วิธีกินหมูกระทะไม่ให้อ้วน

animeryuki 1283898 0.00 1,974 7 เม.ย. 52 19:43 น.
ความคิดเห็น

17

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
79

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


หนุ่มๆ สาวๆ หลายคนอาจจะกลัวว่าถ้ากินหมูกระทะบ่อยๆ จะทำให้อ้วน ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป แถมยังสามารถลดน้ำหนักได้อีกด้วยและนี่ก็เป็นสูตรลดความอ้วนสูตรหนึ่งที่โด่งดังมากในขณะนี้
Fast-5 Diet และ Fast-5 Lifestyle คืออะไร
ฟาสต์ไฟว์ (The Fast-5 Diet) และวิถีชีวิตแบบฟาสต์ไฟว์ (The Fast-5 Lifestyle) คือ วิธีการลดและควบคุมน้ำหนักทางเลือกใหม่ที่ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก ฟาสต์ไฟว์ใช้หลักการพื้นฐานเดียวกับ Atkins และ South Beach คือ ควบคุมระดับฮอร์โมนอินซูลินเพื่อให้ร่างกายนำไขมันที่เก็บสะสมไว้ไปเผาผลาญใช้เป็นพลังงานหลักในการดำรงชีวิตประจำวัน แต่ต่างกันที่ฟาสต์ไฟว์ไม่ใช้วิธีจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตแบบรุนแรง แต่ใช้วิธีที่ง่ายกว่าโดยการขยายช่วงเวลาการอดอาหารประจำวันของเราออกไปแทน วิธีปฏิบัติของฟาสต์ไฟว์นั้นง่ายมาก ง่ายจนคุณสามาถทำได้ไปตลอดชีวิตเพื่อการควบคุมน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพ ฟาสต์ไฟว์ไม่มีการจำกัดปริมาณและประเภทของอาหาร คุณสามารถกินอะไรก็ได้ที่ต้องการจนอิ่มเต็มที่ ไม่มีการนับแคลอรี ไม่มีการชั่งตวงวัดปริมาณอาหาร ไม่มีการใช้ยา ไม่ต้องเสียเงินค่าสมาชิก ไม่ต้องซื้ออาหารเสริม ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายอย่างหักโหม

แนวคิดของฟาสต์ไฟว์มาจากหลักการพื้นฐานง่าย ๆ นั่นก็คือ หากเราต้องการให้เซลล์ไขมันปลดปล่อยไขมันที่เก็บสะสมไว้เพื่อให้ร่างกายนำไปเผาผลาญใช้เป็นพลังงาน เราก็จำเป็นต้องปิดสัญญาณพื้นฐานที่บอกให้เซลล์ไขมันเก็บสะสมไขมัน สัญญาณที่ว่านั้นก็คือฮอร์โมนอินซูลินนั่นเอง วิธีการลดและควบคุมน้ำหนักอย่าง Atkins และ South Beach ลดระดับอินซูลินโดยการจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหารอย่างรุนแรง แต่ฟาสต์ไฟว์ทำได้โดยการขยายช่วงเวลาการอดอาหารประจำวันออกไปด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพ ทำได้ง่ายและสะดวกอย่างไม่น่าเชื่อ ฟาสต์ไฟว์แก้ไขที่ต้นตอของปัญหาอย่างแท้จริง นั่นก็คือ การช่วยฟื้นฟูและนำระบบพลังงานสมดุลย์ตามธรรมชาติของร่างกายกลับมาใช้ใหม่ ทำให้กลไกการเผาผลาญไขมันของร่างกายเพื่อนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักได้ทำงานและยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง

วิธีปฏิบัติ
เรื่องใหญ่เรื่องเดียวที่ฟาสต์ไฟว์ขอให้คุณทำก็คือ ให้ขยายช่วงเวลาการอดอาหารประจำวันออกไปเป็นเวลา 19 ชั่วโมง คุณอย่าเพิ่งตกใจเมื่อเห็นคำว่าต้องอดอาหารเป็นเวลานานถึง 19 ชั่วโมง เพราะโดยปกติคนเราจะมีช่วงเวลาการอดอาหารประจำวันกันทุกคนอยู่แล้ว ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นช่วงเวลากลางคืน โดยเริ่มนับตั้งแต่เวลาที่อาหารเย็นที่มีแคลอรีคำสุดท้ายตกถึงท้อง บวกกับเวลาที่นอนหลับ และไปสิ้นสุดเมื่อเวลาที่อาหารเช้าที่มีแคลอรีคำแรกตกถึงท้องในเช้าวันรุ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าคุณกินอาหารเย็นที่มีแคลอรีคำสุดท้ายตอน 1 ทุ่ม แล้วหลังจากนั้นคุณก็ไม่ได้กินอาหารที่มีแคลอรีอีกเลยจนเข้านอน (ยกเว้นน้ำเปล่าและเครื่องดื่มที่ไม่มีแคลอรี) และเมื่อตื่นนอนในเช้าวันรุ่งขึ้น คุณกินอาหารเช้าที่มีแคลอรีคำแรกตอน 7 โมงเช้า รวมช่วงเวลาการอดอาหารประจำวันได้ 12 ชั่วโมง ฟาสต์ไฟว์ขอให้คุณขยายช่วงเวลาการอดอาหารดังกล่าวออกไปเป็น 19 ชั่วโมง ซึ่งก็หมายความว่า คุณจะสามารถกินอาหารเช้าที่มีแคลอรีคำแรกได้ตอนบ่าย 2 โมงของวันรุ่งขึ้น โดยช่วงเวลาการอดอาหาร 19 ชั่วโมงนี้ยาวนานเพียงพอที่จะทำให้กลไกการเผาผลาญไขมันของร่างกายเพื่อนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักในการดำรงชีวิตประจำวันได้ทำงานและยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันช่วงเวลา 19 โมงนี้ก็ไม่ยาวนานเกินไปจนเข้าขั้นสุดโต่ง

เมื่อนำเอาหลักการที่กล่าวไปมาสร้างเป็นตารางเวลาที่แน่นอนเพื่อให้ง่ายต่อการปฏิบัติ เราก็จะได้สูตรฟาสต์ไฟว์ที่ทำได้ง่าย 2 ข้อดังนี้

1. ใน 1 วันที่มี 24 ชั่วโมง ให้คุณกินอาหารได้แค่ช่วงเวลาเดียวเท่านั้น เริ่มตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึง 4 ทุ่ม เป็นเวลา 5 ชั่วโมง
2. อีก 19 ชั่วโมงที่เหลือ เริ่มตั้งแต่ 4 ทุ่มของวันนี้จนถึง 5 โมงเย็นของวันพรุ่งนี้ ให้คุณงดอาหารทุกชนิดโดยเด็ดขาด ดื่มได้แค่เฉพาะน้ำเปล่าและเครื่องดื่มที่ไม่มีแคลอรีเช่น ชา กาแฟดำ เท่านั้น

ถามว่าทำไมต้องกินอาหารเฉพาะตอน 5 โมงเย็นจนถึง 4 ทุ่ม คำตอบคือ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษในช่วง 5 ชั่วโมงนี้ แต่เนื่องจากเวลาตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึง 4 ทุ่มเป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่เลิกงาน เลิกเรียน หมดสิ้นจากภาระหน้าที่การงานประจำวัน ดังนั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีในการกินอาหาร การพักผ่อนกับครอบครัวและเพื่อนฝูง แต่สิ่งสำคัญที่สุดของฟาสต์ไฟว์ก็คือ ช่วงเวลาการอดอาหาร 19 ชั่วโมงที่คุณต้องอดจริงๆ ห้ามกินอาหารที่มีแคลอรีอย่างเด็ดขาด จึงจะได้ผล
อนึ่ง เมื่อพูดถึงการอดอาหาร (Fasting) เราก็มักจะคิดไปถึงการทรมานตน แต่การอดอาหารแบบฟาสต์ไฟว์ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการทรมานตน ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับความเชื่อในเรื่องศาสนาและจิตวิญญาณ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิธีลดน้ำหนักที่เน้นให้อดแต่อาหาร (Starvation Diet) เพราะเมื่อถึงเวลากิน คุณก็สามารถกินอาหารได้จนอิ่มเต็มที่ แต่หากการอดอาหารแบบฟาสต์ไฟว์มีพื้นฐานมาจากผลการทดลองของวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ในเรื่อง Calorie Restriction (CR) และ Intermittent Fasting (IF) และความรู้ทางด้านมานุษยวิทยา เมื่อร่างกายคุณเริ่มปรับตัวได้และกลไกการเผาผลาญไขมันของร่างกาย (Fat-Burning Machinery) เริ่มทำงานและยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของคุณจะได้รับพลังงานจากไขมันอย่างสม่ำเสมอ ช่วยบรรเทาความรู้สึกหิวให้น้อยลงๆ จนปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตแบบฟาสต์ไฟว์ได้อย่างสมบูรณ์ในที่สุด 
เมื่อคุณใช้วิธีอดอาหารแบบฟาสต์ไฟว์เป็นเวลา 19 ชั่วโมงแล้ว คุณจะไม่มีคำถามว่า คุณควรจะกินอาหารอะไรและในปริมาณเท่าใดในช่วงอด คุณไม่ต้องใช้การตัดสินใจแบบวินาทีต่อวินาทีในการกะเพื่อจำกัดปริมาณอาหารที่จะกิน คุณไม่ต้องรู้สึกผิดเมื่อคุณคิดว่าคุณกินมากไป เพราะเมื่อคุณจำกัดแคลอรีอยู่ที่ “ศูนย์” ในการอดแบบฟาสต์ไฟว์แล้ว คุณไม่ต้องตัดสินใจว่าเมื่อไหร่ควรจะหยุดกินเพราะคุณยังไม่ได้เริ่มกิน คุณไม่ต้องตัดสินว่า กินเท่าไหร่คือปริมาณน้อย กินเท่าไหร่คือพอดี กินเท่าไหร่คือมากเกินไป เพราะคุณยังไม่ได้กิน การจำกัดแคลอรีอยู่ที่ “ศูนย์” ช่วยให้คุณสามารถเข้าควบคุมพฤติกรรมการกินของตัวคุณเองในช่วงอดได้อย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์

สำหรับการออกกำลังกาย ฟาสต์ไฟว์แนะนำให้ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยเพื่อเร่งการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ช่วยรักษาและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ แต่สำหรับคนที่ไม่สะดวกที่จะออกกำลังกาย เช่นคนที่น้ำหนักเกินมากๆ ที่ไม่เคยออกกำลังกายเลยก็ยังไม่จำเป็นต้องทำในช่วงแรก แต่ให้ค่อยๆ เริ่มออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดินเร็ว และค่อย ๆ พัฒนาไปสู่การออกกำลังกายแบบอื่น ๆ ที่เข้มข้นขึ้นเมื่อน้ำหนักเริ่มลดและร่างกายแข็งแรงขึ้น

ประวัติของฟาสต์ไฟว์

ฟาสต์ไฟว์ถูกคิดค้นโดย นายแพทย์ Bert Herring (M.D.) ชาวสหรัฐอเมริกา เขาค้นพบและใช้เทคนิคนี้กับตัวเองในปี 1995 ทำให้สามารถลดน้ำหนักได้ 20 ปอนด์ แต่หลังจากที่เขาก็กลับไปกินอาหารตามแบบวิถีชีวิตชาวอเมริกันทั่วไป ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น 20 ปอนด์เท่าเดิม จากนั้นในอีก 10 ปีต่อมา คือในปี 2005 เขาก็ได้ใช้เทคนิคนี้กับตัวเองอีกครั้งและสามารถลดน้ำหนักได้ 20 ปอนด์ภายใน 20 สัปดาห์ และจากจุดนี้เอง คุณหมอ Bert Herring ได้เริ่มศึกษากลไกลการทำงานที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเทคนิคนี้อย่างจริงจัง ซึ่งเมื่อศึกษาและรู้ว่าเทคนิคนี้คงจะสามารถใช้ได้กับคนอื่น ๆ เช่นกัน เขาก็ได้ตั้งชื่อเทคนิคนี้ว่า ฟาสต์ไฟว์ (The Fast-5 Diet) และเขียนหนังสือชื่อ The Fast-5 Diet and the Fast-5 Lifestyle และเริ่มเผยแพร่ให้กับสาธารณชนนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ดาวน์โหลดหนังสือได้ที่นี่ ทุกอย่างฟรี:http://www.fast-5.com/

สิ่งที่ยากที่สุดเกี่ยวกับฟาสต์ไฟว์ก็คือ เราจำเป็นต้องทำลายความเชื่อที่ว่า เราต้องกินอาหารวันละ 3 มื้อตามตารางเวลาที่แน่นอนที่เราถูกสอนให้เชื่อแบบฝังหัวกันมาตั้งแต่เกิดเสียก่อน อีกอย่างคือ ความกดดันจากผู้คนรอบข้าง คุณต้องหาทางตอบคำถามจากครอบครัว เพื่อนฝูงให้ได้ว่า ทำไมคุณถึงไม่กินอาหารเช้า ทำไมไม่กินอาหารกลางวัน ทำไมสวาปามอาหารเย็นเยอะจัง ไม่กลัวอ้วนเหรอ ฯลฯ คุณต้องพยายามบังคับตัวเองไม่ให้เผลอกินอาหารในระหว่างวันตามแรงชักชวนจากครอบครัวและเพื่อนฝูง
หมายเหตุ : ผู้เขียนหนังสือและคิดค้นสูตร ลดน้ำหนักสูตรนี้เป็น แพทย์ ที่มีชื่อเสียงและโด่งดังมากในโลก 
อ้างอิง จาก
www.fast-5.com 
กระผมขออนุญาติโปรโหมดกลุ่มหน่อยนะครับ
ชื่อว่ากลุ่ม หมากระทุ หมูกระทะ 
<img src="http://www.wegiveu.com/knowledge/43/10711.jpg">
ถ้าใครชอบก็แวะเข้ามาดูแล้วมาเข้าร่วมกลุ่มพูดคุยกับพวกเราได้เลยนะครับ ตาม link ด้านล่างนี่เลยครับ

