การทำน้ำยาเช็ดกระจก

yupapron 1833475 0.00 799 26 มิ.ย. 53 11:16 น.
ความคิดเห็น

14

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
12
guest
yupapron
  • yupapron
  • 202.29.6.91
  • yupapron-5214gmail.com

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


ขอความรู้ด้วยนะคะ

ขอบคุณมากคะ

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 18 ธันวาคม 2555 เวลา 11:13 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

14

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
12
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผู้เขียน: อาจารย์โชติมา วิไลวัลย์
    วันที่: 3 ก.ค. 2549
                  น้ำยาเช็ดกระจกก็จัดอยู่ในผลิตภัณฑ์ซักล้าง จึงมีสารลดแรงตึงผิวเป็นองค์ประกอบหลักผสมกับสารเคมีที่ใช้เป็นตัวทำละลาย ซึ่งน้ำยาเช็ดกระจกที่พบมีอยู่หลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อมีส่วนผสมหลักคล้ายคลึงกัน โดยทุกชนิดจะใช้ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (isopropyl alcohol) ในปริมาณ 1.0-4.0% ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์เป็นของเหลวใส ไม่มีสี ไวไฟ และมีกลิ่นฉุนมาก ใช้ในการทำความสะอาด ถ้าจะใช้ฆ่าเชื้อต้องใช้ที่ความเข้มข้นสูงถึง 60-70% การหายใจเข้าไปในปริมาณเล็กน้อยจะระคายเคืองจมูก ลำคอ และระบบทางเดินหายใจ  ทำให้ปวดหัว คลื่นไส้ วิงเวียน อาเจียน ถ้าได้รับปริมาณสูงขึ้นอาจทำให้หมดสติ หรือตายได้ การสัมผัสนาน ทำให้ผิวหนังแห้งและแตก การกลืนกินมีอาการคล้ายการหายใจ อาเจียนและอาจทำอันตรายแก่ปอด และระคายเคืองต่อตา ห้ามทิ้งสู่แหล่งน้ำ น้ำเสีย หรือดิน สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้

               สารเคมีที่นิยมใช้เป็นตัวทำละลายในน้ำยาเช็ดกระจกอีกชนิดคือบิวทิลเซลโลโซลฟ์ (butyl cellosolve) เป็นตัวทำละลายเคมีที่ละลายน้ำได้ (water-soluble solvent)  มักใช้กับคราบมัน หรือทำให้มัน มีชื่อทางเคมีว่า 2-บิวทอกซีเอทานอล (2-butoxyethanol) หรือเอทาลีนไกลคอลโมโนบิวทิลอีเทอร์ (ethylene glycol monobutyl ether) มีค่า LD50 (หนู) 470 มิลลิกรัม/กิโลกรัม เป็นพิษหากถูกดูดซึมผ่านผิวหนัง กินเข้าไปทำให้มึนเมาได้ ตัวทำละลายทั้ง 2 มีผลกระทบคล้ายกันคือ ระคายเคืองต่อตา ผิวหนัง จมูก ลำคอ เกิดอาการไอ คลื่นไส้ วิงเวียน ปวดหัว ตาแดง เจ็บตา เห็นไม่ชัด ปวดท้องน้อย ท้องเสีย อาเจียน กดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เม็ดเลือดแดงแตก แต่ไม่ต้องกังวลมากเพราะตัวทำละลายในน้ำยาเช็ดกระจกมีความเข้มข้นน้อยมากคือเพียง 0.5-2.5% เท่านั้น


    สำหรับสารลดแรงตึงผิวที่ใช้ในน้ำยาเช็ดกระจกคือ sodium lauryl ether sulfate (SLES) หรือ sodium laureth sulfate  ใช้ในปริมาณ 0.1 - 0.6 % โดยน้ำหนัก SLES มีค่า LD50 (หนู) 1,600 มิลลิกรัม/กิโลกรัม มีพิษปานกลาง เป็นสารทำให้เกิดฟอง มักใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และแชมพู อาจทำให้เกิดการระคายเคืองตาและผิวหนัง หากเกิดอาการหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ควรหยุดใช้ทันที ในกระบวนการผลิต SLES อาจปนเปื้อนด้วย 1,4-dioxane ซึ่งอาจเป็นสารก่อมะเร็ง ในต่างประเทศมีการห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารและยา แต่อย่างไรก็ตามไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าสารชนิดนี้เป็นก่อมะเร็ง


