|
พี่นัทเป็นคนนึงล่ะที่เวลาจะเขียนอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวมีสาระหน่อยหัวสมองมันไม่ยอมแล่นทุกที...อิอิน้องๆคนไหนที่เป็นเหมือนกันวันนี้พี่นัทมีหลักง่ายๆที่เป็นจุดสำคัญสำหรับการเขียนเรียงความที่ดีมานำเสนอให้นักเขียนชาวเด็กดีให้มีสาระกันบ้างดีป่ะ เรื่องมันก็มีอยู่ว่า...
1.วางโครงสร้างแบบ 5W2H แน่นอน ก่อนจะลงมือเขียนอะไร ท่านก็ต้องมีจุดมุ่งหมายแล้วว่า จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับอะไร จากนั้น ก็ให้กำหนดโครงเรื่องโดยใช้หลัก 5W ซึ่งหมายถึง When (เมื่อไหร่) Where (ที่ไหน) Who (ใคร) What (อะไร) Why (ทำไม) ส่วน 2H ก็มาจาก How (อย่างไร) How much (มากแค่ไหน) 5W2H นี้ จะเป็นหลักให้ท่านสามารถกำหนดได้ตั้งแต่ "เวลา" ทั้งหมดที่จะใช้ในการเขียน โดยควรกำหนดให้ชัดเจนว่า จะเริ่มต้นในวันใด ละต้องเสร็จสิ้นเมื่อใด หนืออาจกำหนดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น 1-20 เมษายน เขียนบทที่ 1 เป็นต้น จากนั้น ก็เป็นการกำหนด "สถานที่" ที่ต้องใช้สำหรับการเขียน ไม่ว่าจะเป็นแหล่งข้อมูลใด ก็ให้กำหนดให้ละเอียด โดยอาจกำหนดเพิ่มเติมว่า แหล่งข้อมูลแต่ละแห่งจะช่วยให้ได้ข้อมูลใดบ้าง ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับ "ตัวบุคคล" จะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่มีความสัมพันธ์กับการเขียนทุกคน ซึ่งจะมีสิ่งที่ตามมา ก็คือ "ทำอะไร" และ "มีเหตุผลใด" จะเป็นการกล่าวถึงเหตุและผลของการกระทำของผู้เกี่ยวข้องนั้น จากนั้น ก็เป็นการกำหนด 2H ก็คือ "อย่างไร" หรือการกำหนดแนวทาง วิธีการแก้ไข / พัฒนา และท้ายที่สุดคือ "เท่าไร" จะเป็นการกำหนดถึงตัวเลขต่างๆ ...ต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างของการเขียนข่าวไฟใหม้โดยใช้หลัก 5W2H เมื่อไร (เวลา วัน เดือน ปี) ที่ไหน (บ้านเลขที่ ถนน เขต จังหวัด) อะไร (ไฟไหม้บ้าน) ทำไม - สาเหตุของไฟไหม้ (ลืมดับธูป) ใคร (บ้านต้นเพลิงเป็นของใคร และมีใครเกี่ยวข้องกับการดับไฟบ้างนอกจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงแล้ว) อย่างไร (ดับไฟได้สำเร็จ) เท่าไร (มีบ้านถูกไฟไหม้จำนวน 4 หลังคา คิดเป็นมูลค่า 1,000,000 บาท)
2."ใคร ทำอะไร" ต้องชัดเจน "ใคร ทำอะไร" เป็นประธาน และกริยาที่ทุกประโยคต้องกล่าวถึงให้ชัดเจน โดยเฉพาะการใช้สรรพนามบุคคลที่ 3 ดังนั้น หากกล่าวอย่างไม่ชัดเจน ก็จะทำให้ผู้อ่านสับสน เช่น กำลังประชุมอยู่ หากมีโทรศัพท์มา ก็ช่วยบอกว่าจะโทรกลับไปใหม่ เป็นประโยคที่ไม่ระบุให้ชัดเจนว่าใครกำลังประชุม และใครจะโทรศัพท์กลับไปใหม่
3.ดึงจุดที่สำคัญมาเป็นหัวเรื่อง สิ่งที่จะเอกสารวิชาการไม่ควรลืมคือ การดึงจุดสำคัญๆ ในแต่ละตอนมาเป็น Keyword เพื่อใช้ในการพาดหัว และผู้อ่านจะสามารถเข้าใจหรือรับรู้ได้ล่วงหน้าว่า ข้อความที่ต่อจากพาดหัวนั้น เป็นเรื่องอะไร เหมือนกับนวนิยายที่สามารถดึงความสนใจด้วยชื่อเรื่อง รือหนังสือพิมพ์ที่สามารถดึงจุดสนใจของแต่ละวรรคตอนด้วย Keyword เป็นต้น
4.เขียนให้เข้าใจง่าย งานเขียนที่ดีต้องอ่านเข้าใจง่าย แม้อ่านเพียงครั้งเดียวก็ควรเข้าใจได้คร่าวๆ ว่าผู้เขียนมีจุดประสงค์ใดในการเขียน และการเขียนให้อ่านได้เข้าใจง่ายๆ นั้น ต้องใช้ภาษาที่ผู้คนใช้เป็นประจำวัน และอาจใช้ตัวเลข เมื่อต้อการกล่าวถึงรายละเอียด
5."แบ่ง" เป็นประโยคสั้นๆ การแบ่งข้อเขียนให้เป็นประโยคสั้นๆ ในแต่ละภาษาจะแตกต่างกัน เช่น ในภาษาญี่ปุ่นจะใช้ O โดยในแต่ละประโยคหนึ่งๆ จะมีตัวอักษรไม่เกิน 50 ตัว แต่สำหรับภาษาไทยแล้ว การแบ่งข้อเขียนให้เป็นประโยคสั้นๆ จะใช้เว้นวรรค แต่ใช่ว่าจะเว้นวรรคเมื่อใดตรงไหนก็ได้ตามใจชอบนะคะ... เพราะการเว้นวรรคที่ดี ต้องสอดคล้อง และช่วยในการสื่อความหมายในประโยคให้เข้าใจง่ายขึ้น ที่สำคัญ หากท่านเว้นวรรคผิดช่วง ความหายอาจแปรเปลี่ยนไปเลยก็ได้
6.เขียนแต่ก็พอ จุดสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะช่วยให้ข้อเขียนอ่านง่ายคือ การเขียนเฉพาะหัวข้อเท่านั้น เพราะจะช่วยให้การอ่านเข้าใจได้ดีกว่าการเขียนติดกันเป็นพืด สำหรับการเขียนเฉพาะหัวข้อมีเทคนิค ดังนี้ 1. แบ่งเนื้อหาโดยใช้ 5W2H 2. บอกเป็นข้อสรุปด้วยประโยคสั้นๆ 3. ใส่หมายเลขกำกับแต่ละประเด็น 4. พาดหัวโดยใช้คำนาม เช่น ผลสรุปการศึกษาวิจัย หลักการประเมินผล ฯลฯ 5. ระมัดระวังไม่ให้เนื้อหาขัดแย้งกันเอง
เป็นยังไงกันบ้างจ๊ะ น้องๆพอจะมีหลักในการเขียนเรียนความส่งกันบ้างหรือยังเอ่ย นี่แค่ภาคแรกเองนะจ๊ะแล้วอาทิตหน้าพี่จาเอาภาคจบมาลงให้รับลองว่าเข้มข้นกว่านี้แน่นอนจ้า....ถ้าพลาดอาจเสียใจได้เด้อ
ที่มา : gotoknow.org |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?




11 ความคิดเห็น
ได้ประโยชน์
เป็นการนำร่องแก่นักเขียนหน้าใหม่ได้เป็นอย่างดี
จะนำไปใช้และปรับปรุงน้าค่ะ
ขอบคุงมากค่า