สุดยอดศิลปะนาวาสถาปัตยกรรม เรือ 52 ลำใน“กระบวนพยุหยาตราชลมารค”

 

          ผ่านไปแล้วสำหรับ “กระบวนพยุหยาตราชลมารค” ที่ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศจะได้ชื่นชมกับความสวยงาม วิจิตรตระการตา กับศิลปะนาวาสถาปัตยกรรมในการออกแบบรูปทรงลำเรือพระราชพิธี ที่เคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิตจริง ด้วยฝีพาย ที่พายได้พร้อมเพรียงงามสง่างามมาก ยิ่งเมื่อประกอบกับกาพย์เห่เรืออันไพเราะประทับใจ ราวกับพี่ผึ้งได้ย้อนเวลากลับสู่อดีตอีกครั้งหนึ่ง แต่น้องๆ รู้หรือไม่ว่า เรือพระราชพิธีใน“กระบวนพยุหยาตราชลมารค” มีทั้งหมดกี่ลำ และชื่ออะไรกันบ้าง หุหุ ถ้าไม่รู้...ตามมาเร็ว ปีหน้าจะได้ชมอย่างสนุกและรู้เรื่องมากขึ้นจ๊ะ ถ้ามีใครถามก็ตอบได้ถูก เท่...มากๆๆ

 

 
       กระบวนพยุหยาตราชลมารค(หรือขบวนเรือพระราชพิธี หากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ได้เสด็จประทับในเรือพระที่นั่ง)และประเพณีเห่เรือ ถือเป็น "มรดกทางวัฒนธรรม" ที่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโลกที่เมืองไทยเท่านั้น
       
       โดยเรือพระราชพิธีใน“กระบวนพยุหยาตราชลมารค” รังสรรค์ขึ้นด้วยศิลปะหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นศิลปะนาวาสถาปัตยกรรมในการออกแบบรูปทรงลำเรืออันวิจิตรตระการตา อีกทั้งยังมากไปด้วยประโยชน์ใช้สอย ศิลปะจิตรกรรมในการออกแบบลวดลายอันสวยสดงดงาม ในขณะที่งานศิลปะประติมากรรมที่ได้แก่ การแกะสลักนั้น ช่างได้บรรจงสลักอย่างมีมิติตื้นลึก มีแสงและเงา มีท่วงทำนองการทอดจังหวะของลวดลาย
       
       เมื่อเรือพระราชพิธีโลดแล่นในแม่น้ำ จึงดูเคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิตจริง และยามที่ฝีพาย พายพร้อมกันจะดูพร้อมเพรียงงามสง่ามาก ยิ่งเมื่อประกอบกับกาพย์เห่เรืออันไพเราะประทับใจ กระบวนพยุหยาตราชลมารคจึงเป็นหนึ่งในความประทับใจไม่รู้ลืมของผู้ที่ได้ชม ซึ่งกระบวนพยุหยาตราชลมารคนั้น ใช้เรือรวมทั้งสิ้น 52 ลำ ระยะต่อระหว่างลำ 40 เมตร เว้นเรือพระที่นั่ง 80 เมตร ระยะเคียงระหว่างริ้ว 20 เมตร ความยาวของกระบวน 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร

 

เรือเสือทยานชล

       ในส่วนของเรือประเภทต่างๆ ที่ใช้ในขบวนเรือพระราชพิธีนั้น มีดังนี้
       
       เรือประตูหน้า คือเรือทองขวานฟ้า และเรือทองบ้าบิ่น เป็นเรือคู่แรกของขบวน ตามด้วยเรือพิฆาต เป็นเรือรบที่อยู่ในริ้วที่ 2 และริ้วที่ 4 ถัดจากเรือประตูหน้าเข้ามาในกระบวน หัวเรือเป็นรูปเสือ มีปืนจ่ารงตั้งที่หัวเรือ ได้แก่เรือเสือทยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์

 

เรือดั้ง

       เรือดั้ง เป็นเรือไม้ทาน้ำมัน บางลำทาสีทอง (เรือดั้ง 21 และเรือดั้ง 22) ไม่มีลวดลาย ใช้สำหรับเป็นเรือรอบนอกของกระบวนโดยอยู่ในริ้วขวาสุดและริ้วซ้ายสุด ริ้วนอกด้านหน้าของกระบวนมี 11 คู่ หรือ 22 ลำ ได้แก่เรือดั้ง 1-22 โดยเลขคี่อยู่ด้านขวา และเลขคู่อยู่ด้านซ้าย

 

เรือกลองนอก(อีเหลือง)

       เรือกลองใน-เรือกลองนอก เป็นเรือกราบ อยู่ในริ้วกลางหรือริ้วที่ 3 มีปี่ชวาและกลองแขกสำหรับบรรเลง มี 2 ลำ ได้แก่เรือกลองใน (เรือแตงโม) อยู่บริเวณกลางกระบวนข้างหน้าเรือพระที่นั่ง เป็นเรือสำหรับผู้บัญชาการกระบวนเรือ และเรือกลองนอก (เรืออีเหลือง) อยู่หน้าสุดของริ้วกลาง เป็นเรือสำหรับรองผู้บัญชาการกระบวนเรือ
       
       เรือตำรวจใน-เรือตำรวจนอก เป็นเรือกราบ มีพระตรวจหลวงชั้นปลัดกรมนั่งคฤห มี 2 ลำ ได้แก่เรือตำรวจใน อยู่ในริ้วกลางหน้าเอพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือตำรวจนอก อยู่ถัดจากตำรวจใน

 

เรือรูปสัตว์

       เรือรูปสัตว์ เป็นเรือแกะสลัก หัวเรือเป็นรูปขุนกระบี่ รูปอสูร รูปพญาวานร และรูปครุฑ ปัจจุบันมีอยู่ 8 ลำ หรือ 4 คู่ จัดให้อยู่มนริ้วกระบวนที่ 2 และริ้วกระบวนที่ 4 อยู่ถัดระดับเรือตำรวจนอกเข้ามา โดยมีตำแหน่งเรือคือริ้วที่ 2 เรืออสุรปักษี เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือสุครีพครองเมือง และเรือครุฑเตร็จไตรจักร ริ้วที่ 4 เรืออสุรวายุภักษ์ เรือกระบี่ราญรอนราพย์ เรือพาลีรั้งทวีป และเรือครุฑเหินเห็จ

 

เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์

       เรือพระที่นั่ง จัดว่าเป็นเรือที่สำคัญที่สุดและสง่างามที่สุดในกระบวน ประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช

 

เรือคู่ชัก (เอกชัยเหินหาว)

       เรือคู่ชัก เป็นเรือที่ทำหน้าที่นำเรือพระที่นั่ง โดยอยู่ทางเบื้องขวาเฉียงไปทางซ้าย คือเรือเอกชัยเหินหาว และอยู่ทางเบื้องซ้ายเฉียงไปทางข้างท้าย คือเรือเอกไชยหลาวทอง
       
       เรือตำรวจตาม ใช้เรือกราบกัญญา เป็นพาหนะของพระตำรวจรักษาพระองค์ที่ตามเสด็จในกระบวน มีตำแหน่งเรืออยู่ในริ้วกลางต่อจากเรือพระที่นั่งรอง (เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์)
       
       เรือแซง ใช้เรือกราบกัญญา เป็นเรือทหาร เรือแซงเสด็จทั้งสองข้างของเรือพระที่นั่ง โดยอยู่ในริ้วกระบวนนอกสุดของกระบวน มี 6 ลำ หรือ 3 คู่ โดยแซงด้านขวา 3 ลำ ได้แก่เรือแซง 1 เรือแซง 3 เรือแซง 5 และแซงด้านซ้าย 3 ลำ ได้แก่ เรือแซง 2 เรือแซง 4 เรือแซง 6 นอกจากนั้นยังจัดเรือแซงปิดท้ายริ้วกลางของกระบวน ต่อจากเรือตำรวจตามอีก 1 ลำ คือเรืองแซง 7 และปิดท้ายขบวนด้วย เรือประตูหลัง ใช้เรือกราบกัญญา คือเรือแซง 5 และเรือแซง
       

          แต่ละลำ สวยๆ แจ่มๆ ทั้ง 52 ลำเลย ชมกระบวนเรือพระราชพิธีใน“กระบวนพยุหยาตราชลมารค” กี่ครั้งก็อดรู้สึกชื่นชอบ และตื้นตันกับความงดงาม ที่เหล่าศิลปินไทยทั้งยุคก่อนจนกระทั่งถึงยุคปัจจุบันที่สร้างสรรค์ผลงามชั้นเยี่ยมออกมา และช่วยสืบสานศิลปวัมนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป  พี่ผึ้งขอฝากให้น้องๆ สนใจและรู้สึกภาคภูมิใจกับภูมิปัญญาของคนไทย อย่ามัวแต่เห่อกับของนอกเพราะของไทยเรานะเยี่ยมยอดที่สุดแล้วจ๊ะ

 

 

 

พี่ผึ้ง : ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก ผู้จัดการออนไลน์

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น