                น้ำยาเช็ดกระจกบางชนิดที่ไม่ใช้ sodium lauryl ether sulfate เป็นสารลดแรงตึงผิว จะใช้ cocamidopropyl betaine แทน   ซึ่งเป็นสารลดแรงตึงผิวที่จับกับทั้ง anion และ cation ในเวลาเดียวกัน สาร cocamidopropyl betaine เป็นสารลดแรงตึงผิวแบบอ่อน ที่ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและเนื้อเยื่อในจมูก  นอกจากนี้มันยังมีสมบัติฆ่าเชื้อโรคด้วย และเข้าได้กับสารลดแรงตึงผิวชนิดอื่นๆ  cocamidopropyl betaine ในน้ำยาเช็ดกระจกมีความเข้มข้นต่ำกว่า 1 % จะไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง อย่างไรก็ตามสำหรับที่ความเข้มข้นสูงขึ้นไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ ควรหลีกเลี่ยงการเทผลิตภัณฑ์ใส่มือโดยตรง


                 น้ำยาเช็ดกระจกบางยี่ห้อมีการนำ ammonium hydroxide มาใช้ประมาณ 0.1 % ammonium hydroxide ที่ความเข้มข้นสูงกว่า 25 % มีค่า LD50 (หนู) 350 มิลลิกรัม/กิโลกรัม มีความเป็นพิษมาก มีฤทธิ์ทำให้เกิดแผลไหม้ และเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ สารนี้มีฤทธิ์กัดกร่อนเป็นอันตรายต่อเยื่อเมือก ระบบทางเดินหายใจส่วนบน ดวงตา ผิวหนัง การสูดดมทำให้เกิดการระคายเคืองต่อตาและจมูก ซึ่งต้องระวังอันตรายมากกว่า มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ อับเสบ การบวมน้ำของถุงลมและปอด ถ้าเข้าตาสามารถทำให้ตาบอดได้

    http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=2
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สมัยนี้นะคะข้าวปลาอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ก็แสนจะราคาแพง ถึงขนาดบางร้านงัดกลเม็ดเด็ดอันแพรวพราวต่างๆออกมาใช้เช่น ซื้อ1แถม1บ้าง ลดครึ่งราคาบ้างก็ยังขายยากขายเย็น เรียกได้ว่ายุคนี้เป็นยุคข้าวยากหมากแพงทีเดียว

    ด้วยเศรษฐกิจอย่างนี้ฉันจึงอยากเชิญชวนให้คุณๆทั้งหลายมาใช้จ่ายอย่างประหยัด คิดก่อนซื้อ ซื้อแต่ของที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น บางอย่างที่สามารถทำขึ้นเองหรือประดิษฐ์ดัดแปลงได้เองก็ควรจะทำ

                  อย่างเช่นวันนี้ฉันจะมาสาธิตการทำน้ำยาเช็ดกระจกยุคประหยัดกันค่ะ วัสดุก็หาได้ไม่ยากขั้นตอนการทำก็แสนง่ายค่ะ คือเตรียมขี้เถ้ามา 1 กำมือผสมกับน้ำสะอาด 1 ขวด แล้วเขย่าให้เท่ากัน ตั้งทิ้งไว้จนขี้เถ้าตกตะกอนรินเอาแต่น้ำใส เอาผ้าชุบนำนี้เช็ดที่กระจกแล้วทิ้งไว้สักครู่ จากนั้นเอาผ้าแห้งอีกผืนหนึ่งมาเช็ดกระจกจนแห้ง กระจกจะใส่แจ๋ว น้ำยาเช็ดกระจกยุคประหยัดนี้มีสรรพคุณไม่แพ้น้ำยาเช็ดกระจกที่ราคาแพงเลยค่ะ                

                  เพื่อนๆลองเอาวิธีนี้ไปใช้เช็ดกระจกที่บ้านกันได้นะคะ เพราะนอกจากจะประหยัดเงินแล้วกระจกจะใส สะอาดอีกด้วยค่ะ

    ขอบคุณสาระดีๆจากหนังสือ รอบบ้านรอบครัวค่ะ

    http://learners.in.th/blog/innovatorthai025/334550
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น้ำยาเช็ดกระจกจัดอยู่ในผลิตภัณฑ์ซักล้าง จึงมีสารลดแรงตึงผิวเป็นองค์ประกอบหลักผสมกับสารเคมีที่ใช้เป็นตัวทำละลาย ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีส่วนผสมหลักคล้ายคลึงกัน โดยทุกชนิดจะใช้ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (isopropyl alcohol) ในปริมาณ 1.0-4.0% ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์เป็นของเหลวใส ไม่มีสี ไวไฟ และมีกลิ่นฉุนมาก

              สารเคมีที่นิยมใช้เป็นตัวทำละลายในน้ำยาเช็ดกระจกอีกชนิดคือ บิวทิลเซลโลโซลฟ์ (butyl cellosolve) เป็นตัวทำละลายเคมีที่ละลายน้ำได้ (water-soluble solvent)  มักใช้กับคราบมัน หรือทำให้มัน มีชื่อทางเคมีว่า 2-บิวทอกซีเอทานอล (2-butoxyethanol) หรือ เอทาลีนไกลคอลโมโนบิวทิลอีเทอร์ (ethylene glycol monobutyl ether)

               สำหรับสารลดแรงตึงผิวที่ใช้ในน้ำยาเช็ดกระจกคือ sodium lauryl ether sulfate (SLES) หรือ sodium laureth sulfate  ใช้ในปริมาณ 0.1 - 0.6 %  เป็นสารทำให้เกิดฟอง น้ำยาเช็ดกระจกบางชนิดที่ไม่ใช้ sodium lauryl ether sulfate เป็นสารลดแรงตึงผิว จะใช้ cocamidopropyl betaine แทน  

              น้ำยาเช็ดกระจกบางยี่ห้อมีการนำ ammonium hydroxide มาใช้ประมาณ 0.1 % ammonium hydroxide ที่ความเข้มข้นสูงกว่า 25 % มีค่า LD50 (หนู) 350 มิลลิกรัม/กิโลกรัม มีความเป็นพิษมาก มีฤทธิ์ทำให้เกิดแผลไหม้ และเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ สารนี้มีฤทธิ์กัดกร่อนเป็นอันตรายต่อเยื่อเมือก ระบบทางเดินหายใจส่วนบน ดวงตา ผิวหนัง การสูดดมทำให้เกิดการระคายเคืองต่อตาและจมูก ซึ่งต้องระวังอันตรายมากกว่า มีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ อับเสบ การบวมน้ำของถุงลมและปอด ถ้าเข้าตาสามารถทำให้ตาบอดได้

    www.chemtrack.org
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สูตรน้ำยาเช็ดกระจก

              
                        ส่วนผสม


    1 ไอ พี เอ 59.25
    กรัม.
    2 หัวเชื้อแชมพู 39.50
    กรัม
    3 WATER 300
    กรัม
    4 SCPG 520 0.40  กรัม
    5 PG.  0.85  กรัม

           วิธีทำ
    1. นำน้ำค่อย ๆ เติมลงใน หัวแชมพู คนให้เข้ากัน
    2. เติมกันบูด SCPG 520+ ไอ พี เอ + PG. ตามลำดับ (ต้องใส่ถุงมือเพราะไอ พี เอ & PG. จะกัดมือ)


    http://www.archeep.com/chemistry/chem_glass_cleaning.htm
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น้ำยาสำหรับขัดถูพื้น : ผสมผงฟู 1/4 ถ้วยตวง เข้ากับน้ำสบู่(หรือผงซักฟอกละลายน้ำ) ไม่ต้องมากนัก เมื่อเทลงบนพื้นจะดูเหมือนโรยน้ำตาล จากนั้นก็เริ่มงานขัดได้ตามสะดวก (จะใช้แผ่นใยขัด หรือจะเป็นฟองน้ำนั้น เลือกให้ตรงกับพื้นผิวที่คุณจะขัดด้วย)

    น้ำยาเช็ดกระจก : ใช้น้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วยตวง ผสมเข้ากับน้ำ 2 ถ้วยตวง เติมน้ำสบู่อีก 1/2 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน ใส่ลงกระบอกฉีด นำไปใช้แทนน้ำยาเช็ดกระจกนอกจากความสะอาดใสแล้ว ยังปลอดภัยอีกด้วย แต่อย่าเผลอเดินชนกระจกเข้าล่ะ

    น้ำยาทำความสะอาดเครื่องครัว : โรยผงฟูลงบนพื้นเตา หนาสัก 1/4 นิ้ว แล้วพรมน้ำให้ทั่ว (จะใช้กระบอกฉีดก็ไม่ว่ากัน) พอชุ่ม ๆ ปล่อยทิ้งไว้ 6 ชั่วโมง หากทำตอนกลางคืน ก็ปล่อยทิ้งไว้เลย ตื่นเช้ามาคอยขัดด้วยฟองน้ำ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

    น้ำยาทำความสะอาดเครื่องเรือน : น้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วย หยดน้ำมันพืชลงไปอีกสักสองสามหยด แล้วอย่าเผลอนำไปปรุงอาหารล่ะ เพราะสูตรนี้เขาไว้เช็ดถูเครื่องเรือนต่าง ๆ นะ

    น้ำยาทำความสะอาดท่อ : เทผงฟูลงไปในท่อน้ำ ตามด้วยน้ำร้อนอีก 3 ถ้วย ท่อของคุณก็จะหายตันโดยไม่ต้องพึ่งน้ำยาใด ๆ

    น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ : ทำเองได้ง่าย ๆ แค่ผสมโซดาซักผ้าเข้ากับน้ำร้อน 2 ถ้วย ในกระบอกฉีด นำไปใช้ทำความสะอาดได้(เกือบ)ทุกพื้นผิว

    สเปรย์ป้องกันเชื้อราและแบคทีเรีย : เป็นสูตรพิเศษเพื่ออนามัยของคุณและครอบครัว ทำได้ง่าย ๆ อีกเช่นกัน แค่ผสม tea tree oil 2 ช้อนชา เข้ากับน้ำอีก 2 ถ้วย ใส่ลงในกระบอกฉีด คุณก็จะได้สเปรย์เพื่ออนามัยแล้ว


    ถึงแม้ว่าน้ำยาทำความสะอาดที่ผสมเองเหล่านี้ จะอันตราย "น้อย" กว่าน้ำยาทำความสะอาดที่วางขายตามร้ายค้าทั่วไป แต่ก็ยังคงเป็นอันตรายอยู่ คุณพ่อบ้านและคุณแม่บ้านทั้งหลายพึงระวังให้ห่างจากมือลูกน้อยของคุณด้วย และเมื่อผสมเสร็จ ควรเขียนฉลากติดไว้ข้างขวดหรือข้างกระบอกฉีดเพื่อความปลอดภัย

    นอกจากนี้ คุณอาจจะเพิ่มเติมส่วนผสมเพื่อเพิ่มคุณสมบัติบางประการให้แก่น้ำยาของคุณ เช่น อาจหยดน้ำมันหอมระเหย เพื่อเพิ่มความหอม และช่วยผ่อนคลายอารมณ์ตามหลักอโรมา เธราปีได้อีกด้วย

    ไม่ยากเลย กับการผสมน้ำยาทำความสะอาดใช้เอง นอกจากจะสะอาดตาแล้ว ยังทำให้สบายใจเพิ่มขึ้น เพราะชีวิตนั้น มีค่าเกินกว่าที่จะทิ้งไปด้วยความสะเพร่าเพียงน้อยนิด


    http://www.prakard.com/default.aspx?g=posts&t=24817
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณมากนะค่ะ
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ชอบโครงงานนี้มาก
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    8
    guest
    ไม่บอกอิอิ
    ไม่บอกอิอิ 118.172.79.52
    ขอบคุนกร๊าทุกคนที่บอก
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ความรู้นี้คงจะมีประโยชน์อีกเยอะและขอละเอียดกว่านี้
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โครตมั่วมากเลย
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอขคุณค่าว๊าว
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณครับ สำหรับสูตร ดีๆ และเข้ากับยุค ประหยัด ในปัจจุบัน
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องทำการขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
refer: