โรคมะเร็งลำไส้

ความคิดเห็น

3

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

มารู้จักมะเร็งลำไส้กัน!!



มารู้จักมะเร็งลำไส้กัน!!

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ คือ อะไร  โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นจากเซลล์ที่เกิดขึ้นจากเซลล์เยื่อ บุของทางเดินอาหารส่วนปลายที่เรียกว่าลำไส้ใหญ่นั้นมีการเปลี่ยนแปลงและ เจริญเติบโตผิดปกติจนมีลักษณะเป็นก้อนขึ้นมา รวมถึงสามารถที่จะกระจายไปยังที่อื่น ๆ ได้ด้วยซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ส่วนใหญ่ใช้เวลาเป็นปีหรืออาจจะหลายปีได้ ในประเทศไทยพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้ชายมากเป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็งตับและมะเร็งปอด ในผู้หญิงเป็นอันดับ 5 รองจากมะเร็งปากมดลูก, มะเร็งเต้านม, มะเร็งตับและมะเร็งปอด

 


สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
สาเหตุสของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ยังไม่ชัดเจนว่าเกิดจากอะไร แต่ที่ทราบคือปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลให้โอกาสการเกิดมะเร็งสูงขึ้น แม้จะไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงก็ตาม

ปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

1.อายุ 50 ปี หรือมากกว่า
2.ประวัติมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว โดยเฉพาะถ้าบุคคลนั้นเป็นญาติสายตรงและได้รับการวินิจฉัยว่า
เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ก่อนอายุ 60 ปี
3. มีประวัติเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่, มะเร็งรังไข่, มะเร็งมดลูก และ มะเร็งเต้านม
4. มีประวัติเป็นติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่
5. มีประวัติเป็นลำไส้อักเสบเรื้อรัง (inflammatory bowel disease)
6. โรคอ้วน
7. สูบบุหรี่

อาการอะไรที่ควรสงสัยหรือควรมาปรึกษาแพทย์
1. นิสัยในการขับถ่ายอุจจาระเปลี่ยนแปลง เช่น มีอาการท้องผูก หรือท้องเสียเกิดขึ้นใหม่ หรือมีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย
2. มีความรู้สึกเหมือนถ่ายอุจจาระไม่สุด
3. ขนาดของอุจจาระเล็กลงหรือลีบลงกว่าปกติ
4. อุจจาระมีมูกเลือดหรือสีดำคล้ำ
5. มีอาการแน่นท้อง, ท้องอืด หรือ ปวดท้อง
6. มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย, หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
โดยทั่วไปแนะนำให้มีการตรวจคัดกรองในประชากรทั่วไปอายุ 50 ปีหรือมากกว่า, หรือบุคคลที่มีประวัติเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ประวัติโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว รวมถึงปัจจัยเสี่ยงอื่นต่อโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

วิธีการตรวจคัดกรอง  ได้แก่ การตรวจหาเลือดในอุจจาระ, การเอกซเรย์สวนแป้งตรวจดูลำไส้ใหญ่, การส่องกล้องตรวจดูลำไส้ใหญ่

การวินิจฉัยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
แพทย์ก็จะทำการซักประวัติ, การตรวจร่างกาย, การตรวจหาเลือดในอุจจาระ, การเอกซเรย์สวนแป้งตรวจดูลำไส้ใหญ่หรือการส่องกล้องร่วมกับการตัดชิ้นเนื้อ เพื่อการวิจิจฉัยทางพยาธิวิทยา จากนั้นแพทย์ก็จะทำการตรวจอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อประเมินระยะของโรคและวางแผนในการรักษาต่อไป

การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่
การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่นั้นขึ้นอยู่กับระยะและำตำแหน่งที่เป็น ซึ่งในปัจจุบันการรักษาได้พัฒนามากขึ้นทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาวมากขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย การรักษานั้นประกอบไปด้วยการผ่าตัด, การรักษาด้วยยาเคมีบำบัดทั้งในส่วนที่ใช้ในการรักษาเสริมภายหลังการผ่าตัด หรือการรักษาในผู้ป่วยที่อยู่ในระยะแพร่กระจายก็ตาม, และการรักษาประคับประคอง เช่น การฉายรังสีเพื่อควบคุมอาการปวดและอาการอื่น ที่เกิดจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือ การใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวดจากโรคมะเร็ง เป็นต้น

 
การป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

1. การรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ  รับประทานอาหารที่มีผักและผลไม้มาก ๆ
2. ควบคุมการรับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูง เพื่อหลีกเลี่ยงโรคอ้วน
3. ออกกำลังการสม่ำเสมอ
4. งดบุหรี
5. ทำการตรวจคัดกรองกรณีที่มีปัจจัยเสี่ยง หรือมีอาการที่สงสัย

ที่มา : http://mccormickhospital.blogspot.com/2012/01/blog-post.html


แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 9 ตุลาคม 2555 เวลา 21:56 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

3

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณค่ะสำหรับเรื่องดีๆ
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณมากค่ะสำหรับความรู้ เรากำลังเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังอยู่ หมอบอกว่าอาการที่เราเป็นอ่ะ มีคนเป็น 2 คน ในคน 100 คน เราจะคิดว่าเราโชคดีดีไหม ? 555 คือมันเป็นแบบหนักมากแล้วอ่ะ ปวดท้องแบบไม่ไหว กินอะไรเข้าไปก็มีแต่จะอ๊วกจนเราเผลอคิดไปว่าเราท้องรึเปล่า กินอาหารอะไรเข้าไปก็ปวดท้อง ไม่กินก็ปวดท้อง เป็นโรคนี้ทรมานมาก เราต้องฉีดยาชนิดรุนแรงวันละ 2 เข็ม เป็นเวลา 3 วัน แต่ขนาดนั้นยังไม่หายเลย ต้องสอดสายยางเข้าทางจมูกขวาเพื่อดูดเอาอาหารที่เรากินเข้าไปที่มันอยู่ในกระเพาะของเราออกมาให้หมด แล้วต้องนอนโรงพยาบาลอีก 1 อาทิต น้ำหนักลดไป 5 กิโล หมอบอกว่า สาเหตุของโรคนี้เกิดจากการเป็นโรคกระเพาะ แล้วคราวนี้มันติดเชื้อขั้นรุนแรงจนไปถึงลำไส้ทำให้เกิดการอักเสบ หมอบอกว่า เราต้องไม่เครียดมาก กินอาหารให้ตรงเวลาและกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของเรา ดูแลตัวเองดีดีนะคะทุกคน :)
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณ คห. 1และ2มากค่ะ
    คห.2 ต้องขอขอบคุณที่เสนอข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ แล้วขอให้หายไวๆนะคะ :)
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องทำการขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
refer: