เพราะเธอไม่เคยเชื่อว่าคนเราจะรักกันได้โดยที่ไม่มองรูปร่างหน้าตา แต่เมื่อมีเขาเข้ามา ความเชื่อของเธอก็เปลี่ยนไป
บทที่ 2
บังเอิญโลกกลมหรือพรหมลิขิต
“ค่ะ..."
แย่ละ! ฉันดันหลุดปากตอบพี่พายัพออกไป อาจจะเพราะความเบลอและสติที่ปกติไม่ค่อยจะมีอยู่แล้วอะไรเทือกนั้น
แต่ที่แน่ๆ คือฉันทำทีมแพ้ไปแล้ว!!! T___T
ทว่าข้างล่างยังคงเงียบกริบ ดูเหมือนว่าทุกคนยังคงช็อกกับเหตุการณ์ที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น เว้นก็แต่ยัยเอมี่ที่ส่งสายตาเหี้ยมเกรียมประหนึ่งเพชฌฆาตในลานประหารมาให้ฉัน ฮือออ น่ากลัวววว
“ตามนั้น” คนชนะยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเทาเข้มมีประกาย “งั้นนับตั้งแต่วันนี้ไป พี่กับดาวเหนือ...เราเป็นแฟนกัน”
“ไม่!!!” ฉันรีบแย้งทันควันจนทุกคนพากันสะดุ้ง มันจะเป็นแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด
พี่พายัพกำลังต่อจิ๊กซอว์ผิดตัว ฉันน่ะไม่ต่างอะไรกับจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้มือ เขาเลยหยิบมันขึ้นมาต่อ แต่อีกเดี๋ยวเขาก็จะรู้ว่าตัวเองต่อผิด ซึ่งฉันไม่ต้องการให้เขาหยิบชิ้นที่ผิดตั้งแต่แรก มันดูไม่ใช่เรื่องเลยว่ามั้ยล่ะ ถ้าคนแบบเขาจะเอาตัวเองมาผูกมัดกับยัยเฉิ่มหน้าตาบ้านๆ แบบฉันเพราะเกมไร้สาระนั่น
“เหนือคิดว่ามันเป็นแค่เกม อย่าไปจริงจังกับมันเลยนะคะ TOT”
“ใช่ค่ะพี่พายัพ ปองว่าเล่นเอาฮาดีกว่าค่ะ” อยากกราบยัยปิงปองสักสิบล้านหนที่ไม่นึกโทษโกรธเคืองฉัน แถมนางยังมีน้ำใจมาช่วยเกลี้ยกล่อมพี่พายัพอีกต่างหาก #มอบมง ไม่เหมือนยัยเอมี่รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง (ไม่เกี่ยว)
แต่จะว่าไปฉันก็อยากรู้ความคิดประหลาดๆ ของผู้ชายคนนี้ชะมัด ดูสิว่ามีแต่คนคิดจะผลักไสฉันออกไปให้ไกล…
มีแค่เขานี่แหละที่พยายามจะดึงฉันเข้าไปหาตัวเองแทน น่าแปลก!
“แหกกติกาก็ได้ แต่ต้องจ่ายราคา :)"
“มะ...หมายความว่าไงคะ” แปลไทยเป็นไทยไม่ค่อยออกค่ะ U_U พอดีไม่ชอบเรียนวรรณคดีเฟ้ย! คาบภาษาไทยที่นั่งกึ่งหลับกึ่งตื่นนี่จำได้แค่ว่าอิเหนารักกับนางบุษบา แต่ตอนจบดันไปแต่งงานกับมัทนะพาธา ใช่ป่ะ? ใช่เรื่องเดียวกันมั้ย ฮือออ ลืมอ่ะ (เด็กๆ ห้ามเอาเยี่ยงอย่างเด็ดขาด!!)
“พี่หน้าแตกนะ ขอคนเป็นแฟนแล้วเขาเอาเกมมาอ้างทั้งๆ ที่ตอบตกลงแล้วเนี่ย”
“เอ่อนั่นมัน...อธิบายยาก” หรือง่ายๆ คือฉันมันโง่เอง คิดน้อย สมองน้อย -___-; “แล้วพี่พายัพจะให้เหนือทำยังไง”
แปะ~
จู่ๆ คนตรงหน้าก็ยกมือขึ้นมาแตะหน้าผากฉันเร็วๆ ทีหนึ่ง
“พี่ขอติดไว้ก่อนแล้วกัน คิดออกจะมาบอก”
เฮ้อ~ ฉันล่ะโซแซดดดด
ระหว่างกลับบ้านฉันก็เอาแต่นั่งเงียบและคิดสะระตะมาตลอดทางจนกระทั่งถึงบ้าน ลุงคนขับแท็กซี่ทำหน้าผวานิดหน่อยตอนฉันเคาะกระจกจ่ายเงิน หนูขอโทษ _/\_ ก็แกเล่นเปิดเพลงรักให้ฟังน่ะสิ ฉันที่กำลังหมดฟีลเลยดันเผลอขึ้นเสียงใส่
ต๊ะดึง~
เสียงไลน์แจ้งเตือน น่าจะเพราะมันเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่บ้านโดยอัตโนมัติ ฉันเลยรีบควานหาโทรศัพท์ที่หย่อนไว้ในกระเป๋าสะพายขึ้นมาใส่รหัสปลดล็อกเพื่อดู
P’Natee : ...ไว้มีโอกาสเหมาะๆ ค่อยมาคุยกันอีกทีนะ 20 : 43
ฮะ...เฮ้ย!!! แทบทำโทรศัพท์ร่วง!
พี่นทีไลน์มา ข้อความในช่องแชทก่อนกดเข้าไปโชว์หราอยู่แบบนั้น ดูจากเวลาน่าจะเป็นช่วงที่ฉันอยู่บนเวที ไม่ก็หลังจากที่ฉันหันไปเห็นเขายืนอยู่ตรงมุมหนึ่งของงานแน่ๆ
บ้าเอ๊ยยยย อยากเขกหัวตัวเองแรงๆ มัวแต่แก้ปัญหาเรื่องพี่พายัพจนลืมเขาไปสนิทเลย Y_Y
P’Natee : ไงเรา เล่นเกมสนุกมั้ย? 20 : 42
พี่ขอโทษนะครับที่ไปช้า 20 : 42
ส่วนเรื่องที่สัญญาว่าจะบอก... 20 : 43
ไว้มีโอกาสเหมาะๆ ค่อยมาคุยกันอีกทีนะ 20 : 43
ฉันกดเข้าไปดูก่อนจะเลื่อนลงมาอ่านข้อความจนสุด เล่นเอาตอบไม่ถูกเลยจ้า พี่นทีเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างชัดระดับ HD แหงๆ ป่านนี้ชื่อเสียงที่ไม่ค่อยจะมีของฉันคงป่นปี้เป็นปลาทูโดนทับหมดแล้ว เศร้าาาา เจ็บปวด TTOTT
เกลียดปากตัวเอง เกลียดที่เผลอพูดตอบรับคำขอเป็นแฟนของพี่พายัพ เกลียดเวที เกลียดหญ้า เกลียดเก้าอี้ เกลียดโต๊ะ ว้อย! พาลๆ
Dao-N : พี่นทีไปไหนมาคะ? 22 : 10
ถ้างั้นก็ตามนั้นค่ะ 22 : 10
เหนือจะรอพี่นะ... 22 : 11
มันขึ้น read ทันทีหลังจากกดส่ง ฉันเลือกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องน่าปวดหัวนั่นเพราะไม่รู้จะอธิบายให้พี่นทีฟังยังไง ยิ่งไปกว่านั้นคือไม่รู้ว่าควรอธิบายมั้ย ก็เราไม่ได้เป็นอะไรกันนี่นา ฉันเป็นแค่คนที่แอบชอบเขา...
และเพราะคงเป็นแค่นั้นมั้ง...เขาก็เลยอ่านไม่ตอบ...
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ฉันมาโผล่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้วจ้า! >o<
เฮ้~ อย่าเพิ่งอิจฉาน่า เพราะไม่ได้มาเที่ยวลั้นลาชะลาล่าแต่อย่างใด แต่ฉันกลับมาอยู่กับยายชั่วคราวน่ะ พอดีว่าลุงและป้าสะใภ้ต้องไปธุระที่ต่างจังหวัด ยายก็เลยไม่มีเพื่อนอยู่บ้านด้วย
ฉันถึงประจวบฯ ตอนบ่ายแก่ๆ ที่นี่ยังเหมือนเดิมแทบทุกอย่าง ตั้งแต่บ้านไม้สองชั้นที่ฉันชอบวิ่งขึ้นลงบันไดจนยายตีเมื่อตอนเด็กๆ ดูเก่าและโทรมลงไปบ้าง แต่ข้างบ้านยังมีท้องทะเลแสนกว้างไกลสุดลูกหูลูกตากับผืนทรายสีขาวละเอียดส่องประกายระยิบระยับยามต้องแสงของดวงอาทิตย์ รวมไปถึงเสียงคลื่นที่คอยขับกล่อมยามนอนหลับเหมือนเดิม
คิดถึงประจวบฯ ชะมัด!
ตอนเด็กๆ น่ะฉันอาศัยอยู่กับยายที่นี่ก่อนจะย้ายไปเรียนและอยู่กับแม่อย่างถาวรที่กรุงเทพฯ บ้านของยายอยู่ติดทะเล แต่เราเหมือนจะเป็นบ้านหลังเดียวในแถบนั้นที่ไม่ได้ทำอาชีพประมง เพราะลุงและป้าสะใภ้มีงานอย่างอื่นทำอยู่แล้ว
“ยายจ๋า~ ^O^” เมื่อเห็นร่างคนสูงวัยแสนคุ้นเคยอยู่ตรงหน้า ฉันก็รีบทิ้งกระเป๋าเดินทางลงพื้นแล้วโผเข้าไปกอดทันที ไออุ่นและกลิ่นหอมสมุนไพรบางอย่างยังคงทำให้ฉันรู้สึกดีทุกครั้ง
“โอ้โหไหนดูซิ ไม่ได้เจอกันไม่กี่ปี หลานยายโตเป็นสาวแล้ว แถมสวยซะด้วยสิ” ยายจับฉันพลิกตัวไปมาเหมือนฉันเป็นของแปลกที่ไม่เคยเห็นมาก่อน รอยยิ้มของคนสูงวัยฉาบไปทั่วใบหน้า
“โตแล้วจ้ะ แต่...ไม่สวยเท่าไหร่” ฉันว่าอย่างทะเล้นก่อนจะขโมยหอมแก้มยายไปฟอดใหญ่
หลังจากนั่งคุยและไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกันพอควรแล้ว ฉันก็ยกกระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นไปบนห้องที่ยายเตรียมไว้ให้ แอบมีโมเมนต์ได้กลับมานอนห้องเก่าด้วยแหละ ปริ่มมมม
“ทำอะไรกันอยู่จ๊ะ” ฉันร้องถามเมื่อได้กลิ่นหอมจากข้างล่าง ไม่ลืมที่จะไหว้ป้าข้างบ้านเมื่อแกส่งยิ้มมาทักทาย
“ช่วยป้าวรรณเตรียมข้าวกล่องไปส่งเด็กๆ นักศึกษาที่มาเข้าค่ายน่ะลูก” ยายตอบ มือก็สาละวนอยู่กับการหยิบไก่ที่หั่นไว้โปะลงบนข้าว ฉันเลยรีบลงมาช่วย
“แสดงว่าเดี๋ยวยายต้องเอาไปส่งใช่มั้ยจ๊ะ งั้นเหนือไปแทนเองดีกว่า”
ยายพยักหน้าหงึกหงัก ฉันเลยช่วยยกข้าวกล่องบางส่วนที่เสร็จแล้วขึ้นรถ รออีกเกือบสิบห้านาทีส่วนที่เหลือก็เรียบร้อย ป้าวรรณจึงรีบสตาร์ทเครื่องแล้วขับไอ้คันเก่งลัดเลาะไปตามทางไหล่เขาที่เหมือนเพิ่งทำใหม่ เพราะฉันไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ เสียงล้อบดกับถนนเสียงดังขลุกขลัก ฝุ่นสีชาเย็นคลุ้งจนฉันต้องปิดกระจกที่ตอนแรกเปิดรับลม
ถ้าลองตัดฝุ่นที่มีสีเหมือนเครื่องดื่มโปรดของฉันทิ้งไปล่ะก็...ที่นี่จะเป็นดินแดนธรรมชาติแสนงดงามดีๆ นี่เอง
ในที่สุดก็มาถึงค่าย พี่ๆ กลุ่มหนึ่งซึ่งห้อยป้าย staff ตัวโตรีบวิ่งออกมายกข้าวออกจากรถป้าวรรณ ส่วนฉันก็ชะเง้อชะแง้มองเข้าไปด้านในหลังจากได้ยินเสียงกลองดังแว่วๆ เป็นจังหวะครื้นเครง
มันน่ากระโดดโลดเต้นอยู่หรอก ติดตรงที่ว่าฉันดันปวดฉี่นี่สิ ฮือออ ปวดตอนไหนไม่ปวด มาปวดเอาตอนนี้ นังกระเพาะปัสสาวะทรยศ! -O-
“เอ่อ...ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าห้องน้ำไปทางไหนเหรอคะ” อั้นไม่ไหวแล้วค่า อีกแป๊บมีหวังได้ราดแน่ ฉันเลยเดินเลียบๆ เคียงๆ เข้าไปถามพี่สต๊าฟผู้หญิงคนหนึ่งที่ยกข้าวกล่องอยู่ท้ายสุด
“อ๋อ ตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายเลย จากนั้นก็เดินไปจนสุดทางจ้า” เธอเว้นช่วง ทำท่านึกนิดหน่อย “จะผ่านโดมที่กำลังจัดกิจกรรมสันทนาการเด็กๆ ด้วย”
“โอเคค่ะ ขอบคุณนะคะ”
ฉันรีบตรงดิ่งไปยังห้องน้ำตามทางที่เธอบอก และหลังจากจัดการธุระตัวเองเสร็จแล้วเลยขอแอบแวบไปดูที่มาของเสียงกลองน่าโยกนั่นสักหน่อย
“ไก่ย่างถูกเผา ไก่ย่างถูกเผา มันจะถูกไม้เสียบ เอ้า! มันจะถูกไม้เสียบ...” เสียงร้องเพลงดังระงมไปทั่วบริเวณ คนตีกลองนี่ตีจนตัวสั่นไปหมด คารวะในกล้ามเนื้อแขน! ส่วนคนเต้นก็ใช่ว่าจะยอมแพ้ ฉันเห็นพี่ๆ บางคนวิ่งไปดึงเด็กๆ ที่นั่งเป็นระเบียบเรียบร้อยมาเต้นด้วยกัน
พี่วิ่งไปตรงไหน ตรงนั้นวงน้องมีอันแตกกระจายเหมือนระเบิดลงหมดอ่ะ ฮ่า~
“น้องๆ ค้าาา ต่อไปพี่จะให้จับกลุ่ม กลุ่มละ 7 คนนะ ถ้าไม่ครบถูกลงโทษน้า เอ้าเริ่มได้!”
สิ้นเสียงประกาศความชุลมุนก็บังเกิด! เด็กๆ บางคนกระโดดตีลังกาข้ามหัวกันไปมาเพื่อไปหาเพื่อนสนิทของตัวเอง ฮือออ รวมกลุ่มกับคนนั่งใกล้ๆ กันก็ได้ลูก T_T
“กลุ่มไหนครบแล้วนั่งเลยจ้าาา”
พรึบพรับ!
อ้าวนั่น! ยังเหลืออีกกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ ดูเหมือนว่าจะขาดคนแฮะ
“พี่ดำคนนั้น มารวมกลุ่มกับเราสิฮะ” เหมือนได้ยินอะไรแว่วๆ ก่อนสายตาหลายสิบคู่จะจับจ้องมาที่ฉัน หืม? ฉันเหรอ? เอาดีๆ -__-;
“ฉัน...เอ่อ...พี่เหรอคะ” พลางยกมือขึ้นชี้ตัวเองงงๆ เจ้าเด็กผู้ชายตัวอ้วนกลมที่เรียกฉันว่า ‘พี่ดำ’ จึงยืนยันคำพูดด้วยการพยักหน้ารัวๆ
หน็อยยย น่าจับตีก้นนัก! ฉันดำก็จริง แต่อย่ามาปีนเกลียวกันเซ่ไอ้หนู!
ถึงอย่างนั้นฉันก็ค่อยๆ เดินตัวลีบเข้าไปร่วมวง แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครคัดค้านเรื่องที่ฉันเป็นคนนอกนะ ฟู่~ สบายใจขึ้นหน่อย
จากนั้นกลุ่มฉัน (ที่เพิ่งเข้าไปนั่นแหละ) ก็ได้นั่งซะที อ้อ...ใช่ ฉันนั่งติดกับเจ้าเด็กผู้ชายคนนั้น ถัดไปเป็นน้องผู้หญิงอีกสองคนที่กำลังทำหน้าไม่สนใจโลก =_= และต่อจากยัยสองคนนั้นก็คือ...
อ้าวเฮ้ย! พี่พายัพ!
อ้าวเฮ้ย! พี่นที!
เสมือนฟ้าผ่าลงมากลางกบาล T_T บางครั้งความบังเอิญก็เล่นตลกเกินไปนะว่ามั้ย?
____________________________________________________________________________________________
| Talk |
ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีทุกคนอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะคะ \O/ เย่! winevis (ไวน์วิส) เองค่าาา เรียกว่า 'เบียร์' ก็ได้น้า
เบียร์ดีใจมากๆ เลยค่ะ ที่มีโอกาสได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนักเขียนหน้าใสปี 9 ยังไงก็ขอฝากผลงานนี้ไว้ด้วยนะคะ!
มาลุ้นกันดีกว่าเนอะว่าใครจะเป็นพระเอกระหว่าง 'พี่นที' (หรือพี่พื้นที่ของหลายๆ คน 55555555555555 ตอนอ่านคอมเมนต์แอบขำ) กับ 'พี่พายัพ'
หรือจะไม่ใช่ทั้งสอง เอ๊ะ? 555555 ใครทีมไหนก็ติดแฮชแท็ก #ทีมพี่นที หรือ #ทีมพี่พายัพ มาบอกกันนะ!
อ้อ...แล้วก็อย่าลืมให้กำลังใจยัยดาวเหนือคนหน้าตาบ้านๆ ด้วยนะคะ ฮ่าาา
สุดท้ายนี้เบียร์ขอขอบคุณคณะกรรมการทุกท่านและทีมงานของโครงการนักเขียนหน้าใสปี 9 ที่ให้โอกาสเบียร์ได้เข้ามาเป็นหนึ่งใน 19 คนสุดท้าย
ขอบคุณพ่อแม่ เจ๊จิ เจ๊หยี และญาติๆ ทุกคนที่คอยให้กำลังใจเสมอ รักฝุด ขอบคุณพี่มินรีไรท์เตอร์ของหนู <3 ขอบคุณคุณครู ขอบคุณเพื่อนๆ ABCD และเพื่อนๆ ในห้องทุกคน *กอดแน่น*
ขอบคุณพี่มิ้นท์พี่รหัสแสนน่ารักกกกที่บอกให้หนูปั่นไว้ล่วงหน้าแต่หนูก็ไม่ทำ ฮ่าาาา (เห็นผลแล้วค่ะ U_U) ขอบคุณคอมเมนต์จากทุกๆ คน ขอบคุณนักอ่านที่เข้ามาอ่านและกดโหวตให้เบียร์นะคะ _/\_ รักหมดเลยยย
ไว้เจอกันใหม่ตอนที่สามน้า บะบาย~
ควบสองไปเลยได้มั้ย งุงิ อยากอ่านต่อแล้วเนี่ย
ทำไมอยู่ดีดีได้มาเจอกันเฉย เซอร์ไพร์สสสสุด รอฟังคำตอบของพื้นที่ด้วย (รอเหมือนเค้ามาบอกตัวเอง555)
สู้ๆๆน้องเบียร์ จุ้บบ
อย่างน้อยก็พี่นี่แหละค่ะที่ปั่นงานไม่ค่อยจะทัน (หลังๆ เรียกเผา ฮา)
ให้พี่เดานะ อิพี่พื้นที่มันกะดองน้องดาวเหนือยแน่เลยอ่ะ
แบบว่า...แกล้งหลอกว่าเดี๋ยวก่อน ละปล่อยให้ดาวเหนือรอ ส่วนตัวเองก็ไปสหวีวี่วีกับสาวอื่นงี้
ในชีวิตจริงเคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว เลยอินอ่ะค่ะ
ถ้าเป็นงั้นจริง อิพี่พื้นที่ก็ใจร้ายมากเลยนะขอบอก ฮึ่ม!
ฉากที่คุยกับยายมีความน่ารักเป็นธรรมชาติ รอตอนต่อไปค่ะ