วิธีกินหมูกระทะไม่ให้อ้วน No 1283898

animeryuki 1,974 7 เม.ย. 52 19:43 น.

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

หนุ่มๆ สาวๆ หลายคนอาจจะกลัวว่าถ้ากินหมูกระทะบ่อยๆ จะทำให้อ้วน ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป แถมยังสามารถลดน้ำหนักได้อีกด้วยและนี่ก็เป็นสูตรลดความอ้วนสูตรหนึ่งที่โด่งดังมากในขณะนี้
Fast-5 Diet และ Fast-5 Lifestyle คืออะไร
ฟาสต์ไฟว์ (The Fast-5 Diet) และวิถีชีวิตแบบฟาสต์ไฟว์ (The Fast-5 Lifestyle) คือ วิธีการลดและควบคุมน้ำหนักทางเลือกใหม่ที่ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก ฟาสต์ไฟว์ใช้หลักการพื้นฐานเดียวกับ Atkins และ South Beach คือ ควบคุมระดับฮอร์โมนอินซูลินเพื่อให้ร่างกายนำไขมันที่เก็บสะสมไว้ไปเผาผลาญใช้เป็นพลังงานหลักในการดำรงชีวิตประจำวัน แต่ต่างกันที่ฟาสต์ไฟว์ไม่ใช้วิธีจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตแบบรุนแรง แต่ใช้วิธีที่ง่ายกว่าโดยการขยายช่วงเวลาการอดอาหารประจำวันของเราออกไปแทน วิธีปฏิบัติของฟาสต์ไฟว์นั้นง่ายมาก ง่ายจนคุณสามาถทำได้ไปตลอดชีวิตเพื่อการควบคุมน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพ ฟาสต์ไฟว์ไม่มีการจำกัดปริมาณและประเภทของอาหาร คุณสามารถกินอะไรก็ได้ที่ต้องการจนอิ่มเต็มที่ ไม่มีการนับแคลอรี ไม่มีการชั่งตวงวัดปริมาณอาหาร ไม่มีการใช้ยา ไม่ต้องเสียเงินค่าสมาชิก ไม่ต้องซื้ออาหารเสริม ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายอย่างหักโหม

แนวคิดของฟาสต์ไฟว์มาจากหลักการพื้นฐานง่าย ๆ นั่นก็คือ หากเราต้องการให้เซลล์ไขมันปลดปล่อยไขมันที่เก็บสะสมไว้เพื่อให้ร่างกายนำไปเผาผลาญใช้เป็นพลังงาน เราก็จำเป็นต้องปิดสัญญาณพื้นฐานที่บอกให้เซลล์ไขมันเก็บสะสมไขมัน สัญญาณที่ว่านั้นก็คือฮอร์โมนอินซูลินนั่นเอง วิธีการลดและควบคุมน้ำหนักอย่าง Atkins และ South Beach ลดระดับอินซูลินโดยการจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหารอย่างรุนแรง แต่ฟาสต์ไฟว์ทำได้โดยการขยายช่วงเวลาการอดอาหารประจำวันออกไปด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพ ทำได้ง่ายและสะดวกอย่างไม่น่าเชื่อ ฟาสต์ไฟว์แก้ไขที่ต้นตอของปัญหาอย่างแท้จริง นั่นก็คือ การช่วยฟื้นฟูและนำระบบพลังงานสมดุลย์ตามธรรมชาติของร่างกายกลับมาใช้ใหม่ ทำให้กลไกการเผาผลาญไขมันของร่างกายเพื่อนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักได้ทำงานและยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง

วิธีปฏิบัติ
เรื่องใหญ่เรื่องเดียวที่ฟาสต์ไฟว์ขอให้คุณทำก็คือ ให้ขยายช่วงเวลาการอดอาหารประจำวันออกไปเป็นเวลา 19 ชั่วโมง คุณอย่าเพิ่งตกใจเมื่อเห็นคำว่าต้องอดอาหารเป็นเวลานานถึง 19 ชั่วโมง เพราะโดยปกติคนเราจะมีช่วงเวลาการอดอาหารประจำวันกันทุกคนอยู่แล้ว ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นช่วงเวลากลางคืน โดยเริ่มนับตั้งแต่เวลาที่อาหารเย็นที่มีแคลอรีคำสุดท้ายตกถึงท้อง บวกกับเวลาที่นอนหลับ และไปสิ้นสุดเมื่อเวลาที่อาหารเช้าที่มีแคลอรีคำแรกตกถึงท้องในเช้าวันรุ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าคุณกินอาหารเย็นที่มีแคลอรีคำสุดท้ายตอน 1 ทุ่ม แล้วหลังจากนั้นคุณก็ไม่ได้กินอาหารที่มีแคลอรีอีกเลยจนเข้านอน (ยกเว้นน้ำเปล่าและเครื่องดื่มที่ไม่มีแคลอรี) และเมื่อตื่นนอนในเช้าวันรุ่งขึ้น คุณกินอาหารเช้าที่มีแคลอรีคำแรกตอน 7 โมงเช้า รวมช่วงเวลาการอดอาหารประจำวันได้ 12 ชั่วโมง ฟาสต์ไฟว์ขอให้คุณขยายช่วงเวลาการอดอาหารดังกล่าวออกไปเป็น 19 ชั่วโมง ซึ่งก็หมายความว่า คุณจะสามารถกินอาหารเช้าที่มีแคลอรีคำแรกได้ตอนบ่าย 2 โมงของวันรุ่งขึ้น โดยช่วงเวลาการอดอาหาร 19 ชั่วโมงนี้ยาวนานเพียงพอที่จะทำให้กลไกการเผาผลาญไขมันของร่างกายเพื่อนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักในการดำรงชีวิตประจำวันได้ทำงานและยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันช่วงเวลา 19 โมงนี้ก็ไม่ยาวนานเกินไปจนเข้าขั้นสุดโต่ง

เมื่อนำเอาหลักการที่กล่าวไปมาสร้างเป็นตารางเวลาที่แน่นอนเพื่อให้ง่ายต่อการปฏิบัติ เราก็จะได้สูตรฟาสต์ไฟว์ที่ทำได้ง่าย 2 ข้อดังนี้

1. ใน 1 วันที่มี 24 ชั่วโมง ให้คุณกินอาหารได้แค่ช่วงเวลาเดียวเท่านั้น เริ่มตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึง 4 ทุ่ม เป็นเวลา 5 ชั่วโมง
2. อีก 19 ชั่วโมงที่เหลือ เริ่มตั้งแต่ 4 ทุ่มของวันนี้จนถึง 5 โมงเย็นของวันพรุ่งนี้ ให้คุณงดอาหารทุกชนิดโดยเด็ดขาด ดื่มได้แค่เฉพาะน้ำเปล่าและเครื่องดื่มที่ไม่มีแคลอรีเช่น ชา กาแฟดำ เท่านั้น

ถามว่าทำไมต้องกินอาหารเฉพาะตอน 5 โมงเย็นจนถึง 4 ทุ่ม คำตอบคือ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษในช่วง 5 ชั่วโมงนี้ แต่เนื่องจากเวลาตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึง 4 ทุ่มเป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่เลิกงาน เลิกเรียน หมดสิ้นจากภาระหน้าที่การงานประจำวัน ดังนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีในการกินอาหาร การพักผ่อนกับครอบครัวและเพื่อนฝูง แต่สิ่งสำคัญที่สุดของฟาสต์ไฟว์ก็คือ ช่วงเวลาการอดอาหาร 19 ชั่วโมงที่คุณต้องอดจริงๆ ห้ามกินอาหารที่มีแคลอรีอย่างเด็ดขาด จึงจะได้ผล
อนึ่ง เมื่อพูดถึงการอดอาหาร (Fasting) เราก็มักจะคิดไปถึงการทรมานตน แต่การอดอาหารแบบฟาสต์ไฟว์ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการทรมานตน ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับความเชื่อในเรื่องศาสนาและจิตวิญญาณ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิธีลดน้ำหนักที่เน้นให้อดแต่อาหาร (Starvation Diet) เพราะเมื่อถึงเวลากิน คุณก็สามารถกินอาหารได้จนอิ่มเต็มที่ แต่หากการอดอาหารแบบฟาสต์ไฟว์มีพื้นฐานมาจากผลการทดลองของวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ในเรื่อง Calorie Restriction (CR) และ Intermittent Fasting (IF) และความรู้ทางด้านมานุษยวิทยา เมื่อร่างกายคุณเริ่มปรับตัวได้และกลไกการเผาผลาญไขมันของร่างกาย (Fat-Burning Machinery) เริ่มทำงานและยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของคุณจะได้รับพลังงานจากไขมันอย่างสม่ำเสมอ ช่วยบรรเทาความรู้สึกหิวให้น้อยลงๆ จนปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตแบบฟาสต์ไฟว์ได้อย่างสมบูรณ์ในที่สุด 
เมื่อคุณใช้วิธีอดอาหารแบบฟาสต์ไฟว์เป็นเวลา 19 ชั่วโมงแล้ว คุณจะไม่มีคำถามว่า คุณควรจะกินอาหารอะไรและในปริมาณเท่าใดในช่วงอด คุณไม่ต้องใช้การตัดสินใจแบบวินาทีต่อวินาทีในการกะเพื่อจำกัดปริมาณอาหารที่จะกิน คุณไม่ต้องรู้สึกผิดเมื่อคุณคิดว่าคุณกินมากไป เพราะเมื่อคุณจำกัดแคลอรีอยู่ที่ “ศูนย์” ในการอดแบบฟาสต์ไฟว์แล้ว คุณไม่ต้องตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ควรจะหยุดกินเพราะคุณยังไม่ได้เริ่มกิน คุณไม่ต้องตัดสินว่า กินเท่าไหร่คือปริมาณน้อย กินเท่าไหร่คือพอดี กินเท่าไหร่คือมากเกินไป เพราะคุณยังไม่ได้กิน การจำกัดแคลอรีอยู่ที่ “ศูนย์” ช่วยให้คุณสามารถเข้าควบคุมพฤติกรรมการกินของตัวคุณเองในช่วงอดได้อย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์

สำหรับการออกกำลังกาย ฟาสต์ไฟว์แนะนำให้ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยเพื่อเร่งการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ช่วยรักษาและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ แต่สำหรับคนที่ไม่สะดวกที่จะออกกำลังกาย เช่นคนที่น้ำหนักเกินมากๆ ที่ไม่เคยออกกำลังกายเลยก็ยังไม่จำเป็นต้องทำในช่วงแรก แต่ให้ค่อยๆ เริ่มออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดินเร็ว และค่อย ๆ พัฒนาไปสู่การออกกำลังกายแบบอื่น ๆ ที่เข้มข้นขึ้นเมื่อน้ำหนักเริ่มลดและร่างกายแข็งแรงขึ้น

ประวัติของฟาสต์ไฟว์

ฟาสต์ไฟว์ถูกคิดค้นโดย นายแพทย์ Bert Herring (M.D.) ชาวสหรัฐอเมริกา เขาค้นพบและใช้เทคนิคนี้กับตัวเองในปี 1995 ทำให้สามารถลดน้ำหนักได้ 20 ปอนด์ แต่หลังจากที่เขาก็กลับไปกินอาหารตามแบบวิถีชีวิตชาวอเมริกันทั่วไป ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น 20 ปอนด์เท่าเดิม จากนั้นในอีก 10 ปีต่อมา คือในปี 2005 เขาก็ได้ใช้เทคนิคนี้กับตัวเองอีกครั้งและสามารถลดน้ำหนักได้ 20 ปอนด์ภายใน 20 สัปดาห์ และจากจุดนี้เอง คุณหมอ Bert Herring ได้เริ่มศึกษากลไกลการทำงานที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเทคนิคนี้อย่างจริงจัง ซึ่งเมื่อศึกษาและรู้ว่าเทคนิคนี้คงจะสามารถใช้ได้กับคนอื่น ๆ เช่นกัน เขาก็ได้ตั้งชื่อเทคนิคนี้ว่า ฟาสต์ไฟว์ (The Fast-5 Diet) และเขียนหนังสือชื่อ The Fast-5 Diet and the Fast-5 Lifestyle และเริ่มเผยแพร่ให้กับสาธารณชนนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ดาวน์โหลดหนังสือได้ที่นี่ ทุกอย่างฟรี:http://www.fast-5.com/

สิ่งที่ยากที่สุดเกี่ยวกับฟาสต์ไฟว์ก็คือ เราจำเป็นต้องทำลายความเชื่อที่ว่า เราต้องกินอาหารวันละ 3 มื้อตามตารางเวลาที่แน่นอนที่เราถูกสอนให้เชื่อแบบฝังหัวกันมาตั้งแต่เกิดเสียก่อน อีกอย่างคือ ความกดดันจากผู้คนรอบข้าง คุณต้องหาทางตอบคำถามจากครอบครัว เพื่อนฝูงให้ได้ว่า ทำไมคุณถึงไม่กินอาหารเช้า ทำไมไม่กินอาหารกลางวัน ทำไมสวาปามอาหารเย็นเยอะจัง ไม่กลัวอ้วนเหรอ ฯลฯ คุณต้องพยายามบังคับตัวเองไม่ให้เผลอกินอาหารในระหว่างวันตามแรงชักชวนจากครอบครัวและเพื่อนฝูง
หมายเหตุ : ผู้เขียนหนังสือและคิดค้นสูตร ลดน้ำหนักสูตรนี้เป็น แพทย์ ที่มีชื่อเสียงและโด่งดังมากในโลก 
อ้างอิง จาก
www.fast-5.com 
กระผมขออนุญาติโปรโหมดกลุ่มหน่อยนะครับ
ชื่อว่ากลุ่ม หมากระทุ หมูกระทะ 
<img src="http://www.wegiveu.com/knowledge/43/10711.jpg">
ถ้าใครชอบก็แวะเข้ามาดูแล้วมาเข้าร่วมกลุ่มพูดคุยกับพวกเราได้เลยนะครับ ตาม link ด้านล่างนี่เลยครับ

http://hi5.com/friend/group/2624532--%253A%252B%253A%2B%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B8--%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B0%2B%253A%252B%253A--front-html 

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 13 กันยายน 2555 เวลา 18:09 น.
หรูเริด

เค้าว่ากระทู้นี้ "หรูเริด"..แล้วคุณล่ะ? โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


1 โหวต จากทั้งหมด 1 โหวตเลือก หรูเริด

20 ความคิดเห็น

    ความคิดเห็นที่ 1 - 20

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    1
    popok
    popok 114.128.134.13
    7 เม.ย. 52 20:00 น.
    ขอบคุนมากนะคะ ...

    เยอะเกิน อ่านไม่ไหว

    แต่เราว่า

    ถ้ามันลงท้องไป ยังไงๆ

    มันก็อ้วนอยู่ดี


    .... เหอๆ
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    2
    แขมบ
    แขมบ 58.9.56.111
    7 เม.ย. 52 20:17 น.
    กิน1ชิ้น
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    3
    >MeW
    7 เม.ย. 52 20:36 น.

    ไป ทีไร ก็กินไม่เลือกทุกที
    พยายามจะเลี่ยงร้านหมูกระทะตลอดด

    ของยั่วเยอะมากกกก
    กินแล้วอ้วน

    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โอ้ววิชาการมากขอบคุณนะคะไว้จะจำไปใช้


    PS.  ชีวิตคนเราไม่แน่นอน จงอย่ายึดติด อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็นหรือได้ยิน ps2.พายไม่ซึนนะคะ><
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    5
    animeryuki
    8 เม.ย. 52 00:24 น.
    ไม่อ้วนแน่นอนครับ ถ้าทำตามสูตร ลองไปศึกษาเพิ่มเติมกันดูนะครับ
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ปวดตา อ่านไม่ไหว 55 55
    PS.  http://knom-jane.hi5.com :)
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    7
    123
    8 เม.ย. 52 16:43 น.

    ขี้เกียจอ่าน -.-

    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    8
    mvbk
    8 เม.ย. 52 17:06 น.
    เราเป็นคนทำ เพื่อนเป็นคนกิน แค่นี้เราก็ไม่อ้วนแล้ว
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    9
    RanGE
    9 เม.ย. 52 17:31 น.
    ไม่น่าแหละ
    ช่วงนี้เรากินแต่ข้าวเย็น
    ตอนเช้า บ่าย ไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย
    พอหิว ก็กินได้นิดเดียว
    อุ๊วะฮ่าๆๆ ไม่น่าพุงถึงยุบ
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    10
    มิฟุ
    มิฟุ 61.90.22.81
    17 ก.ค. 52 13:21 น.
    ฮี่ๆๆ เรากินหมูกะทะแทบจะทุกอาทิตย์ตอนนี้น้ำหนักขึ้นมา 5 กิโล

    ลดแบบนี้ ตาลายๆไม่ไหวๆ แต่ขอบคุณนะที่เอามาลงให้
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    11
    rita
    rita 117.47.14.156
    5 ม.ค. 53 11:16 น.
    จะอดทนทำให้ได้ แต่ไม่รู้จะไหวป่ะ กลัวเป็งลมตายก่อน10
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    12
    ต้นไม้
    ต้นไม้ 171.4.29.20
    18 ธ.ค. 54 15:41 น.
    เยอะเกินคร้อ่านไม่ไหวววว
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    13
    อ้วน
    อ้วน 110.169.180.104
    18 ส.ค. 55 16:05 น.
    สรุป คือ อดอาหาร
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    14
    jub
    jub 101.109.133.177
    13 ก.ย. 55 18:09 น.
    ทำแล้วจะได้ผลใช่ไหมค่ะ  ถ้าทำตามวิธีหลังจาก19 ชั่วโมงแล้วทุกวันเรากินแต่หมูกะทะจะอ้วนไากรู้
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้



    จะลองไปทำดูนะค่ะ 


    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    16
    กล้ายหอม จอมดื้อ
    กล้ายหอม จอมดื้อ 58.9.163.161
    7 มิ.ย. 57 09:08 น.
    กินหมูกระทะก็สมาถทำให้อ้วนได้พออ้วนแล้วสิ่งที่ตามมาที่หลังคือกลิ่นตัวพอมีกลิ่ตัวแล้วต้องหาพวกโรออนมาทาแต่ทาแล้วก็ยังไม่หายมีกลิ่นตัวจนได้มาพบกับแป้งตัวหนึ่งคือแป้งFICพอได้ใช้กลิ่นตัวก็หาย
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    17
    เกลียดเด็กไม่อ่า
    เกลียดเด็กไม่อ่า 64.233.173.161
    13 พ.ย. 57 23:34 น.
    เด็กไทยไม่ชอบอ่านหนังสือ หึหึ

    อดแบบนี้ต้องนานเท่าไหร่
    แล้วมันจะโยโย่ป่าว

    แต่น่าสนลองทำตามดีกว่า
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    18
    nnr.yeol
    nnr.yeol 171.100.82.25
    27 ม.ค. 58 11:20 น.
    เมื่อนำเอาหลักการที่กล่าวไปมาสร้างเป็นตารางเวลาที่แน่นอนเพื่อให้ง่ายต่อการปฏิบัติ เราก็จะได้สูตรฟาสต์ไฟว์ที่ทำได้ง่าย 2 ข้อดังนี้

    1. ใน 1 วันที่มี 24 ชั่วโมง ให้คุณกินอาหารได้แค่ช่วงเวลาเดียวเท่านั้น เริ่มตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึง 4 ทุ่ม เป็นเวลา 5 ชั่วโมง
    2. อีก 19 ชั่วโมงที่เหลือ เริ่มตั้งแต่ 4 ทุ่มของวันนี้จนถึง 5 โมงเย็นของวันพรุ่งนี้ ให้คุณงดอาหารทุกชนิดโดยเด็ดขาด ดื่มได้แค่เฉพาะน้ำเปล่าและเครื่องดื่มที่ไม่มีแคลอรีเช่น ชา กาแฟดำ เท่านั้น

    ถามว่าทำไมต้องกินอาหารเฉพาะตอน 5 โมงเย็นจนถึง 4 ทุ่ม คำตอบคือ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษในช่วง 5 ชั่วโมงนี้ แต่เนื่องจากเวลาตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึง 4 ทุ่มเป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่เลิกงาน เลิกเรียน หมดสิ้นจากภาระหน้าที่การงานประจำวัน ดังนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีในการกินอาหาร การพักผ่อนกับครอบครัวและเพื่อนฝูง แต่สิ่งสำคัญที่สุดของฟาสต์ไฟว์ก็คือ ช่วงเวลาการอดอาหาร 19 ชั่วโมงที่คุณต้องอดจริงๆ ห้ามกินอาหารที่มีแคลอรีอย่างเด็ดขาด จึงจะได้ผล
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    19
    ฟีน่า
    ฟีน่า 122.154.157.2
    5 เม.ย. 58 15:22 น.
    ข้าวเช้า ข้าวเที่ยงไม่กิน กินแต่ข้าวเย็น
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    20
    thepyona papiyon
    thepyona papiyon 27.55.154.177
    24 พ.ค. 58 19:57 น.
    เมื่อข้าวเช้าข้าวเที่ยงไม่กินมันก็ไม่มีแคลอรี่ แคอรี่ที่ต้องการทั้งวันมารวมที่มื้้อเย็นหมดอย่าลืมน้ะเราต้องทำกิจกรรมตลอดทั้งวันบางคนทำงานเรียนแล้วสมองจะเอาสารอาหารที่ไหนไปเช้าไม่งั้นเค้าจะบอกกันหรอว่าอาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญแต่ถ้าแบบวันนั้นมีเลี้ยงจริงๆหรือไม่อยากรู้สึกผิดที่กินวันนั้นเยอะรุ่งเช้าอาจจะทำได้แต่ไม่ควรทำบ่อยๆน้ะมาคุมแคลอรี่หรือทานแต่ของที่มีประโยชน์ออกกำลังกายให้เป็นกิจวัตรยั้งยืนกว่าน้ะ อันนี้ความเห็นส่วนตัวเท่านั้นน้ะค้ะไม่ได้คัดค้านกับหลักการนี้ก็ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจค้ะ
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายในเว็บไซต์ Dek-D.com
ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายในเว็บไซต์ Dek-D.com

กระทู้หมายเลข : 1283898
ชื่อกระทู้ : วิธีกินหมูกระทะไม่ให้อ้วน

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
ปิดหน้าต่าง
refer: