เพราะเธอไม่เคยเชื่อว่าคนเราจะรักกันได้โดยที่ไม่มองรูปร่างหน้าตา แต่เมื่อมีเขาเข้ามา ความเชื่อของเธอก็เปลี่ยนไป
บทที่ 4
ความจริง
ฉันเพิ่งเข้าใจลึกซึ้งถึงสำนวน ‘ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป’ ก็ตอนนี้แหละ เวรซ้ำกรรมซัดแท้ๆ เชียว ฮึ่ย!
ทันทีที่ไอ้โจรหน้าหนวดควักมีดออกมาร่อน พี่พายัพก็ขยับตัวตั้งท่าเตรียมสู้บ้าง นั่นทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ควรอยู่เฉยหรือหลบอยู่ด้านหลังของเขาแบบนี้ เพราะมันจะยิ่งทำให้เขาไม่ถนัด แถมยังต้องคอยพะวงฉันอีก
"เอางี้มั้ยพี่พายัพ เหนือจะนับหนึ่งถึงสาม จากนั้นก็โกยแนบเลย" ฉันกระซิบ ร่างสูงจึงเอียงคอหันมายิ้มมุมปากใส่
"พี่ขายาวนะเว้ย ถ้าวิ่งเร็วกว่าอย่าหาว่าทิ้งละกัน" เขาพูดติดตลก ดู๊ดู! หน้าสิ่วหน้าขวานจะถูกแทงตายอยู่รอมร่อแล้วยังมีอารมณ์เฮฮาอีก
"เฮ้ย!!! คุยกันอะไรกันวะ!" จู่ๆ ไอ้โจรหน้าหนวดก็ตะคอกเสียงเข้ม "ไอ้ตัวสูงหันหน้ากลับมา!!! แล้วอีนังผู้หญิงก็เดินออกไปฝั่งนู้นซะ" มันสั่ง พร้อมกับชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปข้างทาง แต่ฉันยังคงนิ่ง มือจับชายเสื้อพี่พายัพเอาไว้แน่น จอมโจรอีกคนจึงไม่รอช้า รีบก้าวเข้ามากระชากฉันจนตัวปลิวไปอีกทาง
"เจ็บ!" นี่มือคนหรือกระดาษทราย (วะ) สากแบบยอมกราบ -_-;;; จับแขนฉันทีนี่หนังกำพร้าแทบหลุดติดมือไปด้วยเลยค่า
"หุบปาก! เจ็บก็ห้ามร้อง!" มันตะคอก ฮือออ T_T มีงี้ด้วยเหรอ ฉันเจอกับโจรซาดิสม์เข้าแล้วสินะ
หลังจากที่ฉันถูกเหวี่ยงมาอีกทางเรียบร้อย ไอ้โจรมือสากก็มายืนทำหน้าที่เป็นผู้คุมกันฉันหนี ปล่อยให้เพื่อนของมันประชันหน้ากับพี่พายัพแบบตัวต่อตัว
"จะเอายังไงก็ว่ามา" พี่พายัพถามเสียงเรียบ
"รถคันนั้นข้าขอ" ไอ้หน้าหนวดยิ้มแบบผู้ร้ายในละครพลางใช้มีดชี้ไปที่ไอ้แก่ของลุงภารโรง "แล้วก็สร้อย แหวน นาฬิกา เงิน หรือของมีค่าอะไรที่พวกแกมี เอามากองรวมกันให้หมด!"
"ถ้าฉันทำตามที่แกต้องการ แกต้องปล่อยฉันกับยัยเด็กคนนั้นไป" คนต่อรองพยักพเยิดหน้ามาทางฉัน "แล้วก็ห้ามตาม ห้ามทำร้ายยัยนั่นเด็ดขาด!"
ไอ้โจรหน้าหนวดหันมามองฉันแวบหนึ่ง พลางเกาคางอย่างใช้ความคิด ก่อนจะกวักมือเรียกให้เพื่อนของมันลากฉันเข้าไปหา ฉันเลยได้แต่ก้มหน้างุด เกิดมันหน้ามืดคิดจะข่มขืนฆ่าขึ้นมาก็ซวยสิเฮ้ย!
"หน้าตาหมายังเมิน..." มันพูดขึ้นเบาๆ ทว่าฉันได้ยินชัดทุกถ้อยคำ ไอ้ผี! แทงใจดำชะมัด T_T แต่ก็ดี! หวังว่าหน้าตาบ้านๆ กับความดำนี่จะทำให้ฉันอยู่รอดปลอดภัยนะ
"เอาไปขายก็คงไม่ได้ราคา...แต่น่าจะพอแก้ขัดให้ข้าได้บ้าง" มันว่าพร้อมกับยิ้มมีเลศนัย อ้าวเฮ้ย! ไหงเป็นงั้น ไม่ได้นะ T^T
“ถ้าแกทำอะไรฉัน ฟ้าดินจะลงโทษให้แกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด อันที่จริงฉันเป็นเอดส์ด้วยนะรู้ยัง ระยะแรกๆ น่ะ เลยยังไม่เห็นอาการ ทำคนเป็นเอดส์มันเป็นบาปนะ ไปแก้กรรมที่วัดไหนก็ไม่ได้ แถม...”
“เงียบ!” เฮือกกก เสียงตะคอกนั่นบอกได้ชัดเจนว่าการโกหกของฉันไม่เป็นผล “มุกพื้นๆ คิดว่าฉันรู้ไม่ทันเหรอวะ หน้าตาทุเรศแล้วสมองยังเสือกแย่อีก ถุ้ย!”
"หยุดคำพูดต่ำๆ และการกระทำโคตรสถุลของแกซะ!!!"
พี่พายัพโพล่งออกมาอย่างเหลืออดหลังจากที่ยอมเงียบให้ไอ้โจรพูดจาถากถางฉันอยู่นาน และเขาก็เลยใช้โอกาสนั้นเปิดฉากบู๊ขึ้นด้วยการกระชากฉันไปหลบอีกมุมหนึ่งเพื่อให้พ้นจากบริเวณอันตราย เป็นจังหวะเดียวกับที่ไอ้สองโจรกระโดดเข้าใส่เขาและตะลุมบอนกันจนฝุ่นตลบ ฉันเห็นพี่พายัพโดนพวกมันต่อยจนเซไปหลายครั้ง แต่เขาก็พยายามลุกขึ้นมาสวนกลับจนพวกมันเองก็แย่ไปเหมือนกัน
แต่ฉันว่าสถานการณ์อย่างนี้ไม่ดีแน่ ขืนปล่อยให้เขาโดนรุม มันอาจจะจบไม่สวย! ฉันเลยวิ่งเข้าไปรื้อๆ ในพงไม้ข้างทาง คว้าเอาท่อนไม้ขนาดพอมือขึ้นมา ก่อนจะตัดสินใจวิ่งเข้าไปกลางวง
"ย้าาาาาาา!!!"
ฟุ่บ! ตุ้บ! อั้ก!
"โอ้ยยย!!" เสียงพวกมันร้องโอดครวญ ไม่ผิดแน่! ฉันตีลงไปกลางกบาลไอ้มือสากเต็มๆ ส่วนไอ้หนวดนั่นโดนเตะผ่าหมากแก้แค้นไปหนึ่งทีโทษฐานปากหมา ก่อนจะตามด้วยตีแสกหน้า โว้ย!!! สะใจ!
"หนีเร็วค่ะ" ฉันตรงเข้าไปพยุงพี่พายัพซึ่งตอนนี้กลายเป็นคนเจ็บให้ลุกขึ้น หน้าเขามีรอยแตกประมาณ 3 จุด แต่ที่หนักคือน่าจะตรงหัวคิ้วข้างซ้าย คือเลือดไหลลงมาอาบแก้มเป็นทางเลย "ไหวมั้ยคะ"
"พอไหว" เขาตอบเสียงแผ่ว สภาพตรงกันข้ามกับที่พูด คือเขาค่อนข้างสะบักสะบอมจนแทบยืนไม่ไหว ก็แหงล่ะ พี่พายัพไม่ใช่พวกนักเลงหัวไม้ที่จะถนัดต่อสู้นี่นา "หนีกลับค่ายตอนนี้ไม่ได้ พี่ขับรถไม่ไหว ถ้าเดินไป พวกมันก็คงตามทันแน่ เพราะทางแถวนี้เป็นทางตรง พี่ว่าเราควรหาที่หลบก่อน"
"ค่ะ" ฉันรับคำ เห็นด้วยกับเขา ขืนฝืนพาเดินตุปั๊ดตุเป๋ไปด้วยกันแบบนี้มีหวังจบเห่
ฉันหันไปเหล่ไอ้สองโจรที่ยังนอนร้องโอดครวญอยู่เป็นครั้งสุดท้าย ให้แน่ใจว่ายังพอมีเวลาหาที่ซ่อน จึงค่อยๆ หิ้วปีกคนเจ็บเดินเข้าไปในป่าริมทาง
เอาล่ะว้าาา พงไม้รกๆ จะมีประโยชน์ก็ตอนนี้แหละ
และยังถือว่ามีโชคดีในโชคร้ายอยู่บ้างตรงที่วันนี้เป็นเดือนข้างขึ้น พอมองเห็นทางโดยไม่ต้องใช้ไฟ ฉันเลยพาร่างสูงเดินลึกเข้ามาเรื่อยๆ อย่างทุลักทุเล พี่พายัพพยายามอย่างมากที่จะเดินด้วยตัวเอง ฉันรู้สึกได้จากที่เขาไม่ค่อยทิ้งน้ำหนักมายังฉัน นั่นถือว่าดีแล้ว เพราะสภาพเราตอนนี้แทบไม่ต่างอะไรกับคนแคระพยุงยีราฟ T_T ก็เขาเล่นสูงตั้ง 183 ซม. อ่ะ -_-
แล้วจู่ๆ เขาก็หยุดเดินเสียดื้อๆ ก่อนจะชี้ไปที่พุ่มไม้รกด้านหน้า “ตรงนั้น”
"แน่นะ" ฉันถามอย่างหวาดๆ ฮือออ ขอบนบานศาลกล่าว อย่าได้มีงูเงี้ยวเขี้ยวขอโผล่ออกมาเลยน้า TOT แค่สู้กับคนฉันก็แทบตายอยู่แล้ว
เมื่อเห็นพี่พายัพพยักหน้า ฉันจึงค่อยๆ หิ้วปีกเขาเข้าไปหลบ คือมันเป็นพุ่มไม้เตี้ยๆ ก็จริง แต่ว่ามันค่อนข้างรก และถูกเงาต้นไม้ใหญ่ต้นอื่นในป่าบังหมด เหมาะแล้วแหละที่พี่พายัพสั่งให้เข้ามาแอบที่นี่
"อยู่ไหน!! ออกมานะเว้ย!!" เสียงตะโกนดังลั่นป่าจนฉันสะดุ้ง พวกมันฟื้นแล้วโว้ย! แล้วก็ยังตามมาไม่เลิกรา ยิ่งกว่าเจ้ากรรมนายเวรซะอีก สงสัยจะไม่เข็ดที่ฉันเตะผ่าหมากไป ไอ้โง่!
"ชู่ว" พี่พายัพส่งสัญญาณให้ฉันเงียบ เน้นความปลอดภัยไว้ก่อน จากนั้นเราจึงค่อยๆ นานราบลง แล้วเขาก็ดึงเถาวัลย์แถวๆ นั้นขึ้นมาถือและปิดร่างกายเราไว้เพื่อให้มิดชิดกว่าเดิม
"หยิบโทรศัพท์โทรหานที" เขาสั่ง
"เหนือลืมไว้ที่บ้าน T_T"
"กรรม -_- งั้นหยิบของพี่..." เขากระซิบพร้อมกับค่อยๆ เอียงตัวแล้วบุ้ยปากไปที่กระเป๋ากางเกงฝั่งซ้าย "ในนั้น หยิบเร็ว"
หาาาาาา นั่นมันกระเป๋ากางเกงนะเว้ย คือจินตนาการออกมั้ยว่าอยู่ช่วงบริเวณไหน -.,-
"เร็วดิ" เดี๋ยว! ให้เวลาฉันเตรียมใจหน่อยได้มั้ยเล่า U_U
"แล้วทำไมพี่ไม่หยิบเอง Y_Y"
"ถือเถาวัลย์อยู่เนี่ยเห็นป่ะ"
"ออกมาสิวะ!! ฮึ่ม! อีนังดำ ข้าจะจับเองหั่นเป็นชิ้นๆ เลยโว้ย!!" เสียงตะโกนดังมาอีกระลอก ฮือออ มันพูดถึงฉันสินะ แค้นขนาดต้องจับหั่นเลยเหรอ คงกะเอาให้คุ้ม เผื่อมันสูญเสียปิกาจูไปจากการเตะผ่าหมากทรงพลังของฉันมั้ง
"หยิบแล้วโทรฯ หาไอ้นทีให้มาช่วยซะน้อง ก่อนที่เราจะตายคู่" คนข้างๆ เร่ง "อย่าส่งข้อความล่ะ เพราะมันไม่เคยเปิดอ่าน"
โอ้ย ก็ได้วะ! ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือไปยังกระเป๋ากางเกงของคนตรงหน้า จะหลับหูหลับตาหยิบก็กลัวจับผิด ว้อย! ฉันค่อยๆ ลูบๆ คลำๆ ไปตามตะเข็บกางเกง พี่พายัพเลยขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้ฉันล้วงได้ง่ายขึ้น ล้วง...ล้วง...แล้วก็ล้วง...
กรี๊ดดด ได้มาแล้ว! คืออันที่จริงมันก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรขนาดนั้นหรอกนะ ออกจะรู้สึกแบบว่า...
แว้ก! คิดอะไรไอ้เหนือ =O=
ฉันสะบัดหน้า ดึงสติที่หลุดกลับมา ก่อนจะยิ้มให้กับเจ้าโทรศัพท์ในมือ โชคดีที่มันไม่มีรหัสให้ฉันต้องทำหน้าดำหน้าแดงไปขอพี่พายัพอีก ฉันเลยรีบเข้าเมนูรายชื่อ เลื่อนหาอยู่ครู่ก็เจอ จึงรีบกดโทรฯ ทันที
[ฮัลโหล...ว่าไง] กรี๊ดดดด ปลายสายรับแล้ว
[ฮัลโหลพี่นที นี่เหนือเองนะคะ เรื่องด่วนค่ะ! คือว่าตอนนี้เหนือกับพี่พายัพโดนโจรดักปล้น เราอยู่กันแถว...]
ตู๊ดๆๆ ตู๊ดๆๆ
อ้าวเฮ้ย!
ฉันรีบลดโทรศัพท์ข้างหูลงมาดู ปรากฏว่าแถบสัญญาณที่หน้าจอขาดๆ หายๆ คือพอกับแต้มชีวิตฉันกับพี่พายัพตอนนี้เลย Y_Y
"สัญญาณหลุดไปแล้วค่ะ TOT"
"เวร!" คนข้างๆ สบถ
ดูเหมือนทางออกสุดท้ายจะปิดซะแล้ว เพราะสัญญาณมือถือไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาอีกเลย ฉันลองโทรฯ อีกหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้ผล เวรแบบที่พี่พายัพบอกจริงๆ นั่นแหละ -_-^
"ให้เหนือช่วยถือเถาวัลย์นะ" ฉันรีบอาสาเมื่อเห็นหน้าพี่พายัพดูอ่อนล้าเต็มที แถมซีดยิ่งกว่าไก่ต้มไหว้เจ้าอีกค่ะ
"โอ้ย!" เขาร้องเสียงหลงซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ฉันเอื้อมตัวไปและมือโดนที่สีข้างของเขาพอดี อะไร? บาดเจ็บเหรอ?
ฉันรีบชักมือกลับเหมือนโดนของร้อน ก่อนจะสังเกตเห็นว่ามีคราบสีแดงๆ ติดอยู่ที่มือฉัน เฮ้! นี่มันเลือดชัดๆ!?!
"พี่พายัพ..."
"อืม...โดนมีด แต่แค่เฉี่ยวๆ" เขาตอบเสียงเอื่อย สีหน้ายังเต็มไปด้วยความเจ็บ
ไม่ได้เด็ดขาด! ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ แผลเฉี่ยวๆ ของเขาอาจจะลึกสำหรับฉัน ยิ่งนึกย้อนไปตอนตะลุมบอนก็ยิ่งรู้สึกผิด เหตุมันเกิดจากฉันแท้ๆ เพราะไอ้โจรบ้านั่นพูดจาทุเรศใส่ฉัน พี่พายัพเลยระเบิดอารมณ์เข้าไปชกต่อยกันอีรุงตุงนังจนได้แผลมาแบบนี้
"เสียงพวกมันเงียบไปตั้งนานแล้ว เหนือว่ามันคงถอดใจไปกันหมดแล้วมั้ง" พี่พายัพได้ยินดังนั้นจึงลดเถาวัลย์ลง "ออกไปกันเถอะค่ะ แผลพี่ปล่อยไว้นานๆ เดี๋ยวจะแย่"
คนเจ็บก้มลงมองทีสีข้างด้านขวาของตัวเอง เขาค่อยๆ เลิกเสื้อชั้นนอกขึ้นจนเผยให้เห็นเสื้อกล้ามซึ่งเปื้อนเลือดสีแดงสดดวงใหญ่
"อืม...ก็ได้"
จากนั้นเราเลยกลับสู่โหมดคนแคระพยุงยีราฟอีกครั้ง ฉันแอบนึกขอบคุณดวงจันทร์ในคืนนี้ไม่หยุด เพราะมันแท้ๆ เลยเดินได้สะดวกขนาดนี้
“พักแป๊บนึงได้มั้ย” คนเจ็บถามเสียงอ่อน ฉันพยักหน้าก่อนจะค่อยๆ ปล่อยเขาลงนั่งบนท่อนไม้ ไม่ลืมที่จะหันซ้ายแลขวาสอดส่อง แถวนี้น่าจะปลอดภัยแล้วแหละ นรกคงสูบไอ้มหาโจรลงไปหมดแล้ว ล้อเล่น! ให้ฉันเดาคือมันพยายามตามหาแต่หาไม่เจอมากกว่าก็เลยพากันไปหาเหยื่อใหม่
“ยังไหวมั้ยคะ”
“ไหว...ถ้าน้องยังพยุง” พี่พายัพยิ้มแห้งๆ ตอบกลับมา ฉันรู้สึกได้กำลังใจในการพยุงขึ้นเป็นกอง อย่างน้อยเขาก็ไม่ยอมแพ้แล้วล่ะน่า “แต่เจ็บที่แผล...มากๆ”
หะ...หา ทำไงดีล่ะ ฉันไม่มีความรู้ในการพยาบาลเลยซะด้วย เอางี้แล้วกัน
“ฟู่วๆ” ฉันก้มลงไปเป่าแผลให้คนที่นั่งบนขอนไม้อย่างแผ่วเบา “ยายเคยบอกเหนือว่า ถ้าเจ็บตรงไหนให้เป่า แล้วมันจะหาย”
“...”
“ดีขึ้นมั้ยคะ?”
