สุดยอด ผี ลือชื่อ!! (ผีไทยก็รวมอยู่ในนั้นด้วยแฮะ)

niin 1156225 0.00 1,337 14 ก.ย. 51 16:54 น.
ความคิดเห็น

2

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

สุดยอด ผี ลือชื่อ



          อะไรเอ่ย ที่คนสนใจใคร่รู้ แต่ถ้าจะให้ ดูให้เห็นกันแบบจะจะก็มักไม่ค่อยอยากจะเจอสักเท่าไหร่ คำตอบคือ "ผี" นั่นไง แล้วผีคืออะไร เชื่อว่าท่านผู้อ่านก็ยังสงสัยอยู่แน่ๆ

          ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียล สัปดาห์นี้ จะนำท่านผู้อ่านไปเจอกับสุดยอดผีที่ขึ้นชื่อลือชาไปทั่วโลก และผีแบบไทยๆที่พวกเรายอมรับในความโด่งดัง

          จากพจนานุกรม ราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ ความหมายของคำว่า "ผี" ไว้ว่า "สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นสภาพลึกลับ มองไม่เห็นตัว แต่อาจจะปรากฏเหมือนมีตัวตนได้ อาจให้คุณหรือโทษได้ มีทั้งดีและร้าย เช่น ผีปู่ย่าตายาย ผีเรือน ผีห่า, เรียกคนที่ตายไปแล้ว" สรุปง่ายๆว่า ไม่ว่าอย่างไร ผี ก็ยังคงเป็นสิ่งลึกลับที่ไม่มีใครรู้แน่ แต่ (ส่วนใหญ่) ก็ขอกลัวเอาไว้ก่อน

          แม้คนส่วนใหญ่จะไม่เคยเห็นผี แต่ทุกวันนี้ เราก็ "คุ้น" กับผีดี เพราะสื่อหลายสื่อ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ภาพยนตร์จอแก้ว จอเงิน ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ รังสรรค์ผีในรูปแบบต่างๆมาให้ได้สะดุ้งเฮือกกันเสมอๆ

          ในบรรดาผีชนิดต่างๆ ตัวที่น่าเกลียดน่ากลัว ประเภทที่ว่า โผล่มาทีไรเด็กเล็กเป็นต้องร้องไห้จ้า เห็นจะไม่มีใครเกิน "แฟรงเกนสไตน์" ด้วยหน้าตาที่เป็นสัญลักษณ์ของผีดิบ แถมมีรอยปะ รอยเย็บ มีนอตที่หัว ทำให้แฟรงเกนสไตน์เป็นตัวแทนของผีในลำดับต้นๆ

          แต่แฟรงเกนสไตน์เป็นผีจริงหรือ หากจะตอบคำถามนี้ คงต้องย้อนไปที่ต้นตอของเรื่อง แม้ว่าเรื่องเกี่ยวกับผีดิบจะมีมานานแล้ว ในหลากหลายวัฒนธรรม หลายประเทศที่มักจะมีเรื่องเล่าถึงคนที่ตายไปแล้ว แต่วันร้ายคืนร้ายก็ยังมาเดินท่อมๆให้เห็นเหมือนตัวเป็นๆ และเรียกขานกันว่าผีดิบ แต่กรณีของแฟรงเกนสไตน์นั้นแตกต่างไป ประการแรก แฟรงเกนสไตน์ไม่ใช่เรื่องเล่าลือ แต่เป็นนิยายจากปลายปากกาของแมรี เชลลี ซึ่งประพันธ์ขึ้นในปี ค.ศ.1818 ดังนั้นนี่จึงเป็นเรื่องแต่งล้วนๆ

สุดยอด ผี ลือชื่อ



          อีกประการหนึ่ง แฟรงเกนสไตน์ไม่ใช่ผี แต่มีความเข้าใจผิดกันมากว่า เจ้าตัวประหลาดหน้าตาน่ากลัวนั้นชื่อแฟรงเกนสไตน์ ทั้งๆที่ในนิยายนั้น แฟรงเกนสไตน์คือชื่อของนักวิทยาศาสตร์ผู้ที่สร้างเจ้าตัวประหลาดนั้นขึ้นมาต่างหาก เขาใช้เทคนิควิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้กระแสไฟฟ้าปลุกร่างที่เกิดจากซากไร้ชีวิตให้ลุกขึ้นมาเดินเหินได้ แต่เมื่อเจ้าสิ่งนั้นโหยหาความรัก ความเมตตา และความเป็นเพื่อน กลับไม่มีใครมอบให้ เรื่องจึงกลายเป็นโศกนาฏกรรม

          เรื่องราวอันโด่งดังของแฟรงเกนสไตน์กลายเป็นเรื่อง ที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของคนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมันถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่ปี ค.ศ.1910 เป็นต้นมา ถึงปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีคนนำภาพลักษณ์ของเจ้าตัวประหลาดนี้ไปใส่ไว้ในหนังหลายเรื่อง ทำให้มันยังคงเป็นผีที่อยู่ในกระแสเสมอ และกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของคำว่าผีดิบไปโดยปริยาย

          ผีอีกตัวหนึ่งที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีคือ แวมไพร์ หรือ ผีดูดเลือด ซึ่งไม่ต่างจากผีดิบ ในแง่ที่ว่ามีเรื่องเล่ามากมายในหลายประเทศเกี่ยวกับคนที่ตายไปแล้ว แต่กลับมาและอยู่ได้ด้วยเลือด ในสมัยก่อน มักจะลือกันว่า ผีดูดเลือดจะกลับมาหาคนรัก และเมื่อไหร่ก็ตามที่มีผีดูดเลือดมาเยือนหมู่บ้านนั้นก็จะมีแต่ความตาย

          ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ชาวยุโรปหลายประเทศกลัวผีดูดเลือดกันมาก ขนาดที่ว่า หากเกิดความกังวลใจว่าใครตายไปแล้วจะกลายเป็นผีดูดเลือด ก็จะป้องกันไว้ก่อน ด้วยการตอกหมุดปักศพเอาไว้เสียเลย จะได้ไม่ลุกมาเพ่นพ่านทีหลัง

          เรื่องของผีดูดเลือดโด่งดังขึ้น เมื่อมีนักเขียนชื่อ จอห์น โพลิโดรี่ เขียนเรื่องแวมไพร์ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับผู้ที่ดำรงตนอยู่ด้วยเลือดขึ้นใน ค.ศ.1819 และหลังจากนั้น คำว่าแวมไพร์ก็กลายเป็นคำฮิตที่เอาไว้เรียกผีดูดเลือด

สุดยอด ผี ลือชื่อ



          แต่ผีดูดเลือดที่โด่งดังที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้น แดร็กคิวลา ท่านเคานท์ที่มาในชุดเสื้อคลุมยาวสีดำ มีเขี้ยวน่ากลัว ชอบลักพาตัวสาวๆไปดูดเลือด ซึ่งเป็นเรื่องที่มีที่มาจากนิยายอีกเช่นกัน นั่นคือเรื่องจากฝีมือของบราม สโตเกอร์ ผู้บรรจงเขียนให้เคานท์ แดร็กคิวลา เป็นผีดูดเลือดที่ดูเป็นจริงเป็นจังในปี ค.ศ.1897 และกลายเป็นสัญลักษณ์เจ้าแห่งผีมานับแต่นั้น

          หลังจากความโด่งดังของแดร็กคิวลา ก็มีการสืบเสาะเพิ่มเติม และเป็นที่คาดกันว่า บราม สโตเกอร์ ได้แรงบันดาลใจเรื่องนี้มาจากประวัติศาสตร์ของทรานซิลวาเนีย ว่าด้วยเรื่องของเจ้าชายวลาดที่ 3 แดร็กคิวลา ซึ่งเป็นผู้ปกครองที่โหดมในสมัยศตวรรษที่ 15 ว่ากันว่า วลาดฆ่าคนด้วยวิธีพิสดารต่างๆไปประมาณ 2-4 หมื่นคนเลยทีเดียว

          แต่หากลืมเรื่องประวัติศาสตร์ไป แดร็กคิวลาก็เป็นผีที่โด่งดังมากที่สุดอีกตัวหนึ่ง เกิดการสร้างภาพยนตร์ตามมาอีกหลายเรื่อง และแดร็กคิวลาก็ดูเหมือนจะเป็นเจ้าแห่งแวมไพร์ไปในที่สุด

สุดยอด ผี ลือชื่อ



          อันว่าแวมไพร์นี้ นับตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 10 กว่าๆเป็นต้นมา ก็มีการพัฒนาความเชื่อไปมากมาย เช่น แวมไพร์สามารถแปลงกายได้หลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแปลงกายเป็นค้างคาว นอกจากนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของแวมไพร์ เห็นจะเป็น "การถ่ายทอด" เพราะไม่เพียงแต่แวมไพร์จะดูดเลือดคนเท่านั้น แต่ยังสามารถทำให้เหยื่อกลายเป็นผีดูดเลือดไปด้วยได้

          การถ่ายทอดความเป็นผีแบบนี้ บ้านเราก็มีเหมือนกัน นั่นคือ ผีกระสือ ที่เชื่อกันว่า สามารถถ่ายทอดกันได้ทางน้ำลาย

          กระสือเป็นผีผู้หญิง ที่ยามกลางวันก็เป็นเหมือนคนทั่วไป แต่พอกลางดึก ก็จะถอดหัว พร้อมอวัยวะภายในต่างๆบินลอยไปลอยมาได้ เรียกว่า ไส้ห้อยต่องแต่งไปไหนต่อไปพร้อมแสงแว้บ...แวบ...ให้คนตกใจเล่น

          แต่เห็นน่ากลัวอย่างนี้ กระสือก็ไม่เป็นอันตรายกับคน นอกจากทำให้หัวโกร๋นเท่านั้น อาหารของกระสือคือ สัตว์เล็ก สัตว์น้อย รวมถึงสิ่งปฏิกูลอย่างอุจจาระ แต่ถึงจะไม่กินคน แต่คนส่วนใหญ่ก็คงคิดว่า อย่าให้ได้เจอะได้เจอกระสือเลยจะเป็นดีที่สุด

          นอกจากจะถ่ายทอดความเป็นผีกันได้แล้ว สิ่งที่กระสือเหมือนกับแวมไพร์ อีกอย่างคือ มีการสร้างหนัง สร้างละครกันมามากต่อมากหลายเรื่อง โดยกระสือที่บ้านเรารู้จักกันดีที่สุดตัวหนึ่งน่าจะเป็น "ยายสาย" ที่เคยเป็นละครดัง และทำเอาเด็กๆ กลัวกันไปทั้งบ้านทั้งเมือง

          ย้อนกลับไปหาผีฝรั่งอีกหน ผีที่เด็กเห็นแล้วร้องไห้อีกตัวหนึ่ง น่าจะเป็น เฟรดดี้ ครูเกอร์ ผีในความฝันที่โด่งดังมานาน นับตั้งแต่มีการสร้างภาพยนตร์เรื่อง A Nightmare on Elm Street ออกฉายใน ค.ศ.1984

          อันที่จริง เฟรดดี้เคยเป็นคนมาก่อน สมัยเป็นคนก็โหดม เป็นฆาตกรต่อเนื่อง ซึ่งถูกชาวบ้านรุมกันจับเผา และก่อนตาย ซาตานก็มามอบข้อเสนอให้เขาได้เป็นผีอมตะ ที่สามารถเข้าไปหลอกผู้คนในฝัน แล้วทำให้มันเป็นจริง ว่าแล้ว เฟรดดี้ก็โผล่เข้าไปหลอกหลอนคนในความฝันอย่างสุดสยองจนหลายคนไม่กล้าเข้านอน

          ว่าแล้วหนังก็ทำเงินถล่มทลาย เลยเกิดภาคต่อ จนเฟรดดี้หลอนไป 6 ภาคแล้ว เป็นหนึ่งในบรรดาหนังผีที่มีการสร้างภาคต่อมากที่สุดก็ว่าได้

          บ้านเราเองก็ใช่ย่อย เฟรดดี้ ครูเกอร์ ที่ว่าแน่ๆมีแล้ว 6 ภาค แต่หนังผีของเราเด็ดกว่า อย่างบ้านผีปอบ ที่เริ่มสร้างครั้งแรก พ.ศ.2532 แล้วก็มีต่อมาอีกเรื่อยๆ จนถึงภาค 13 และตอนนี้ก็กำลังจะกลับมาอีกครั้งกับภาค 2008

          หนังบ้านผีปอบ ทำให้ชื่อของ "ปอบหยิบ" กลายเป็นตัวแทนของปอบ ซึ่งไม่ต่างจากเฟรดดี้ ครูเกอร์ นั่นคือ ปอบหยิบโผล่มาทีไร เด็กเล็กเป็นต้องร้องจ้า...

สุดยอด ผี ลือชื่อ



          อันที่จริง ปอบเป็นผีในตำนานพื้นบ้านไทยมานาน เหมือนกับกระสือ เล่ากันว่าปอบเกิดจากคนที่เคยมีวิชาอาคม มีคุณไสย แต่กลับไม่ สามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดอาคมเข้าตัว และกลายเป็นปอบที่ชอบกินของดิบๆ เมื่อหลายสิบปีก่อน พอมีเสียงนินทาว่าบ้านไหนมีปอบ ชาวบ้านก็จะพากันไปกำจัด บางทีถึงขั้นเผาบ้านช่องเพื่อไล่ผีกันเลยทีเดียว

          ในยุคปัจจุบัน หลายชุมชนก็ยังมีความเชื่อเรื่องผีปอบกันอยู่ แต่ก็เป็นเรื่องที่เลือนรางไปมากแล้วจากสังคมที่เทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาอยู่เรื่อยๆ ทำให้เดี๋ยวนี้เราจะได้เห็นปอบกันเฉพาะในภาพยนตร์เท่านั้น. 









แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 14 กันยายน 2551 เวลา 19:15 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

2

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อืม ก้ดี


    ถึงจะขี้เกียจอ่านไปบ้างแต่ก้พอรุ่เรื่อง
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: