคุณพ่อเขาอยากให้เรียนพวกบัญชี คุณแม่ก็ถามว่า เรียนคณะนี้จบไปจะทำงานอะไร พี่ชายคนโตเขาก็อยากให้เรียนบริหารอินเตอร์ ส่วนพี่ชายคนอื่นเขาก็อยากให้เข้าพวกอักษร แต่สุดท้าย ที่บ้านเขาก็ไม่ว่าอะไร ตามใจเรา พี่ชายคนที่สองกะสามเขาก็ช่วยส่งเสริม ช่วยกันเลือกว่า ถ้าเข้าไปแล้วจะเลือกเอกอะไร อะไรแบบนั้นค่ะ แล้วพอเข้ามาเรียนแล้วจริงๆ ก็สนุกอย่างที่คิดนะคะ แต่บางทีก็แอบเครียด แอบเหนื่อยเหมือนกัน เวลาต้องปั่นงานส่งอาจารย์
พี่ติน : เล่าเรื่องคณะวารสารฯ ให้พี่ตินฟังหน่อย มีอะไรบ้างที่น่าสนใจ
หลินโกะ : คณะวารสารฯ บางคนที่ไม่รู้ก็อาจจะคิดว่า เกี่ยวกับพวกสิ่งพิมพ์อย่างเดียว คือแต่ก่อนตอนแรกเริ่มเปิดคณะก็อาจจะเป็นงั้น แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้มีแค่นั้นแล้ว มีทั้งวิทยุโทรทัศน์ ภาพยนตร์ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ แล้วก็บริหารสื่อด้วย ตัวหลินโกะเองเรียนเอกวิทยุโทรทัศน์ค่ะ ซึ่งจะเรียกกันสั้นๆว่า วิทโท ตอนช่วงปี1 จนถึง ปี 2 เทอม 1 ทุกคนก็จะต้องเรียนตัวพื้นฐานกันก่อน ซึ่งของคณะวารสารฯ เนี่ยจะมีตัวพื้นฐานค่อนข้างเยอะเลย เพราะว่าวิชาของวารสารฯ เป็นวิชาที่ต้องใช้การบูรณาการไปกับสาขาวิชาอื่นๆ ลองคิดดูสิคะ ทุกวิชาจำเป็นต้องใช้การสื่อสารทั้งนั้นเลย ดังนั้น เด็กวารสาร (มีชื่อย่อว่า เจซี มาจาก journalism and mass communication ค่ะ) หรือเด็กเจซีเนี่ย ก็จะต้องไปเรียนวิชาพื้นฐานของคณะอื่นๆ ด้วย อย่างนิติฯ ศิลป์ศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ บัญชี ฯลฯ เรียกว่าเรียนกันหัวบานเลยทีเดียว ยังไม่รวมวิชาพื้นฐานของคณะอีกด้วย ซึ่งขอบอกว่า วิชาพื้นฐานของคณะตัวปราบเซียนเลย คือ วิชา jc200 เรียนเกี่ยวกับการสื่อสารเบื้องต้น ใครที่ว่าแน่มาเรียนก็ต้องถอยหลัง จนบางคนอาจกลายเป็น jc400 จนถึง jc600 เลยก็ได้ เนื่องจากการติดเอฟจนต้องเรียนซ้ำหลายรอบนั่นเอง
พี่ติน : อ่า แล้วมีวิชาอะไรที่ชอบเรียนมากที่สุดไหม
หลินโกะ : ถ้าจะให้พูดถึงวิชาที่ประทับใจ เอาเป็นของเอกวิทโทแล้วกันนะคะ อ้อ ลืมบอกไป พอปี 2 ทุกคนก็จะต้องเลือกเอกค่ะ แล้วก็จะต้องแยกย้ายกันไปเรียนวิชาของแต่ละเอก ของหลินโกะเรียนวิทโท วิชาที่เพื่อนๆ วิทโทหลายคนลงความเห็นกันว่า ถ้าเข้าวิทโทแล้วไม่ได้เรียน ก็เหมือนไม่ได้อยู่วิทโท ก็คือ วิชา jc436 ค่ะ คือ วิชาการจัดรายการวิทยุขั้นสูงค่ะ วิชานี้หลินโกะก็กำลังเรียนอยู่ตอนนี้ด้วยค่ะ จะได้จัดรายการวิทยุออกอากาศจริงๆ ด้วย ทางคลื่นวิทยุของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นคลื่นเอเอ็มค่ะ 984am ตอนแรก หลินโกะก็เฉยๆ
เกือบจะถอนไปแล้วด้วย เพราะว่างานเยอะมากๆ ต้องทำรายการสาระน่ารู้ เป็นรายการสั้น ประมาณ 3 นาทีทุกสัปดาห์ ทำรายการสัมภาษณ์ 20 นาที ทุกเดือน แล้วตอนปลายเทอมก็ต้องทำรายการสารคดี กับรายการแมกกาซีนอย่างละ 25 นาทีด้วย แต่โชคดีที่ไม่ถอน ตอนนี้มีความสุขมากๆ ค่ะ กับการเรียนวิชานี้

พี่ติน : อื้อหือ พูดเรื่องการจัดรายการ เล่าให้เพื่อนๆ ฟังเร้ว ทุกคนจะได้ไปฟัง
หลินโกะ : แบ่งกลุ่มจัดรายการกันทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ตอนช่วง 3 โมงครึ่งจนถึง ทุ่มนึงค่ะ กลุ่มละประมาณ 3-4 คน รายการก็จะมี 3 รายการ คือ ตอน 3โมง-4โมง เป็นรายการเพลินเพลงใต้เงาโดม เป็นเพลงสุนทราภรณ์ กับเพลงลูกกรุงค่ะ พอ 4 โมงจะเป็นรายการข่าวสดสายตรงจากวีโอเอ ซึ่งเป็นเทปค่ะ พอ 4 โมงครึ่งก็จะเป็นรายการเพลงวัยรุ่นทั่วไป ชื่อรายการกระจกเพลง ส่วนตอน 6 โมงถึงทุ่มนึง เป็นรายการเพลงลูกทุ่งธรรมศาสตร์ค่ะ ซึ่งนักศึกษาแต่ละคนก็จะได้หมุนเวียนกันจัดแต่ละรายการจนครบค่ะ ของหลินโกะ จัดอยู่วันพฤหัสค่ะ ตอนนี้จัดอยู่รายการกระจกเพลง บอกว่าเป็นคลื่นของมหาลัย อาจเหมือนไม่ค่อยมีคนฟัง แต่ว่าที่จริงแล้วมีแฟนรายการประจำด้วยนะคะ บางครั้งจะมีแฟนๆ รายการโทรมาชม โทรมาขอเพลง เคยมีคนโทรมาชมว่าหลินโกะเปิดเพลงเพราะด้วย หลินโกะงี้ดีใจจนน้ำตาจะไหลเลย แหะๆ เวอร์จัง ตอนนี้รายการก็สามารถฟังทางเน็ตได้แล้วด้วย ที่ thaiuradio.com แล้วลิงค์ไปที่มหาลัยธรรมศาสตร์ค่ะ ถ้าฟังทางวิทยุ ในกทม.อาจจะฟังลำบากสักหน่อย เพราะว่าไม่มีสัญญาณ ยังไงก็...ขอเพลงเข้ามาได้นะคะ 0-2613-2728 ค่า~~~ แหะๆๆ
พี่ติน : เชื่อว่าหลายคนแถวนี้เตรียมตัวไปฟังน้องหลินแล้วละจ้า พี่ตินถามต่อ...ที่คณะวารสารฯ มีอะไรที่เด่นมากๆ ต่างจากคณะอื่นอย่างเห็นได้ชัดเลย
หลินโกะ : จุดเด่นของคณะนี้เหรอ หลินโกะคิดว่า...เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ของเพื่อนๆ พี่ๆ ดีกว่า คณะหลินจะไม่มีโต๊ะ ไม่มีกลุ่มก็จริง แต่ทุกคนก็จะรักใคร่กลมเกลียวช่วยเหลือกัน
พี่ๆ ที่จบไปแล้ว ก็ยังแวะมาเยี่ยมเยียนน้องๆ เสมอ ที่สำคัญ คณะนี้ไม่เคยมีพี่ว๊ากค่ะ น้องๆ ที่จะเข้ามาก็สบายใจได้
พี่ติน : สำหรับใครที่อยากเรียนวารสารฯ หลินโกะอยากแนะนำน้องๆ เขาว่า...
หลินโกะ : ก็เรียนวารสารฯ เป็นคนสไตล์ไหนแบบไหนก็ได้นะ บางคนก็จะบ้าๆ หลุดๆ ก็มี บางคนก็เฉยๆ แต่พอทุกคนมารวมกัน มันก็คือความเป็นเจซี ความเป็นวารสารฯ เหมือนกัน เอาเป็นว่า ถ้าชอบอะไรที่บันเทิง บ้าๆ ได้เป็นตัวของตัวเอง ได้แสดงออก ได้ทำงานก็มาเลย ได้แน่ๆ อยู่คณะนี้ถ้ารู้จักไขว่คว้าก็จะได้อะไรเยอะค่ะ
พี่ติน : ถามต่อให้น้องๆ ที่อยากเข้าวารสารฯ เสียหน่อยพวกเพื่อนๆ ในคณะวารสารเป็นคนแบบไหน สังคมที่นี่เป็นยังไงบ้าง
หลินโกะ : บ้าบอคอแตก เฮฮา แต่ตอนนี้หลินโกะอยู่ปี4 ก็จะเฮฮาน้อยหน่อย เพราะงานเยอะ แต่ถ้ามีโอกาสก็บ้ากันหลุดโลกเลย ขำมากตอนไปรับน้องที่ผ่านมา หลินโกะจะไม่ดื่ม ก็นั่งคุยกับเพื่อนๆ ตรงหน้าสระน้ำแล้วพวกที่ดื่มก็จะเฮฮากัน สักพักเพื่อนๆ ที่ดื่มก็จะเมาเดินออกมาวิ่งลงสระน้ำกันเป็นแถว เรานั่งมองก็ขำดี พอเช้ามา พวกเพื่อนๆ ที่เมาเมื่อคืนก็ได้แผลกันแทบทุกคน ถามว่าโดนอะไรก็บอกว่าเดินตกสระ 55+ ทุกคนที่นี่เป็นกันเองค่ะ รักเพื่อน เป็นพี่ๆ น้องๆ กัน อย่างที่บอกว่าไม่มีพี่ว๊าก ทุกคนเท่ากันหมด แต่ก็อาจจะมีใครออกแนวบุคลิกผู้นำนิดนึง ซึ่งมันก็จำเป็นต้องมีอยู่แล้ว ไม่งั้นก็จะขาดระเบียบกันไป เรื่องเรียนที่นี่ก็สบายๆ ไม่มีการแข่งเกรดอะไรกันอย่างบางที่ เพื่อนหลินโกะเอ็นติดอีกที่ ก็มักจะมาบ่นให้ฟังตลอดว่า ที่นั่นทุกคนจะแข่งกันเรียน เอาเกรดมาอวดกัน มาดูถูกกัน ซึ่งที่นี่ไม่มีค่ะ
พี่ติน : แล้วเรียนจบวารสารฯ ไป หนูหลินโกะของเราอยากจะทำอะไรต่อดี
หลินโกะ : อยากทำหลายอย่างมากๆ ที่จริงอยากเป็นดีเจนะ หลังจากที่เรียนตัว 436 แล้วอยากเป็นดีเจมากๆ ถึงแม้ว่าจะโดนติเรื่องจัดรายการทุกสัปดาห์เลยก็ตาม 55+ คิดว่าคงจะดี อยู่หลังไมค์ เปิดเพลง เป็นคนชอบฟังเพลง ชอบฟังวิทยุอยู่แล้วด้วยมั้งคะ ไม่ค่อยอยากทำทีวีเท่าไหร่ ถ้าทำคงเป็นเบื้องหน้ามั้ง แหะๆๆ (ดูหน้าตัวเองก่อนดีกว่ามั้ง) ที่จริงหลินโกะไม่ค่อยชอบดูโทรทัศน์ เลยไม่ค่อยสนใจด้านทีวีเท่าไหร่ ถ้าจะทำก็คงเป็นพวกวีเจ พิธีกร เขียนสคริปต์ล่ะมั้ง ถ้าทำได้นะคะ 55+ ใจจริงก็อยากทำอะไรเกี่ยวกับขีดๆ เขียนๆ หลินโกะเป็นคนช่างฝัน ชอบเขียนการ์ตูน แต่งนิยาย อะไรแบบนั้น แต่ติดอยู่ที่เป็นคนครึ่งๆกลางๆ เบื่อง่าย ข้ออ้างเยอะ ก็เลยยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันสักที ตอนนี้ก็เริ่มฝันใหม่อีกอย่างแล้ว คืออยากเป็นแอร์โฮสเตจค่ะ เอาของสายการบินญี่ปุ่น เกาหลีนะ เพราะว่าไม่ค่อยสูงค่ะ แล้วก็เผื่อจะได้เจอทงบังชินกิ 55+
พี่ติน : ได้ข่าวว่ามีเรื่องดีๆ เกี่ยวกับการแสดงหนังด้วย??
หลินโกะ : ใช่ค่า ล่าสุดก็ไปแคสหนังเรื่องกอดมา แล้วก็ได้เล่นเป็นแฟนเก่าของตุ้ย af3 ค่ะถึงจะได้เล่นไม่กี่ฉาก แต่ก็สนุกมากค่ะ แล้วก็ได้อะไรหลายๆ อย่างเลย ทำให้ทราบว่า การถ่ายหนังเนี่ย เป็นยังไง การทำงานของกองถ่ายเป็นยังไง ที่ปลื้มสุดๆ ก็ที่ได้คำชมจากพี่ๆทีมงาน กับพี่ผู้กำกับค่ะ ที่บอกว่า หลินมีพรสวรรค์ ดีใจมากๆ เลยค่ะ
มีรูปคู่กะตุ้ยมาให้ดูด้วยค่ะ
พี่ติน : ว้าว จะเป็นดาราแล้ว แล้วหลินโกะคนนี้มีปรัชญาชีวิตบ้างไหม
หลินโกะ : หลินเชื่อว่า ไม่มีอะไรเลวร้ายที่สุดค่ะ ถึงวันนี้จะแย่แล้ว แต่ยังไงมันก็จะผ่านพ้นไปได้เสมอ ทุกอย่างต้องมีทางออก ฟ้าหลังฝนก็ย่อมจะมีรุ้งรออยู่แน่ๆ ถึงบางที เราอาจจะทำอะไรพลาดไป หรืออาจจะมีเรื่องอะไรให้เสียใจมากๆ แต่ก็ต้องพยายามใช้ชีวิตในวันนี้ต่อไปให้ดีที่สุด เก็บความผิดพลาดนั้นไว้เป็นบทเรียน แล้วก็เดินหน้าต่อไป สำหรับหลิน อดีตเป็นสิ่งสำคัญ หลินคิดถึงอดีตอยู่เสมอ เพียงแต่หลินจะไม่จมปลักอยู่กับมัน หลินไม่มองข้างหน้าด้วย หลินไม่อยากคาดเดาอะไรไว้ก่อน บางทีการที่มันไม่เป็นไปตามที่คิดก็มักจะทำให้เจ็บปวด แต่หลินจะอยู่กับวันนี้ ปัจจุบันนี้มากกว่า จะพยายามทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วถ้ามีเรื่องไม่ดีอะไรก็จะทิ้งไว้แค่วันนั้น วันต่อไปก็เริ่มใหม่ จะไม่เก็บสิ่งไม่ดีมาเครียดนานค่ะ
 
พี่ติน : ถ้าได้เกิดอีกรอบ อยากจะเกิดเป็นอะไรดี
หลินโกะ : คำถามนี้ตอบยากอะค่ะ อันที่จริง ไม่ต้องเกิดอีกจะดีกว่านะ เป็นคนเหนื่อยอะค่ะ แต่ถ้าให้เป็นสัตว์อย่างอื่นก็ไม่เอานะ ไม่เหนื่อยแต่ลำบาก 55+ ก็คิดว่า คงจะเลือกเกิดเป็นตัวเองอีกมั้งคะ ยังไงเป็นตัวของเราเองก็ดีที่สุดแล้ว แต่ถ้าเป็นอย่างอื่นอีก อืม....คงอยากเป็นลม เป็นอากาศมั้งคะ ถึงจะมองไม่เห็น แต่ก็สัมผัสได้ แล้วก็มีประโยชน์ ช่วยให้เย็นสบาย ทำให้หายใจอยู่ได้ ถ้าขาดไปก็คงจะแย่เลย ดูเป็นคนสำคัญดี หลินอยากเป็นคนสำคัญของใครๆ ค่ะ
พี่ติน : เปรียบเทียบหลินกับสัตว์บ้าง คำถามนี้พี่ตินชอบมากเลย
หลินโกะ : ง่ะ อันนี้ไม่รู้อะ ไม่เคยคิดเปรียบตัวเองเป็นสัตว์ซะที แต่ชอบแมวนะ เกี่ยวมั้ยเนี่ย 55+ แต่อาจารย์เคยเรียกหลินโกะว่า กระต่ายน้อยสีขาวค่ะ ไม่รู้ทำไม
พี่ติน : อะจ้า ต่อมา เรามาเล่าเรื่องที่บ้านดีกว่า ครอบครัวเป็นไง