http://hi5.com/friend/group/2624532--%253A%252B%253A%2B%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B8--%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B0%2B%253A%252B%253A--front-html 

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 13 กันยายน 2555 เวลา 18:09 น.
หรูเริด

เค้าว่ากระทู้นี้ "หรูเริด"..แล้วคุณล่ะ? โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


1 โหวต จากทั้งหมด 1 โหวตเลือก หรูเริด

ความคิดเห็น

17

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
79
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุนมากนะคะ ...

    เยอะเกิน อ่านไม่ไหว

    แต่เราว่า

    ถ้ามันลงท้องไป ยังไงๆ

    มันก็อ้วนอยู่ดี


    .... เหอๆ
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    กิน1ชิ้น
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไป ทีไร ก็กินไม่เลือกทุกที
    พยายามจะเลี่ยงร้านหมูกระทะตลอดด

    ของยั่วเยอะมากกกก
    กินแล้วอ้วน

  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โอ้ววิชาการมากขอบคุณนะคะไว้จะจำไปใช้


    PS.  ชีวิตคนเราไม่แน่นอน จงอย่ายึดติด อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็นหรือได้ยิน ps2.พายไม่ซึนนะคะ><
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไม่อ้วนแน่นอนครับ ถ้าทำตามสูตร ลองไปศึกษาเพิ่มเติมกันดูนะครับ
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ปวดตา อ่านไม่ไหว 55 55
    PS.  http://knom-jane.hi5.com :)
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขี้เกียจอ่าน -.-

  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราเป็นคนทำ เพื่อนเป็นคนกิน แค่นี้เราก็ไม่อ้วนแล้ว
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไม่น่าแหละ
    ช่วงนี้เรากินแต่ข้าวเย็น
    ตอนเช้า บ่าย ไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย
    พอหิว ก็กินได้นิดเดียว
    อุ๊วะฮ่าๆๆ ไม่น่าพุงถึงยุบ
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ฮี่ๆๆ เรากินหมูกะทะแทบจะทุกอาทิตย์ตอนนี้น้ำหนักขึ้นมา 5 กิโล

    ลดแบบนี้ ตาลายๆไม่ไหวๆ แต่ขอบคุณนะที่เอามาลงให้
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    จะอดทนทำให้ได้ แต่ไม่รู้จะไหวป่ะ กลัวเป็งลมตายก่อน10
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เยอะเกินคร้อ่านไม่ไหวววว
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สรุป คือ อดอาหาร
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ทำแล้วจะได้ผลใช่ไหมค่ะ  ถ้าทำตามวิธีหลังจาก19 ชั่วโมงแล้วทุกวันเรากินแต่หมูกะทะจะอ้วนไากรู้
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้



    จะลองไปทำดูนะค่ะ 


  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    16
    guest
    กล้ายหอม จอมดื้อ
    กล้ายหอม จอมดื้อ 58.9.163.161
    กินหมูกระทะก็สมาถทำให้อ้วนได้พออ้วนแล้วสิ่งที่ตามมาที่หลังคือกลิ่นตัวพอมีกลิ่ตัวแล้วต้องหาพวกโรออนมาทาแต่ทาแล้วก็ยังไม่หายมีกลิ่นตัวจนได้มาพบกับแป้งตัวหนึ่งคือแป้งFICพอได้ใช้กลิ่นตัวก็หาย
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    17
    guest
    เกลียดเด็กไม่อ่า
    เกลียดเด็กไม่อ่า 64.233.173.161
    เด็กไทยไม่ชอบอ่านหนังสือ หึหึ

    อดแบบนี้ต้องนานเท่าไหร่
    แล้วมันจะโยโย่ป่าว

    แต่น่าสนลองทำตามดีกว่า
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องทำการขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
refer: