วิธีล่อลวง(หรือชักจูง)ให้ผู้อ่านเข้ามาในนิยายของเรา (ฉบับตีพิมพ์ครั้งที่3)

เนื่องจากได้รับการเรียกร้องเข้ามามาก(?) บทความฉบับนี้จึงได้ถูกนำมารับปรุงแล้วตีพิมพ์มาเป็นครั้งที่3แล้ว
กลยุทธ์เช่นใดบ้างที่จะทำให้ท่านประสบความสำเร็จในนิยายของท่านบ้าง?

เข้ามาดูกลวิธีต่อไปนี้เลยขอรับ~

1 นามเก๋า
    นามปากกาสำคัญไฉน? สำคัญขอรับ เนื่องจากเป็นสิ่งหนึ่งที่โชว์หราอยู่หน้าเรื่อง นิยายของเราน่าจะเป็นเช่นไรบางทีผู้อ่านก็ตัดสินดูจากตรงส่วนนี้ด้วยเช่นกัน
    นามปากกาเป็นเสมือนกระจกส่องตัวผู้แต่ง นามปากกามิใช่สิ่งที่บุพการีตั้งให้(แต่บางคนใช้ชื่อจริงนะ) ดังนั้นจึงสามารถใช้วิเคราะห์ถึงลักษณะอุปนิสัยของผู้เขียนได้ส่วนหนึ่ง
เรื่องนี้สามารถสังเกตได้ง่ายๆ ลองดูนามปากกาของคนข้างเคียงดูสิ แล้วมันสื่ออะไรถึงเจ้าของได้บ้าง?
นอก จากนี้ยังแสดงถึงความน่าเชื่อถือของผู้แต่งได้อีกด้วย  ถ้านามปากกานั้นยังเขียนผิด แล้วนิยายของท่านล่ะ? จะยังน่าเชื่อถืออยู่หรือไม่? (อันนี้ไม่เกี่ยวกับผู้ที่จงใจเขียนผิดหรือเขียนผิดแต่มีข้ออ้างที่หลังนะ ฮา)
    นามปากกาเป็นตัวใบ้ถึงแนวของนวนิยายเรื่องนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องเป็นกระจกสะท้อนเจ้าของเพียงเท่านั้น แต่มันยังสามารถดึงดูด"แนว"ของผู้อ่านเข้ามาให้เราได้ด้วย
ผู้ที่ชอบแนว รักหวานแหววก็อยากจะอ่านนิยายของคนที่มีนามปากกาดูออกกุ๊กกิ๊ก ส่วนผู้ที่ชอบแนวปรัญชาจริงจังก็คงจะไม่อยากจะอ่านเป็นแน่แท้ ถึงแม้เรื่องที่แต่งจะไม่เกี่ยวกับนามปากกาที่เราใช้เลย แต่ว่าผู้อ่านที่เหลือบตามองนามปากกาเรา หลายๆคนมักจะทึกทักเอาเองโดยดูจากนามปากกาเรานี่แหละ
    นามปากกาที่ดูสะดุดตาจะดึงดูดผู้อ่านให้เข้ามาหา พวกสะดุดตาก็เป็นประเภท เล่นคำ ล้อเลียนหรือเสียดสีสังคม หรือกระทั่งคำด่าก็ได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่านเองแหละ ที่จะตั้งมันยังไง
    นามปากกาที่เป็นที่รู้จักมักจะดึงดูดมากกว่านามปากกาโนเนม อันนี้พิสูจน์มาหลายครั้งแล้ว ระหว่างคนที่ท่านรู้จักเป็นการส่วนตัวหรือกระทั่งรู้จักจากสื่อต่างๆ กับนามปากกาที่ไม่มีใครรู้จัก ท่านคิดว่าปกติแล้วคนเราจะคลิกเข้าไปดูของใครก่อนกันล่ะ? นี่แหละสำคัญล่ะ! ทำตัวของท่านให้เป็นที่รู้จักมากๆซะ!


2 เส้นเจ๋ง
    ไม่ได้หมายถึงลายมือสวย แต่หมายถึงเรื่องแบ็คอัพ หรือภูมิหลังนั่นเอง
ท่านคิดว่าระหว่างคนที่เรียนอักษรกับเรียนวิทยาศาสตร์ ท่านคิดว่าใครจะแต่งเก่งมากกว่ากันล่ะ?
แล้วคนที่เคยได้รับการตีพิมพ์ หรือเคยได้รับรางวัลนักเขียนยอดเยี่ยมกับคนที่ไม่เคยมีเลยล่ะ ท่านคิดว่าใครน่าจะเก่งกว่ากัน?
มันก็แหงอยู่แล้วล่ะจริงไหม? คนที่มีภูมิหลังเหล่านี้สิ น่าจะแต่งเก่งกว่าแน่นอน!
ใช่ จริงอยู่ที่ว่าไม่จำเป็นที่คนที่มีตราการันตีอยู่จะเก่งกว่าเสมอไป แต่ทว่าในใจลึกๆท่านก็ยังคิดว่าคนที่มีตราเหล่านี้เแต่งเก่งกว่าอยู่ดีใช่ ไหมล่ะ?
    ทว่าเรื่องเหล่านี้ถ้าเราไม่บอก แล้วใครจะไปรู้ล่ะ?
ต้องบอก ขอรับ แต่บอกอย่างแนบเนียนหน่อย ไม่ใบอกไปโต้งๆแบบพวกบ้าตราการันตีพวกนี้ เดี๋ยวเวลาท่านแต่งห่วยไม่ได้ดั่งใจมา พวกผู้อ่านก็จะซ้ำเติมท่านได้ง่ายๆ
แต่ ถ้าจะใช้วิธีนี้ให้บอกอย่างแนบเนียน เวลาคุยเป็นการส่วนตัวกับคนอื่นๆ หรือ เผลอบอกไป อย่างนี้น่าเชื่อถือมากกว่า และเวลาท่านแต่งไม่ดี ผู้อ่านก็จะคิดแค่ว่าคนมันพลาดกันได้ด้วย ไม่ใช่ถึงตายแบบกรณีบน
    และนอกจากนี้ภูมิหลังที่ว่าไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับการเขียนนิยายก็ได้ หากท่านเป็นดารานักร้องที่ไหนแล้วมาแต่งนิยายในนี้แล้วล่ะก็ ไม่ว่าจะเขียนห่วยยังไง หากคนเขารู้ เขาก็จะมาอ่านนิยายของท่านอย่างแน่ๆ

อืม วิธีนี้หน้าไหว้หลังหลอกยังไงพิกล....


3 ชื่อสวย
    ชื่อของนิยาย เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้นิยายดีๆหลายๆเรื่องอาจถูกมองผ่านไปได้ง่ายๆ
    สำนวนภาษา และความหมายของชื่อคือสิ่งหนึ่งที่จะดึงดูดให้คนเข้ามาอ่านได้ เราจึงควรจะต้องตั้งชื่อให้น่าสนใจ และแสดงให้เห็นถึงแนวเรื่องที่เราเขียนให้ได้
ชื่อควรจะชัดเจน และเป็นเอกลักษณ์ ไม่ควรซ้ำๆซากๆกับผู้อื่น เพราะมันจะทำให้ชื่อดูโหลและไม่น่าสนใจ
    ความสละสลวยของภาษาและตัวอักษร สมควรอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้ เพราะมันสามารถใช้หยุดสายตามาไว้ที่เรื่องของเราได้ แต่ถ้าใช้ภาษาที่สูงหรือเกินเลยจนดกินไป อาจจะทำให้บางคนไม่เลือกที่จะเข้ามาในเรื่องของเราด้วยเช่นกัน ดังนี้จึงควรจะจำไว้ให้ดี
    วิธีการต้งชื่อเรื่องอาจจะมีได้หลายวิธี ไม่ว่าจะใช้ชื่อตัวละคร คนสัตว์สิ่งของที่สำคัญในเรื่องนั้นๆมาตั้งเป้นชื่อเรื่องก็ได้ หากแน่ใจว่าชือนั้นเป็นเอกลักษณ์และสละสลวยอย่างเพียงพอ
หรือจะใช้ธีมของเรื่องมาตั้งก็ได้เช่นกัน แม้กระทั่งนิสัยของตัวพระเอกนางเอกก็เอามาตั้งเป็นชื่อเรื่องได้เช่นเดียวกัน

แต่ เรื่องธีมกับนิสัยของพระเอกนางเอกน่ะ มีคนติมาแล้วนะว่า บางคนตั้งไปงั้นๆ แต่พอเอาเข้าจริง ธีมหรือตัวละครกลับไม่เป้นดั่งที่ตั้งไว้เลย ดังนั้นระวังสักหน่อยก็ดี
นอกจากนี้ขอเน้นย้ำหน่อย ขอให้ตั้งชื่อให้ถูกๆด้วย ตัวไหนสะกดยังไงขอให้แน่ใจก่อนว่าเราสะกดได้ถูก จะได้ไม่ขายหน้าคนอื่นตอนที่เราตั้งไปแล้ว เรื่องภาษาอังกฤษด้วย ตัวไหนใหญ่เล็กใช้ให้ถูกกันหน่อย แล้วพวกสัญลักษณ์น่ะ เช่น ! ? : ; ' อะไรพวกนี้น่ะ ขอร้องให้เช็คก่อนว่าใช้ได้ถูกต้องหรือไม่
เพราะหากแม้แต่ชื่อเรื่องยังจะตั้งผิดแล้ว ใครล่ะจะเชื่อถือในนิยายเรา?

4 เกริ่นงาม
    เกริ่นในที่นี้ก็หมายถึงคำอธิบายที่อยู่ข้างใต้ของชื่อนิยายเรานั่นแหละ หรือจะหมายถึงที่อยู่หลังปกหนังสือก็ได้
    ซึ่งการเกริ่นนำนี้เราสามารถเลือกได้ว่าจะบอกให้ผู้อ่านรู้ได้ว่า นิยายของเรานี้นั้นมีอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องย่อ แนว ตัวอย่าง หรืออย่างอื่น
ตรงนี้นี่เอง เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะใช้มันในการชักจูงให้คนอ่านเข้ามาในนิยายเราได้ กรุณาอย่าเขียนเพียงแค่ว่า อ่านเอาเอง หรืออะไรทำนองนี้ ขอให้รู้ด้วยว่า ผู้อ่านหลายๆคนใช่จะอดทนพอจนอ่านเรื่องทุกเรื่องที่ถูกใจหรอก แต่พวกเขาจะหาเรื่องจากข้อมูลที่มีอยู่อย่างผิวเผินอย่าง แนว ชื่อ เรื่อง เกริ่นนำ อะไรพวกนี้มากกว่า
    บางคนอาจจะแก้เกริ่นนำไปตามตอนล่าสุด วิธีนี้ก็ดีเช่นกัน แต่... สำหรับผู้ที่มีขาประจำแล้วเช่นนั้นนะ เพราะขาประจำจะได้รู้แล้วเข้ามาอ่านตอนใหม่ต่อได้ง่ายๆ หากไม่มีแล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นเลย เสียพื้นที่ในการอธิบายเรื่อง และเสียเวลาไปซะเปล่าๆ

เกริ่นนำน่ะ ไม่จำเป็นต่อขาประจำหรอก แต่สำคัญกับผู้ที่ไม่เคยอ่านนิยายเราเสียมากกว่า


5 ภาษายอด
    ทุกสิ่งทุกอย่างคือภาษา หากภาษาไม่ดีแล้วจะทำอะไรได้?
    ภาษาที่ใช้ไม่สมควรจะเป็นภาษาวิบัติ นั่นน่ะมันเหมาะสำหรับพูดคุยกับเพื่อนเท่านั้นแหละ หากนำมาใช้ในนิยายแล้วมันไม่สมควรอย่างยิ่ง
เพราะจะทำให้โดนตั้งแต่ ถูกมองว่าเป็นคนที่ไม่ยอมอนุรักษ์เอกลักษณ์ของชาติ จนกระทั่งผู้อ่านอ่านนิยายของเราไม่รู้เรื่อง! การใช้ภาษาวิบัติ เหมือนกับเราแต่งนิยายโดยใช้ภาษาอื่นที่ผู้อ่านไม่คุ้นเคย ทำให้ผู้อ่านต้องแปลไทยเป็นไทยอีกรอบ ซึ่งนอกจะทำให้อ่านนิยายได้ยากแล้ว อารมณ์ร่วมในนิยายยังจะหายไปหมดอีกด้วย
    คำผิด อันนี้มีได้หลายแบบ คือตั้งแต่กดผิด จนกระทั่งจำคำนั้นผิด หรือกระทั่งจำคำๆนั้นไม่ได้ การกดผิดสามารถแก้ได้ตอนตรวจทานนิยายอีกรอบ ส่วนการจำคำผิดหรือไม่แน่ใจคำๆนั้นต้องให้ผู้อ่านที่มีความรู้พอมาช่วย เตือนให้ ซึ่งในเรื่องนี้จริงๆแล้วสมควรทุกครั้งที่จะตรวจในพจนานุกรมทุกครั้งที่เรา ไม่แน่ใจในคำๆนั้น
    หากจะตีพิมพ์แล้ว การตรวจทานคำที่ผิดนี่เป้นสิ่งสำคัญเลยทีเดียว และแม้จะไม่ได้ตีพิมพ์ก็ตาม แต่เราก็ไม่สมควรที่จะปล่อยให้คำผิดยังคงมีอยู่ เพราะมันอาจจะทำให้บทซึ้งๆของเรากลายเป้นบทขำขันไปได้โดยง่าย
    ภาษาสละสลวย ยังไม่จำเป้นเท่าสิ่งนี้ เพราะหากเรามีประสบการณ์มาก ความสละสลวยของภาษาที่เราใช้มันจะพัฒนาขึ้นมาเอง แต่คำผิดหรือภาษาวิบัตินี่สิ มันจะเป็นเกี่ยวกับนิสัยมากกว่า หากทำเข้าบ่อยๆแล้ว หากเราจะมาแก้คราวหลังก็จะคงทำได้ยาก

ภาษาผิด เล็กๆน้อยน่ะไม่เท่าไหร่หรอก(ในบทความนี้ก็มี) แต่อย่าไปผิดตรงที่สำคัญๆเช่นชื่อนิยายล่ะ หมดความเชื่อถือจากผู้อ่านได้ง่ายๆเลยเชียวล่ะ


6 ตอนมาก
    ตอนมากดียังไง? ที่แน่ๆอย่างน้อยก็ทำให้เราดูว่าเขียนมานานแล้วยังไงล่ะ
ยิ่ง ตอนมากๆเท่าใดก็ยิ่งทำให้ผู้อ่านเชื่อมั่นได้ว่าเราจะแต่งต่อได้จนจบ ไม่หายไปแล้วทิ้งเรื่องค้างๆคาๆไว้ให้ผู้อ่านกลุ้มใจเล่น ถ้าตอนน้อย มีโอกาสได้มากที่ผู้แต่งจะเลิกเขียนไปก่อนที่เรื่องจะจบ
    ถ้าเยอะมากๆ บางทีผู้อ่านก็จะไม่สามารถอ่านได้จบในวันเดียว ต้องมาติดตามอ่านไว้ในวันต่อไป ซึ่งสิ่งนี้แหละ จะทำให้เขาบันทึกนิยายเราไว้ เพื่อที่จะมาอ่านต่อในวันถัดๆไปอย่างแน่นอน

ทว่าตอนเยอะมากๆ บางทีผู้อ่านบางคนชอบตอนน้อยๆ อันนี้ก็ต้องทำใจนะ
แต่ ถ้าคิดจะโกงจำนวนตอนโดยการใส่ตอนนึงเข้าไปน้อยๆน่ะ ขอให้เลิกคิดดีกว่า เพราะจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกรำคาญ เพราะทำให้เขาต้องกดเปลี่ยนหน้าอยู่บ่อยๆ


7 คนมุงแยะ
    อีกหนึ่งของเทคนิคของการสร้างความเชื่อมั่น เคยเห็นใช่ไหมล่ะ ที่ๆมีคนมุงอยู่เยอะๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม มันก็ส่งผลให้เราอยากเข้าไปดูด้วย
ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ แต่สำหรับนิยายก็เช่นเดียวกัน คนมุงในที่นี้หมายถึงViewในนิยาย การที่คนเข้าเยอะสามารถเป็นตัวการันตีได้อย่างหนึ่งว่า เรื่องนั้นต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
    การเพิ่มให้คนเข้ามาเยอะๆตั้งแต่แรกอาจจะยาก แต่มันยังมีหนทางอยู่
    การเกณฑ์คนรู้จักเข้ามามากๆ ก็เป็นวิธีหนึ่งที่สมควรจะใช้ ยิ่งมีเพื่อมากสักเท่าไหร่ก้ยิ่งจะได้ผลดี ถ้าจะใช้เทคนิคนี้จริงๆ ขอแนะนำให้เพื่อนทั้งหลายของท่านตั้งหน้านิยายท่านเป้นหน้าโฮมไว้ซะ คราวนี้แหละทุกครั้งที่เขาเล่นเน็ตเขาก็ต้องผ่านที่นิยายของเราก่อน ไม่เพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราดก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วล่ะ
    นอกจากนี้ยังมีวิธีโกงอยู่อีกแบบ คือไปหาโปรแกรมหรือเว็บที่ทำให้เพิ่มจำนวนViewมาจัดการกับนิยายเราซะ มันมีอยู่จริงๆนะ และมีคนนำมันมาใช้แล้วด้วย จากที่เดือนแรกมีคนเข้าไม่กี่ร้อย แต่เดือนต่อมากลับติดท็อปเท็นได้อย่างหน้าตาเฉย
    การเพิ่มจำนวนคนเข้าชมนี้ จริงๆจะได้เห็นผลมากที่สุดตอนที่เราติดท็อปเท็นไปแล้ว ซึ่งจะทำให้นิยายของเราคนเข้าพรวดพราดอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

แต่ ในกรณีที่รู้สึกกระดากใจก็หันไปใช้วิธีอื่นก็แล้วกัน แล้วอย่าคิดว่าคนอ่านโง่นะ นิยายเรื่องไหนที่ขึ้นมาดังผิดปรกติ คนอ่านก็รู้ๆกันอยู่ แต่พูดออกมาหรือไม่นั่นก็เป้นอีกเรื่องนึง


8 คนเมนต์เยอะ
    คอมเมนต์สำคัญไฉน? มันสามารถใช้เป็นที่โต้ตอบกับผู้อ่านได้ นี่แหละคือสิ่งที่สำคัญ
คอม เมนต์สามารถใช้สร้างความคุ้นเคยระหว่างผู้แต่งกับผู้อ่านได้ หากเรารู้จักพูดโต้ตอบผู้อ่านบ่อยๆ ก็มีโอกาสสูงที่เขาคนนั้นจะเป็นนักอ่านขาประจำของเรา และไม่ใช่แค่เพียงนิยายที่เขาอ่านอยู่นี้เพียงเท่านั้น แต่เรื่องอื่นๆดีไม่ดีเขาก้จะติดตามไปอ่านอีกด้วย
คอมเมนต์จึงนับได้ว่าเป็นที่สานสัมพันธ์ของผู้อ่านได้เป็นอย่างดี
    นอกจากนี้ยังใช้เป็นสถานที่ๆเราจะสามารถใช้เรียนรู้วิธีการแต่งนิยายได้ อีกด้วย แม้จะไม่บ่อยครั้งนัก แต่บางทีก็จะมีนักวิจารณ์โผล่มาที่นิยายของเรา ซึ่งเราสามารถใช้ปรับปรุงวิธีการแต่งนิยายของเราได้ หรือผู้อ่านเองนี่แหละที่เป้นผู้จับผิดในเรื่องคำผิดต่างๆ จนสามารถให้เรากลับไปแก้ไขมันให้ถูกต้องได้
    และการที่คอมเมนต์เยอะเป็นอีกวิธีที่คุณจะสามารถโชว์เครดิตของคุณให้กับ ผู้ที่ยังไม่ได้อ่านได้ แม้จะไม่เด่นชัดเท่ากับจำนวนผู้อ่านที่โชว์อยู่ แต่มันก็เป็นตัวการันตีได้ว่าจำนวนผู้อ่านที่เรามีอยู่ไม่ได้มาจากกลโกงแต่ อย่างใด
แถมยังสามารถบอกผู้อ่านได้อีกด้วยว่าเรื่องของเราอยู่มานานแค่ไหนแล้ว

สิ่ง ที่สมควรทำที่สุดเวลามีคนมาคอมเมนต์เราคือเราต้องควรที่จะตอบกับไป พยายามทำให้บ่อยๆและเป็นกันเองมากที่สุด หากเขาด่าเรามาเราไม่ควรที่จะด่ากลับไป เพราะมันจะทำให้เกิดผลเสียกับเราเอง ถ้าไม่พอใจจริงๆควรที่จะลบมันไปซะ หรือปล่อยมันไว้เฉยๆ แต่ไม่ควรที่จะด่ากลับไปแรงๆ เพราะมันจะไม่ดีกับเราเลย
การ แกล้งเป็นนอนเมม หรือ ใช้ไอดีอื่นมาแกล้งพูดคุยกับตนเอง เป้นการไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะส่วนใหญ่จะถูกจับได้ และหากถูกจับได้ ผู้ที่อ่านนิยายของเราจะสูญเสียความเชื่อมั่นกับนิยายเราอย่างทันที และเป้นไปได้ที่จะเลิกอ่านนิยายเราไปเลย


9 ทำเลเหมาะ
    หมายถึงสถานที่ๆนิยายของเราสังกัดอยู่ เช่น หมวดต่างๆ ท็อปเทน หรือกระทั่งอัพเดทล่าสุด
ซึ่งที่ๆเข้าถึงได้ง่ายและหน้าที่คนเข้าเยอะๆก็มีโอกาสมากที่จะมีคนเข้ามาในนิยายเรามากยิ่งขึ้น
เช่น บางหมวดจะมีคนเข้ามากเป็นพิเศษ แต่อีกหมวดไม่มีคนเข้าเลย ตรงนี้เราจึงควรเลือกให้ถูกว่าเราควรจะอยู่หมวดไหน เพื่อที่จะมีคนเข้านิยายเรามากขึ้น
    แต่ไม่ควรตั้งผิดหมวดอย่างเด็ดขาด! หากเรื่องสยองขวัญดันไปอยู่รักหวานแหวว ก็มีโอกาสสูงที่จะถูกเมิน หรือคนที่เข้าไปอ่านแล้ว ไม่กลับเข้ามาอีก
    อัพเดทล่าสุด คือส่วนหนึ่งที่ควรจะเข้าไปอยู่กัน โดยใช้วิธีการที่ว่า "อัพหลอก" การอัพหลอกคือการอัพเดทนิยายเราโดยที่ไม่เซฟนั่นแหละ วิธีการคือเข้าไปที่ส่วนเขียนนิยายของเราแล้วกดส่งบทความโดยที่ไม่ต้อง เขียนแก้ไขใหม่ เท่านี้การอัพหลอกก็จะสำเร็จผล นิยายของเราก้จะเด้งไปอยู่ที่หน้าแรก วิธีการนี้เหมาะสมสำหรับมือใหม่ที่ต้องการจะโปรโมทนิยายของเราให้เป็นที่ รู้จัก วิธีการนี้ควรจะทำบ่อยๆและถี่ๆทุกๆนาที
ทว่า มันยังมีปัญหาอยู่ก้คือ หากเน็ตเราไม่ค่อยดี หรือเว็บไม่เสถียร มีโอกาสสูงที่เราจะส่งเรื่องพลาด แล้วเนื้อเรื่องบางส่วนของเราจะหายไป ยิ่งยาวมากก็ยิ่งมีโอกาสเจอปัญหานี้มาก ดังนั้นควรเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเซฟหน้านั้นไว้ในเครื่องเรา หรือตั้งตอนใหม่มาเพื่อ"อัพหลอก"โดยเฉพาะ

การอัพหลอกไม่จำเป็นมากนักสำหรับเรื่องที่มีขาประจำอยู่พอสมควรแล้ว


10 อัพเป็น
    หมายถึงการอัพให้ต่อเนื่อง เช่นถ้าเราเคยอัพทุกๆวัน ก็ควรที่จะอัพเช่นนั้นไปอยู่ตลอด ไม่สมควรที่จะหายไปสักสัปดาห์นึงแล้วกลับมาใหม่ ถ้าจะหายไปจริงๆสมควรที่จะแจ้งผู้อ่านก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้เขารอเก้อ
    นอกจากนี้ควรจะไม่ปล่อยให้ผู้อ่านรอจนนานเกินไป อัพเดือนนึงก้อาจจะนานไปทำให้ผู้อ่านจำเรื่องเราไม่ได้ ดังนั้นไม่ควรจะปล่อยให้เขารอนานจนเกินไปเพราะบางทีเขาอาจจะหายไปเลยก้ได้ ดังนั้นสมควรที่จะอัพสัปดาห์ละครั้งก้ยังดี
    การอัพเร้วจนเกินไปก้ไม่สมควร เช่นการลงรวดเดียววันเดียวจบไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้นิยายของเราดูลดคุณค่าไปเยอะ การรอคอยถือว่าเป็นคุณค่าอย่างหนึ่งของนิยายเรา เพราะทำให้ผู้อ่านต้องอดทนรออ่านนิยาย ทำให้นิยายของเราดูมีความสำคัญมากขึ้น และอกจากนี้ยังทำให้เรามีช่วงเวลาที่จะเรียกผู้อ่านมา พิ่มขึ้นได้ด้วยระหว่างการอัพ และนอกจากนี้ยังสามารถพูดคุกับผู้อ่านได้อีก
หากขาดซึ่งช่วงนี้แล้ว นิยายของเราก็ดูเฉยๆไม่มีความสำคัญอะไร และไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่านเสียอีก


11 พล็อตยอด
    หมายถึงแก่นของเรื่องธีมของเรื่องหรือเนื้อเรื่องหลักๆของนิยายเรา โดยส่วนใหญ่แล้วพล็อตที่เห้นมักจะซ้ำซากจำเจอยู่เสมอ ซึ่งทำให้นิยายของเราดูดาษดื่นกับนิยายเรื่องอื่นจนเกินไป
    เรื่องนี้พูดได้ยาก แต่อยากจะให้เราคิดพล็อตที่ดูแปลกแหวกแนวและน่าสน ซึ่งมันจะทำให้เราดูแตกต่างจากคนอื่นๆ ซึ่งตรงนี้ มันจะเป็นตัวดึงดูดผู้อ่านที่เบื่อนิยายที่มีแนวซ้ำซากจำเจเข้ามาได้เช่น เดียวกัน

วิธีทำให้พล็อตไม่ซ้ำซากอาจจะดูยาก แต่มันก็มีวิธีคิดที่ง่ายๆอยู่ นั่นก็คือ เราต้องพยายามมองในมุมที่ต่างออกไป และไม่ยึดติดกับสิ่งเดิมๆ (เช่นพระเอกเพอร์เฟ็กต์ กับ นางเอกสุดเฉิ่ม ลองเปลี่ยนพระเอกเป็นสุนัข และ นางเอกเป็นผีดูสิ?) แค่นี้นิยายเราก็ดูแตกต่างและน่าสนกว่าคนอื่นแล้ว


12 เนื้อเรื่องสนุก
    ไม่ได้หมายถึงแค่เนื้อเรื่องอย่างเดียว แต่หมายถึงบทบรรยายบทสนทนาต่างๆด้วย ซึ่งส่วนนี้ ถึงเราจะลีลาและเทคนิคในการเรียกคนเข้ามาเยี่ยมแค่ไหน หากเนื้อเรื่องของเราไม่ดีพอ ผู้อ่านที่เราอุตส่าห์หามาได้ก็จะหายไปในไม่ช้า
ถ้านิยายเราไม่ดีจริง ผู้อ่านก็จะเข้ามาเพียงแค่ครั้งเดียวแล้วก้จากออกไป สิ่งที่ทำให้ผู้อ่านเข้ามาได้อย่างสม่ำเสมอก้คือสิ่งนี้ นิยายที่เนื้อหาดีน่าสนและน่าติดตาม จะเป็นส่วนที่ทำให้ผู้อ่านเข้ามาอ่านในนิยายเราได้อย่างสม่ำเสมอ
    เนื้อเรื่องที่สมควรที่จะแต่งให้ด๊ที่สุด คือช่วงบทแรก ย่อหน้าแรกๆ ส่วนนี้ถ้ายืดเยื้อน่าเบื่อจนเกินไป ก็มีโอกาสที่ผู้อ่านจะข้ามเรื่องของเราไปได้ ใส่เรื่องที่ดูน่าสนใจไว้ตั้งแต่ต้นเลย เท่านี้ผู้อ่านก้รู้สึกอยากจะอ่านต่อไปเองนั่นแหละ

เรื่องการเขียน นิยายให้สนุกนี้มันอยู่ที่ประสบการณ์ เขียนแค่ครั้งแรกอย่าหวังเลยว่ามันจะออกมาดี เราต้องเขียนบ่อยๆ และรู้จักรับฟังคำวิจารณ์ ไม่นานเราก็จะเก่งขึ้นมาเอง


13 ลูกเล่นเจ๋ง
    หมายถึงเทคนิคในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพประกอบ หรือดนตรีประกอบ หรือกระทั่งใช้ตัวหนาตัวบาง ขนาดตัวอักษร สี หรือกระทั้งโค๊ดต่างๆมาแต่งในหน้านิยายของเรา ซึ่งมันจะทำให้นิยายของเราน่าอ่านในสายตาผู้อ่านมากขึ้น
    นอกจากนี้ สำหรับในเด็กดีแล้ว มายไอดีก็เป้นส่วนที่สำคัญเหมือนกัน มันเป็นเหมือนหน้าบ้านของเรา บางคนน่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะมาอ่านนิยายเราหรอก แต่จะมาดูมายไอดีเราต่างหาก ถ้าทำให้น่าสนและดึงดูดใจเขาได้แล้ว ก็มีโอกาสสูงที่เขาจะมาดูยังนิยายของเราด้วย

14 อัธยาศัยเยี่ยม
    เหมือนโลกปกติ เราชอบคนที่ทำตัวยังไง ในโลกไซเบอร์ก็ทำตัวเป็นคนที่เราชอบอย่างนั้น ทว่าในนี้น่ะเราไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายเป็นเพศไหนหน้าตายังไงหรือคิดยังไง แต่การแสดงออกของเรานี่แหละที่จะสามารถสื่อไปถึงอีกฝ่ายได้
    บุคลิคที่มีเสน่ห๋ก็ย่อมจะดึงดูดคนเป็นธรรมดา ตรงคอมเมนต์ หรือในส่วนพูดคุยตรงนิยายของเรา พยายามเป้นกันเองและนบนอบกับทุกคนซะ! แม้แต่คนที่ด่าเราก็อย่าก้าวร้าวใส่! เท่านี้คนก้อยากจะมาพูดคุยกับเรามากขึ้น


15 โฆษณาเป็น
    แม้เรื่องเราจะเจ๋งเยี่ยมดียอดยังไงก็ไม่มีคนเข้าถ้าหากไม่รู้จัดโฆษณา ทำให้คนอื่นรู้ว่านิยายเรามีตัวตนอยู่นั่นแหละคือประเด็น
              โฆษณาอย่างจริงใจ ขอพูดถึงเรื่องการที่ไปแปะโฆษณาที่เรื่องอื่นสักหน่อยเพราะมันเป็นการไม่ สมควรอย่างยิ่ง เคยใช่ไหมที่อยู่ดีๆมาคนมายัดเยียดใบปลิวในมือเรา แล้วเรารู้สึกยังไง
เช่นกันกับในนี้ คนที่โดนก็รู้สึกเช่นเดียวกัน คนที่เป้นเด็กใหม่อาจจะรู้ไม่ทัน แต่สำหรับคนที่รู้ทันแล้ว เขารู้สึกว่าการเราไปแปะโฆษณานิยายบนนิยายผู้อื่น(หรือQMหรือกระทู้ต่างๆ) ก็เหมือนกับแปะใบปลิวโฆษณาบนบานประตูบ้านเขาด้วยซ้ำ!
มันเหมือนกับเราหาประโยชน์จากเขาแต่ฝ่ายเดียว แถมยังทำให้นิยายของเขาดูรกด้วยซ้ำไป
    เคยคิดไหมว่าโฆษณานิยายที่เราไปแปะใครจะสนใจอ่าน? สำหรับข้าพเจ้าแล้วคิดว่าคนๆเดียวที่สนใจในนิยายที่ท่านไปแปะโฆษณาก็คือ เจ้าของนิยายนั่นแหละ คิดเหรอว่านักอ่านคนอื่นๆจะสนใจในโฆษณาที่แปะเหล่านั้นน่ะ พวกเขาเข้ามาก็เพื่อจะอ่านเรื่องที่เขาสนใจอยู่นี้ ไม่ใช่เรื่องจากไหนก็ไม่รู้ที่มาแปะในนิยายที่เขาอ่าน
นอกจากนี้มันยัง ทำให้เสียความรู้สึกมากๆอีกด้วยถ้าเกิดไปเจอโฆษณาเดียวกัน เรื่องเดียวกัน คำพูดเหมือนกัน และคำผิดเหมือนกันในนิยายเรื่องอื่นๆ
อย่างนี้มันจะยิ่งทำให้นิยายของท่านขายไม่ออก และท่านก็จะถูกรังเกียจ ดีไม่ดีก็จะมีคนไปเมนท์ด่าด้วย
              พวกโฆษณาแต่แซร้งทำเป็นว่าไม่ได้โฆษณา โดยเฉพาะการวิจารณ์แบบหลอกๆ เช่น"เรื่องของเธอสนุกดีนะเข้านิยายเราด้วยล่ะ" อย่างนี้ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะหลายๆคนเริ่มจับไต๋กันได้แล้วว่าคนที่เข้าไปแปะน่ะ อ่านนิยายของเขาจริงๆหรือเปล่า บางคนแปะมั่วจริงๆ ไม่ใช่นิยายสักหน่อย แต่ก็ดันไปบอกว่า"นิยายสนุก"
    ไม่ต้องไปโฆษณา แค่ไปอ่านอย่างสม่ำเสมอ เสนอหน้าอยู่ตลอด ทำไมเขาจะไม่มาหาเราบบ้างล่ะ หรือว่าไปอ่านของเขา วิจารณ์ของเขาชี้ถึงจุดที่ผิดพลาด แล้วค่อยไปแปะโฆษณา อย่างนี้ถึงจะเรียกได้ว่าโอเค
              การโฆษณาไม่จำเป็นต้องทำแต่ในเว็บที่เราลงนิยายเท่านั้น ถ้าเราดังหรือเป็นที่รู้จักจากที่ไหนก็โฆษณาจากที่นั่นซะ ไม่ว่าจะเป็นโลกไซเบอร์หรือโลกแห่งความจริง เพราะถ้าเราเป้นที่รู้จักหรือดังในที่ไหนแล้ว คนที่นั่นก็จะสนใจเรา แล้วก้จะเข้ามาดูสิ่งที่เราทำว่ามันเป้นยังไง แม้จะเป็นสถานที่ๆไม่เกี่ยวข้องกับการเขียนนิยายเลย เช่นบอร์ดการ์ตูน ดารา ฟุตบอล เอ็มเอสเอ็น โรงเรียน บ้าน ก็โฆษณาไปเถอะ คราวนี้รับรองดีกว่าไปโฆษณาที่ๆเราไม่ดังแน่ๆ


16 ถึกถาวร
    ข้อสุดท้าย ที่ไม่มีอะไรเลยจริงๆ แต่กลับทำยากสุด
    เพราะเราต้องปฎิบัติตามหัวข้อข้างบนทั้งหมดอยู่ตลอดอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้มันจะไม่สำฤทธิ์ผลในวันนี้ แต่สักวัน หากอุตสาหะและขยันหมั่นเพียรปฏิบัติตามข้อข้างบนอยู่ตลอด ท่านจะต้องยิ่งใหญ่ในเด็กดีอย่างแน่นอน
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

31 ความคิดเห็น

U ~= WiLL~=NEVER~=WalK=~AlonE Member 15 ส.ค. 49 14:25 น. 1
ขอบคุณมากๆค่ะ มีประโยชน์มากๆลย จะจำไปปฏิบัตินะคะ แม้จะยากสักหน่อยโดยเฉพาะข้อสุดท้าย=="
_____________
MiStY MORn
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Reset Member 14 ต.ค. 49 17:29 น. 5

ให้ความรู้ดี ไม่เป็นไรสำหรับเรานิยายไม่มีคนอ่านไม่เป็นไร อ่านคนเดียวอินคนเดียวอิอิ(แต่มันสนุกจริงป่าวไม่รู้นะ ก็คนมันอยากลองเขียน)

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
แม่มดน้อยจอมซน Member 20 ต.ค. 49 13:02 น. 8

ทำไม่ได้ข้อนึงอะ เรื่องอัพบ่อย T-T
แงแงแง
เพราะว่าติดเรื่องการเรียน...โอ้ย เศร้าๆๆๆๆๆ

0
กำลังโหลด
ชิลเทีย Member 11 ธ.ค. 49 13:55 น. 9
----ขอบคุณนะค่ะที่บอกเคล็ดลับต่างๆที่นู๋กำลังหาอยู่พอดีเพราะเพิ่งจะเขียนเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกก็เลยต้องการคำแนะนำที่ดีจากคนที่เข้ามาอ่านแล้วรู้วิธีที่ทำให้ผู้อ่านแสดงความคิดเห็นให้เราบ้างมั้ยเอ๋ย......อยากรู้ค่ะ----
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
maxeon Member 1 เม.ย. 50 21:49 น. 19

อะไรมันจะสุดยอดขนาดนี้  ลองไปอ่านดูนิยายเราบ้างดิ
คุณชายสุดก๊วนป่วนสาวไฮโซ  มันจะหนุกเหมือนที่บอกไหม

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด