|
มาต่อกันเล้ย...ย...กับภาคต่อของการเขียนเรียงความที่ดี...ลุยๆวันนี้พี่นัทมาแนะวิธีให้น้องๆเขียนๆให้ได้สู้ๆเพื่อทักษะการเขียนที่ดีขึ้นๆนะจ๊ะ
7.เนื้อหาต้องถูกต้อง คุณค่าของงานเขียนหาอยู่ที่การใช้ภาษาดี ลื่นไหลหรือไม่เท่านั้น หากยังต้องตระหนักถึง "ความถูกต้องของข้อมูล" ดังนั้น จุดยากที่สุดในการเขียนเอกสารแต่ละเล่ม จึงมิได้อยู่ที่การสรรหาภาษาอันสละสลวย แต่อยู่ที่ความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ท่านควรอ้างอิงถึงแหล่งที่มาด้วย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ 8.อธิบายโดยใช้ข้อมูล การใช้ข้อมูลมาอธิบายรายงานของท่าน ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญ โดยเฉพาะข้อมูลที่เป็นตัวเลข หากถูกนำเสนอในรูปกราฟ / แผนภูมิ ก็จะช่วยให้งานเขียนของท่านเข้าใจง่ายขึ้น มีความเป็นวิทยาศาสตร์ น่าเชื่อถือ และสามารถนำไปประยุกต์ได้โดยง่าย
9.หลีกเลี่ยงภาษา / ศัพท์กำกวม ในภาษาประจำวันมีคำที่ให้ความหมายคลุมเครืออยู่มาก งานเขียนที่ดีจึงต้องระมัดระวังการใช้คำที่ให้ความหมายคลุมเครือ เพราะอาจทำให้ผู้อ่านสับสน โดยเฉพาะเอกสารวิชาการที่ยึดความน่าเชื่อถือเป็นหลัก เช่นคำว่า... ... ตามความเหมาะสม ด่วน ประมาณนี้ ระดับหนึ่ง เรียบร้อย ฯลฯ อะไรประมาณนี้ล่ะค่ะ่!!? นอกจากนี้ ยังต้องระวังการเกรงใจประเภท "โปรดดำเนินการตามแต่จะเห็นสมควร" แต่จงระบุ (ข้อความสำคัญๆ) ให้ชัดเจนว่า ต้องการให้ใครทำอะไร ภายในกำหนดเวลาเท่าไหร่ เช่น กำหนดเส้นตาย จำนวน ชื่อบุคคล ฯลฯ 10.การเส้นวรรคและย่อหน้าขึ้นบรรทัดใหม่ เทคนิคสำคัญที่ชวนให้งานเขียนอ่านได้เข้าใจง่ายขึ้นคือ การใช้เว้นวรรค และย่อหน้าขึ้นบรรทัดใหม่อย่างเหมาะสม (ไม่ทำลายเนื้อหาให้ผิดไปจากเดิม) เปรียบกับการพูดคุยก็ต้องมีเว้นวรรคพักหายใจ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในภาษาไทยเท่านั้นที่ต้องมีจังหวะที่เหมาะสม เพียงแต่จะใช่สัญลักษณ์ใดเท่านั้นเอง เช่นในภาาษญี่ปุ่นก็จะใช้สัญลักษณ์ "," และ "O" (โดยจะเว้นวรรคทุกๆ 150-250 ตัวอักษร) สำหรับแบ่งส่วนของข้อความในประโนค และใช้ "O" หรือ "." เมื่อจบประโยค แต่การย่อหน้า ชาวญี่ปุ่นจะใช้สัญลักษณ์เป็นรูปสามเหลี่ยมกลับหัวแทน เป็นต้น ในกรณีที่ต้องการอธิบายความหมายเพิ่มเติม ผู้เขียนก็สามารถใช้วงเล็บ "( )" หรือหากต้องการให้ผู้อ่านสะดุดตากับชื่อเฉพาะ ก็ใช้เครื่องหมายคำพูด ""
11.ระวังการใช้ภาษา / คำสะกดได้อย่างถูกต้อง งานเขียนที่สะกดคำผิด จะทำให้ด้อยค่าลง ดังนั้น หากต้องใช้คำที่ไม่แน่ใจว่าตัวสะกดที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ก็ควรใช้พจนานุกรม หรือหากมีคำที่มักสะกดผิดอยู่บ่อยๆ ก็ควรเขียนคำที่ถูกต้องติดในที่ที่มองเห็นง่ายๆ เช่น ข้างฝา 12.ตรวจทานหลังจากเขียนเสร็จสิ้นแล้ว เคยมีนักเขียนระดับชั้นครูแนะนำการเขียนแก่น้องใหม่ว่า การเขียนครั้งแรกให้ใช้หัวใจเขียน แต่การตรวจทานต้องใช้หัวสมอง และควรตรวจทานมากกว่า 1 ครั้ง เพราะการตรวจทานจะช่วยยกระดับคุณภาพให้กับงานเขียน
ดังนั้น ควรสร้างนิสัยที่หมั่นตรวจทานซ้ำไปมาหลังจากเขียนเสร็จแล้วจนแน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดแล้ว อย่างไรก็ตาม ท่านอาจทำรายการตรวจสอบ (Check List) เพื่อใช้ตรวจทาน ซึ่งอาจใช้รายการตรวจสอบเอกสารที่เขียนเสร็จแล้วต่อไปนี้ไปปรับใช้ - โครงสร้างทั้งหมดใช้ได้ (ครอบคลุมวัตถุประสงค์) หรือไม่ - มีเนื้อหาครบ การแสดงออกสมบูรณ์ตามที่ตั้งใจหรือไม่ - จุดที่ต้องการเน้นคลาดเคลื่อน หรือมีอคติหรือไม่ - ความหมายชัดเจนหรือไม่ - หลงลืมจุดสำคัญหรือไม่ - เนื้อหาต่างๆ โดยเฉพาะข้อมูลที่เป็นตัวเลข คำนามเฉพาะ ผิดหรือไม่ - มีการระบุว่าข้อมูลส่วนใดเป็นภาวะวิสัย ส่วนใดเป็นอัตวิสัยหรือไม่ และชัดเจนหรือยัง - การเว้นวรรค และการย่อหน้าขึ้นบรรทัดใหม่ รวมถึงการพาดหัวมีความเหมาะสมแล้วหรือยัง - ขนาดและรูปแบบของตัวอักษรชัดเจนอ่านสบายตาหรือไม่ (อาจให้ผู้อื่นช่วยตัดสิน) - กราฟ รูปภาพ และตารางต่างๆ วางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมหรือไม่ - ที่มาของข้อมูลต่างๆ ได้แสดงไว้หมดหรือยัง เมื่อรายการทั้งหมดข้างต้น ได้ถูกตรวจทานแล้ว ลำดับท้ายสุดของเอกสาร โดยเฉพาะเอกสารวิชาการที่จะขาดไม่ได้คือ บรรณานุกรม ที่จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือแก่เอกสาร ทั้งยังเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของหนังสือที่ท่านนำมาอ้างอิงด้วย จากนั้นก็ใส่เลขหน้า สารบัญและเผยแพร่ได้เล้ย...ย... |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?




9 ความคิดเห็น
ขอบคุณมากค่า
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