การกลับมาของ"กล้องฟิล์ม" เสน่ห์ความพร่องที่ "ดิจิทัล" ทำไม่ได้

 

              ใครที่กำลังหลงใหลในมนต์เสน่ห์แห่งการถ่ายภาพเหมือนอย่างพี่ผึ้ง ทั้งเป็นช่างภาพสมัครเล่น หรือนายแบบนางแบบจำเป็นทั้งหลาย คงจะชินกับการใช้กล้องดิจิตอลที่ถ่ายปุ๊บดูภาพได้ปั๊บ แถม ... ไม่สวยเพียงแค่ลบมันทิ้งไปและหันกลับไปถ่ายใหม่ก็เท่านั้น อะไรมันจะสะดวกสบายขนาดนั้น แต่กลับมีคนจำนวนไม่น้อยที่หันกลับไปใช้กล้องฟิล์มอีกครั้ง อยากรู้ว่าเพราะอะไร ... ตามมา

 

 

กระแสแฟชั่นภายใต้โลกกลมๆนี้ มักจะหมุนเวียนกลับไปกลับมาเสมอ...

ในแวดวงแห่งการ"บันทึกภาพ" ก็เช่นเดียวกัน

หลังจากระบบถ่ายภาพดิจิทัลเข้ามาระบาดในเมืองไทยช่วงหลายปีที่มาค่ายกล้องฟิล์มปรับตัวสู่ดิจิทัล จนทำเอาบริษัทฟิล์มหลายแห่งถึงขั้นปลดพนักงาน ยอดขายต่ำเตี้ยเรี่ยราด

 

 

ท่ามกลางกระแสอันเชี่ยวกรากเหล่านั้นภาพถ่ายแนว "โลโมกราฟฟี" (LOMOGRAPHY) เครื่องหมายการค้าของ Lomoggraphische AG ประเทศออสเตรีย โดยตั้งชื่อตามกล้องโลโม แอลซี-เอแบบดั้งเดิมที่ผลิตโดยบริษัท LOMO PLC ในรัสเซีย ให้ภาพสีบกพร่อง เช่น สีจัดเกินจริง มีขอบดำเป็นวงล้อมรอบ กลายเป็นเสน่ห์สุดเก๋ ผสานกับกฎอีก 10 ข้อของการถ่ายภาพแบบโลโม เช่น พกกล้องโลโมติดตัวเพื่อถ่ายภาพได้ทุกเวลา ไม่ต้องคำนึงถึงทฤษฎีการถ่ายภาพใดๆ ฯลฯ ตลอดจนคลอดอีเวนท์ใหม่ๆ อย่างการรวบรวมภาพจากบรรดาช่างภาพโลโมทั่วหล้า สร้างเป็นกำแพงขนาดใหญ่ในงาน "โลโม เวิลด์ คองเกรส" หมุนเวียนจัดในหลายประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2540 โดยจัดที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนกันยายนเป็นแห่งล่าสุด เหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยฉุดให้ความนิยมในกล้องฟิล์มหวนกลับมาอีกครั้ง

 

 

สำหรับความนิยมกล้องโลโมในเมืองไทยเริ่มจากชุมชนออนไลน์ในเว็บไซต์พันทิปดอทคอมเมื่อสมาชิกทวีจำนวนมากเข้า จึงมีการตั้งเว็บไซต์รวมพลคนรักกล้องโลโมโดยเฉพาะ ในนาม www.lomothai.com ตั้งแต่เมื่อประมาณ 3-4 ปีก่อน และกรุงเทพฯ ยังเป็นเมืองล่าสุดที่เครือข่ายกล้องโลโมหรือ "สถานทูตโลโม" มาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่ซอยสุขุมวิท 39 เคียงขนาบกับเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกอีกกว่า 70 แห่งวูฟกังสตรันซิงเกอร์ หนึ่งในสามผู้ค้นพบความมหัศจรรย์ของกล้องโลโม และเป็นผู้เผยแพร่วัฒนธรรมโลโมไปทั่วโลก นับตั้งแต่ปี 2535 กล่าวว่า เหตุที่เลือกไทยเป็นประเทศล่าสุดในการตั้งสถานทูต เพราะที่นี่มีชุมชนคนใช้กล้องโลโมที่แข็งแรงมาก เห็นได้จากเครือข่ายใหญ่ใน www.lomography.com คนไทยเข้าไปแสดงรูปจากกล้องโลโมไว้มากมาย จากจำนวนภาพที่มีผู้โพสต์ทั่วโลก 6,000 ภาพต่อวัน มีของคนไทยประมาณ 3,000 ภาพ ซึ่งสถานทูตจะเป็นตัวกลางในการรวมพลคนรักกล้องโลโม จัดกิจกรรมต่างๆ พร้อมจำหน่ายกล้องโลโม

 

สิ่งที่ช่วยทำให้โลโมกราฟฟีไม่ได้เป็นแค่กระแสชั่วคราวและยังคงได้รับความสนใจต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการผลิตกล้องรุ่นใหม่ๆ ตามใจสมาชิกออกมาเรื่อยๆ และกล้องแต่ละรุ่นก็จะให้ผลลัพธ์แตกต่างกันไป บางรุ่นสามารถถ่ายภาพได้ถึง 9 เฟรมในภาพเดียว แต่กระนั้น กล้องดิจิทัลหรือโปรแกรมตกแต่งรูปก็ยังคงตามมาลอกเลียนเอกลักษณ์ของโลโมไปจนได้ ซึ่ง วูฟกัง บอกว่า ไม่เคยกังวลถึงตรงนี้ แต่ขอฝากว่าโลโมเป็นเครื่องหมายการค้า เป็นลักษณะเฉพาะของกล้องฟิล์มเท่านั้น ไม่ควรเอาไปเรียกมั่วๆ ในอย่างอื่น

 

 

อย่างไรก็ตามด้วยความเติบโตของกล้องดิจิทัลที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมฟิล์ม เขามองว่า อนาคตโลโมอาจผลิตฟิล์มเองก็เป็นได้

"ผมเคยมีความคิดผลิตกล้องดิจิทัล แต่การสร้างไลฟ์สไตล์ สร้างคัลเจอร์ใหม่ๆ จากกล้องโลโม ก็ทำให้ความเฉพาะกลุ่มมันอินเทรนด์ คนที่จับแต่กล้องดิจิทัล มาเห็นโลโมก็จะตื่นเต้น ต่อไปเราอาจจะผลิตผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชื่อโลโมขึ้นมา เช่น กระเป๋า รองเท้า หรือจะเป็นโรงแรมโลโมก็ยังได้ แต่เราไม่ลืมจุดกำเนิดดั้งเดิมว่าเป็นการถ่ายรูป ซึ่งมันทำให้เราได้เพื่อนใหม่ๆ ที่เข้าใจอะไรเหมือนๆ กัน มีอะไรบางอย่างร่วมกัน" วูฟกังกล่าว

 

 

ด้านเทอดธรรมรัตนประทีป หนุ่มทำงานผู้หลงในในเสน่ห์ของโลโม โดยมีกล้องโลโม 7-8 ตัว บอกเล่าว่า เมื่อก่อนเขาถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลธรรมดา แต่เมื่อได้มารู้จักกล้องโลโม เห็นว่าจุดดำๆ รอบภาพที่วงการภาพถ่ายถือว่าเป็นจุดบกพร่องนั้นดูมีเสน่ห์ จึงทำให้เริ่มสนใจ เช่นเดียวกับ พิชญาเจริญวิเชียรฉาย ข้าราชการสาว แจงว่า เธอมีกล้องโลโมไม่ต่ำกว่า 10 ตัว ซึ่งทำให้เธอได้ออกไอเดียตลอดเวลาว่าวันนี้จะถ่ายรูปแบบไหน เพื่อจะเลือกกล้องให้เข้ากับภาพที่อยากได้ ที่สำคัญยังได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ ที่สนใจอะไรเหมือนๆ กันผ่านโลกออนไลน์ด้วย

ขณะที่ฐานิสสุดโต ช่างภาพข่าวมืออาชีพให้ความเห็นว่า เพราะผลลัพธ์แปลก สามารถเก็บเรื่องเก็บราวได้เร็ว รวมทั้งพกพาสะดวก ทำให้ช่างภาพที่ต้องถ่ายภาพเหตุการณ์จริงเช่นเขาและเพื่อนช่างภาพข่าวหลายคนหันมาถ่ายภาพโลโมเป็นงานอดิเรกกันเป็นแถว นอกจากนี้ โลโมกำลังเป็นที่นิยมมากในหมู่นักศึกษา ดูได้จากกระทู้ในเว็บโลโมไทยที่มีนักศึกษาเข้ามาถามไถ่ความเคลื่อนไหวบ่อยๆ

ลมหายใจของฟิล์มจึงยังไม่สิ้นสุดด้วยประการฉะนี้

 

          พี่ผึ้งไม่แปลกใจเลยที่มีคนจำนวนไม่น้อยมาชุมนุมกัน รวมตัวเป็นชาว LoMo ก็แหมมันน่าเล่นน่าใช้ และมีลูกเล่น(เก๋ไก๋)เฉพาะตัวขนาดนั้น จนฮิตฮอตกันทั่วโลกขนาดนี้ ภาพถ่ายที่ได้สวยแปลกตาดี สงสัยว่างๆ ต้องแวะไปหามาดูเล่นซักอัน หรือไม่ขอแค่ลองจับลองถือดูก็ยังดี หุหุ...เห็นแล้วต่อม Wantจะทำงานอีกแล้ว  ใครมียาแก้ดีดีบ้าง  ส่งให้พี่ผึ้งด่วน 

 

 

 

 

 พี่ผึ้ง : ขอขอบคุณข้อมูลจาก คมชัดลึก และภาพประกอบ www.lomography.com 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

16 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กร่าแต 5 เม.ย. 51 22:26 น. 16
เปนคนภาพแนวนี้อยุแร้ว สีจัด สวยมากก แถมเปนคนชอบของเก่าๆอยุแร้ว สวยมากคร่ะ กะลังศึกษาอยุพอดี ว่างๆ เด่วจาเข้าไปที่สถานทูตนะคร่ะ**
0
กำลังโหลด
เพ้อฝัน(sukita) Member 11 ม.ค. 53 14:09 น. 18
 กล้องแนวโลโม่ จะมีหลายแบบหลายๆราคาค่ะ ถ้าเป็นกล้อง Toy ราคาจะอยู่ประมาน 500บาทค่ะ
คือราคาเริ่มที่ 500-เป็นหมื่นก็มี ถ้าใครสนใจลอง หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต หรือลองไปที่สถานทูตโลโมไทยได้นะคะ
น่าจะอยู่แถว สุขุมวิทย์ 39คะ ลงรถไฟฟ้าที่สถานีพร้อมพงษ์ก็ได้
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด