ช่วยแปลอิเหนา ตอนศึกกระหมังกุหนิงหน่อยครับ TT

NUM' 1865876 0.00 2,797 27 ก.ค. 53 16:06 น.
ความคิดเห็น

42

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
13

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


 

                     เมื่อนั้น                                                                    กะหรัดตะปาตีเชษฐา
                เห็นระเด่นมนตรีก็ปรีดา                                                        จึงเสด็จมาหาทันใด
                แล้วบอกว่าสมเด็จพระบิดร                                                 ให้ข้าคุมนิกรน้อยใหญ่
                มาบรรจบทัพพระองค์ไป                                                      ช่วยพิชัยดาหาธานี
                หลายวันแล้วแต่มาคอยท่า                                                  ยับยั้งโยธาอยู่ที่นี่
                ข่าวศึกว่าประชิดติดบุรี                                                        มาจะจรลีรีบไป

                                เมื่อนั้น                                                                    ระเด่นมนตรีเฉลยไข
                ข้าก็เร่งรีบร้อนไม่นอนใจ                                                       แต่ทางไกลอ้อมกว่ากุเรปัน
                ว่าแล้วสองกษัตริย์ก็จัดทัพ                                                  พร้อมสรรพพหลพลขันธ์
                เข้ากระบวนสมทบบรรจบกัน                                                แล้วยกจากที่นั่นรีบมา

                                ครั้นถึงเนินทรายชายทุ่ง                                        แว่นแคว้นแดนกรุงดาหา
                จึงให้หยุดกองทัพตั้งพลับพลา                                             ที่ต้องนามครุฑาเกรียงไกร
                แล้วบัญชาให้ตำมะหงง                                                        ท่านจงรีบเข้าไปกรุงใหญ่
                ทูลศรีปัตหราเรืองชัย                                                            แก้ไขอย่าให้เคืองบาทา

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                     เมื่อนั้น                                                                    พระปิ่นปักนัคเรศสูงส่ง
                แจ้งว่าอิเหนาสุริย์วงศ์                                                           มาช่วยรณรงค์ราวี
                มีความเกษมสันต์หรรษา                                                      ดังได้ผ่านเมืองฟ้าราศี
                ด้วยนัดดาเรืองอิทธิฤทธี                                                       เห็นว่าบุรีไม่อันตราย
                พระเปรมปรีดิ์ดีใจอยู่ในพักตร์                                             มิให้ประจักษ์คนทั้งหลาย
                จึงแย้มเยื้อนเอื้อนโอษฐ์อภิปราย                                        ซึ่งหลานชายของเราอุตส่าห์มา
                ตำมะหงงไปบอกให้ถ้วนถี่                                                    ว่ากูนี้ขอบใจหนักหนา
                เชิญให้เข้ามาในพารา                                                           จะได้พักโยธาให้สำราญ

                                บัดนั้น                                                                     ตำมะหงงได้ฟังพระบรรหาร
                จึงสนองมธุรสพจมาน                                                           พระหลานรักถวายบังคมมา
                ให้ข้าทูลองค์พระทรงฤทธิ์                                                     ด้วยโทษผิดติดพันอยู่หนักหนา
                จะขอทำการสนองพระบาทา                                                เสร็จแล้วจึงจะมาอัญชลี

                                เมื่อนั้น                                                                    พระผู้ผ่านดาหากรุงศรี
                ได้ฟังตำมะหงงเสนี                                                               มิได้มีพจมานประการใด
                จึงผันพระพักตร์มาบัญชา                                                    แก่สุหรานากงศรีใส
                บัดนี้อิเหนาชาญชัย                                                              กรีธาทัพใหญ่ยกมา
                กับกะหรัดตะปาตีพี่ยานั้น                                                    แม่นมั่นเหมือนคำของเจ้าว่า
                เจ้าจะอยู่ทำการในพารา                                                      หรือจะช่วยเชษฐาราวี

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                เมื่อนั้น                                                                    สุหงานากงเรืองศรี
                ได้ฟังผ่านฟ้าพาที                                                                  อัญชลีแล้วสนองพระบัญชา
                แต่มาอยู่ดาหาก็ช้านาน                                                        ยังมิได้ทำการอาสา
                ขอกราบบาทภูวนาถบังคมลา                                              ออกไปช่วยเชษฐาชิงชัย
                ทูลพลางทางถวายอัญชลี                                                    ลาศรีปัตหราเป็นใหญ่
                ออกมาอยู่ที่ภูวไนย                                                                ตรวจเตรียมทัพชัยฉับพลัน
                ครั้นเสด็จเสร็จทรงอาชา                                                       พร้อมพี่เลี้ยงเสนากิดาหยัน
                ยกจากพระนครจรจรัล                                                         ตำมะหงงกุเรปันก็ตามมา



ช่วยหน่อยนะครับ ไม่ไหวจะเคลียร์



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 กรกฎาคม 2553 / 16:13

PS.  หนุ่มนะ *ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะครับ !* born will be<< 555~

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 7 มกราคม 2556 เวลา 22:46 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

42

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
13
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    Google มีหมด
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ฉันก็เรียน กร๊ากกกกก
    แต่เรียนนิราศนรินทร์ คำโคลงอยู่
    55555555
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราก็เรียนนะ แต่ไม่ค่อยเข้าใจ
    ก็เลยหลับทั้งคาบเลย  อิอิ  
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตอนเรียนวิชานี้เอาวิชาอื่นมาทำ 555555555555
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เมื่อนั้น                               กะหรัดตะปาตีเชษฐา
    เห็นระเด่นมนตรีก็ปรีดา             จึงเสด็จมาหาทันใด
    แล้ว บอกว่าสมเด็จพระบิดร         ให้ข้าคุมนิกรน้อยใหญ่
    มา บรรจบทัพพระองค์ไป           ช่วยพิชัยดาหาธานี
    หลาย วันแล้วแต่มาคอยท่า         ยับยั้งโยธาอยู่ที่นี่
    ข่าว ศึกว่าประชิดติดบุรี               มาจะจรลีรีบไป

    กะหรัดตะปาตีเห็นระเด่นก็ดีใจ รีบเสด็จไปหาทันทีทันใด แล้วกล่าวว่าเสด็จพ่อให้คุมไพร่พลมาสมทบกองทัพของพระองค์ที่นี้ เพื่อที่จะไปตีเมืองดาหา ได้ข่าวว่าข้าศึกมาประชิดเมืองแล้ว

                              เมื่อนั้น                                                                    ระเด่นมนตรีเฉลยไข
                    ข้าก็ เร่งรีบร้อนไม่นอนใจ                                                       แต่ทางไกลอ้อมกว่ากุเรปัน
                    ว่า แล้วสองกษัตริย์ก็จัดทัพ                                                  พร้อมสรรพพหลพลขันธ์
                    เข้า กระบวนสมทบบรรจบกัน                                                แล้วยกจากที่นั่นรีบมา

    ระเด่นก็กล่าวไปว่า ข้าก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างไร ว่าแล้วทั้ง 2 พระองค์ก็ประชุมกัน เพื่อจัดกองทัพให้ยิ่งใหญ่แล้วจึงค่อยยกกระบวนทัพไป

                               ครั้นถึงเนินทรายชายทุ่ง                                        แว่นแคว้นแดนกรุงดาหา
                    จึง ให้หยุดกองทัพตั้งพลับพลา                                             ที่ต้องนามครุฑาเกรียงไกร
                    แล้ว บัญชาให้ตำมะหงง                                                        ท่านจงรีบเข้าไปกรุงใหญ่
                    ทูล ศรีปัตหราเรืองชัย                                                            แก้ไขอย่าให้เคืองบาทา

    พอมาถึงเนินเขาชายแดนเมืองดาหาก็ให้หยุด แล้วให้จัดพลับพลาที่ประทับ แล้วให้ตำมะหงงไปทูลท้าวศรีปัตหรา

                          เมื่อ นั้น                                                                    พระปิ่นปักนัคเรศสูงส่ง
                    แจ้ง ว่าอิเหนาสุริย์วงศ์                                                           มาช่วยรณรงค์ราวี
                    มีความ เกษมสันต์หรรษา                                                      ดังได้ผ่านเมืองฟ้าราศี
                    ด้วย นัดดาเรืองอิทธิฤทธี                                                       เห็นว่าบุรีไม่อันตราย
                    พระ เปรมปรีดิ์ดีใจอยู่ในพักตร์                                             มิให้ประจักษ์คนทั้งหลาย
                    จึง แย้มเยื้อนเอื้อนโอษฐ์อภิปราย                                        ซึ่งหลานชายของเราอุตส่าห์มา
                   ตำ มะหงงไปบอกให้ถ้วนถี่                                                    ว่ากูนี้ขอบใจหนักหนา
                    เชิญ ให้เข้ามาในพารา                                                           จะได้พักโยธาให้สำราญ

    พอตำมะหงงมาทูล ท้าวศรี.....ก็ทรงดีใจ พอพระทัยที่ด้วยเห็นว่าหลายชายมาช่วยในการรบ พระองค์ก็แอบดีใจมิให้ผู้ใดเป็น จากนั้น
    จึงกล่าวสั่งให้ตำมะหงงไปทูลบอกว่ายินดีที่จะให้มาพักในเมือง

                           บัดนั้น                                                                     ตำมะหงงได้ฟังพระบรรหาร
                    จึง สนองมธุรสพจมาน                                                           พระหลานรักถวายบังคมมา
                    ให้ ข้าทูลองค์พระทรงฤทธิ์                                                     ด้วยโทษผิดติดพันอยู่หนักหนา
                    จะ ขอทำการสนองพระบาทา                                                เสร็จ แล้วจึงจะมาอัญชลี

    ตำมะหงงก็รับโองการไปทูล ระหว่างนี้ได้ทูลกับท้าวศรี....ว่าหลาน (คือใครไม่รู้แล้วอ่า พี่ก็เรียนมานานแล้ว) ฝากมากราบบังคมทูล


                           เมื่อนั้น                                                                    พระผู้ผ่านดาหากรุงศรี
                    ได้ ฟังตำมะหงงเสนี                                                               มิได้มีพจมานประการใด
                    จึง ผันพระพักตร์มาบัญชา                                                    แก่สุหรานากงศรีใส
                    บัด นี้อิเหนาชาญชัย                                                              กรีธาทัพใหญ่ยกมา
                    กับกะ หรัดตะปาตีพี่ยานั้น                                                    แม่นมั่นเหมือนคำของเจ้าว่า
                    เจ้า จะอยู่ทำการในพารา                                                      หรือจะช่วยเชษฐาราวี

    เมื่อท้าวศรี.....ได้ฟังที่ตำมะหงงทูลไปเช่นนั้นก็มิได้มีรับสั่งแต่อย่างไร เพียงแค่หันพระพักตร์ไปพูดกับสุหรานากงว่า อิเหนาได้ยกทัพมา พร้อมกับกะหรัดตะปาตีแล้ว เหมือนคำที่เจ้าไปเคยพูดไว้ว่าจะอยู่ในเมืองหรือจะไปช่วยทำศึก  (งงๆหว่า)

                           เมื่อนั้น                                                                    สุหงานากงเรืองศรี
                    ได้ ฟังผ่านฟ้าพาที                                                                  อัญชลีแล้วสนองพระบัญชา
                    แต่ มาอยู่ดาหาก็ช้านาน                                                        ยังมิได้ทำการอาสา
                    ขอกราบ บาทภูวนาถบังคมลา                                              ออกไปช่วยเชษฐาชิงชัย
                    ทูลพลาง ทางถวายอัญชลี                                                    ลาศรีปัตหราเป็นใหญ่
                    ออก มาอยู่ที่ภูวไนย                                                                ตรวจ เตรียมทัพชัยฉับพลัน
                    ครั้นเสด็จ เสร็จทรงอาชา                                                       พร้อมพี่เลี้ยงเสนากิดาหยัน

    เมื่อสุหรานากงได้ยินรับสั่งเช่นนั้นจึงได้กราบลา เนื่องจากมาอยู่ที่ดาหาก็นานแล้ว แต่ยังไม่เคยได้ทำการใดเป็นการตอบแทนจึงขอกราบลาไปช่วยทำศึก แล้วจึงเสด็จออกมาตรวจกำลังไพร่พล


    โอ้วว  พี่ช่วยน้องได้แค่นี้นะครับผม คือพี่เรียนมานานแล้วอ่า มันอยู่ ม.4 รึเปล่าไม่รู้  แต่พี่อยู่ม.6 แล้ว  ก็เลยจำตัวละครไม่ค่อยได้แล้ว ผิดตรงไหนก็โทษทีนะครับ เอาไปปรับแต่งใหม่ เนอะๆ
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เอ่อออ ถ้ามีอะไรพอจะช่วยได้ก็แอดมาที่ geeginhe_222_@hotmail.com นะครับ จะพยายามเอาความรู้ที่มีอยู่(อันน้อยนิด)มาช่วยนะครับ
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    พี่ผ่านมาแล้วน้องเอ๊ย 555 แต่นะจะแปลให้พอสังเขปเป็นวิทยาทาน ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยเน้อ
    เมื่อนั้น                                                                    กะหรัดตะปาตีเชษฐา
    เห็นระเด่นมนตรีก็ปรีดา                                                        จึงเสด็จมาหาทันใด
    แล้วบอกว่าสมเด็จพระบิดร                                                 ให้ข้าคุมนิกรน้อยใหญ่
    มาบรรจบทัพพระองค์ไป                                                      ช่วยพิชัยดาหาธานี
    หลายวันแล้วแต่มาคอยท่า                                                  ยับยั้งโยธาอยู่ที่นี่
      ข่าวศึกว่าประชิดติดบุรี                                                        มาจะจรลีรีบไป

    กะหรักตะปาตีผู้เป็นพี่เมื่อเห็นอิเหนาก็ยินดีปรีดา รีบเข้ามาหาทันที แล้วบอกว่าท้าวกุเรปันนั้นให้ตนคุมไพร่พลมาคอยอิเหนาเพื่อที่จะไปช่วยเมืองดาหาพร้อมๆกัน ได้หยุดทับมาคอยอิเหนาได้หลายวันแล้วมีข่าวว่าข้อศึกเข้ามาประชิดนครดาหาแล้ว เราควรรีบไป

    เมื่อนั้น                                                                    ระเด่นมนตรีเฉลยไข
    ข้าก็เร่งรีบร้อนไม่นอนใจ                                                       แต่ทางไกลอ้อมกว่ากุเรปัน
    ว่าแล้วสองกษัตริย์ก็จัดทัพ                                                  พร้อมสรรพพหลพลขันธ์
    เข้ากระบวนสมทบบรรจบกัน                                                แล้วยกจากที่นั่นรีบมา

    อิเหนาก็ได้ตอบกลับไปว่า ตัวข้าก็รีบมาไม่แพ้กันแต่ทางที่มาไกลกว่ามาจากกุเรปันมากนัก ว่าแล้วทั้งสองพระองค์ก็จัดทัพรวมเข้าด้วยกันแล้วรีบยกทัพออกจากตรงนั้นทันที

    ครั้นถึงเนินทรายชายทุ่ง                                        แว่นแคว้นแดนกรุงดาหา
    จึงให้หยุดกองทัพตั้งพลับพลา                                             ที่ต้องนามครุฑาเกรียงไกร
    แล้วบัญชาให้ตำมะหงง                                                        ท่านจงรีบเข้าไปกรุงใหญ่
    ทูลศรีปัตหราเรืองชัย                                                            แก้ไขอย่าให้เคืองบาทา

    ครั้นเมื่อมาถึงเนินทรายที่อยุ่ชายทุ่งของกรุงดาหา ก็ให้หยุดกองทัพแล้วตั้งพลับพลาไว้ จากนั้นก็สั่งให้ตำมะหงงเข้าไปในเมืองดาหาไปแจ้งแก่ท้างดาหาว่ากองทัพมาถึงแล้ว อยาได้ขัดเคืองใจ

    เมื่อนั้น                                                                    พระปิ่นปักนัคเรศสูงส่ง
    แจ้งว่าอิเหนาสุริย์วงศ์                                                           มาช่วยรณรงค์ราวี
    มีความเกษมสันต์หรรษา                                                      ดังได้ผ่านเมืองฟ้าราศี
    ด้วยนัดดาเรืองอิทธิฤทธี                                                       เห็นว่าบุรีไม่อันตราย
    พระเปรมปรีดิ์ดีใจอยู่ในพักตร์                                             มิให้ประจักษ์คนทั้งหลาย
    จึงแย้มเยื้อนเอื้อนโอษฐ์อภิปราย                                        ซึ่งหลานชายของเราอุตส่าห์มา
    ตำมะหงงไปบอกให้ถ้วนถี่                                                    ว่ากูนี้ขอบใจหนักหนา
    เชิญให้เข้ามาในพารา                                                           จะได้พักโยธาให้สำราญ

    เมื่อท้าวดาหาได้ทราบความว่าอิเหนามาช่วยรบก็มีความดีใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าอิเหนาผู้เป็นหลานนี้มีความเก่งกล้าสามารถมาก คิดว่ากรุงดาหาคงไม่เป็นอันตรายแน่ แต่พระองค์เก็บความดีใจนั้นไว้ในใจไม่แสดงออกมาให้ใครเห็น แล้วจึงบอกตำมะหงงกลับไปว่า ที่หลานชายอุส่าห์มานี้ ตัวเรานั้นขอบใจมาก เชิญเข้ามาในเมืองเถิด จะได้พักผ่อนทองทัพอย่างสบาย

    บัดนั้น                                                                     ตำมะหงงได้ฟังพระบรรหาร
    จึงสนองมธุรสพจมาน                                                           พระหลานรักถวายบังคมมา
    ให้ข้าทูลองค์พระทรงฤทธิ์                                                     ด้วยโทษผิดติดพันอยู่หนักหนา
    จะขอทำการสนองพระบาทา                                                เสร็จแล้วจึงจะมาอัญชลี

    เมื่อตำมะหงงได้ฟังคำของท้าวดาหาแล้ว จึงทูลตอบกลับไปว่า อิเหนาได้ให้ทูลบอกว่า เนื่องจากมีโทษผิดที่ติดอยู่มาก ก็จะขอทำการรบสนองพระบาทก่อน เมื่อเสร้จแล้วจึงจะเข้าไปกราบ

    เมื่อนั้น                                                                    พระผู้ผ่านดาหากรุงศรี
    ได้ฟังตำมะหงงเสนี                                                               มิได้มีพจมานประการใด
    จึงผันพระพักตร์มาบัญชา                                                    แก่สุหรานากงศรีใส
    บัดนี้อิเหนาชาญชัย                                                              กรีธาทัพใหญ่ยกมา
    กับกะหรัดตะปาตีพี่ยานั้น                                                    แม่นมั่นเหมือนคำของเจ้าว่า
    เจ้าจะอยู่ทำการในพารา                                                      หรือจะช่วยเชษฐาราวี

    เมื่อท้าวดาหาได้ฟังคำตำมะหงงแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไร จึงหันหน้ามาสั่งการสุหงานากงว่า บัดนี้อิเหนาได้ยกทัพใหญ่มากแล้วกับกะหรัดตะปาตีผู้เป็นพี่ แม่นยำดังคำที่เจ้าเคยว่าไว้ เจ้าจะอยู่ทำการสิ้งใดในเมืองหรือว่าจะออกไปช่วยพี่ชายรบ


    เมื่อนั้น                                                                    สุหงานากงเรืองศรี
    ได้ฟังผ่านฟ้าพาที                                                                  อัญชลีแล้วสนองพระบัญชา
    แต่มาอยู่ดาหาก็ช้านาน                                                        ยังมิได้ทำการอาสา
    ขอกราบบาทภูวนาถบังคมลา                                              ออกไปช่วยเชษฐาชิงชัย
    ทูลพลางทางถวายอัญชลี                                                    ลาศรีปัตหราเป็นใหญ่
    ออกมาอยู่ที่ภูวไนย                                                                ตรวจเตรียมทัพชัยฉับพลัน
    ครั้นเสด็จเสร็จทรงอาชา                                                       พร้อมพี่เลี้ยงเสนากิดาหยัน
    ยกจากพระนครจรจรัล                                                         ตำมะหงงกุเรปันก็ตามมา

    เมื่อสุหงานากงได้ฟังคำท้าวดาหา ก็ยกมือไหว้แล้วสนองพระบัญชาไปว่า ตั้งแต่มาอยู่เมืองดาหาก็นานแล้วยังไม่ได้ทำคุณประโยชน์อะไรเลย ก็ขอกราบทูลลาท้าวดาหาออกไปช่วยพี่ชายรบละกัน ว่าแล้วก็กราบลาปัตหราด้วย แล้วก็ออกมาตรวจดูทัพทันที เมื่อเสร็จแล้วก็ชึ้นทรงม้าพร้อมด้วยพี่เลี้ยงและเสนากิดาหยัน ยกออกมาจากพระนคร ตามมาด้วยตำมะหงงแห่งกุเรปัน
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณครับ :D


    PS.  หนุ่มนะ *ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะครับ !* born will be<< 555~
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คือ ช่วยแปล หน่อยได้มั้ยค่ะ ถ้าได้ก็จะขอบคุณมากเลยค่ะ
            เมื่อนั้น                               ระตูผู้ผ่านหมันหยา
    ทั้งประไหมสุหรีศรีโสภา            ฟังราชนัดดาก็อาวรณ์
    ต่างองค์อำนวยอวยชัย             เจ้่าไปให้เป็นสุขสโมสร
    อันเหล่าอาสัตย์ดัสกร               จงพ่ายแพ้ฤทธิรอนพระหลานรัก

             เมื่อนั้น                             ระเด่นมนครีมีศักดิ์
    รับพรภูวไนยด้วยใจภักดิ์            บังคมลามาตำหนักประเสบัน



    ขึ้นเกยกิริณีที่ประทับ ผันพักตร์สู่พายัพทิศา
    พร้อมหมู่อำมาตย์มาตยา โหราธิบดีชีพราหมณ์
    พอได้ศุภฤกษ์ก็ลั่นฆ้อง ประโคมคึกกึกก้องท้องสนาม
    ประโรหิตฟันไม้ข่มนาม ทำตามตำราพิชัยยุทธ์
    ทัพหน้าทัพหลวงทัพหลัง พร้อมพร่งตั้งโห่อึงอุตย์
    ทหารโบกธงทองกระบี่ครุฑ ฝรั่งจุดปืนใหญ่ให้สัญญา
    ชีพ่อก็เบิกโขลนทวาร โอมอ่านอาคมคาถา
    เสด็จทรงช้างที่นั่งหลังคา คลาเคลื่อนโยธาทุกหมวดกอง

    ถ้าใครถอดได้ ก็ช่วยหน่อยนะค่ะ เหลือแค่นี้เองค่ะ T^T
    ไปไม่ไหวแล้วจิง ๆ
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

      เมื่อนั้น                               ระตูผู้ผ่านหมันหยา
    ทั้งประไหมสุหรีศรีโสภา            ฟังราชนัดดาก็อาวรณ์
    ต่างองค์อำนวยอวยชัย             เจ้่าไปให้เป็นสุขสโมสร
    อันเหล่าอาสัตย์ดัสกร               จงพ่ายแพ้ฤทธิรอนพระหลานรัก

    เมื่อท้าวหมันหยาและประไหมสุหรีได้ฟังอิเหนาผู้เป็นหลานแล้ว ต่างคนก็ต่างอวยพรให้อิเหนาไปดีๆ ขอให้เหล่าศัตรูจงพ่ายแพ้ไป

             เมื่อนั้น                             ระเด่นมนครีมีศักดิ์
    รับพรภูวไนยด้วยใจภักดิ์            บังคมลามาตำหนักประเสบัน
    ขึ้นเกยกิริณีที่ประทับ      ผันพักตร์สู่พายัพทิศา
    พร้อมหมู่อำมาตย์มาตยา         โหราธิบดีชีพราหมณ์
    พอได้ศุภฤกษ์ก็ลั่นฆ้อง           ประโคมคึกกึกก้องท้องสนาม
    ประโรหิตฟันไม้ข่มนาม          ทำตามตำราพิชัยยุทธ์
    ทัพหน้าทัพหลวงทัพหลัง         พร้อมพร่งตั้งโห่อึงอุตย์
    ทหารโบกธงทองกระบี่ครุฑ        ฝรั่งจุดปืนใหญ่ให้สัญญา
    ชีพ่อก็เบิกโขลนทวาร               โอมอ่านอาคมคาถา
    เสด็จทรงช้างที่นั่งหลังคา          คลาเคลื่อนโยธาทุกหมวดกอง

    เมื่ออิเหนารับพรท้าวหมันยามาแล้วก็บังคมลา แล้วก็ขึ้นมาที่ประทับ หันหน้าไปทางทิศพายับ (ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ)พร้อมด้วยหมู่เสนาอามาต พระโหราธิบดีและพราหมณ์ เมื่อถึงฤกษ์งามก็ลั่นฆ้อง ตีกองประโคมดังกึกก้องไปทั้งสนาม ปุโรหิตทำพิธีฟันไม้ข่มนามตามตำราพิชัยสงคราม
    ทั้งทัพหน้า ทัพหลวง และทัพหลังต่างก็พร้อมกันโห่ลั่นเสียงดัง ทหารโบกธงครุฑซึ่งเป็นธงรบ แล้วก็จุดปืนใหญ่ให้สัญญาณเดินทัพ
    จากนั้นก็เบิดตัวโขลนทวารมาอ่านคาถาอาคม อิเหนาเสด็จขึ้นช้างทรง แล้วกองทัพก็เริ่มเคลื่อน
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ้า า าา
    ขอบคุณ มากๆเลยค่ะ *!! ^^10
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    บัดนั้น                                     ฝ่ายดะหมังกุเรปันกรุงศรี
    ครั้งถึงหมันหยาธานี                               ก็ตรงไปยังที่ประเสบัน
    ขึ้นบนชานพักตำหนักนอก                        พอเห็นเสด็จออกกิดาหยัน
    จึงเข้าไปไกล้องค์ทรงพระธรรม์                 อภิวันท์แล้วถวายสารา

              เมื่อนั้น                                     พระโฉมยงวงศ์อสัญแดหวา
    คลี่สารสมเด็จพระบิดา                            พลางทอดทัศนาทันใด


    ในลักษณ์นั้นว่าปัจจามิตร                        มาตั้งติดดาหากรุงใหญ่
    จงเร่งรีบรี้พลสกลไกร                            ไปช่วยชิงชัยให้ทันที
    ถึงไม่เลี้ยงบุษบาเห็นว่าชั่ว                       แต่เขารู้อยู่ว่าตัวนั้นเป็นพี่
    อันองศ์ท้าวดาหาธิบดี                             นั้นมิใช่อาหรือว่าไร
    มาดรแม้นเสียเมืองดาหา                         จะพลอยอายขายหน้าหรือหาไม่
    ซึ่งเกิดศึกสาเหตุเภทภัย                           ก็เพราะใครทำความไว้งามพักตร์
    ครั้งหนึ่งก็ให้เสียวาจา                              อายชาวดาหาอาณาจักร
    แม้นมิยกพลไกรไปช่วย                          ถึงเราม้วยก็อย่ามาดูผี
    อย่าดูเปลวอัคคี                                  แต่วันนี้ขาดกันจนบรรลัย
    ครั้งอ่านสารเสร็จสิ้นพระทรงฤทธิ์            ถอนฤทัยคิดแล้วสงสัย
    บุษบาจะงามสักเพียงไร                        จึงต้องใจระตูทุกบุรี
    หลงรักรูปนางแต่อย่างนั้น                     จะพากันมาม้วยไม่พอที่
    แม้นงามเหมือนจินตะหราวาตี                 ถึงจะเสียชีวีก็ควรนัก
    แล้วว่าแก่ดะหมังเสนา                            เราจะยกโยธาไปโหมหัก
    มิให้เสียวงศาสุรารักษ์                          งดสักเจ็ดวันจะยกไป


    บัดนั้น                                              ดะหมังบังคมประนมไหว้
    ทูลว่าช้านักพระภูวไนย                      เกลือกไปไม่ทันจะเสียที
    เชิญเสด็จคลาไคลไปก่อน                    แล้วจึงค่อยผันผ่อนมากรุงศรี
    อันข้าศึกซึ่งยกมาต่อดี                         ป่านนี้จะประชิดติดกรุงไกร


    เมื่อนั้น                                            พระสุริย์วงศ์เทวาอัชฌาสัย
    สุดที่จะบิดเบือนเลื่อนวันไป                   ด้วยเกรงในบิตุเรศตัดมา
    ความกลัวความรักสลักทรวง                 ให้เป็นห่วงหนหลังกังวลหน้า
    แต่เรรวนหวนนึกตรึกตรา                      พระราชาสะท้อนถอนใจ
    จึงดำรัสตรัสสั่งตำมะหงง                      เร่งเตรียมจตุรงค์ทัพใหญ่
    ม้ารถคชสารชาญชัย                           รีบรัดจัดไว้ให้ครบครัน

    สรรโยธาจงสามารถ                     ที่อยู่คงองอาจแข็งขัน
    แต่ปืนดึงก็ถึงทันควัน                          เข้าโรมรุกบุกบันฟันแทง
    เราจะตัดศึกใหญ่ให้ย่อย่น                   ด้วยกำลังรี้พลเข้มแข็ง
    แม้นไพรีหนีมือกลางแปลง                เห็นหักได้ไม่แคลงวิญญาณ์
    ฤกษ์พรุ่งนี้จะยกไป                           ชิงชัยช่วยกรุงดาหา
    สั่งเสร็จเสด็จทรงอาชา                        ไปเฝ้าท้าวหมันหยาฉับพลัน



    ช่วยหน่อยนะครับ ใครรู้ก็ช่วยผมหน่อยนะครับ T^T101
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ช่วยแปลอันนี้หน่อยได้ไหมค๊ะ ๆ  TT ทำไม่ไหวแล้วจริงๆ 

    บัดนั้น                                                                              ตำมะหงงรับสั่งใส่เกศา

    ก้มเกล้ากราบถวายบังคมลา                                                                               มาขึ้นม้าควบขับไปฉับพลัน

     

    ครั้นถึงจึงแจ้งคดี                                                                                             แก่ยาสาเสนีคนขยัน

    บัดนี้องค์อิเหนากุเรปัน                                                                                   กรีทาทัพขันธ์ยกมา

    สองทัพกับกะหรัดตะปาตี                                                                              มาช่วยบุรีดาหา

    จงพาเราเข้าเฝ้าพระผ่านฟ้า                                                                             จงกราบทูลกิจจาให้แจ้งการ

     

    บัดนั้น                                                                                                           ยาสาปรีดิ์เปรมเกษมศานต์

    จึงพากันเข้าไปมิทันการ                                                                                ยังสถานท้องพระโรงรูจี



    ขอบคุณมากค๊ะ TT
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    บัดนั้น                                     ฝ่ายดะหมังกุเรปันกรุงศรี
    ครั้งถึงหมันหยาธานี                               ก็ตรงไปยังที่ประเสบัน
    ขึ้นบนชานพักตำหนักนอก                        พอเห็นเสด็จออกกิดาหยัน
    จึงเข้าไปไกล้องค์ทรงพระธรรม์                 อภิวันท์แล้วถวายสารา

              เมื่อนั้น                                     พระโฉมยงวงศ์อสัญแดหวา
    คลี่สารสมเด็จพระบิดา                            พลางทอดทัศนาทันใด


    ในลักษณ์นั้นว่าปัจจามิตร                        มาตั้งติดดาหากรุงใหญ่
    จงเร่งรีบรี้พลสกลไกร                            ไปช่วยชิงชัยให้ทันที
    ถึงไม่เลี้ยงบุษบาเห็นว่าชั่ว                       แต่เขารู้อยู่ว่าตัวนั้นเป็นพี่
    อันองศ์ท้าวดาหาธิบดี                             นั้นมิใช่อาหรือว่าไร
    มาดรแม้นเสียเมืองดาหา                         จะพลอยอายขายหน้าหรือหาไม่
    ซึ่งเกิดศึกสาเหตุเภทภัย                           ก็เพราะใครทำความไว้งามพักตร์
    ครั้งหนึ่งก็ให้เสียวาจา                              อายชาวดาหาอาณาจักร
    แม้นมิยกพลไกรไปช่วย                          ถึงเราม้วยก็อย่ามาดูผี
    อย่าดูเปลวอัคคี                                  แต่วันนี้ขาดกันจนบรรลัย
    ครั้งอ่านสารเสร็จสิ้นพระทรงฤทธิ์            ถอนฤทัยคิดแล้วสงสัย
    บุษบาจะงามสักเพียงไร                        จึงต้องใจระตูทุกบุรี
    หลงรักรูปนางแต่อย่างนั้น                     จะพากันมาม้วยไม่พอที่
    แม้นงามเหมือนจินตะหราวาตี                 ถึงจะเสียชีวีก็ควรนัก
    แล้วว่าแก่ดะหมังเสนา                            เราจะยกโยธาไปโหมหัก
    มิให้เสียวงศาสุรารักษ์                          งดสักเจ็ดวันจะยกไป


    บัดนั้น                                              ดะหมังบังคมประนมไหว้
    ทูลว่าช้านักพระภูวไนย                      เกลือกไปไม่ทันจะเสียที
    เชิญเสด็จคลาไคลไปก่อน                    แล้วจึงค่อยผันผ่อนมากรุงศรี
    อันข้าศึกซึ่งยกมาต่อดี                         ป่านนี้จะประชิดติดกรุงไกร


    เมื่อนั้น                                            พระสุริย์วงศ์เทวาอัชฌาสัย
    สุดที่จะบิดเบือนเลื่อนวันไป                   ด้วยเกรงในบิตุเรศตัดมา
    ความกลัวความรักสลักทรวง                 ให้เป็นห่วงหนหลังกังวลหน้า
    แต่เรรวนหวนนึกตรึกตรา                      พระราชาสะท้อนถอนใจ
    จึงดำรัสตรัสสั่งตำมะหงง                      เร่งเตรียมจตุรงค์ทัพใหญ่
    ม้ารถคชสารชาญชัย                           รีบรัดจัดไว้ให้ครบครัน

    สรรโยธาจงสามารถ                     ที่อยู่คงองอาจแข็งขัน
    แต่ปืนดึงก็ถึงทันควัน                          เข้าโรมรุกบุกบันฟันแทง
    เราจะตัดศึกใหญ่ให้ย่อย่น                   ด้วยกำลังรี้พลเข้มแข็ง
    แม้นไพรีหนีมือกลางแปลง                เห็นหักได้ไม่แคลงวิญญาณ์
    ฤกษ์พรุ่งนี้จะยกไป                           ชิงชัยช่วยกรุงดาหา
    สั่งเสร็จเสด็จทรงอาชา                        ไปเฝ้าท้าวหมันหยาฉับพลัน

    =-= ช่วยแปลให้หน่อยนะคร๊าฟ  จะส่งแล้วด้วย ถ้ามั้ยดั้ยส่งต้องตายกันทั้งกลุ่มแน่ๆเยย




  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

     TT TT 
    PS.  สนใจผมบ้างก็ได้นะ อย่าทำเหินห่าง เดียวผมผูกคอตายขึ้นมา ระวังจะไม่มีคนเทคแคร์นะ อิอิ ^ ^
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณมากมากเลยนะคะ ขอให้พี่โชคดีตลอดทั้งปี (:
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณค่ะ ไม่ได้พี่หนูคงไม่รู้เรื่อง
    เพราะหลับทั้งคาบเหมือนกัน
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สุดยอดไปเรยคร้า ชมๆๆ
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ช่วยแปลหน่อยคับพี่
               บัดนั้น                                     ฝ่ายดะหมังกุเรปันกรุงศรี
    ครั้งถึงหมันหยาธานี                               ก็ตรงไปยังที่ประเสบัน
    ขึ้นบนชานพักตำหนักนอก                        พอเห็นเสด็จออกกิดาหยัน
    จึงเข้าไปไกล้องค์ทรงพระธรรม์                 อภิวันท์แล้วถวายสารา

              เมื่อนั้น                                     พระโฉมยงวงศ์อสัญแดหวา
    คลี่สารสมเด็จพระบิดา                            พลางทอดทัศนาทันใด


    ในลักษณ์นั้นว่าปัจจามิตร                        มาตั้งติดดาหากรุงใหญ่
    จงเร่งรีบรี้พลสกลไกร                            ไปช่วยชิงชัยให้ทันที
    ถึงไม่เลี้ยงบุษบาเห็นว่าชั่ว                       แต่เขารู้อยู่ว่าตัวนั้นเป็นพี่
    อันองศ์ท้าวดาหาธิบดี                             นั้นมิใช่อาหรือว่าไร
    มาดรแม้นเสียเมืองดาหา                         จะพลอยอายขายหน้าหรือหาไม่
    ซึ่งเกิดศึกสาเหตุเภทภัย                           ก็เพราะใครทำความไว้งามพักตร์
    ครั้งหนึ่งก็ให้เสียวาจา                              อายชาวดาหาอาณาจักร
    แม้นมิยกพลไกรไปช่วย                          ถึงเราม้วยก็อย่ามาดูผี
    อย่าดูเปลวอัคคี                                  แต่วันนี้ขาดกันจนบรรลัย
    ครั้งอ่านสารเสร็จสิ้นพระทรงฤทธิ์            ถอนฤทัยคิดแล้วสงสัย
    บุษบาจะงามสักเพียงไร                        จึงต้องใจระตูทุกบุรี
    หลงรักรูปนางแต่อย่างนั้น                     จะพากันมาม้วยไม่พอที่
    แม้นงามเหมือน