สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง... แต่ฉันไม่ได้มีสี่ขา แล้วฉันก็ไม่ใช่นักปราชญ์ แล้วทำไมฉันถึงพลาดท่าให้ไอ้หมอนั่นล่ะ!?!
ตอนที่ 1/7 :: บทที่ 1
ตอนถัดไป
“วะ-ฮะ-ฮ่าๆๆๆ เอิ๊กก...ฮ่าๆๆๆ”
ฉันสูดหายใจเข้าลึกสุดปอด เค้นพลังจากช่องท้อง แล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นว่าเจ้าหลงหลง อดีตสุนัขจรจัดที่สถาปนาตัวเองมาเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนเซนต์ไมเคิลไล่งับไก่ย่างที่ผูกเชือดติดกับเข็มขัดของ ‘เหยื่อ’ ตัวจริงเสียงจริงอย่างนายแว่นหัวเถิก...
“แม่จ๋า! ช่วยหนูด้วยยยย YOY!!”
เจ้าหลงหลงทำท่าจะกระโดดงับไก่ย่างที่ห้อยต่องแต่งตรงก้น หมอนั่นก็ร้องกรี๊ดขึ้นมาซะเฉยๆ =_=;; อยู่ม.ปลายแล้วยังร้องเรียกให้แม่ช่วยอีกเหรอเนี่ย ไอ้ลูกแหง่เอ๊ย!
ถึงจะไม่เข้าใจว่าหมาติงต๊องที่วันๆ เอาแต่เริงร่าเหมือนเมากัญชาอย่างเจ้าหลงหลงมันมีอะไรให้กลัว แต่ก็ต้องยอมรับล่ะว่าสีหน้าของเจ้าแว่นหัวเถิกบันเทิงใจดีชะมัด ยิ่งนึกย้อนไปตอนหมอนั่นเดินเชิดหน้าหยิ่งผยองประหนึ่งเดรโกร มัลด์ฟอลย์มาท้าฉันดวลเป่ายิ้งฉุบแล้วก็ยิ่งสะใจ :P นี่ล่ะ จุดจบของพวกมั่นหน้าว่าจะเอาชนะฉันได้
ฮึ ยังเร็วไปล้านปีจ้า!!
เอาล่ะ ไหนๆ ก็พูดถึงตัวเองแล้วก็ขอแนะนำตัวเลยแล้วกัน สวัสดีค่ะ ฉันชื่อไปเปอร์ หรือจะเรียกสั้นๆ ว่า ‘ไปป์’ อย่างที่คนสนิทฉันชอบเรียกก็ได้ แม้สมองจะไม่ค่อยดี แต่ฉันสอบเลื่อนชั้นเป็นนักเรียนชั้นม.ห้าของโรงเรียนเซนต์ไมเคิลได้อย่างฉิวเฉียด ปีนี้ฉันอายุสิบเจ็ดแล้ว แต่ก็นั่นแหละ ยังซื้อเกมส์บางชนิดไม่ได้อยู่ดี (เศร้า) ยังดีที่รูปร่างฉันสมส่วน แบบ...น้ำหนักสัมพันธ์กับส่วนสูง...อะไรทำนองนี้ แม้จะมีคนค่อนขอดว่าฉันอ้วน! เตี้ย! และตันจนใกล้ตัวแตกก็เถอะ
เฮ้อ...คนเรานี่หยาบคายกันจัง เรียกว่าไขมันรอการเบิร์นสิ ละมุนรูหูกว่าเป็นไหนๆ
ช่างเถอะ! เอาเป็นว่าน้ำหนักและส่วนสูงของฉันไม่มีผลต่อการเป่ายิ้งฉุบ หมายถึง...ตราบใดที่คู่ต่อสู้ยังแยกออกว่าอันไหนคือค้อน อันไหนคือกระดาษ และอันไหนคือกรรไกรได้ ฉันก็ว่ามันโอเคแหละ #มีความอ้วนลงนิ้ว
“ยู้ฮู~ ยัยไปป์” เสียงกรีดร้องของเจ้าแว่นหัวเถิกถูกแทรกด้วยเสียงแหบห้าวแต่ดัดจริตให้เล็กจิ๋วของชอลลี่...เพื่อนชายใจแหว๋วที่เดินกรีดกรายเข้ามา แล้วนั่น...มันชะโงกหน้าไปมองในถังขยะทำไม “อยู่ในนี้หรือเปล่ายะ”
“นี่เพื่อน ไม่ใช่ขยะ =_=”
“อ้าวเหรอ เห็นตัวตันๆ นึกว่าก้อนไขมันอุดท่อน้ำทิ้ง...อุ๊ปส์ ซอรี่ คิดดังไปนิสสส...นึง ไม่ว่ากันเนอะ ^-^” บางทีฉันก็คิดนะว่ามันไม่ใช่เพื่อน แต่เป็นเจ้ากรรมนายเวรกลับชาติมาเกิด ถึงได้ด่าซะลืมชาติกำเนิดขนาดนี้
ชริ้งงงงงง...
จากที่เหน็บแนมฉันแล้วหัวเราะอย่างเริงร่า อยู่ๆ แม่นางตวัดสายตาไปมองที่กลางสนาม โอ๊ะโอ เจ้าแว่นหัวเถิกโดนหมาไล่ไปถึงนู้นเลยเหรอเนี่ย โอ๊ยยยยยย ตลก!
“คิก...”
“ขำอะไร -_-+++” เวรล่ะ! ถูกจับได้ซะแล้ว ชอลลี่ลากสายตามาทิ่มแทงฉันแล้วถามเสียงเขียว “นี่อย่าบอกว่าหล่อนเล่นพิเรนทร์อะไรอีกนะ ฉันจะฟ้องเฮียเต๋อ -*-”
“เฮ้ย! ฉันเปล่าเริ่มก่อนนะ” ฉันส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน ถ้าเรื่องนี้ถึงเฮียเต๋อ ฉันจะถูกหักค่าขนมน่ะสิ!
“จะบอกว่าหมอนั่นเป็นคนท้าเธอดวลเป่ายิ้งฉุบแล้วดันแพ้ ต้องผูกไก่ย่างไว้ที่ตูดแล้วให้เจ้าหมาหลงหลงวิ่งไล่ซะเองงั้นสิ?”
“ช่ายยยย”
“เฮอะ...ตอแลน่าที่สุด” ว่าแล้วนางก็เบะปาก
ตอแลน่าคือศัพท์เฉพาะที่ชอลลี่คิดขึ้นมาเพื่อใช้แทนคำว่าตอแหล (–.,-) นอกจากแม่ฉันแล้วก็มีชอลลี่เนี่ยแหละที่ชอบบ่นชอบโทษฉันอยู่เรื่อย
ชิ! อย่าให้ถึงตาฉันบ้างแล้วกัน แม่จะแฉให้ทั่วเลยว่าก่อนจะเป็น ‘ชอลลี่’ มันเคยเป็น ‘ไอ้ชาย’ มาก่อน ฮึ่ม!!
“นี่...ฉันก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดแกล้งคนที่อ่อนแอกว่านะ หมอนั่นแส่หาเรื่องเอง แถมยังเตรียมไก่ย่างมาเองอีก = 3= เห็นมั้ยว่ามันจงใจหาเรื่องฉัน ว่าแต่แกเถอะชอลลี่ ขยันหางานให้ฉันอยู่เรื่อย อยากเจอเฮียๆ ของฉันล่ะสิ”
“อ๊ะ! ก็แน่สิจ๊ะ ทั้งเฮียตง เฮียเต๋อ เฮียตาว หล่อตี๋ดีต่อใจทั้งนั้น ฉันเหมาทั้งบ้านเลย!!” ชอลลี่ทำหน้าเคลิ้มฝัน ตูดนี่ก็บิดเป็นเลขแปด “อ๊ะ! ไม่สิ ยกเว้นแกยัยไปป์ ฉันไม่ชอบชะนี ชิ่วๆ”
หน็อยยยย ยัยตุ๊ดทรยศ ได้ผู้แล้วลืมเพื่อนเชียวนะ!
ชอลลี่หัวเราะคิกคัก หมั่นไส้ชะมัด! บางทีก็ควรถามฉันสักคำก่อนนะว่าอยากได้มันเป็นพี่สะใภ้มั้ย บอกเลยว่าไม่! หรือต่อให้อยากได้ มันก็ไม่มีทางได้มาเป็นสะใภ้บ้านฉันอยู่ดีเพราะเฮียๆ ของฉันชอบผู้หญิง ก๊ากกกก!
จริงๆ แล้วฉันก็ไม่ได้อยากเสียเวลากับพวกปลาซิวปลาสร้อยที่เจียมตัวเองอ่อนด๋อยอย่างเจ้าแว่นหัวเถิกหรอกนะ แต่ก็อย่างว่าแหละ ในเมื่อมีคนท้ามาฉันก็ต้องรับ ไม่อย่างนั้นจะเป็นที่ครหาว่ามือวางอันดับหนึ่งของโรงเรียนอย่างไปเปอร์คนนี้ไม่ได้มีดีอย่างปากว่า ก็เลยไม่กล้ารับคำท้าดวลใคร ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง...ฉันคงเสียศักดิ์ศรี เสียใจ และอับอายไปถึงบรรดาเหล่าโจ้วกง เหล่าโจ้วม่าที่ลำบากตรากตรำ หอบเสื่อผืนหมอนใบโล้สำเภาข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งรกรากในแผ่นดินนี้เป็นแน่แท้!!
เอ้อ! นี่ฉันได้อธิบายหรือยังว่าทำไมการดวลเป่ายิ้งฉุบถึงได้ฟังดูยิ่งใหญ่อะไรปานนี้ บอกว่าได้คำเดียวว่ามันคือสงคราม มันคือศักดิ์ศรี มันคือความภาคภูมิใจของพวกเราชาวเซนต์ไมเคิลทุกคน! ตามตำนานเล่าว่า....เมื่อครั้งที่เซนต์ไมเคิลยังเป็นแค่โบสถ์เล็กๆ มีเด็กๆ ไม่กี่สิบคนมาเรียนหนังสือ ได้มีนายหน้าค้าที่ดินหน้าเลือดคนหนึ่งมากว้านซื้อที่ดินแถวนี้เพื่อทำอะไรสักอย่างฉันก็ลืมไปแล้ว ในตอนนั้นนายหน้าได้ซื้อที่ดินผืนที่ต้องไปได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นที่ดินของโบถส์เซนต์ไมเคิลที่ยังไม่ถูกซื้อไป เพราะบาทหลวงไมเคิล... นามสกุลอะไรสักอย่างฉันก็จำไม่ได้ เออนั่นแหละ เอาเป็นว่านายหน้าบ้าบอคนนั้นซื้อที่ดินผืนที่ฉันกำลังยืนอยู่นี้ไม่ได้ เพราะบาทหลวงไมเคิลไม่ยอมขาย (ฮา) ไม่ว่านายหน้าจะตื๊อยังไงบาทหลวงก็ส่ายหน้าเซย์โนลูกเดียว
เมื่อไม้อ่อนใช้ไม่ได้ก็ต้องงัดไม้แข็งมาใช้ นายหน้าได้ส่งคนมาข่มขู่เหล่าซิสเตอร์และเด็กๆ ให้หวาดกลัวเป็นการกัดดันบาทหลวงไมเคิลทางอ้อม จนในที่สุดบาทหลวงก็ทนไม่ไหว ต้องบุกไปเคลียร์กับนายหน้าคนนั้นตัวต่อตัว แต่แทนที่จะตัดสินกันด้วยกำลัง บาทหลวงไมเคิลผู้รักสงบและชาญฉลาดก็ได้เสนอวิธีที่ศิวิไลซ์กว่านั้น นั่นคือ...การเป่ายิ้งฉุบนั่นเองจ้า! วู้ฮู้~
ดูจากความยิ่งใหญ่ของโรงเรียนเซนต์ไมเคิลแล้วคงไม่ต้องบอกก็รู้แล้วล่ะเนอะว่าผลการท้าประลองเป่ายิ้งฉุบเป็นยังไง นอกจากจะรักษาที่ดินของโบสถ์ได้แล้ว บาทหลวงไมเคิลยังได้เทศน์สั่งสอนนายหน้าที่ดินและพรรคพวกที่ได้มาก่อความวุ่นวายจนทั้งหมดนั้นกลับตัวกลับใจ มาช่วยก่อตั้งโรงเรียนและยังพัฒนาเซนต์ไมเคิลให้ขึ้นเป็นโรงเรียนชั้นนำของประเทศ!!
แต่ก็นั่นแหละ...ทั้งหมดที่ว่านั่นกลายเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว สมัยนี้ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต จะมีก็แค่นักเรียนจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่ยังคงประทับใจเรื่องราวที่ได้ฟังในพิธีปฐมนิเทศน์ ซึ่งฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แล้วเมื่อคนที่ชอบอะไรเหมือนมันมารวมกลุ่มกันก็ทำให้เกิดการพูดคุย พอคุยแล้วความเห็นไม่ตรงกันก็กลายเป็นการโต้แย้ง พอโต้แย้งมากๆ เข้าก็พัฒนาไปเป็นการกระทบกระทั่ง สุดท้ายพวกเราก็เลยท้าดวลเป่ายิ้งฉุบกันซะให้รู้ดำรู้แดงไปเลย แล้วก็นะ...แค่แพ้ชนะเฉยๆ มันไม่สะใจ ต้องมีเงื่อนไขมาช่วยให้การดวลดูมีความขลัง อย่างเช่นที่เจ้าแว่นหัวเถิกกำลังวิ่งหนีหมานั่นไงล่ะ
ตอนแรกฉันก็ไม่ได้เครซี่การดวลเป่ายิ้งฉุบอะไรนักหรอก จำได้แค่ว่ามีคนมาท้าเป่ายิ้งฉุบแล้วฉันดันฟลุ๊คชนะ หลังจากนั้นก็มีคนมาขอท้าดวลเรื่อยๆ ฉันก็ชนะมาได้เรื่อยๆ จนคนที่ไม่ค่อยจะทำอะไรสำเร็จ เรียนก็ไม่เก่ง การกีฬาก็ไม่โดนอย่างฉันเริ่มสนุกกับการเป่ายิ้งฉุบ และเริ่มภูมิใจในความดวงดีจัดของตัวเองขึ้นมา (ไม่ได้โม้นะ แต่ฉันมีโชคด้านนี้จริงๆ) อีกอย่างการแกล้งให้ฝ่ายที่แพ้ทำอะไรตลกๆ พิเรนทร์ๆ ก็บันเทิงดีด้วย จะเสียก็ตรงที่ฉันมัวแต่เล่นจนเกรดร่วงหนักกว่าเดิม เลยถูกที่บ้านขู่ตัดค่าขนมถ้ายังไปท้าดวลเป่ายิ้งฉุบกับใครอีกน่ะสิ ^_^;;
แต่งานนี้เฮียเต๋อหักค่าขนมฉันไม่ได้หรอก ในเมื่อฉันไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อนนี่!
“เออๆ จะแถอะไรก็แถ เอาที่สบายใจ ว่าแต่การบ้านวิชาเคมีน่ะทำเสร็จหรือยัง ต้องส่งท้ายคาบหน้าแล้วนะยะหล่อน”
“การบ้านอะไรเหรอออ...?” ฉันเอียงคอทำหน้าแบ๊วเหมือนหมี Bac Bear มองชอลลี่ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือสายตามองจิกตั้งแต่รากผมยังปลายเล็บเท้า เลยต้องหุบยิ้มแล้วตั้งท่าครุ่นคิดเป็นจริงเป็นจังก่อนจะช็อคตาตั้งเมื่อพบว่า... “อิ๋บอ๋าย! ฉันลืม”
“=_____=”
ชอลลี่มองบนและถอนหายใจเป็นรอบที่ล้าน ส่วนฉันก็ประสาทแดกไปเรียบร้อยแล้ว!
“แว้กกกกกก!! ทำไงดีอ่ะชอลลี่ ฉันยังไม่ได้ทำสักข้อเลยอ่ะ!” อาจารย์ก็ยิ่งโหดๆ อยู่ด้วย เอะอะอะไรก็หักคะแนน คราวก่อนหัวหน้าห้องส่งงานไม่ทันยังถูกหักคะแนนจนแหลกลาญ แล้วฉันล่ะ! คนโง่ๆ อย่างฉันจะมีคะแนนให้หักสักเท่าไหร่กันเชียว!
“ศูนย์...คะแนนฉันต้องกลายเป็นศูนย์ แล้วปลายภาคฉันก็ต้องติดศูนย์ แล้วฉันก็จะตาย! ตาย! ตายหยังเขียดแน่ๆ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดTOT”
“โอ๊ย! ลำไย!”
ป๊าบ!
ฝ่ามือหนักๆ ของคนตรงหน้าตบป๊าปที่กลางกบาล...
“ก็เลิกโวยวายแล้วไปทำสิยะ ยัยคนซื่อบื้อ!”
...แล้วฉันก็ถูกยัยชอลลี่ขี้ฟ้องจิกหัวไปทำการบ้านค่ะ ฮื่อ...T^T
ปิ๊งๆๆๆ
โทรศัพท์ของยัยชอลลี่สั่นครืดๆ ทันทีที่กริ่งเลิกเรียนดังขึ้น นางหน้าบูดบึ้งเมื่อไม่พอใจเหมือนถูกใครเอาไม้แหย่เมื่อเห็นข้อความที่ส่งมาทางไลน์ สงสัยจะถูกชมรมตามตัว เด็กกิจกรรมก็ลำบากงี้แหละ
“โอ๊ย! อะไรเนี่ย ประชุมชมรมอีกละ น่ารำคาญ!” นั่นไง ฉันว่าผิดที่ไหน “แกจะเอาไงยัยไปป์ จะกลับก่อนหรือจะรอกลับพร้อมกัน”
ชอลลี่ส่งสายตาเว้าวอนรอคำตอบ...ฉันรู้หรอกว่าหล่อนต้องการอะไร
บ้านของฉันกับชอลลี่อยู่คนละฝั่ง แต่มันก็มักจะอาสาไปส่งฉันที่บ้านอยู่เสมอ ...อย่า อย่าเพิ่งคิดว่ามันรักฉันเป็นห่วงฉัน หรืออะไรทำนองนั้น เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงของมันคือแวะไปแทะโลมเฮียๆ ของฉันต่างหาก
“กลับก่อนสิ แกประชุมนานจะตาย”
“ชิ! รอหน่อยก็ไม่ได้หรือไง!” พอรู้ว่าจะไม่ได้เจอผู้ชาย นางก็วีนจ้า
“ไม่! ฉันมีเอเลี่ยนที่ต้องรีบกลับไปฆ่า”
“ย่ะ! ยัยเด็กติดเกมส์”
‘ก็ดีกว่าติดผู้ชายแต่ไม่ได้แอ้มอย่างแกแล้วกัน แบร่!”
พูดจบฉันก็คว้ากระเป๋าวิ่งปรู๊ดออกจากห้องโดยมีเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งดังไล่หลัง ฮ่าๆๆ ใครทีมันนะชอลลี่
ซ่า!!
=____=
พอมาถึงหน้าตึกเรียนฝนห่าใหญ่ก็เทลงมาโดยไม่บอกไม่กล่าว หัวใจที่เริงร่าเพราะจะได้ฆ่าเอเลี่ยนของฉันก็ห่อเหี่ยวลงทันใด แทนที่จะได้กลับไปเล่นเกมส์ที่บ้านแต่กลับต้องมาติดแหง็กในโรงเรียนซะงั้น แล้วตกหนักขนาดนี้มีหวังน้ำท้วม เอ๊ย! น้ำรอระบายอีกแหงๆ
วุ้ย! วัยรุ่นเซ็ง!
ไลน์~
ฉันล้วงมือถือออกมาดูก็เห็นว่ายัยชอลลี่ส่งไลน์มา
Cholliez: ฝนตก รถติด น้ำท้วม อดเล่นเกมส์
Cholliez: สมน้ำหน้ากะลาหัวเจาะ!
Cholliez: ฮิฮิฮิฮิฮิ
ถึงจะมาแค่ตัวหนังสือ แต่ฉันก็เหมือนจะได้ยินเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสะใจของมันดังก้องในหู =____=;; บอกเลยว่าโคตรหลอน
ฉันพิมพ์ข้อความโต้ตอบกับชอลลี่นิดหน่อยก่อนที่มันจะขอตัวเข้าห้องประชุมไป ทิ้งฉันให้ยืนหายใจทิ้งรอฝนหยุด อิจฉาพวกที่มีรถยนต์หรือร่มชะมัดที่ฝ่าฝนกลับบ้านไปได้ ไม่ต้องมาติดแหง็กเป็นวิญญาณติดที่อย่างฉัน เมื่อเช้าเฮียเต๋อยังยังคะยั้นคะยอให้พกร่มมาแล้วแท้ๆ แต่ฉันก็ดื้อด้านไม่ยอมพกมาเอง T^T สมน้ำหน้าตัวเองจริงๆ
ซ่า!!
ฉันเล่นเกมส์ในมือถือฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ ด้วยความเซ็งที่สุด ดีนะที่แอบขโมยใช้พาวเวอร์แบงก์ของยัยชอลลี่ชาร์จแบตจนเต็มไว้ก่อนแล้ว ขืนแบตมือถือหมดไปอีกมีหวังฉันได้อกแตกตาย ไอ้ฝนนี่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตกซะที ฉันยังมีเลเวลที่ต้องเก็บ มีเอเลี่ยนที่ต้องฆ่า ไหนจะต้องลงดันเจี้ยนอีกนะ ให้ฉันกลับบ้านเถอะ พลีสสสสสสสส YOY
ไลน์~
โอ๊ะ! เฮียตงส่งอะไรมาเนี่ย
Suntong: อยู่ไหน
Pypurrr: โรงเรียนอ่ะเฮีย เก๊าติดฝน T^T
Suntong: น้ำท่วมหรือเปล่า
Pypurrr: ตอนนี้ยัง แต่ก็ไม่แน่
Suntong: โอเค รออยู่นั่นแหละ เดี๋ยวเฮียไปรับ
กรี๊ดดดดดด ได้กลับบ้านแล้วววววว >_< ไม่ต้องติดฝนแล้วเฟ้ยยยย!!
Pypurrr: งั้นรีบเลยเฮีย ช้ากว่านี้เฮียต้องขี่เจ็ทสกีมารับไปป์แล้วล่ะ
เพียงไม่นานรถซีดานคันงามของเฮียตงก็มาจอดที่หน้าตึก ฉันรีบพุ่งตัวออกไปทันทีโดยไม่กลัวว่าจะเปียก รอก่อนนะเอเลี่ยนจ๋า พี่กำลังไปจะหาแล้วววว >O<
“ว่าไงเรา เปียกมากมั้ย” เฮียตงถามเมื่อฉันยัดตัวเอาเข้ามาในรถได้สำเร็จ
“นิดหน่อยน่ะเฮีย รีบกลับบ้านเถอะ ฟิ้วไปเลย!!” ฉันอยากฆ่าเอเลี่ยนแล้วววววว
“คร้าบบบๆ” เฮียตงหัวเราะนิดหน่อย นี่ถ้าเป็นเฮียเต๋อนะ ฉันโดนเข็ดกบาลโทษฐานที่ห่วงแต่เล่นเกมส์ไปแล้ว ยิ่งถ้ามีเฮียตาวมาผสมโรงด้วยอีกคนนะ บอกเลยว่าฉันตายหยังเขียดแน่นอน
กับเฮียตาวน่ะพูดดีเกินสามคำได้ก็ประเสริฐแล้ว
“อ้าว นั่นเพื่อนๆ เค้าทำอะไรกันน่ะไปป์” อยู่ๆ เฮียตงสุดหล่อและใจดีที่สุดในบรรดาเฮียๆ ทั้งสามก็สะกิดให้ฉันดูด้านนอก
ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมาไม่หยุดยั้ง มีนักเรียนชายสามคนกำลังเต้นไก่ย่างอยู่กลางสี่แยกหน้าโรงเรียน อ๊ะ! นั่นมันนายไมค์และเหล่าลูกสมุนนี่นา ฉันจำได้เพราะหมอนั่นเพิ่งจะมาท้าดวลเป่ายิ้งฉุบเมื่อวันก่อนนี่เอง (แน่นอนว่าหมอนั่นแพ้ไปตามระเบียบ) คำถามคือ...มันเป็นบ้าอะไรถึงได้มาเต้นแร้งเต้นกากลางถนนและสายฝนพรำอย่างนี้ ไม่กลัวรถราเฉี่ยวตูดเอาหรือไงนะ
ช่างเถอะ! บันเทิงขนาดนี้ ถ่ายวีดีโอแล้วส่งไปให้ให้ชอลลี่ดูดีกว่า~
ตื่อดึ๊ง!
ฉันหยิบมือถือขึ้นมาตั้งท่าจะถ่ายวีดีโอแต่ก็ต้องหยุดความคิดนั้นเมื่อเห็นการแจ้งเตือนไลฟ์ในเฟซบุ๊ก และฉันคงปิดทิ้งถ้ามันไม่ได้มาจาก Fanpage ชมรมเป่ายิ้งฉุบ ฉันรีบกดเข้าไปดู มันเป็นไลฟ์ถ่ายทอดสดนายไมค์ที่กำลังเต้นไก่ย่างนั่นเอง ชิ! มีคนปาดหน้าเค้กซะได้
“ไก่ย่างถูกเผา ไก่ย่างถูกเผา มันจะโดนไม้เสียบ มันจะโดนไม้เสียบ เสียบตูดซ้าย ย๊ากกกก! เสียบตูดขวา ย๊ากกกก! ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ~”
นอกจากจะเต้นแล้วยังแหกปากร้องเพลงกันด้วย ฮ่าๆๆ ตลกอ้ะ!
ตื่อดึ๊ง!
“ไอ้ไมค์เป็นบ้าอะไรวะ”
มีคนคอมเม้นท์ถาม ซ้ำยังเป็นสิ่งที่ฉันก็อยากรู้ด้วย ดีจังไม่ต้องพิมพ์เองให้เมื่อยนิ้ว ฮิ้วววว~
“จะอะไรซะอีกล่ะ มันแพ้ดวลเป่ายิ้งฉุบน่ะสิ”
ใครอีกคนเข้ามาตอบ เท่านั้นแหละ...คอมเม้นต์เด้งรัวๆ เลยจ้า!
“โห สั่งให้เต้นไก่ย่างกลางสี่แยกแถมฝนยังตกด้วย มันไปแพ้ใครมาวะนั่น”
“ยัยไปเปอร์ป่ะ?”
“เออนั่นดิ เล่นพิเรนทร์แบบนี้ก็มีแต่ยัยแต่ยัยบ้านั่นคนเดียวแหละ”
“จริง สั่งให้ทำแต่ละอย่าง แ_ง...พิเรนทร์อิ๋บอ๋าย จิตใจยัยนั่นทำด้วยอะไร”
“เมื่อกลางวันเห็นยัยนั่นสั่งให้ไอ้แว่นหัวเถิกเอาไก่ย่างมัดตูดแล้วให้หมาวิ่งไล่ ผมนี่เสียวตูดแทนเลยครัช”
โอ้โห...แมนๆ นินทากันซึ่งหน้าเลยนะไอ้พวกบ้า!
ไม่ได้การล่ะ ฉันต้องแก้ต่างให้ตัวเองด่วน!!
“ฉันเปล่าโว้ยยยยยย!”
เท่านั้นแหละ วงแตกจ้า! คอมเม้นต์ทั้งหลายหายไปสักพักก่อนจะกลับมาใหม่ด้วยถ้อยคำที่ดูดีกว่าเดิม
“ถ้าไม่ใช่ฝีมือไปเปอร์ แล้วใครล่ะ”
เออ! ฉันก็สงสัยเหมือนกันนั่นแหละ!
พูดกันตามตรง นายไมค์นี่ไม่ใช่ขี้ๆ เลยนะ ฝีมือเป่ายิ้งฉุบพอฟัดพอเหวี่ยงกับฉันเลยล่ะ (ที่ชนะเพราะฉันดวงดีไง)
“ไม่รู้ว่ะ แต่คงไม่ธรรมดา”
“ที่ผมรู้มา...ว่ากันว่าเป็นหน้าใหม่”
หน้าใหม่!?!
“หน้าใหม่กลางเทอมเนี่ยนะ?”
“อื้ม...เห็นว่าเพิ่งกลับจากโครงการแลกเปลี่ยนที่อเมริกา ได้ยินแว่วๆ จากไอ้ไมค์ด้วยว่าเก่งกว่ายัยไปเปอร์ซะอีก”
ว่าไงนะ!!??
“เชร้ดดดดด!! ในที่สุดก็มีคนมาตบเกรียนยัยไปเปอร์แล้วโว้ยยยย!”
“บอกเลยงานนี้ผม #ทีมหน้าใหม่ นะครัช”
“#ทีมหน้าใหม่ ด้วยอีกคนฮะ พอดีว่าถูกยัยบ้านั่นแสบไว้”
“55555555”
“สงสารไปเปอร์ว่ะ ศัตรูเยอะอิ๋บอ๋าย”
“เฮ้ย! จะไปสงสารมันทำไม ลืมแล้วรึไงว่ามันทำอะไรกับพวกเราไว้บ้าง”
ดูมัน! นี่เจ็บแค้นเคืองโกรธกันมาแต่ชาติปางไหน? ฉันไม่ได้ทำอะไรพวกนายเลยนะ แค่แกล้งเล่นนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอ๊งงงงง (เสียงสูง) จำเป็นต้องแค้นฝังหุ่นกันขนาดนี้มั้ยถามใจหน่อย
“ผมคนนึงล่ะที่โดนแม่นั่นสั่งให้เอาลอดช่องเทใส่รองเท้าอาจารย์พละ”
“ของผมโดนสั่งให้เอาแมลงสาบปลอมไปโยนใส่คนอื่น T^T”
“พวกนายน่ะเด็กๆ เบสิคๆ ตูสิ! ถูกสั่งให้วิ่งรอบสนามแล้วตะโกนสีบอกกางเกงในให้มันได้ยิน แ_ง! มันมีเช็คสีก่อนด้วยนะโว้ย บอกตรงๆ ว่าโคตรอาย ผู้หญิงอะไรวะ ห้าวฉิบ!!”
“มันใช่ผู้หญิงจริงเหรอวะ เห็นหน้าหวานๆ แบบนั้นไม่ใช่ว่ามี ‘แหนมตุ้ม’ อยู่กลางหว่างขานะ O.O”
“55555 ขำแหนมตุ้มว่ะ”
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงผมก็ #ทีมหน้าใหม่”
“ผมด้วยยยยยย v^o^v”
“#หน้าใหม่สู้ๆ”
กร๊อซซซซซซซซซซซซซซซซซ!!!
แฮชแท็คทีมหน้ามงหน้าใหม่อัลไล! พวกนายไปเอาความสามัคคีแบบนี้มากจากไหน? แล้วที่ว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงคืออะไร! แค่บ้านฉันมีแต่ผู้ชายไม่ได้หมายความว่าฉันต้องกลายพันธุ์ไปเป็นตัวผู้นะเฟ้ย! ไหนจะไอ้แหนมตุ้มอะไรนั่นอีก!! ฮึ่ย! น่าโมโหชะมัด ไอ้บ้าพวกนั้นเห็นฉันเป็นตัวอะไร ตัวตลกงั้นเหรอถึงได้กล้าสบประมาทกันซึ่งๆ หน้า (ผ่านเฟซบุ๊ก) แบบนี้ หึ! ลืมกันไปหมดแล้วสินะว่าเคยแพ้จนต้องอับอายยังไง ได้! เดี๋ยวฉันจะรื้อความทรงจำให้!!
แต่ก่อนหน้านั้น ฉันต้องจัดการกับต้นตอของปัญหาซะก่อน ฮึ่ม!!
วันรุ่งขึ้น...
“คนที่เพิ่งกลับจากโครงการแลกเปลี่ยนเหรอ?”
หัวหน้าห้องทวนคำถามที่ฉันเพิ่งถามไปเมื่อตะกี้และมีสีหน้าครุ่นคิด ขณะที่ฉันรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ
“อ้อ...มีคนนึงเพิ่งจะย้ายกลับจากอเมริกา เป็นเด็กห้องคิงมั้ง รู้สึกจะชื่อว่าเอเธนส์นะ”
“โอเค ขอบใจมากหัวหน้า บายนะ ซียู!”
ฉันใส่เกียร์หมาไปหาผู้ชายที่ชื่อเอเธนส์อะไรนั่นทันทีที่หัวหน้าพูดจบ ดีว่าห้องของฉันกับห้องคิงไม่ได้อยู่ไกลกันมาก ใช้เวลาแค่ไม่นานฉันก็มาถึง ฉันชะโงกหน้าเข้าไปในห้อง สักพักก็มีผู้ชายคนนึงเข้ามาทัก
“เอ่อ...เธอมาหาใครเหรอ”
“เอเธนส์! ฉันมาหาผู้ชายที่ชื่อเอเธนส์”
ชวิ้งงงงงงงง!!
(*_(*_(*_( *_* )_*)_*)_*)
พอฉันเอ่ยชื่อเอเธนส์ปุ๊บ! ผู้หญิงที่เกาะกลุ่มกันเป็นก้อนตรงมุมหนึ่งของห้องก็หันมามองฉันด้วยสายตาอาฆาตปั๊บ!
กะ...เกิดอะไรขึ้น?
ฉันพูดอะไรผิดเหรอ?
“อ่า...เอ่อ...แปบนะ” เขามีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย แต่ก็หันไปเรียกเพื่อนให้ เอ่อ...แล้วทำไมต้องหันไปทางก้อนผู้หญิงตรงนั้นด้วย “ไอ้เธนส์เว้ย! มีคนมาหาอ่ะ”
“ใคร”
O.O!!
น่าแปลก....มีเสียงตอบรับดังมากจากตรงกลางของก้อนสิ่งมีชีวิตพวกนั้น ก่อนที่พวกผู้หญิงจะค่อยๆ เขยิบออกข้างๆ เผยให้คนตรงกลางวงซึ่งมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะ
อ๊ากกกกกกกก!! แสบตาๆๆๆ ออร่าพวกนั้นมันอะไรก๊านนนนนนนนนนน!!
ผู้ชายตรงกลางยิ้มกว้างและลุกจากโต๊ะ โอ้มาย...รอยยิ้มเจิดจ้านั่นมันอะไร ทำไมฉันรู้สึกเหมือนตากำลังจะบอดเพราะมองสิ่งต้องห้าม อ้าวเฮ้ย! ทำไมเดินมาทางนี้ล่ะ
“ว่าไง” หมอนั่นเดินมาหยุดตรงหน้าฉันแล้วยกยิ้มน้อยๆ
ตายๆๆๆ ฉันกำลังจะถูกความเจิดจรัสของหมอนั่นกลบความมีตัวตนจนจางหาย เหมือนน้ำยาล้างห้องน้ำชำระคราบสกปรก หมอนี่มันใช่มนุษย์จริงๆ เหรอ!?!
ทำไมมันหน้าตาดีแบบนี้! *[]*
ไม่ได้การ ฉันต้องรีบทำธุระให้เสร็จ ก่อนที่ตัวตนของฉันจะถูกชำระล้างเหมือนคราบสกปรกในโฆษณา ไม่นะ!! ถึงฉันจะเป็นคราบ แต่ก็เป็นคราบคงกระพันที่ฝังแน่นหมื่นๆ ปีนะเฟ้ย!!!
“นายใช่เอเธนส์รึเปล่า”
ฉันรู้ตัวน่าว่าถามอะไรโง่ๆ เพราะงั้นห้ามด่า -*-
“ครับผม ^^”
โฮ่! ดูเขาตอบสิ สุภาพชะมัด ทำเอาฉันกลายเป็นคนหยาบคายไปเลย!
“นายเพิ่งกลับจากไปแลกเปลี่ยนที่อเมริกาใช่มั้ย”
“ครับ^^” ยิ้มหวาน...หมอนั่นยังคงยิ้มหวาน
ยิ้มได้ก็ยิ้มไป เดี๋ยวเถอะนายจะยิ้มไม่ออก
“มีธุระอะไรรึเปล่า”
“มี!” ถามแบบนี้ เข้าทางฉันสิ! “ฉันขอท้านายดวลเป่ายิ้งฉุบ!!!”
จะเป่าชนะมั้ยนะ
รอๆตอนต่อไป สู้ๆน้าาา
ชอบๆๆ ชอบนางเอก รออ่านตอนต่อไปฮะ
เปิดมาเจอคอมเมนท์ละแทบเซิ้ง ขอบคุณนะคะ
@น้ำผึ้ง (ชื่อไอดียาวเวอร์ ขอย่อเหลือแค่นี้)
แอร๊ จริงๆ แอบอยากเป็นไปเปอร์
เอเธนส์ขาาา จงมาเป็นของแจ้เสียดีๆ
ชอบนะะ นางเอกนิสัยเหมือนมีนาเลย
สำนวนก็ไหลลื่นน เก่งจัง
เดาว่าเอเธนส์ค้องชนะในศึกครั้งนี้แน่นอนน รอดูว่าจะสั่งอะไรร(ไม่ใช่สั่งให้เป็นแฟนนะ อิอิ)
เนื้อเรื่องดูสบายๆ ใสๆ เหมาะกับการอ่านคลายเครียดมากเลย
เดาว่าตอนต่อไปนางเอกต้องแพ้แน่ๆ เลย รอดูคำสั่งของท่าเอเธนส์
รออ่านตอนต่อไปนะคะ ไฟติ้งงงง!
ปล. ตอนนี้ยังไงก็ขอ #ทีมหน้าใหม่ ด้วยคนค่ะ
เหตุผลก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะน้องหน้าใหม่เป็นผู้ชายค่ะ 555555555