|
น้องๆหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องของช่างซ่อมฉลองพระบาทที่เคยซ่อมแซมและตัดฉลองพระบาท ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรามาบ้างแล้ว ครั้งนี้ช่างซ่อมรองเท้าคนเก่าก็ได้มีโอกาสถวายการรับใช้ในหลวงอีกครั้ง ด้วยการซ่อมแซมรัดพระองค์ (เข็มขัด) ที่สึกหรอของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายศรไกร แน่นสีนิล หรือช่างไก่ เจ้าของร้าน ก.เปรมศิลป์ สี่แยกพิชัย ที่เคยซ่อมฉลองพระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ว่า เมื่อเร็วๆนี้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้นำรัดพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ใส่กล่องกำมะหยี่สีฟ้าวางไว้บนพาน นำมาซ่อมแซม
โดยเป็นรัดพระองค์หนังจระเข้จำนวน 7 เส้น แยกเป็นสีน้ำตาล 3 เส้น สีดำ 4 เส้น สภาพรัดพระองค์บางเส้น เป็นรอยปริแตกตามแนวตะเข็บ บางเส้นหนังจระเข้ของเดิมหลุดล่อน จนมีสภาพเก่า แต่พระองค์ไม่ทรงทิ้ง แสดงถึงความประหยัด ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระองค์ เป็นต้นแบบให้แก่ประชาชน ซึ่งรัดพระองค์หนังจระเข้ทั้งหมด ตนจะรีบซ่อมแซม โดยขั้นตอนการซ่อมแซมจะนำหนังจระเข้ชิ้นใหม่มาปะซ่อมส่วนที่สึกหรอ หากรัด พระองค์เส้นไหนมีรอยหลุดล่อนเยอะ จะดึงหนังบริเวณนั้นออก แล้วนำหนังจระเข้แผ่นใหม่ประกบเข้าไปแทนที่ ส่วนรัดพระองค์เส้นที่มีรอยปริแตกบริเวณแนวตะเข็บ จะใช้กาวทาลงไป แล้วเย็บประกบของเดิมอย่างประณีตอีกครั้ง เพื่อให้แลดูสวยงาม
ช่างซ่อมฉลองพระบาทกล่าวอีกว่า นอกจากการซ่อมแซมรัดพระองค์ของพระองค์แล้ว เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้สั่งตัดรัดพระองค์อีกจำนวน 8 เส้น แยกเป็นรัดพระองค์หนังจระเข้จำนวน 7 เส้น และรัดพระองค์หนังแกะนอกจำนวน 1 เส้น ขนาดความยาวรัดพระองค์เส้นละ 43 นิ้ว ความกว้างตั้งแต่ 2.5 ซม.-1 นิ้ว ซึ่งรัดพระองค์ทั้งหมดนี้จะรีบดำเนินการตัดให้เสร็จเร็วที่สุด โดยจะเน้นความประณีต ความละเอียดอย่างสุดฝีมือ ให้สมกับที่ได้รับความไว้วางใจ เพราะถือว่าเป็นบุญชีวิตของตนอย่างล้นพ้น ที่ในประวัติศาสตร์ของช่างทำรองเท้าคนหนึ่ง มีบุญได้ซ่อมแซมรัดพระองค์ในหลวง อยากให้คนไทยยึดพระองค์เป็นแบบอย่างถึงความพอเพียงในทุกๆด้าน
นายศรไกรยังกล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ยังสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ได้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท ในฐานะช่างซ่อมรองเท้าตัวเล็กๆ แต่ได้ซ่อมฉลองพระบาทพระองค์มาแล้ว 6 คู่ และตัดรองเท้าถวาย 7 คู่ การ ทำงานทุกครั้งจะทุ่มเทฝีมือเชิงช่างอย่างเต็มที่ เพื่อให้งาน ออกมาประณีตที่สุด ขณะที่ระยะหลังพระองค์ทรงพระ ดำเนินไม่ค่อยสะดวก อยากให้พระองค์สบาย จึงตัดรองเท้าคัตชูพื้นเสมอ ไม่มีส้น เบอร์ 43 จำนวน 2 คู่ เตรียมถวายภายในเร็ววันนี้ ซึ่งที่ผ่านมาเคยดูข่าวทางโทรทัศน์ เห็นพระองค์ใส่ฉลองพระบาทที่ตนตัดถวาย รู้สึกภูมิใจมาก
น่าภูมิใจแทนช่างซ่อมรองเท้าคนนี้จริงๆนะคะ ที่มีโอกาสได้ถวายการรับใช้ ในหลวง ของเรา ... และในโอกาสนี้พี่เหมี่ยวก็ขอน้อมรับกระแสพระราชดำริ ความพอเพียง ไว้นำมาใช้ปฏิบัติในชิวตประจำวันด้วยค่ะ ...
พี่เหมี่ยวขอขอบคุณ : ข่าวและภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐค่ะ |
44 ความคิดเห็น
ทรงพระเจริญค่ะ
" เหมือนคำพูดว่า " พอเพียง
นายเสฎฐวุฒิ อิสริยะ
รร.ยานนาเวศวิทยาคม
พระองค์ทรงเป็นผู้นำตามแนวพระราชดำริ ให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคคลบาทด้วยเศรษฐกิจพอเพียง
ขอปกป้องรักษาสถาบันกษัตริย์ไทย
ติโต ผลงานแปลชิ้นแรกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยทรงแปลจากหนังสือ Tito ของ Phyllis Auty ในปี พ.ศ. 2519 เพื่อให้ข้าราชบริพารได้ทราบถึงบุคคลที่น่าสนใจคนหนึ่งของโลก ติโต เป็นผู้ที่ทำให้ประเทศยูโกสลาเวียที่ประกอบด้วยประชาชนจากหลากหลายชนเผ่า มีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ สามารถรวมตัวกันเป็นปึกแผ่นยามที่ประเทศชาติต้องพบกับภาวะวิกฤติ เพื่อร่วมกันรักษาความอุดมสมบูรณ์ และความเจริญของประเทศไว้ หนังสือติโตนี้ ได้จัดพิมพ์เป็นเล่ม และวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2537
เศรษฐศาสตร์ตามนัยของพระพุทธศาสนา บทที่ 4 เล็กดีรสโต แปลจาก Small is Beautiful โดย E.F.Schumacher หน้า 53-63 นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ เป็นงานแปลชิ้นที่สองของพระองค์ท่าน โดยทรงแปลจากหนังสือ A Man Called Intrepid ของ William Stevenson ทรงเริ่มแปลหน้าแรกเมื่อ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2520 และแปลหน้าสุดท้ายเมื่อ 23 มีนาคม พ.ศ. 2523 โดยใช้เวลาในการแปลรวมทั้งสิ้น 2 ปี 9 เดือน 3 วัน แต่ได้นำมาจัดพิมพ์เพื่อวางจำหน่ายก่อนหนังสือติโต ซึ่งทรงแปลเป็นเล่มแรก คือจัดพิมพ์ในปี พ.ศ. 2536
พระองค์ยึกหลักทางสายกลางให้พวกเราได้เดินรอยตามพระองค์ ให้เราอยู่อย่างพอเพียง