|
เคยมีใครสงสัยเหมือนพี่ผึ้งไหม
ภาวะ "โลกร้อน" ที่ทั่วโลกเขากำลังตื่นตัว...ตื่นกลัว
มันมีวิธีแก้ไข หรือ ปัญหามันมาจากอะไรกันแน่
หรือว่าจริงๆ แล้วมันก็ทุกอย่างเลย
ถ้ายังไงพี่ผึ้งขอนำเฉลย 5 คำถามที่คาใจที่สุดมาให้ก่อนล่ะกัน

ท่ามกลางความตื่นตัวต่อกระแส "โลกร้อน" มีคำถามมากมายที่หลายคนยังคงข้องใจ
1.ถ้าหยุดปล่อยก๊าซเรือนกระจกพร้อมกันทั่วโลกตั้งแต่วันนี้โลกจะหายร้อนเมื่อไหร่ ไม่มีทางทำให้กลับเป็นเหมือนเดิมได้ ทำได้เพียงชะลอให้ช้าลงหรือพยายามคุมไม่ให้เปลี่ยนมากเกินขีดที่เราจะปรับตัวได้ ถึงเราจะเปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทนทั้งหมดและหยุดใช้พลังงานฟอสซิลตั้งแต่วันนี้ ก๊าซคาร์บอนำดออกไซด์จะไม่หยุดและโลกยังคงร้อนอยู่เพราะมีโมเนตัม มีแรงเฉื่อย มีการคงค้างในอากาศอยู่และเพิ่มขึ้นจนไปหยุดนิ่งราวๆ ปี 2623 และแผ่นดินที่เป็นน้ำแข็งก็ยังคงละลายเรื่อยๆ แล้วปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา แม้หยุดเผาน้ำมันวันนี้ก็ต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปีกว่าจะหยุดละลาย 2.อากาศในกรุงเทพฯ ที่ร้อนขึ้นและมีหน้าหนาวสั้นลงเป็นผลจากโลกร้อนหรือไม่ โลกร้อนไม่ใช่ปัจจัยหลัก แต่เป็นเรื่องของปรากฏการณ์ "โดมความร้อน" (Heat Island) ซึ่งเกิดจากความร้อนที่ระบายจากอาคาร โดยอาคารส่วนใหญ่ออกแบบให้สะท้อนความร้อนออกไปข้างนอก ความร้อนที่สะท้อนออกมาจะสะสมในตัวเมืองเนื่องจากไม่สามารถระบายออกไปได้อย่างรวดเร็ว เป็นเหมือนโดมที่ครอบกรุงเทพฯ ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นทั้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน โดยมีวงจรที่ความร้อนจะระบายในช่วงกลางคืนแล้วเพิ่มขึ้นใหม่ในช่วงกลางวัน ดังนั้นโลกไม่ต้องร้อนเมืองก็ร้อนขึ้นได้ 3."นาข้าว" เป็นอีกตัวการสำคัญของปัญหาโลกร้อนหรือไม่ นาข้าวปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกอีกชนิด โดยการปลูกข้าวแบบน้ำท่วมขังทำให้ดินขาดออกซิเจน ซากพืชที่เน่าเปื่อยและแบคทีเรียบางชนิดจึงปล่อยก๊าซมีเทนออกมา แต่เชื่อว่าเป็นประเด็นเล็กน้อยเพราะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า 20 ปีที่ผ่านมาปริมาณการปล่อยก๊าซมีเทนจากนาข้าวทั่วโลกคงที่ แต่คาร์บอนไดออกไซด์จากภาคพลังงานนั้นเพิ่มสูงขึ้น เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากภาคพลังงานมากกว่า และเป็นการโจมตีทางด้านการเมืองที่ไม่ค่อยเป็นธรรม ซึ่งการแก้ปัญหาที่ภาคพลังงานจะได้ผลมากกว่า 4."แจกต้นไม้-ปลูกต้นไม้" ลดโลกร้อนได้ผลดีแค่ไหน? การแจกต้นไม้เป็นการรณรงค์สร้างความตระหนัก แต่อาจจะไม่ได้ผลอย่างที่อยากได้เพราะยังไม่ทราบว่าครึ่งหนึ่งของต้นไม้ที่แจกไปนั้นจะได้ปลูกหรือไม่ และแม้ว่าการปลูกต้นไม้จะเป็นเรื่องดีอย่างแน่นอน แต่การปลูกต้นไม้เพื่อดูดซับก๊าซเรือนกระจกและมลพิษต่างๆ ต้องใช้ต้นไม้ใหญ่ ต้องเป็นการสร้างป่ามิใช่เพียงการปลูกสวน และการปลูกต้นไม้คนละต้นสองต้นช่วยอะไรไม่ได้มาก ต้องใช้ต้นไม้เป็นพันเป็นหมื่นล้านต้น แต่อย่างน้อยการปลูกต้นไม้ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย 5. ลดใช้ถุงพลาสติกช่วยลดโลกร้อนได้อย่างไร? พลาสติกไม่ใช่ต้นเหตุโดยตรงของก๊าซเรือนกระจก แต่ทำให้ขยะเพิ่มขึ้นและทำให้โอกาสในการเกิดสภพาขาดออกซิเจนในที่ฝังกลบมีสูง อันเป็นสาเหตุของการเกิดก๊าซมีเทน อีกอย่างคือกระบวนการผลิตพลาสติกนั้นต้องใช้พลังงานเยอะ แม้แต่นำมารีไซเคิลก็ต้องใช้พลังงานเยอะ ซึ่งนำไปสู่การเกิดก๊าซเรือนกระจกโดยไม่จำเป็น เรียบเรียงจากส่วนหนึ่งในหนังสือ "โลกร้อน-มหันภัยหรือเข้าใจผิด" โดย ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา สำนักพิมพ์มาร์ส พับลิชชิง
พี่ผึ้งคิดว่า แค่พวกเรามีความตั้งใจจริง
ที่จะช่วยกันแก้ปัญหา "โลกร้อน" ที่ทุกคนต่างมีส่วนทำให้มันเกิดขึ้น
อย่างน้อยๆ โลกของเรามันก็น่าจะดีขึ้นกว่าทุกวันนี้จ๊ะ

พี่ผึ้ง : ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก ผู้จัดการออนไลน์ |
1 ความคิดเห็น