“อื้ม...ดีขึ้นมากจริงๆ”
:: PAYAP’S TALK ::
ที่ผมตอบไปแบบนั้นก็เพราะรู้สึกจริงๆ นะครับ คุณต้องลองมาเห็นยัยเด็กผู้หญิงคนนี้กำลังตั้งอกตั้งใจเป่าแผลให้ผม แล้วคุณจะยิ้มตามและรู้สึกดีขึ้นจริงๆ นั่นเลยทำให้ผมรู้สึกผิดนิดๆ ขึ้นมา
ย้อนไปเมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้ว...ผมเพิ่งขอเธอเป็นแฟนครับ
คือผมอยากจัดโต๊ะนั่งแถลงตรงนี้เลยว่า ‘ผมไม่ได้ชอบเธอนะ’ ไม่ได้ขอเป็นแฟนเพราะชอบแต่เพราะความอยากเอาชนะไอ้เกมบ้าๆ นั่นที่เธอกับเพื่อนทำหัวหมอคิดขึ้นมาเพื่อหลอกเอาติวฟรีจากพวกผมต่างหาก ผมมันโคตรบ้าและโคตรเด็กเลยว่ามั้ยล่ะ -_-; แต่เนี่ยแหละนิสัยขี้เอาชนะของผม
เฮ้! แต่อย่าลืมว่าผมก็รับผิดชอบทุกคำพูด ทุกการกระทำของตัวเองนะครับ สุภาพบุรุษพอน่า -_- ผมไม่ยอมด้วยซ้ำตอนที่เธอให้มองว่าการขอเป็นแฟนนั่นเป็นแค่เกม ก็เลยลองเสนอตัวเลือกให้เธอไม่ต้องเป็นแฟนกับผมก็ได้ แลกกับอะไรสักอย่างที่ผมจะขอ...ซึ่งตัวผมเองก็ยังไม่รู้สักทีว่าจะขออะไร คือมันนึกไม่ออกจริงๆ ครับ ไว้ก่อนแล้วกัน
หลายคนอาจจะสงสัยใช่มั้ย ที่ผมบอกว่าไม่ได้ชอบเธอ แต่ทำไมถึงชอบทำตัวกวนๆ ใส่ หยอดนู่นหยอดนี่ และอยากอยู่ใกล้เธอตลอดเวลา ทั้งๆ ที่เธอก็ไม่สวย ไม่มีเสน่ห์ดึงดูดเลยสักนิด ครับ! ใช่! ผมยอมรับว่าผมก็คิดแบบคนอื่นๆ นั่นแหละ แต่คงแค่ช่วงแรกที่รู้จักเธอมั้งครับ J ผู้หญิงคนนี้มีดีอย่างอื่นนะ...
เธอเป็นคนดี...มากๆ อะไรบางอย่างในตัวเธอบอกผมแบบนั้น ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจและไม่รู้เหมือนกันว่ะว่ามันคืออะไร
อ้าว...พูดมาถึงตรงนี้ ผมก็ยังนั่งยันนอนยันเหมือนเดิมนะว่า ‘ผมไม่ได้ชอบเธอ’ แถมยังรู้ด้วยว่าเธอแอบชอบไอ้นที เพื่อนของผมเอง ฮ่าๆ ดูออกง่ายจะตาย นั่นเลยทำให้ผมไม่ค่อยกลัวเธอจะหวั่นไหวเวลาอยู่ใกล้ๆ กัน เธอดูมั่นคงกับเพื่อนผมดีครับ
อ้อ...ใช่ เกริ่นมาซะนานเลย ลืมบอกเหตุผลจากคำถามที่ทุกคนคงจะสงสัยกัน
เพราะอะไรน่ะเหรอครับที่ผมมีท่าทีเหมือนจะชอบเธอ? นั่นก็เพราะว่ามีใครบางคนทิ้งท้ายไว้กับผมแกมบังคับ ด้วยประโยคที่ผมยังจำได้ติดหูหลังจากที่คุยโทรศัพท์กันเมื่อประมาณสองเดือนก่อน...
‘งั้นแลกกัน และนายต้องสัญญาว่าจะดูแลยัยนั่นอย่างดี...’
นั่นแหละครับ เหตุผลที่ผมต้องวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เธอเสมอ และเมื่อเห็นว่าเธอไม่ยอมเป็นแฟนด้วยก็เลยต้องพยายามสนใจเธอแบบนี้ไง ผมต้องดูแลเธอให้ดีที่สุด! เรื่องนี้มันสำคัญกับผมมาก...
ว่าแต่...คงรู้กันใช่มั้ยล่ะว่า ‘ยัยนั่น’ ก็คือผู้หญิงที่อยู่กับผมตอนนี้ เวลานี้
‘ยัยดาวเหนือ’ นั่นแหละ
:: END PAYAP’S TALK ::
“อ๊ะ! แสงไฟ! แสงไฟค่ะ” ฉันร้องลั่นอย่างดีใจ อยากจะกระโดดโลดเต้นแต่ติดตรงที่หิ้วปีกคนเจ็บอยู่ ฮือออออ มองเห็นทางรอดอยู่ไม่ไกลแล้ว
ย้อนกลับไปตอนที่พี่พายัพนั่งพักบนขอนไม้จนหายเหนื่อย ฉันเลยพาเขาที่ค่อยยังชั่วด้วยการเป่าโดยฝีมือฉัน >O< เดินออกมาจนถึงริมถนนที่รถวิ่งได้สำเร็จ แต่มันกลายเป็นคนละทางกับตอนที่เดินเข้าไปเลย ไร้เงาไอ้แก่ของลุงภารโรงโดยสิ้นเชิง แต่เมื่อเราเดินมาได้สักพัก ก็เป็นอย่างที่ฉันเห็น แสงไฟฟฟฟฟฟฟฟฟ มีคนผ่านมาแล้ววววววววววว
“ฮึ หวังว่าคงไม่ใช่พวกโจรอีกนะ” พี่พายัพพูดเสียงต่ำ “คงวิ่งไม่ไหวแล้ว”
ฮ่าๆ ฉันก็เหมือนกัน หมดเรี่ยวหมดแรง ตอนนี้คิดถึงแต่เตียงนอนนุ่มๆ ที่อาจจะได้กลับไปนอนเกลือกกลิ้งในอีกไม่ช้า
“พี่ว่าเราไปหลบหน่อยดีกว่ามั้ย”
“โอเคค่ะ” ปลอดภัยไว้ก่อนนั่นแหละดีแล้ว
แสงไฟสว่างขึ้นเรื่อยๆ ตามมาด้วยเสียงล้อบดกับถนน จักรยาน! แล้วนั่นก็แสงไฟฉาย มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ในใจนี่ลุ้นขอให้เป็นคนที่เคยรู้จักกันตอนเด็กๆ ด้วยเถอะ
และดั่งพระเจ้าได้ยินคำอ้อนวอน
“พี่นที!” ฉันร้องลั่นกว่าเดิมอย่างลืมตัว รีบวิ่งออกมาจากข้างทางจนเกือบสะดุดล้มหน้าคะมำ
“เหนือ! ไอ้พายัพ!” คนมาใหม่ร้องทักด้วยความดีใจไม่แพ้กัน เขาดับไฟฉายลง ฝากจักรยานไว้กับลุงที่นั่งซ้อนท้ายมาด้วย
“เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่เนี่ย” พี่นทีถามฉันสลับกับพี่พายัพด้วยสีหน้ามึนงงผสมกับความไม่พอใจเล็กๆ?
ฉันสัมผัสได้อย่างนั้นจริงๆ
“เฮ้ย! แล้วนั่น...” เขาเบิกตาโพลง ชี้ไปที่สีข้างของคนเจ็บ
“เออ! โดนแทงมาว่ะ เรื่องมันยาว มึงช่วยพากูไปทำแผลก่อนเหอะ ขืนรอให้อธิบายจบ มีหวังกูได้นอนตายตรงนี้แน่” พี่พายัพโอดครวญ พี่นทีกับลุงคนนั้นจึงรีบเข้ามาหิ้วปีกพี่พายัพไว้คนละข้าง โห! ไม่น่าเชื่อแฮะ ฉันเคยทำคนเดียวไหวด้วย
“โอเคๆ กูเห็นรถของลุงแกจอดอยู่แถวโน้นอ่ะ มึงขับมาทิ้งไว้ใช่ป่ะ”
“ลุงไหน? ทางไหน?”
“นู่น” พี่นทีชี้ไปด้านหลัง ก่อนหันมาบุ้ยปากไปทางลุงผู้หิ้วปีกด้านซ้าย “แล้วก็ลุงคนนี้”
“อ้าวลุง!” พี่พายัพขยี้ตานิดหน่อย “พอดีผมเบลอๆ ขอโทษนะครับที่ทิ้งรถลุงไว้ พอดีผมโดนดักปล้น แต่กุญแจยังอยู่ในกระเป๋าผมนะ”
ลุงภารโรงพยักหน้าเบาๆ ก่อนตอบกลับ “ไม่เป็นไรพ่อหนุ่ม รอดมาได้ก็ดีแล้ว”
“ขอบคุณครับ”
“แล้วนี่เราจะไปไหนกันคะ” ฉันถามขึ้นบ้างอย่างสงสัย
“กลับค่ายไม่ได้...” คนถูกหิ้วปีกหลับตาลงอย่างใช้ความคิด “เพราะถ้ากลับไป ทุกคนในค่ายจะรู้ว่าพี่บาดเจ็บและโดนปล้นมา แล้วค่ายก็อาจจะถูกยกเลิก ทั้งๆ ที่...เพิ่งมาได้แค่วันเดียว...”
“ก็จริง” พี่นทีออกความเห็นบ้าง “แต่นอกจากที่นั่นแล้วเราจะไปที่ไหนได้วะ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือมึงไม่ควรเอาอาการบาดเจ็บของตัวเองมาเสียสละเพื่อค่ายนะ...”
“มีค่ะ...มีที่ไป” ฉันโพล่งขึ้น “บ้านของเหนือไง! พอมีอุปกรณ์ทำแผลอยู่บ้าง...”
โอเค! ฉันจะรับผิดชอบที่ทำพี่พายัพบาดเจ็บเอง!
หลังจากที่ฉันเสนอไปแบบนั้น ตอนนี้เราทั้งหมดเลยได้ขึ้นมานั่งอยู่บนไอ้แก่คันเดิมของลุงภารโรง โดยลุงแกนั่นแหละเป็นคนขับ ส่วนฉันนั่งข้างๆ เป็นคนบอกทาง อีกหนึ่งหนุ่มและคนเจ็บเลยต้องไปนั่งกระบะท้ายเพราะว่ามันเป็นรถตอนเดียว
เชื่อมั้ยว่าตอนแรกฉันจะถามลุงด้วยซ้ำว่าไม่กลัวเลยเหรอที่ขับรถที่มีเสียงดังๆ แบบนี้ แต่ปรากฏว่าไอ้แก่กลับทำหน้าที่จงรักภักดีต่อเจ้าของของมันอย่างสุดซึ้งด้วยการไม่ส่งเสียงดังสักแอะ ต่างกับที่พี่พายัพขับมาโดยสิ้นเชิง เหอะ! คงกลัวโดนเอาไปขายโรงรับซื้อเศษเหล็กล่ะมั้ง
เราใช้เวลาไม่กี่นาทีก็มาถึงบ้านของฉันโดยสวัสดิภาพ โดยที่ฉันไม่ต้องคำนึงหาสายเบลท์ไปชั่วอึดใจได้ ฮี่ๆ
“อ้าว...เหนือ กลับมาแล้วเหรอลูก” ยายรีบลงบันไดบ้านมาหาฉัน สีหน้าแกมีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“กลับมาแล้วจ้ะยาย เหนือขอโทษนะจ๊ะที่จู่ๆ ก็หายไปเฉยๆ”
“เปล่าลูก ป้าวรรณแกบอกยายแล้วแหละ บังเอิญแกมีธุระด่วนด้วยเลยกลับมาโดยที่ไม่ได้บอกเหนือ ตอนแรกยายก็เป็นห่วงอยู่ว่าหนูจะกลับยังไง แต่...” ยายว่าก่อนจะหันไปมองทางด้านหลังของฉันที่มีพวกพี่ๆ และลุงภารโรงยืนยิ้มเผล่อยู่ “แต่ก็สบายใจขึ้นแล้วลูกที่เห็นหนูกลับมาพร้อมกับ...”
“อ๋อออ พี่ๆ กับคุณลุงในค่ายน่ะค่ะ” ฉันยิ้มเจื่อนๆ นึกคำอธิบายต่อไม่ค่อยถูก
“สวัสดีครับคุณยาย” ทั้งหมดยกมือไหว้ยายฉันอย่างพร้อมเพรียง
“พอดีพวกผมมาส่งดาวเหนือน่ะครับ แล้วก็บังเอิญแผลผ่าตัดไส้ติ่งของเพื่อนผมเกิดฉีกนิดหน่อย เลือดเลยออก ก็เลยจะขออุปกรณ์ทำแผลให้มันหน่อยได้มั้ยครับคุณยาย” พี่นทีโชว์สกิลเสียงอ่อนเสียงหวาน แม้จะโกหกคำโตไปบ้าง แต่ก็พอหยวนให้อภัยได้ตรงที่เขาไหวพริบดีแก้ปัญหาเรื่องพี่พายัพอย่างแนบเนียน
“อ้อ งั้นเหรอลูก” คนสูงวัยเอามือทาบอก “งั้นก็ตามสบายเลยนะ ยายไปนอนก่อนดีกว่า ให้เหนือเขาหยิบกล่องยาให้แล้วกันนะ”
“ได้เลยครับคุณยาย ขอบคุณนะครับ”
“ส่วนเหนือนะลูก ดูแลทางนี้เสร็จแล้วขึ้นไปนอนกับยายในห้องนะ ยายคิดถึง อยากกอด”
“จ้า เหนือก็คิดถึงยายเหมือนกัน” ฉันพูดทิ้งท้ายอย่างออดอ้อน คนสูงวัยได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างก่อนจะเดินขึ้นบ้านไป
หลังจากยายไปนอนเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็เชิญตัวเองไปนั่งยังแคร่ใต้ถุนบ้าน ฉันเลยรีบไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลซึ่งถูกจัดไว้เป็นกล่องเรียบร้อยแล้วในตู้หลังบ้าน ปล่อยให้คุณลุงกับพี่นทีอยู่เป็นเพื่อนคนเจ็บ
“เหนือ...” เสียงคนเรียกจากด้านหลัง หนึ่งในนั้นเดินตามฉันมาแน่ๆ ฉันจึงหมุนตัวกลับไปดู “อ้าว...พี่นที”
“อื้ม พี่เอง” เขายิ้ม พลางเกาแก้มจนแดงเถือก “เป็นไงบ้าง...”
เขา...ถามแบบนี้ คือเป็นห่วงฉันใช่มั้ย?
“โอเคค่ะ ไม่ได้บาดเจ็บอะไรเลย ^O^”
“ก็ดี...”
“งั้นเหนือไปเอาอุปกรณ์ทำแผลก่อนนะ” เขาเพียงแต่พยักหน้า ฉันจึงรีบสาวเท้าออกไปให้พ้นจากบริเวณที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะนี้โดยเร็วก่อนที่มันจะอาการหนักกว่านี้
“เดี๋ยว!” คนเรียกยืนพ่นลมหายใจ คล้ายกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง
“คะ?”
“คือพี่...”
“...”
“พี่...” เขาเลียริมฝีปาก ก่อนจะพูดออกมาอย่างยากเย็น
“พี่จะมาคุยเรื่องที่ค้างไว้”
“อ๋อ...” พลันฉันก็นึกย้อนไปถึงเรื่องที่เคยคุยกันในแชทไลน์วันนั้นว่าถ้ามีโอกาสเหมาะๆ เมื่อไหร่ พี่นทีจะหาเวลามาคุยกับฉันอีกที คือเวลานี้ใช่มั้ย?
“พี่มีคนที่ชอบแล้วนะ”
จึก! เสมือนโดนเข็มนับพันเล่มจิ้มลงมาที่กลางใจ ฉันรู้สึกว่าตัวกระตุกวูบ ที่ดวงตาเริ่มมีหยาดน้ำมาคลออยู่ปริ่มๆ
‘พี่มีคนที่ชอบแล้วนะ’ รูปประโยคแบบนี้ไม่ใช่ฉันแน่นอน ถึงแม้จะเตรียมใจมาบ้าง แต่มันก็อดเจ็บไม่ได้เลยแฮะเวลาได้ยินตรงๆ แบบนี้
“เหนือ...เข้าใจแล้ว”
“ไม่อยากรู้เหรอว่าพี่ชอบใคร”
ทำไมฉันต้องอยากรู้? แค่นี้ยังคิดว่าฉันเจ็บไม่พออีกหรือไงเล่า T_T จะตอกย้ำกันไปถึงไหน
“ไม่ค่ะ”
“แต่พี่อยากบอก...” เขาย้อนทันควัน
“...”
“พี่ชอบ...”
“...”
“ไอ้พายัพ...”
TALK with Beer
สวัสดีค่ะทุกคน ตอนที่สี่แล้ววววเนอะ ครึ่งทางกันแล้ว เป็นวีคที่หนักหนาสาหัสสำหรับเบียร์มากจริงๆ
คือมีภาระงานส่วนตัวทับถม T_____T นอนหลังเที่ยงคืนเกือบทุกวัน ฮือออ (บ่นให้ใครสงสาร? โอเคไม่มี555555555)
เข้าเรื่องดีกว่าเนอะ! เป็นยังไงกันบ้างคะตอนนี้ อิตาพี่พายัพเล่นทิ้งปมไว้แล้ว พี่นทีเองก็เช่นกัน นางบอกกับดาวเหนือว่าชอบพี่พายัพง่ะ ;-;
กลายเป็นรักสามเส้าเราสามคน เฮือก! อาจจะมีเรือผีพายัพนทีโผล่มาอะไรแบบนี้ /หวั่นๆ 5555
ยังไงก็ขอฝากทุกคนคอยตามเชียร์ และจิ้มโหวตให้เบียร์ด้วยน้า
ขอบคุณพี่อายสำหรับคอมเมนต์ในทุกๆ วีคนะคะ เบียร์จะพยายามปรับปรุงให้ได้มากที่สุด
และก็ขอบคุณทุกคนจากใจจริงๆ นะคะ ที่คอยโหวตให้กันตลอดมา <3
แปะรูปน่ารักๆ ของพี่พายัพไว้ให้ทุกคนดูกันด้วยยย ขอบคุณรูปจากพี่ฮารุ หนึ่งในสายรหัสของเบียร์ค่ะ ไปติดตามผลงานของพี่เค้าได้ที่ ---> https://www.facebook.com/pamyupamyupmpm/?fref=ts
พีคมากตรงพี่พื้นที่ชอบพี่พายัพพพ
นางจะมาแย่งพี่พายัพของดาวเหนือมั้ยยย ตบเลย //เดี๋ยวว 555555
สนุกกก รออ่านตอนหน้าาา
ยังดีที่รอดมาได้ แม้พี่พายัพจะบาดเจ็บเล็กๆ *กระซิกๆ*
ตอนพี่นที(หรือพื้นที่) บอกว่าพี่มีคนที่ชอบแล้ว นี่ลุ้นมากเลยนะ
ดาวเหนือแน่ๆ บอกชอบดาวเหนือแน่ๆ
มาถึงบรรทัดสุดท้าย อ้าว! ชอบพายัพ
เดี๋ยวก่อนนน ฮ่าๆๆ รออ่านตอนต่อไปน้าา สู้ๆ
เริ่มเปิดปมมาแล้ว มีปัญหาเรื่องการบรรยายนิดหน่อยค่ะ ตรงนี้อาจต้องไปฝึกอีกนิด
บางจุดยังเหมือนเร่งๆ รนๆ บางจุดก็ยืดยาวเกินไปหน่อย
และบางจุดยังทำได้ไม่เนียน เช่นการเปิดปมของพายัพ
เหมือนอยู่ดีๆ ก็ใส่เข้ามา แล้วก็ยังบรรยายส่วนนี้ได้ไม่ลื่นพอ
พอมาเจอปมของนทีเข้าไปอีกเลยงงๆ นิดหน่อย
แต่น่าจะเฉลยต่อในตอนต่อไปใช่มั้ยคะ จะรออ่านนะ
สู้ๆ ค่ะ