หลินโกะ : ครอบครัวหลินโกะเป็นครอบครัวใหญ่ค่ะ มีสมาชิกทั้งหมด 6 คน คือ พ่อ แม่ พี่ชาย 3 คน แล้วก็หลิน เป็น 6 คน แต่ตอนนี้ กลายเป็น 8 คนแล้วค่ะ เพราะมีพี่สะใภ้ กะหลานชายเพิ่มเข้ามา บ้านก็เลยยิ่งคึกคักกันมากๆ เลย หลินโกะจะสนิทกับแม่ค่ะ เรียกว่าไปไหนไปกัน หลินโกะมักจะไปเดินเที่ยวกับแม่ ไม่ค่อยไปเที่ยวกับเพื่อนๆ หรอก อาจจะแปลกมั้ง อย่างเพื่อนๆ หลินโกะเขาก็ไปไหนมาไหนกับเพื่อนด้วยกัน แต่หลินเลือกที่จะไปกับแม่มากกว่าไปกับเพื่อน ดีออกนะ ไปกับแม่ แม่ก็จะช่วยเลือกของให้ด้วยว่าอะไรดีไม่ดี อย่างเสื้อผ้า ถ้าแม่หลินโกะบอกว่าไม่ดี ไม่สวย แพงไปนะ หลินโกะก็ไม่เอาเลย เชื่อแม่ค่ะ ข้อดีอีกอย่างคือ เวลาไปกะแม่ แม่ก็จะเป็นคนจ่ายเงินค่ะ 55+

พี่ติน : แล้วพี่ชายทั้งสาม (สนใจพี่ชายทันที 555)
หลินโกะ : พี่ชายสามคนของหลินโกะ ก็ออกแนว 3 หนุ่ม 3 มุมค่ะ พี่คนโตอายุห่างจากหลิน 9 ปี เขาจะขี้เล่น ขี้แกล้ง ชอบแกล้งหลิน ให้หลินโกรธ สมัยก่อนตอนกินข้าวเช้าด้วยกัน พี่เขาต้องหาเรื่องให้หลินโกรธ ด่าเขาทุกเช้า แล้วแม่ก็จะดุหลิน พี่เขาถึงเลิกแกล้งได้ แต่เดี๋ยวนี้เขาไม่ค่อยแกล้งหลินแล้วค่ะ เพราะพี่เขาแต่งงานแล้ว มีคนอื่นให้แกล้งแล้ว ก็เลยเลิกแกล้งหลิน 55+(คนนี้ตัดไป - - อติน)พี่ชายคนที่สอง อายุห่างจากหลิน 8 ปีค่ะ ตอนนี้หลินโกะสนิทกับพี่คนนี้ที่สุด เพราะว่าพี่เขาจะเป็นคนรอรับหลินกลับบ้าน คือ ช่วงปี 1 หลินย้ายบ้านไงคะ ย้ายไปแถวสุวรรณภูมิ ไกลจากท่าพระจันทร์มากๆ ทุกวันพี่เขาก็เลยต้องรอรับหลินครึ่งทาง บางวันหลินต้องทำกิจกรรมเย็น พี่เขาก็จะโทรมาจิกทุกต้นชั่วโมงเลย แล้วพี่เขาค่อนข้างปากร้าย บางทีเขาก็ว่าจนหลินร้องไห้เลย แต่หลินโกะก็รู้แหละว่าเขาทำงั้นเพราะเขาห่วง (คนนี้แอบดุ - - “)พี่ชายคนที่สาม อายุห่างจากหลิน 5 ปีค่ะ ตอนนี้พี่คนนี้ไปอยู่หอค่ะ เพราะว่าบ้านไกลมาก เขาไปทำงานไม่สะดวก แต่ก็จะกลับบ้านทุกสัปดาห์ค่ะ กับพี่คนนี้ จะคุยกันเรื่องสบายๆ ค่ะ เรื่องเกม เรื่องการ์ตูน เรื่องหนัง พี่คนนี้เป็นคนเดียวที่ดีใจ แล้วก็บอกว่าเจ๋งว่ะ ตอนที่หลินได้เล่นโฆษณา ได้เล่นหนัง ในขณะที่คนอื่นในครอบครัวทำหน้าเครียด เพราะว่ากลัวจะถูกหลอก แล้วก็ไม่สะดวกไปรับไปส่งหลินตอนเช้าๆ(ว้าว พี่ชายคนที่สามดูจะน่ารักนะน้องหลิน อิอิ)ทุกวันเกิดของหลิน ก็จะได้ไปกินข้าวพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัวค่ะ 8 คนเลยทีเดียว เวลาอยู่กันครบทั้งบ้าน แล้วบ้านจะแคบไปถนัดตาเลยค่ะ เพราะว่าไม่มีที่นั่ง 55+ แต่ก็สนุกครึกครื้นดีค่ะ จะขุดเรื่องขำๆ เก่าๆ มาเล่ากันเฮฮาเสียงดังทีเดียวอยากให้ถึงวันเกิดเร็วๆค่ะ จะได้ไปกินข้าวพร้อมหน้ากันอีก ลืมบอกไป วันเกิดหลินโกะ 5 ธันวานะคะ ขอของขวัญด้วยนะ plz~~!!!
พี่ติน : ตอนนี้หลินโกะชอบอะไรอยู่บ้างจ๊ะ
หลินโกะ : ตอนนี้หลินโกะสนใจเรื่องเกาหลีมากๆ ค่ะ กำลังเรียนภาษาเกาหลีอยู่ด้วย ก็พอได้นิดหน่อย แต่ยังไม่เก่งมากเท่าไหร่ นอกจากนี้ ก็กำลังชอบเพนท์เสื้อค่ะ เพิ่งซื้อปากกาเพนท์มาด้วย ก็เลยเอามาเพนท์ให้เพื่อน แล้วก็ทำเสื้อเอง มีรูปมาโชว์ด้วยค่ะ
นี่เป็นเสื้อที่หลินเพนท์เองตัวแรกค่ะ เพนท์ไปรับทงบังชินกิ แต่น่าขายหน้า เพราะใช้ภาษาเกาหลีผิดไวยากรณ์ค่ะ ก็ตอนนั้นยังไม่ได้เรียนเลยนี่นา
นี่เป็นด้านหลังค่ะ พยายามวาดเป็นมิคกี้ แต่ไม่เหมือน
ตัวที่สอง ตัวนี้ ไม่ได้เพนท์ แต่เย็บเอาค่ะ ความจริงตรงแขนเสื้อมีเข็มกลัดด้วยค่ะ
ตัวที่สาม เอาเสื้อแจกฟรีมาทำค่ะ ทำเลเยอร์เอง ติดปีกเองหมดเลยทั้งตัว
นี่ด้านหลัง เขียนว่า หลินโกะเยโย แปลว่า หลินโกะค่ะ
อันนี้เป็นเสื้อคู่ค่ะ เพนท์เอง ทำเลเยอร์เอง
นี่เป็นด้านหน้าของตัวผู้ชายค่ะ เขียนว่า สำหรับฉัน ผู้ชายคนนี้ดีที่สุด หล่อที่สุด และ เป็นคนที่ฉันอยากอยู่ด้วยตลอดไป ...นี่~หวานมั๊ยล่ะ คิคิ เขิล~
ส่วนนี่เป็นตัวของผู้หญิงค่ะ เขียนว่า ฉันไม่ได้สวยที่สุด ไม่รวยที่สุด และไม่ฉลาดที่สุด แต่ (ด้านหลังมีต่อว่า รักเธอที่สุด)
หลินโกะชอบทำของให้เพื่อนๆ ค่ะ รู้สึกว่ามีคุณค่าทางใจมากกว่าของที่ซื้อให้ ก็จะชอบทำเสื้อ ทำการ์ดให้ วาเลนไทน์ก็ทำช็อคโกแลต บางทีก็มาคิดเหมือนกันว่า คนรับเขาจะอยากได้ของที่เราทำเองรึเปล่า แล้วก็มานั่งเครียดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเหมือนกัน
พี่ติน : อืม มาต่ออีกรอบ อยากให้หลินโกะเล่าถึงตัวเองให้ฟัง แบบละเอียดทีเดียว
หลินโกะ : ก็...ให้ตัวเองพูดถึงตัวเองนี่พูดยากนะ อย่างที่หลินบอกไปแล้วว่าหลินเป็นคนมองโลกในแง่ดีค่ะ ทุกคนสำหรับหลินเป็นคนดีหมด หลินจะไม่ค่อยมองใครไม่ดี หลินเป็นคนลืมง่าย ใครทำอะไรไม่ดีไว้กับตัวเอง เดี๋ยวเดียวหลินก็ลืมแล้ว จะจำแต่เรื่องดีๆ ไม่รู้จะเจ้าคิดเจ้าแค้นทำไมให้ตัวเองเหนื่อยเอง มันเหมือนทำร้ายตัวเองอะค่ะ ถ้าทำแบบนั้น แต่บางทีหลินก็คิดมากเหมือนกัน จะคิดมากเรื่องปัญญาอ่อน ที่ไม่ควรต้องคิดมาก อย่างหลินจะเป็นคนกังวลกับความรู้สึกคนอื่น ว่าถ้าเราทำยังงี้เขาจะรู้สึกยังไง จะเสียใจรึเปล่า อะไรแบบนั้น จนมีหลายคนบอกหลินว่า ให้คิดถึงความรู้สึกตัวเองบ้างเถอะ อย่าเอาแต่คิดถึงคนอื่น ซึ่งทำไม่ค่อยได้ค่ะ คนที่ไม่รู้จักหลิน ไม่เคยคุยกับหลิน จะมองว่าหลินคบยาก เพราะหลินหน้าเฉยๆ อย่างเพื่อนสนิทหลินตอนแรกๆ ที่เห็นหลิน ที่คบกันใหม่ๆ เขายังบอกเลยว่าหลินหน้านิ่งมาก บางทีเหมือนหลินกำลังโกรธ เพราะหลินจะเป็นคนพูดตรงๆ ด้วยสีหน้าเฉยๆ เหมือนดุๆ ทั้งที่จริงๆ หลินไม่ได้คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ พยายามปรับแล้วนะ แต่ไม่รู้ว่าหายรึยัง อาจจะยิ่งกว่าเดิม 55+ แล้วด้วยการแต่งตัวหลินด้วยมั้ง หลินชอบแต่งตัวสไตล์ญี่ปุ่นเกาหลี สไตล์เด็กๆ นานๆ ทีจะแต่งเหมือนวัยรุ่นทั่วไป บ่อยครั้งมากที่หลินโดนทักเป็นเด็กม.ต้น ม.ปลาย เคยถูกเด็กประมาณม.1 แซวด้วย ซึ่งปกติเด็กๆ มักจะไม่กล้าแซวคนอายุมากกว่านะ คิดว่า แต่นี่ไม่รู้จักกัน มาแซวเราที่ฟูดคอร์ทเลย ก็ขำๆ ดีหลินว่าหลินติดนิสัยพี่ชายคนรองมานะ คือ จะค่อนข้างรักษาสิทธิ์ของตัวเอง ถ้าเราควรจะได้ เราก็ต้องได้ ไม่งั้นโวย เคยไปโวยที่ร้านแดรี่ควีน คือซื้อไอติมสตรอว์เบอร์รี่แล้วมันไม่มีสตรอว์เบอร์รี่ ก็ไปโวยเลย เขาก็ทำแก้วใหม่ให้ 55+ เคยไปกินสุกี้เพราะว่าได้ส่วนลดมา แล้วปรากฏตอนจ่ายเงินเขาบอกว่าส่วนลดที่เราได้มามันใช้ไม่ได้ หลินกะพี่ก็โวยสิ โวยทั้งร้านสุกี้ ทั้งโทรไปที่ที่ให้ส่วนลดมา ซีดกันทีเดียว ผู้จัดการร้านต้องมาขอโทษกันยกใหญ่เลย 55+ แต่หลินก็จะไม่ไปยุ่งกะสิทธิ์คนอื่นนะ อย่างเรื่องแต่งตัวเนี่ย หลินว่าหลินค่อนข้างจะแต่งตัวแปลก คนก็จะมองเยอะ หลินก็จะไม่ว่าคนที่มองนะ ก็เป็นสิทธิ์เขา เขามีตาเขาก็มองได้ อีกอย่าง อย่างบางเรื่องของเพื่อนๆ ที่มาเล่าให้เราฟัง ว่าคนนั้นไม่ดีอะไรแบบนั้น หลินฟังแล้วก็จะเฉยๆ คือ เหมือนเขาทำไม่ดีกะเพื่อนเรา ไม่ได้ทำกับเรา หลินก็คิดว่า หลินไม่มีสิทธิ์จะไปโกรธหรือว่าอะไรเขาจนกว่าเขาจะทำไม่ดียังงั้นกับเราก่อน

พี่ติน : แล้วหลินโกะคิดยังไงกับเว็บเด็กดีดอทคอม
หลินโกะ : เว็บเด็กดีเป็นเว็บของวัยรุ่นค่ะ เหมือนเป็นเวทีเปิดกว้างให้เด็กๆ กับวัยรุ่นได้มารวมตัวกันบนโลกไซเบอร์ เปรียบเหมือนเป็นบ้านในโลกไซเบอร์เลยก็ว่าได้ค่ะ เหมือนเป็นแหล่งที่รวมกิจกรรมดีๆ ที่สร้างสรรค์ของวัยรุ่น ไว้ด้วยกัน อยากระบายอะไรก็เขียนไดฯ มีเรื่องสุขอยากแบ่งปันก็เล่าให้ฟังผ่านไดฯ หรือจะไปคุยกะเพื่อนๆ ในบอร์ดก็ได้ ทำให้ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ด้วย ถ้าจะหาความรู้ ก็มีเรื่องราวต่างๆ ให้ค้นหามากมาย ตามหน้าบทความมีเรื่องน่าสนใจต่างๆให้อ่านเยอะแยะ หรือถ้าจะเน้นบันเทิงล้วนๆ ก็ต้องไปอ่านฟิคที่เพื่อนๆ คนอื่นแต่ง เรียกว่าเป็นเวทีให้แสดงความสามารถด้วย สำหรับคนที่ชอบขีดๆ เขียนๆ ก็แต่งฟิคของตัวเองมาลงก็ได้ หรือจะพรีเซนต์เรื่องแต่งมายไอดีก็ได้สำหรับหลินนะ หลินว่า เว็บเด็กดี เป็นบ้าน เป็นเพื่อน เป็นครอบครัว เป็นสัตว์เลี้ยง เป็นอะไรก็ตามที่เวลาเราเหงาๆ เศร้าๆ เขาก็จะอยู่ตรงนั้นคอยปลอบใจ และให้กำลังใจเราเสมอ ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็อบอุ่นไม่เปลี่ยนค่ะ อ้อ ปล.นิดนึง บางทีเว็บชอบล่ม แอบเซ็งนะคะเนี่ย (โน้ต - - ปอน - - เต้ รับไป....)
พี่ติน : ถ้าให้ทำงานในเว็บเด็กดี น้องหลินโกะอยากทำด้านไหน (ฝีมือหนูไม่เลวเลยนะเนี่ย เดี๋ยวนำเสนอให้)
หลินโกะ : เป็นคนสัมภาษณ์แบบที่พี่อตินทำอะค่ะ เพราะว่าจะได้คุยกับคนหลายๆ คน ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกัน ได้รู้จักแง่มุมใหม่ๆ แล้วก็ที่สำคัญได้เพื่อนใหม่ค่ะ หลินเป็นคนที่ไม่รู้วิธีเข้าไปคุยกับคนอื่น แล้วก็หน้าเฉยๆ ด้วย ก็เลยเพื่อนน้อยค่ะ ก็เลยอยากมีเพื่อนเยอะๆ
(พี่ตินก็ตกงานละสิทีนี้ ฮิๆ)
พี่ติน : เอาละ ขอมายไอดีไว้ให้เพื่อนๆ เข้าไปเยี่ยมเยียนกันหน่อยจ้า
หลินโกะ : http://my.dek-d.com/winterwind ค่าแต่ว่าอาจไม่ค่อยได้เข้าไปนะ งานเยอะมากๆๆๆๆๆ ฝากข้อความไว้ก็ได้นะคะ
พี่ติน : ฝากอะไรไว้ก่อนไปดีเอ่ย
หลินโกะ : ฝากตัวฝากใจ รักน้อยๆ แต่รักนานๆนะคะ แหวะ เสี่ยว!!!
ทั้งน่ารักสดใสสนุกสนานมากมายขนาดนี้น้องๆ หลงรักน้องหลินโกะคนนี้หรือยังพี่ตินหลงเข้าไปครึ่งตัวแล้วละ อิอิ
 
Meet #95 : หลินโกะ
Interviewer : อตินเอง
พี่เต้จัง
พี่เต้จัง - Designer ดีไซน์เนอร์ประจำเว็บไซต์ Dek-D.com

แสดงความคิดเห็น

กระทู้นี้ถูกปิดการแสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น