winevis

[JLS19] Imposter กลรักแสนร้าย วุ่นวายหัวใจ

เพราะเธอไม่เคยเชื่อว่าคนเราจะรักกันได้โดยที่ไม่มองรูปร่างหน้าตา แต่เมื่อมีเขาเข้ามา ความเชื่อของเธอก็เปลี่ยนไป

0%
VOTE
ตอนก่อนหน้า

ตอนที่ 3/7 :: แจวมาแจวจ้ำจึก

ตอนถัดไป

บทที่ 3

แจวมาแจวจ้ำจึก

 

ใครจะไปคิดล่ะว่าฉันจะได้มาเจอเขาทั้งสองคนพร้อมๆ กันที่นี่ แถมยังได้นั่งจ้องตาแป๋วแบบนี้ นี่มันโคตรบังเอิญซ้อนบังเอิญ แต่ดูพวกเขาสิ กลับทำหน้านิ่งไม่แปลกใจอะไรสักอย่าง ผิดกับฉันที่เหวอจนอ้าปากหวอ ฉันเลยแก้ความมึนด้วยการกวาดสายตาไปรอบๆ ก่อนที่จะไปสะดุดเข้ากับป้ายไวนิลแผ่นใหญ่ซึ่งขึงไว้เป็นฉากหลังบนเวทีในโดมหลังนี้

 

เท่านั้นก็แทบดีดนิ้วแล้วร้องอ๋อ...

 

                ‘กิจกรรมค่ายอาสา พัฒนาเพื่อน้อง จากพี่ๆ ชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัย W ระหว่างวันที่...

 

                ชัดเจนนี่ยังไงล่ะเหตุผลที่ฉันมาจ๊ะเอ๋กับพวกเขาที่นี่  

               

ไง...เหนือ” หลังจากที่ทุกคนเห็นฉันทำหน้าเหลอหลาใส่จนเงียบกันไปครู่หนึ่ง คนมาดนิ่งก็ทำลายบรรยากาศนั้นลงด้วยเสียงเรียบๆ ของเขา

 

สะ...สวัสดีค่ะพี่นที” ฉันคลี่ยิ้มส่งไปด้วย ก่อนจะลอบถอนหายใจ เขาคงไม่รู้ว่าแค่การทักนั่นทำให้ฉันใจชื้นขึ้นเยอะแค่ไหน เพราะหลังจากวันนั้นที่เขาอ่านไลน์แล้วไม่ตอบ เราก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยหรือเจอกันอีกจนกระทั่งวันนี้ นั่นเลยทำให้ฉันยิ่งจิตตก คิดไปถึงขนาดว่าเขาอาจมองฉันในมุมแย่ๆ สารพัด สาเหตุจากอะไรน่ะเหรอ?

 

อย่าลืมเชียวว่านังดาวเหนือคนนี้ไปสารภาพรักกับเขามา ก่อนที่ตอนเย็นวันเดียวกันนั้นก็ดันไปตอบรับคำขอเป็นแฟนจากเพื่อนของเขาอีก U_U แต่ปัดโธ่เอ๊ยอยากให้ทุกคนลองย้อนเวลากลับไปบนเวทีตอนช่วงนั้นกับฉันจัง แล้วคุณจะรู้สึกได้ว่าวินาทีนั้นฉันกำลังโดนพรากสติ ลืมตัวและพูดออกไปแบบไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

 

แต่ขอโทษทีเถอะ อย่าเพิ่งมองเหตุผลเดียวอันมีน้ำหนักเบาหวิวของฉันเป็นข้อแก้ตัวเลย -_-; เพราะที่ฉันยังหุบปากเงียบไม่อธิบายให้พี่นทีฟังก็เพราะกลัวเขาจะคิดแบบนี้นั่นแหละ แถข้างๆ คูๆ ไรงี้

 

โห สงสัยจะเห็นแค่ไอ้นทีคนเดียวมั้ง” ได้ยินเสียงประท้วงเบาๆ จากอีกคน ฉันจึงเลื่อนสายตาไปมองก่อนยกมือไหว้อย่างประชด พี่พายัพที่ยังคงรักษาความกวนประสาทเสมอต้นเสมอปลายเลยขมุบขมิบปากทำท่าล้อเลียนกลับมา ฉันแอบนึกขอบคุณเขาในใจที่ยังทำตัวแบบเดิม อย่างงี้ฉันค่อยวางตัวง่ายหน่อย

 

ว่าแต่ทำไมพวกพี่ๆ ถึงไม่แปลกใจเลยอ่ะที่จู่ๆ เหนือก็มาโผล่ที่นี่” สงสัยจริงๆ นะ ทั้งสองคนดูนิ่งกันมากกกก เหมือนนี่เป็นแค่การนัดเจอตามตลาดนัดแถวมหาลัยของพวกเขาอ่ะ

 

มีคนบอก” พี่พายัพตอบ

 

“ ใครคะ?

 

โอม...” เขาสั่นหัวหงึกหงัก ไม่ใช่สิ...เอมี่ต่างหาก

 

หืม?” เอมี่มาเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกแล้ว แต่ก็ยังงงอยู่ดี ฉันเลยทำหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามส่งไปหาเขาอย่างต่อเนื่อง

 

คือพี่เห็นน้องหายไปจากไลน์กรุ๊ป ก็เลยทักไปถามเอมี่ คุยไปคุยมาเลยยาวจนรู้ว่าน้องมีบ้านอยู่ประจวบฯ ด้วย แถมอยู่ใกล้ค่ายนี้อีก แล้วก็จะกลับมาที่นี่ช่วงที่พี่เข้าค่ายพอดี” เขายักไหล่ตอบง่ายๆ เหมือนกับว่าการแอบไปสืบเรื่องราวชีวิตฉันจากกลุ่มเพื่อนดูเป็นเรื่องไม่ยาก

 

ก็แหงน่ะสิหน็อย -_-+ นังเอมี่คนขายเพื่อนเห็นผู้หล่อๆ หน่อยไม่ได้เชียวหวังว่าแค่เรื่องนี้ที่บอกไปนะ คงไม่มีเรื่องอื่นๆ หลุดไปอีก ไม่งั้นล่ะก็มีเคลียร์ยาวแน่ ทบต้นทบดอกตั้งแต่เรื่องที่นางเป็นคนต้นคิดไอ้เกมนั่น จับฉันขึ้นไปบนเวที จนถึงคอลไลน์มากรี๊ดกร๊าดเรื่องที่พี่พายัพขอฉันเป็นแฟน หารู้ไม่ว่าฉันไม่ได้ต้องการสถานะนั้นเลยยยยยย

 

อ๋อ...เป็นอย่างงี้นี่เอง

 

เยส...พี่ก็เลยบอกไอ้นทีด้วย” เขาเดาะลิ้นอย่างอารมณ์ดี ไม่คิดเหมือนกันนะเนี่ยว่าจะบังเอิญเจอในค่ายนี้ ที่ให้เจ้าอ้วนนั่นเรียกเข้ามาก็เพราะเห็นแอบดูอยู่หลังเสาตั้งนานสองนาน แล้วน้องก็ดันบ้าจี้เดินเข้ามาจริงๆ ฮ่าๆๆ” คนเล่าขำพรืด

 

หึๆ พี่พายัพนี่เองคือผู้อยู่เบื้องหลังสรรพนาม ‘พี่ดำ’ ฉันก็หลงก่นด่าเจ้าเด็กปีนเกลียวไปในใจอยู่ตั้งนาน -_-;

 

อ้อใช่ที่เดินเข้ามา...ไม่รู้อะไรดลใจเหมือนกันสิ หรือไม่ก็คงบ้าจี้แบบที่เขาบอกจริงๆ ล่ะมั้ง ฉันคงคิดว่าที่นี่อยู่ใกล้บ้าน ถิ่นตัวเองอะไรเทือกนั้น ก็เลยไม่ได้คิดตะขิดตะขวงใจ นี่เลยกลายเป็นยัยเหนือผู้บ้าบอและห้าวหาญในสายตาคนอื่นไปเรียบร้อย  

 

แต่ก็ดีแล้ว ไม่งั้นฉันจะได้เจอพี่นทีเหรอ >O<

 

เลิกคุยกันเถอะ สนใจนู่นนี่กว่า” พี่นทีเปลี่ยนเรื่อง แล้วพยักพเยิดไปทางพี่ผู้หญิงที่สั่งให้เรารวมกลุ่มกันเมื่อกี้ ซึ่งตอนนี้กำลังถือกระดาษเทาขาวแผ่นใหญ่โบกไปมาอยู่หน้าเวที เท่าที่ฉันเห็น เธอน่าจะเป็นผู้หญิงคนที่สองในค่ายนี้ล่ะมั้ง นอกจากนั้นก็เป็นผู้ชายตัวบึกบึนเกิน 80% อย่างว่า...นี่คณะวิศวกรรมศาสตร์นี่เนอะ

 

รู้จักเพลงนี้กันมั้ยเอ่ย?” เธอถามพลางกางกระดาษแผ่นนั้นชูขึ้นจนสุดแขน

 

รู้จักครับผมอยากพายเรือ วู้ๆ” จู่ๆ เจ้าเด็กอ้วนในกลุ่มฉันก็โพล่งออกไป พร้อมกับยกมือขึ้นทำท่าประหลาด เรียกให้สายตาหลายสิบคู่หันมามองอย่างสนใจ เอาล่ะเด็กนั่นทำการสร้างแลนมาร์กเรียบร้อยแล้ว -_-;

 

ดีจ้ะ งั้นกลุ่มน้องร้องและเล่นกลุ่มแรกเลยแล้วกันเนอะ” อ้าวซวย! “มีกติกาด้วย ตั้งใจฟังนะจ้ะ...

 

จากนั้นเธอก็อธิบายยาวยืด ฉันจับใจความได้ว่าคนแรกที่เริ่มเล่นต้องร้องเพลงแจว คือแจวเรือไปซื้ออะไรสักอย่างก็ได้ แต่ของสิ่งนั้นต้องคล้องจองกับชื่อคนในกลุ่มที่เหลือ และเมื่อคนแรกซื้อของที่คล้องจองกับชื่อใคร คนนั้นก็ต้องลุกขึ้นมาแจวเรือต่อ จากนั้นก็ทำเหมือนเดิมจนครบทุกชื่อในกลุ่ม หากคิดนาน ร้องสะดุด หรือเรียกชื่อไม่ครบจะถูกลงโทษทันที

 

ฟังเท่านั้น ยัยเด็กผู้หญิงสองคนที่เอาแต่ทำหน้าเบื่อโลกก็พากันส่ายหน้าดิกยิ่งกว่าพัดลมตอนกดปุ่มส่ายซะอีก อะไรกันนังหนู ฉันว่าคิดเลขยากกว่านี้อีกนะ x บ้าง y บ้าง ปวดหัวจะตายชัก!

 

แต่เดี๋ยว...เพิ่งสังเกตแฮะว่าทุกคนมีป้ายห้อยที่คอบอกชื่อกันหมด เหลือแค่ฉันนี่แหละที่ไม่มี เอ...แต่ก็น่าจะถูกแล้วล่ะมั้ง...ฉันเป็นคนนอกนี่นา

 

พี่ชื่อดาวเหนือนะคะ” ฉันรีบกระซิบแนะนำตัวกับน้องๆ ในกลุ่มอีกสี่คน พี่พายัพกับพี่นทีพลอยพยักหน้าตามเด็กๆ ไปด้วย และเมื่อทุกคนดูเข้าใจกติกากันเรียบร้อย เจ้าเด็กอ้วนแก้มย้วยที่ชื่อ ‘ไข่ตุ๋น’ จึงเริ่มร้องเพลงแจวเป็นคนแรก    

 

 “แจวมาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว แจวมาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว แจวเรือจะไปซื้อหวี แจวเรือจะไปซื้อหวี ขอเชิญพี่นทีลุกขึ้นมาแจว...” ไข่ตุ๋นร้องเพลงที่ตัวเองอยากร้องนักร้องหนาอย่างสนุกสนานเล่นเอาคนที่ถูกเรียกชื่อและยังไม่ทันตั้งตัวสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ยอมลุกขึ้นมาตั้งท่าแจวเรือ

 

คิกๆ ถ้ามีกล้องถ่ายรูปตอนนี้ล่ะก็เจ๋งไปเลย ฉันจะแอบถ่ายไว้ทุกช็อตไม่ให้พลาด แถม copy ไว้อีกหลายๆ ไฟล์เผื่อหาย ดูสิ...ผมสีน้ำตาลช็อกโกแลตของพี่นทีค่อยๆ พลิ้วไปตามลมยามที่เจ้าของร่างขยับตัวเต้น นั่นทำให้ส่วนสูง 185 ซม. ดูน่ารักขึ้นทันใด และเมื่อเห็นน้องๆ พากันมอง เรียวปากสีชมพูธรรมชาติก็เม้มเข้าหากันด้วยความเขินอาย ไหนจะดวงตาสีดำสนิทที่คอยแต่จะผลุบลงต่ำไม่ยอมมองใครอีก

 

ฮือออ เขินชะมัด >///< ได้แอบมองใบหน้านั่นใกล้ๆ แบบนี้ช่างดีต่อใจเชื่อมั้ยว่าทั้งลานโดมตอนนี้พี่นทีคือจุดโฟกัส ฮึ่ยยยย

 

“...แจวมาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว แจวเรือจะไปซื้อตับ แจวเรือจะไปซื้อตับ ขอเชิญพายัพลุกขึ้นมาแจว...” พี่นทีส่งไม้ต่อไปยังคนข้างๆ คนถูกเรียกชื่อบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเต้นด้วยท่าทางกวนๆ เรียกเสียงฮาดังสนั่น เจ้าไข่ตุ๋นถึงกับขออนุญาตพี่บนเวทีเพื่อลุกขึ้นเต้นประชันกับเขาเลยล่ะ

 

“...แจวมาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว แจวเรือจะไปซื้อเกลือ แจวเรือจะไปซื้อเกลือ ขอเชิญดาวเหนือลุกขึ้นมาแจว...

 

                กรี๊ดดดด อ้าวนั่นพี่พายัพเรียกชื่อฉัน ตาฉันแล้ว >_< ตื่นเต้นชะมัด ยิ่งสายตาของพี่นทีจ้องมายิ่งลืมท่า ฉันเลยเอาตัวรอดด้วยท่าจ้วงไม้พายตามพี่พายัพ ฮือออ ต้องขอบคุณเขา ว่าแต่ต่อไปเรียกชื่อใครดี...

 

                “แจวมาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว แจวมาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว...” ฉันแอบเหล่มองป้ายชื่อของน้องๆ ที่ยังไม่ถูกเรียก ตั้งใจร้องท่อนนี้สองรอบเพื่อแอบมองเลยนะนั่น แต่คุณพระ!

               

ราสเบอร์รี่  o_O

               

                คาปูชิโน =[]=!

 

                ครีมซอส =O=!

 

                นะ...นี่มันอะไรกัน ชูสามนิ้วสาบานทีเถอะว่าชื่อคน โอ้ม่ายยย T_T ไอ้เหนือก็ตายเยี่ยงเขียดสิแบบนี้ คำคล้องจองง่ายๆ ฉันยังแทบขุดขึ้นมาจากรากสมองไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับคำพวกนี้เล่า!  

 

                “จะ...แจวมาแจวจ้ำจึก นะ...น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว...” คิดไม่ออก บอกแล้วไม่เก่งไทย TOT ฉันลนไปพักหนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ายังมีตัวช่วยอยู่ จึงรีบหันไปส่งสายตาวิงวอนใส่ แต่ปรากฏว่า...  

 

                ทั้งพี่พายัพและพี่นทีหลบตาฉัน!!! ค่ะคุณโดนทีมทรยศ!

 

                “แจวมะ...มาแจวจ้ำจึก... น้ำนิ่งไหลลึก...

 

                “เอน้องคะ พี่ว่าน้องร้องวนมาหลายรอบแล้วน้า” พี่ที่ถือไมค์ท้วง

 

                “เอ่อ...แป๊บนึงนะคะ หนูกำลังคิด...” คิดแบบที่คิดยังไงก็ไม่ออกซะที T_T

 

                “ไม่ได้จ้ะ

 

                “หา...

 

                “แบบนี้คงต้องทำโทษเลย J

 

                โอเค โชคดีล่ะทุกคน U_U

 

                บทลงโทษที่ว่าไม่ใช่การจับเฆี่ยนตีอะไรเทือกนั้นหรอก เลิกกังวลได้ แถมออกจะบ๊องแบ๊วไปซะอีกเมื่อมันคือกระป๋องสีและพู่กัน แต่เปล่าเขาไม่ได้ให้เอาอุปกรณ์พวกนั้นไปสร้างภาพศิลปะบนกระดาษหรือเฟรมหรอก แต่ต้องเอามันมาละเลงลงบนใบหน้าของทุกคนในกลุ่มต่างหากล่ะตอนแรกพี่พายัพกับพี่นทีพยายามขอเปลี่ยนบทลงโทษด้วยเพราะกลัวสิวจะเห่อเต็มหน้า -.- แต่เพื่อนๆ ผู้มีอำนาจในการถือไมค์กลับชี้อย่างเฉียบขาดว่าไม่ได้ฮอลลลล

 

ยัยเด็กผู้หญิงสามคนที่มีชื่อเหมือนไม่ใช่ชื่อรีบจับคู่กันเองทันทีหลังจากรู้บทลงโทษ และเมื่อเหลือเศษคนหนึ่งจึงดึงไข่ตุ๋นที่ดูตื่นเต้นกับกระป๋องสีตรงหน้าเข้าไปเป็นคู่กัน -_-; เลยเหลือแค่ฉัน พี่นที แล้วก็พี่พายัพ ดังนั้นเราจึงตกลงกันว่าพี่นทีจะเป็นคนละเลงสีบนหน้าฉันก่อน จากนั้นฉันก็จะเป็นคนละเลงต่อไปยังหน้าพี่พายัพ แล้วพี่พายัพก็จะจัดการหน้าพี่นทีเป็นคนสุดท้าย

 

มันดีตรงที่...พี่นทีจะเป็นคนระบายสีบนหน้าฉันเนี่ยแหละ แค่คิดก็ฟินแล้ววววววว >////////////<

 

งั้นพี่เริ่มล่ะนะ...ขอโทษครับ” พี่นทีไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบหยิบอุปกรณ์ที่ได้รับมาวางตรงหน้า ก่อนจะขออนุญาต ฉันจึงรีบหลับตาลง ลอบระบายลมหายใจเล็กน้อยเมื่อพู่กันสัมผัสกับใบหน้า ความเย็นของน้ำที่ใช้ผสมกับสีทำให้ฉันเผลอหดคอลง และดูเหมือนว่าพี่นทีจะไม่ถนัดหรืออะไรสักอย่าง (ฉันมองไม่เห็น) เพราะจู่ๆ เขาก็ใช้มือจับคางของฉันเงยขึ้นอย่างแผ่วเบา

 

เขา-จับ-คาง-ฉัน !!!

 

ตายยยยยยยยยยย สติหลุดไปหมดแล้ว -////////- หัวใจนี่แทบหยุดเต้น ส่วนหูก็อื้อไปเสียดื้อๆ ไม่ได้ยินกลุ่มอื่นร้องเพลงเลย ฮือออ จะบอกว่านี่มันยิ่งกว่ากัปตันยูมาถอดเสื้อให้ดูตรงหน้าอีกจ้า มันคือความสำเร็จเล็กๆ ของมนุษย์แอบชอบ >O<

 

เสร็จแล้ว...” เขาปล่อยมือจากคางฉัน หะ...หา ไวไปมั้ยอ่ะ นี่ฉันเพิ่งหวีดและกรีดร้องในใจไปเองนะ  ระบายส่วนอื่นไปเรื่อยๆ ผมงี้ หูงี้ TOT รอจนกว่าสีบนหน้าฉันจะแห้งไม่ได้เหรอ

 

ต่อไปก็ตาไอ้พายัพ

 

ไม่ได้สินะ Y_Y

 

พี่นทีบุ้ยปากไปทางด้านหลังฉัน และเมื่อเห็นยิ้มแป้นแล้นบนใบหน้านั่น ฉันก็แทบจะหลับตาที่เพิ่งลืมขึ้นทันที

 

คือดูร่าเริงเกินเหตุอ่ะ -___-^

 

หลับตาสิคะ” ฉันว่าเมื่อเขาเอาแต่ยิ้มไม่หุบ “แล้วที่ยิงฟันอยู่นี่คือจะให้ระบายฟันให้?

 

เขาส่ายหน้า “อยากให้ระบายที่ใจ ทำได้ป่ะล่ะ J

 

พี่พายัพ!” ฉันแหวใส่ ไม่ได้ทำแก้เขินกับมุกหยอดบ้านๆ แบบนั้นหรอกนะ ยอมรับว่าไม่เคยได้ยินใครพูดให้ฟังก็จริง แต่พอเป็นคนตรงหน้าแล้วมันออกจะจักจี้หัวใจนิดๆ 

 

หลับตาได้แล้วน่า...” เมื่อเห็นว่าฉันเริ่มหงุดหงิด คนชอบกวนประสาทจึงยอมทำตามคำสั่งโดยดี

 

ฉันใช้พู่กันจุ่มสีแดงในจานสี อ่า...ควรทาตรงไหนก่อนดีนะ... ฉันค่อยๆ ไล่พิจารณาใบหน้านั้นไปจนทั่ว ตั้งแต่คิ้วเรียวได้รูป ดวงตาที่กำลังหลับพริ้มอยู่ แต่ฉันจำได้แม่นว่ามันเป็นสีเทาเข้มแสนทรงเสน่ห์ และมองข้ามไม่ได้เลยกับจมูกที่โด่งเป็นสันนั่น แล้วไหนจะริมฝีปากบางๆ สีชมพูแบบคนรักสุขภาพอีก และยิ่งเวลามีเส้นผมสีน้ำตาลเข้มซอยระต้นคอคอยคลอเคลียอยู่กับโครงหน้านั้นนะ บอกได้เลยว่าดูดีเป็นบ้า

 

เขาหล่อ...

 

แต่ฉันว่าไม่เท่าพี่นที ซึ่งฉันขอบอกก่อนเลยว่าฉันไม่ได้ชอบพี่นทีเพราะรูปร่างหน้าตาหรอกนะ แล้วก็ไม่ได้เข้าข้างเขาในเรื่องนั้นด้วย แต่ที่บอกว่าพี่พายัพหล่อน้อยกว่านั่นเป็นเรื่องจริง คนที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ในตอนนี้น่ะ ไม่ใช่คนหล่อถึงขนาดต้องเหลียวหลังมองหรอก แต่เขาเป็นคนประเภทที่มีเสน่ห์เหลือล้น เพราะบุคลิกที่ชอบยิ้มเก่งและพูดจากวนๆ ต่างหาก

 

จ้องนานๆ หลงรักไม่รู้ด้วยนะ” นั่นไงไม่ทันขาดคำ แถมแซวอย่างกับตาเห็น

 

จะไม่มีวันนั้นแน่นอน :P” ฉันแลบลิ้นใส่ก่อนตอบกลับไป

 

เอาล่ะฉันควรเลิกมองและหยุดชื่นชมใบหน้านั่น แล้วก็ควรเลิกลังเลในการเลือกบริเวณที่จะแต้มสีซะทีว่าแล้วฉันก็จิ้มสีแดงตรงปลายพู่กันลงบนจมูกโด่งๆ ของเขา แต่คนขี้กวนกลับทำหน้าไม่ยี่หระใส่ ด้วยความหมั่นไส้ ฉันจึงจุ่มสีดำแล้วเอาไปวงกลมล้อมรอบตาเขาจนมันดูคล้ายกับหมีแพนด้า

 

ฮ่าๆๆ ก๊ากๆ” ฉันหลุดขำเสียงดังจนคนอื่นในวงที่นั่งกันอยู่หันมามอง แม้แต่พี่นทีผู้มีบุคลิกนิ่งขรึมก็ยังคีพลุคไม่อยู่

 

“ขำอะไรน่ะ” เจ้าตัวลืมตาขึ้นมาถาม

 

เปล่าค่ะ” ฉันรีบกลั้นเสียงหัวเราะ หุบปากฉับ ต่อเลยดีกว่า” จากนั้นฉันก็ละเลงหน้าหล่อๆ นั่นด้วยสีมั่วๆ ในจานที่ยังพอมีเหลืออยู่ จนสุดท้ายมันเลยออกมาเป็นหน้าเปื้อนสีที่ตลกที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ก๊ากกกก

 

โอเค เสร็จแล้วค่ะ

 

พี่พายัพค่อยๆ ลืมตาขึ้น ถ้าไม่หล่อ รับผิดชอบแต่งให้ใหม่ด้วยนะน้อง

 

โน!

 

แล้วเขาก็ย่นจมูกใส่ ก่อนจะหยิบเจ้าพู่กันมหาภัยที่ถูกส่งต่อจากฉัน ชี้ไปยังหน้าพี่นที ได้เวลาของแก ไอ้เพื่อนรัก!

 

ส่วนฉันที่มีส่วนร่วมอยู่ห่างๆ ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าหลังจากเดินมาเข้าห้องน้ำและเพลินอยู่นี่หลายสิบนาที ยังไม่ได้บอกป้าวรรณเลยจึงรีบขอตัวออกมาก่อน แต่ปรากฏว่า...

 

ป้าวรรณหายไปแล้วจ้า =[]=!

 

ฉันเดินวนไปทั่วค่ายยิ่งกว่าหนูติดจั่น วิ่งหาทุกซอกทุกมุมจนหอบลิ้นห้อย แต่ก็ไม่พบป้าวรรณและไอ้คันเก่งของแกแม้แต่เงา ซวยแล้วไอ้เหนือเอาไงดีล่ะ...

 

เอ้อจริงสิ โทรศัพท์ไง นี่มันยุคไหนสมัยไหนกันแล้ว

 

วืดดด~

 

พลางล้วงไปในกระเป๋ากางเกง แต่กลับพบซึ่งความว่างเปล่า แม้แต่เหรียญบาทสักเหรียญยังสัมผัสไม่ได้ อนาถตรงนี้แหละ Y_Y อย่าหายเลยนะเพื่อนยาก...ฉันยังผ่อนไม่หมดนะว้อยและที่สำคัญ เมมโมรี่การ์ดในนั้นมีรูปพี่นทีอยู่เกือบครึ่ง บอกเลยว่าหวงแหนยิ่งกว่าสมบัติล้ำค่า!

 

ฉันเลยพยายามเค้นความทรงจำสุดท้ายที่ได้จับโทรศัพท์ออกมา ใช่...จำได้ว่าหย่อนมันไว้ในกระเป๋าสะพายนี่นา เป็นใบที่ฉันใช้บ่อยมาก ลายหมีพูที่แม่ซื้อให้ และล่าสุดฉันก็...

 

เหวี่ยงไว้บนเตียงที่บ้านยาย เยี่ยมไปเลย! -___-;

 

เมื่อเห็นว่าพึ่งโทรศัพท์ไม่ได้ ฉันจึงหันซ้ายหันขวาเพื่อพยายามหาตัวช่วยอื่น แต่ด้วยเวลานี้ความมืดกำลังเริ่มปกคลุมไปโดยรอบ และเพราะเป็นค่ายอาสาซึ่งตอนนี้ทุกคนกำลังทำกิจกรรมสันทนาการอยู่ในโดมตรงนู้น บริเวณนี้เลยดูเงียบสงัดและวังเวงจนน่าขนลุก

 

น้อง!!!

 

ตาเถร!!!

 

จู่ๆ ก็มีคนทะลึ่งพรวดเข้ามาทางด้านหลัง ด้วยอารามตกใจฉันจึงหันไปกระทุ้งศอกใส่อย่างแรงจนร่างนั้นทรุดตัวลงกับพื้น ฉันทำท่าจะซ้ำลงไปอีก แต่ถือว่าโชคดี (?) ที่ผู้โชคร้ายคนนั้นค่อยๆ เงยหน้าอันเหยเกขึ้นมาซะก่อน

 

ฮะ...เฮือก!

 

พี่พายัพ TOT

 

เออดิน้อง!

 

เหนือขอโทษ T_T” ฉันรีบก้มลงไปพยุงเขาขึ้นมา เพราะอีกฝ่ายได้แต่เอามือกุมท้อง ดูเหมือนว่าจะลุกไม่ไหว

 

ไม่เป็นไรๆ” เขาตอบพร้อมกับโบกมืออีกข้างไปมาในอากาศ แต่คิดค่าเสียหายทีหลังแน่

 

งก!” ฉันบ่นอุบ แล้วนี่ใครใช้ให้เข้ามาเงียบๆ เหนือยิ่งกลัวๆ ผีอยู่

 

ใครบอก พี่เรียกชื่อน้องออกจะดังเป็นสิบรอบ แคะขี้หูซะบ้างเหอะ” พี่พายัพย่นจมูกใส่ อะ...อ้าวเหรอ คงใช่มั้ง -_- ฉันแว่วๆ เสียงอยู่แหละ แต่คิดว่าตัวเองหูฝาดนี่หว่า

 

แล้วนี่จะไปไหน ทำไมจู่ๆ ถึงเดินออกมา

 

กลับบ้านค่ะ” 

 

รีบ?

 

อื้อ ยายอยู่บ้านคนเดียวด้วย” พูดถึงยายก็เป็นห่วงขึ้นมาเลย หลานแย่ๆ อย่างฉันปล่อยให้แกอยู่บ้านคนเดียวไปเรียบร้อย T_T ประเดิมการมาประจวบฯ วันแรกได้ง่อยมาก

 

เดี๋ยวไปส่ง” เขาค่อยๆ ขยับตัว ลดมือที่กุมหน้าท้องลง ดูเหมือนว่าจะค่อยยังชั่วแล้ว นี่มันมืดแล้วนะ กลับเองได้เหรอ

 

“...”

 

ว่าไง

 

ได้ค่ะ อย่าลืมนะว่าแถวนี้ถิ่นเหนือ” ฉันโว เอาจริงๆ ในใจก็นึกกลัวอยู่แหละ กลัวคนไม่เท่าไหร่ แต่ผีนี่สิ บรื๋อออ แค่คิดก็ผวาแล้ว

 

อวดเก่ง” ร่างสูงว่าก่อนจะใช้มือจิ้มลงมาบนหน้าผากฉัน แล้วดูเขาทำหน้าเข้าสิ ฮ่าๆ เก๊กขรึมยังไงก็ยังตลกอ่ะ อย่าลืมสิว่าหน้าตัวเองเหมือนมีถังสีหกใส่อยู่นะ

 

ไม่ได้อวดเก่ง แต่กลับเองได้จริงๆ

 

พี่สงสารคนขับรถผ่านไปผ่านมาเขาจะพากันกลัวถ้าเห็นน้องเดินอยู่ริมทาง

 

-_-^

 

สรุปยังไง?

 

ก็บอกว่ากลับเองได้” ฉันเปล่าเล่นตัว แต่ฉันกลัวพี่พายัพจะขับรถพาไปตกเหว ถนนหนทางแถวนี้เป็นหลุมเป็นบ่อ ไฟก็ไม่ค่อยสว่าง แล้วยิ่งเป็นทางที่ต้องลัดเลาะตามไหล่เขาด้วยนะ บอกเลยว่าต้องมีฝีมือ

 

แต่เปล๊าฉันไม่ได้เป็นห่วงพี่พายัพนะ ฉันห่วงตัวเองนี่แหละ โธ่ๆ  

 

ก็บอกว่าจะไปส่งไง” เขาพูดอย่างไม่สบอารมณ์ พร้อมยืนยันความเอาแต่ใจของตัวเองด้วยการดึงข้อมือฉันให้เดินตามเขาไปยังโรงจอดรถ แน่นอนว่าฉันทั้งสะบัด ทั้งดิ้นให้หลุด แต่มือพี่พายัพน่ะเหนียวยิ่งกว่าตุ๊กแกซะอีก เผลอๆ นึกว่าติดกาวตาช้าง

 

เข้าไปเร็ว” ร่างสูงเปิดประตูก่อนจะดันหลังฉันให้เข้าไปในรถกระบะเก่าๆ คันหนึ่ง หัวนี่เฉียดกรอบประตูแบบเส้นยาแดงผ่าแปด -_-+ แล้วกลิ่นอับๆ ก็ลอยมาแตะจมูกจนฉันต้องยกแขนขึ้นมาปิดไว้  เฮือกหวังว่าในรถคันนี้คงไม่มีซากศพเหมือนหนังสยองขวัญที่เคยดูหรอกนะ

 

ไว้ใจได้น่า นี่รถของลุงภารโรงในค่าย พี่แอบไปยืมมา” อาจจะเพราะฉันแสดงสีหน้ากังวลออกไป พี่พายัพจึงพูดปลอบพร้อมตบไหล่เบาๆ ก่อนจะปิดประตูฝั่งฉัน เดินอ้อมไปอีกด้าน ขึ้นรถ สตาร์ท และ...

 

ท่อกๆ ท่อกๆๆๆ

 

เดี๋ยวก่อน -___-;;;

 

เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้น ให้เดานะฉันว่ามันมาจากไอ้แก่คันนี้นี่แหละ รถเก่าปานนี้คงไปไม่ไหวแล้ว ควรปล่อยให้มันพักและหลับให้สบายในโรงจอดรถมากกว่า #RIP

 

อย่าทำหน้าแบบนั้นดิ” ดูเหมือนพี่พายัพเองก็คงต้องการขวัญและกำลังใจไม่น้อยในการขับมันไปให้ได้ตลอดรอดฝั่ง ฉันเห็นเขาพ่นลมหายใจหลายครั้ง จนในที่สุดก็ตัดสินใจใส่เกียร์และลองเหยียบคันเร่ง...

 

                ท่อกๆๆ ท่อกๆๆ

 

                สุดท้ายก็ดังเหมือนเดิม -_-; แต่คนขับสุดจะสตรอง เขาพยายามขับต่อ เราเลยออกจากค่ายมาได้ระยะหนึ่ง แน่นอนว่าไอ้รถเจ้ากรรมก็ยังไม่เลิกส่งเสียงประหนึ่งว่าจะให้เสียงเป็นเครื่องจดจำทางตอนขากลับเหมือนเวลาคนเข้าป่าแล้วเอามีดทำเครื่องหมายกับต้นไม้อะไรประมาณนั้น

  

ส่วนฉันน่ะเหรอ นอกจากจะไม่มีสายเบลท์ไว้คอยยึดเหนี่ยวจิตใจแล้ว U_U ยังต้องคอยลุ้นระทึก นั่งใจตุ๊มๆ ต่อมๆ เวลาพี่พายัพเหยียบคันเร่งแต่ละทีอีก ก็เขาไม่ใช่คนพื้นที่นี่นา เกิดขับพลาดตกเขาตายทำไงอ่ะ ฉันยังไม่ได้ทำประกันชีวิตเลยยยยย

 

นี่พี่ออกมาได้ยังไงอ่ะ กิจกรรมเสร็จแล้วเหรอ” ชวนคุยแก้กลัว T_T

 

ยัง แอบโดดมา” อ้าว... ซะงั้น ฉันเลยเลิกสนใจ ทำตัวนิ่งๆ เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิเขา  

 

เอ๋? o_O

 

มีอะไร” ฉันเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ข้างทาง คือมีน่ะมีแน่ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร หมู หมา กา ไก่ คน หรือผี ฮึ่ย!

 

พี่พายัพ!

 

หืม?

 

เห็นอะไรตรงข้างทางมั้ย?” ฉันรีบถามด้วยใจที่ลุ้นระทึก หวังว่าเขาจะเห็น...เพราะถ้าไม่เห็นก็เตรียมพาฉันทัวร์ทำบุญเก้าวัดได้เลย!

 

เฮ้ยคนนี่นา” เขาจ้องฝ่าความมืด “...สองคน...เหมือนรถจะเสียนะ” คนแน่น้า TOT

 

เอาไงดีคะ ถ้ารถเสียจริง เหนือว่าเขาก็คงกำลังต้องการความช่วยเหลือ” ฉันหันไปถามความเห็น ทว่าคนข้างๆ กลับเงียบอยู่ในวินาทีชั่งใจ แต่ในที่สุดเขาก็ยอมชะลอรถจนมันจอดสนิท ร่างสูงเปิดประตูลงไปก่อน ฉันจึงค่อยๆ ย่องตามไป

 

ไฟจากข้างทางที่ส่องสลัวๆ ทำให้เห็นว่าเขาทั้งสองมีเงา โล่งงงง ยังไงก็ไม่ใช่ผีแน่ๆ แล้ว มีอะไรให้ช่วยรึเปล่าคะ” ฉันถาม

 

มีสิหนู” ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน โดยกะจากสายตาน่าจะอายุราว 30 ปลายๆ ตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขามองฉันแวบเดียวเท่านั้นก่อนจะเลื่อนสายตาไปทางพี่พายัพเมื่อร่างสูงพยายามดันตัวฉันให้ไปอยู่ทางด้านหลังของตัวเองอย่างไม่ไว้ใจ

 

รถพวกน้าเสียน่ะ” ผู้ชายอีกคนหนึ่งตอบบ้าง หนวดยาวเฟื้อยนั่นช่วยเสริมความเถื่อนเข้าไปไม่น้อย พวกหนูพอจะรู้จักอู่ซ่อมรถแถวนี้มั้ย

 

พอดีพวกเราไม่ใช่คนพื้นนี่น่ะครับ” พี่พายัพพูดอย่างระมัดระวัง

 

ทว่าคนแปลกหน้าทั้งสองกลับไม่ค่อยสนใจที่พี่พายัพบอกเท่าไหร่ พวกเขากลับหันมองหน้ากัน ก่อนที่สีหน้าเคร่งเครียดเมื่อกี้จะเปลี่ยนเป็นยิ้มมีเลศนัย เท่านั้นคนที่ยืนบังฉันอยู่ก็รีบจับต้นแขนฉันแน่น เอาละกลิ่นทะแม่งๆ แล้วไง

 

ไม่เป็นไร...

 

“...”

 

เพราะพวกฉันจะยืมรถพวกแกแทน!!!

 

พูดจบผู้ชายหนวดยาวก็ชักมีดพกออกมาจากกระเป๋ากางเกงเหมือนในละคร ก่อนจะจ่อมันไปตรงหน้าพี่พายัพ ทั้งคู่จ้องกันเขม็ง ส่วนฉันก็ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังร่างสูงที่เป็นดั่งกำแพงให้ตอนนี้

 

แย่แล้วไอ้พวกนี้มันโจร!

 

 =[]=!



_________________________________________________________________________________________________________________

สวัสดีค่ะทุกคน /โค้งรอบทิศ กลับมาเจอกันในวีคที่สาม ตอนที่สามแล้วเนอะ เกือบครึ่งของตอนที่ต้องลงแข่งแล้ว ตื่นเต้นจัง แฮ่ๆ

ย่องมาอัพในวันสุดท้าย TwT งึ่ยยยย อย่าเพิ่งลืมกันนะคะ ขอฝากยัยดาวเหนือเด็กดำ หน้าตาบ้านๆ พี่พายัพคนกวน พี่นทีคนหล่อ ไว้ในใจนักอ่านทุกคนด้วยน้าาา ส่วนตัวเบียร์รักไข่ตุ๋น ก้ากกก55555555555 

ส่วนอิมเมจแต่ละคนจะตามมาในตอนต่อๆ ไปนะคะ ขออภัยในความล่าช้าด้วย ฮือออ ช่วงนี้คงต้องจินตนาการภาพกันเอาเองก่อน

สุดท้ายเบียร์ขอขอบคุณคณะกรรมการทุกท่าน ขอบคุณพี่อายที่เข้ามาคอมเมนต์ให้อย่างละเอียดมากๆ เบียร์จะพยายามปรับปรุงให้ดีที่สุดค่ะ

ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอมเมนต์ โหวต และติดตามเสมอๆ กอดดดดดด ขอบคุณนะคะ <3

ไว้เจอกันตอนหน้า! เย้!

 

 

 

               

 

 

 

      

 

ความเห็นที่ปักหมุด
  1. #1 (จากตอนที่ 3)
    2017-01-30 01:11:11
    สวัสดีค่า แวะมาคอมเม้นแล้วน้า อาจจะสั้นไปนิดเพราะติดารกิจเยอะ T.,T
    ตอนนี้บรรยายดีขึ้นแล้วนะคะ อ่านเข้าใจง่ายกว่าเดิม
    แต่เน้นน้ำไปหน่อย เน้นการแจวมากไปนิด ทำให้บทนี้จริงๆ ไม่มีเนื้อหาอะไรเท่าไหร่
    แนะนำให้ลองเขียนโครงเรื่องคร่าวๆ ทั้งเรื่อง แล้วเอามาแบ่งว่า บทไหนจะมีปมอะไร มีเนื้อหาอะไรบ้าง
    เพื่อให้เรื่องมันไม่ยืดไปหรือเร่งไปค่ะ พยายามเข้านะคะ เจอกันใหม่ตอนหน้า สู้ๆ ค่า ^^
    จะเอาใจช่วยขอให้สู้กับโจรได้นะ 55555

    #1

1 ความคิดเห็น

  • 1
  1. #1 (จากตอนที่ 3)
    2017-01-30 01:11:11
    สวัสดีค่า แวะมาคอมเม้นแล้วน้า อาจจะสั้นไปนิดเพราะติดารกิจเยอะ T.,T
    ตอนนี้บรรยายดีขึ้นแล้วนะคะ อ่านเข้าใจง่ายกว่าเดิม
    แต่เน้นน้ำไปหน่อย เน้นการแจวมากไปนิด ทำให้บทนี้จริงๆ ไม่มีเนื้อหาอะไรเท่าไหร่
    แนะนำให้ลองเขียนโครงเรื่องคร่าวๆ ทั้งเรื่อง แล้วเอามาแบ่งว่า บทไหนจะมีปมอะไร มีเนื้อหาอะไรบ้าง
    เพื่อให้เรื่องมันไม่ยืดไปหรือเร่งไปค่ะ พยายามเข้านะคะ เจอกันใหม่ตอนหน้า สู้ๆ ค่า ^^
    จะเอาใจช่วยขอให้สู้กับโจรได้นะ 55555

    #1
  • 1

แสดงความคิดเห็น