การรับน้อง มหาลัยไหน โหด สุด แล้ว เบาสุดบ้าง มาแชร์กันที !!!ขอคนรู้จริงมั่วอย่าเข้ามา!!!

ไปแหละ 2748332 0.06 11,148 26 เม.ย. 56 02:46 น.
ความคิดเห็น

194

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
guest
ไปแหละ
  • ไปแหละ
  • 124.121.177.158
  • -

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

ตาม ความรู้ที่เคยได้ยินมา ก็มี มหิดล ธรรมศาสตร์ บูรพา(บางคณะที่รับน้องไม่โหด)

หนักสุดก็คงเป็น แม่โจ้ ไรงี้

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 6 พฤษภาคม 2556 เวลา 16:00 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

194

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

1

ความคิดเห็นที่ 1 - 50

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น

2

ความคิดเห็นที่ 51 - 100

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น

3

ความคิดเห็นที่ 101 - 150

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น

4

ความคิดเห็นที่ 151 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เภสัช ขอนแก่นไม่โหด หนุกหนาน
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อินเตอร์มหิดลเนี่ยรุ่นพี่มานั่งไล่เรียงเหตุผลจับเข่าคุยกันเลย เข้ารับน้องเเล้วได้ความเกี่ยวกับม.มากขึ้น
    ที่สงสัยคือพวกที่บอกรับน้องโหดๆเนี่ยกิจกรรม(ถ้าโหดจริง)มันจะไม่โดนโดนแบนจากอ.ฝ่ายปกครองได้ไง??? (เว้นเเต่ว่าม.คุณอ.ฝ่ายปกครองไม่ได้ลงมาดูเเล) เราเห็นด้วยกับการรับน้อง(ที่ไม่โหดร้ายจนเกินไป)เพราะมันทำให้เรามีเพื่อนใหม่(เพราะเพื่อนสมัยมัธยมไปม.อื่นกันหมด) แต่ถ้ามันโหดร้ายจนเกินไปก็ล่ารายชื่อส่งซะ...ถ้าทางม.ไม่สนใจก็ออกรายการของสรยุธเลยถ้าการรับน้องของเราเเย่มากจงจำกิจกรรมนั้นให้ขึ้นใจ...เเละเมื่อได้เป็นพี่ก็จงเลิกกิจกรรมนั้นๆ
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สำหรับหลายๆคน การว้ากอาจไม่ใช่วิธีที่ดีในการทำให้น้องรักหรือเคารพในตัวพี่นะ
    แต่โดยส่วนตัวมองว่า การว้าก การบังคับเข้าเชียร์ หรือกิจกรรมต่างๆที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่าทำเพื่อให้ "ได้รุ่น" หรือได้รับการ "รับเป็นน้อง" นั้น เป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างจำเป็น ด้วยความที่เคยเป็นน้อง และเป็นพี่อยู่ในปัจจุบัน มองว่า หากไม่มีกิจกรรมเหล่านี้ จะทำให้น้องรวมตัวกันยาก คนที่มาทำกิจกรรมก็เป็นกลุ่มเดิม กลุ่มที่ไม่มาหรือเห็นแก่ตัว(เช่น มาแต่สายมากๆ หรือมาแล้วไม่ช่วยอะไร นั่งทำหน้าสวยไปวันๆ)ก็ยังเป็นเหมือนเดิม(ประสบการณ์ตรง!!) แล้วมันยุติธรรมกับคนที่เค้ามาทำกิจกรรม หรือตั้งใจทำกิจกรรมตลอดไหม? รุ่นพี่เลยต้องเล่นบทเป็นตัวร้าย เพื่อให้น้องเกิดการปรับตัวบ้าง เพราะถึงได้รุ่นไป คนที่ไม่ทำก็ยังไม่ทำอยู่ดี สุดท้าย รุ่นน้องนั่นแหละ ที่จะแตกกันเอง และจะไม่มีใครมาช่วยงานคณะ คนไม่มาก็ยังคงไม่มา คนมาก็เริ่มคิดว่าพวกนั้นไม่มา เราก็มีสิทธิ์เหมือนกัน... รุ่นพี่ก็เลยมีหน้าที่ป้องกันสิ่งนั้น ด้วยการบังคับให้ทำกิจกรรมเหมือนๆกัน อาจดูไม่ดี อย่างน้อยก็เพื่อความเท่าเทียมกัน แต่ถ้าไม่อยากปรับ หรือรับไม่ได้ คุณก็มีสิทธิ์เดินออกไป เพียงแต่คุณก็ต้องยอมแลกกับสิ่งที่เพื่อนคุณจะได้ เมื่อเค้าอดทนไปจนถึงปลายทางเท่านั้นเอง
    อีกอย่าง   จากการเป็นพี่ ทำให้เรายอมรับว่า "ยอมให้น้องเกลียดเรา ดีกว่าให้น้องแตกกันเอง" ไม่ได้พูดจาให้ดูดี เป็นชะนีโลกสวยอะไรหรอกนะ แต่แค่คิดว่า คนที่ต้องดูแลคณะต่อจากเราก็คือน้อง ถ้าน้องแตกกันเอง แล้วยังต่อไม่ติดอยู่อย่างนี้ คณะที่เราและพี่ๆเรารักจะเป็นยังไง น้องปี 1 ที่มีเข้ามาใหม่ทุกปีๆ ใครจะดูแล บลาๆๆๆ มันมีหลายเหตุผลที่ทำให้ระบบการรับน้องยังคงต้องมีอยู่ เพียงแต่วิธีการใช้อาจมีการปรับให้เหมาะสมเท่านั้นเอง...
    * ไม่ใช้ว่าเราเห็นด้วยทุกอย่าง สิ่งที่ไม่ชอบของการรับน้องก็มี เช่น การบังคับน้องดื่มเหล้า บอกตรงๆว่าเกลียดมากกกก - -
    *อาจจะยาวหน่อยนะ แต่เรื่องแบบนี้ มันขึ้นกับมุมมองของแต่ละคน และประสบการณ์ที่ได้เจอมา เลยอยากให้คนเป็นน้อง เข้าใจมุมของคนเป็นพี่บ้าง


    จากคณะหนึ่งที่มีการใช้ SOTUS ใน มช ^^
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ม.เกษตรมีว๊ากกือบทุกคณะนะ แต่ที่โหดๆหนักๆก็พวก 4คณะแรกตั้ง
    ประมง วนศาสตร์ เกษตร และเศรษฐศาสตร์
    แล้วก็วิศวะด้วยมั้งที่ว่าหนักๆ ส่วนเศรษฐศาสตร์เป็นคณะแรกตั้งก็จริงแต่รู้สึกจะไม่โหดเท่า3อันแรก
    ส่วนตัวพี่เองเฉยๆกับระบบโซตัสนะ แต่ก็เข้าห้องเชียร์เหมือนคนอื่นๆ
    เพราะจริงๆห้องเชียร์มันไม่มีอะไร ไม่ได้น่ากลัว
    เพื่อนพี่หลายคนก็เป็นว๊ากเกอร์นะ แต่พี่เป็นฝ่ายประสานงานพราะไม่อยากไปโหดใส่ใคร
    มันเป็นกิจกรรมคณะ กิจกรรมสาขา มันต้องเข้าร่วมบ้าง
    คณะพี่ว๊ากเกอร์มีกฎเยอะด้วย และกฎสำคัญคือคุณไม่มีสิทธิแตะตัวรุ่นน้องเลยไม่ว่ากรณีใดๆ
    สำหรับม.เกษตรที่พี่ผ่านมาคณะพี่ไม่มีการทำร้ายรุ่นน้อง สั่งวิดพื้นกลิ้งบนพื้นไรงี้ไม่มีนะ
    ค่อนข้างว๊ากแบบมีเหตุผล แต่งานเยอะซึ่งมันก็เป็นธรรมดาของปี1อะ
    ขนาดได้รุ่นแล้วงานยังล้นอยู่เลย
    ไม่ได้มาชื่่นชมระบบนี้นะเพราะเอาจริงๆมันไม่ใช่ประเด็นหลักของการเข้ามหาลัยของพี่เลย
    แต่ตามหัวกระทู้เค้าบอกให้มาแชร์อะนะ ไม่ได้ให้มาแจกแจงว่าดี-ไม่ดี
    ขออย่ามาทะเลาะกันเลย
    ในฐานะที่พี่เคยเป็นปี1ที่โดนว๊าก แล้วก็เป็นเบื้องหลังมาแล้วเลยขอแชร์ประสบการณ์ละกัน
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    รับน้องนี่นะ ถ้ามันดีก็ดีไป หมายถึง ถ้ามันทำให้เกิดความรัก-สามัคคีในกลุ่ม ก็ดี
    แต่พวกที่แบบ เข้าไปแล้วเหมือนอยู่ในค่ายทหาร สั่งอะไรต้องเป๊ะ ลุกนั่งต้องไว ตอบเสียงดัง-ร้องเพลงดังๆ ....มันทำให้รักกันยังไงเหรอ? ดีแต่จะทำให้รุ่นน้องมาด่ารุ่นพี่ลับหลังนะเราว่า

    แล้วรับน้องเนี่ย...มันคือการให้รุ่นน้องได้ทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมรุ่นแล้วก็รุ่นพี่ แต่การที่รุ่นพี่ให้มานั่งฟังว๊าก ให้มาทำตามกฏเกณฑ์นู่นนี่เนี่ย มันดีแล้วเหรอ? ไม่รู้สิ เราไม่อยากจะมีมหาลัยเพราะมีรับน้องเนี่ยแหละนะ ถึงหลายๆคนจะบอกว่ามันดี มันสนุกก็เถอะ แต่แบบที่ไม่สนุกก็มีให้เห็นอยู่เยอะแยะไป

    อีกอย่างคือเรื่องระยะเวลา รับน้องเนี่ย แต่อาทิตย์เดียว(จันทร์-ศุกร์)ก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอ? เจอกันอีกทีเปิดเทอมก็พอ ยาวเป็นเดือนเป็นปีเนี่ย ไปทำอะไรกัน? เอาเวลาไปทำอะไรสร้างสรรค์กว่านั้นไม่ดีกว่ารึไง ช่วงเวลาปิดเทอม เด็กควรจะได้อยู่กับพ่อแม่ญาติพี่น้องเพื่อนฝูง มากกว่าต้องมานั่งฝึกระเบียบอะไรแบบนั้นนะ
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    วนศาสตร์ ม.เกษตร เขาไม่ได้เรียกรับน้องโหด!! เขาเรียกรับน้อง"หนัก" มันหนักจริงๆ เพื่อที่คุนจะไปเรียนสายป่าไม้ไง ต้องเดินขึ้นเขาหลายลูกเพื่อเรียนภาคสนาม สอนให้ผู้ชายมีความเป็น"สุภาพบุรุษ" ผู้หญิงก็แข็งแกร่งพอๆกับผู้ชายน่ะแหละ เขาว๊ากเพราะให้ทนแรงกดดันให้ได้ ไม่รับรุ่นเขาก็ไม่ได้ว่า...แต่เขาเอารุ่นกันทั้งนั้นแหละ สังคมวนศาสตร์อบอุ่น ใช้ชีวิตติดดิน มีแต่คนว่าเราว่า'เถื่อน' แต่เราไม่เคยทำร้ายใครหรือว่าใครก่อน...มีแต่เขาว่าเราทั้งนั้นแหละ..."แถวนี้แม่งเถื่อน ถ้าไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้" ก็จริงนะ...เรามีระบบ มีระเบียบ พี่เขาไม่เคยทำอะไรที่มันเกินขอบเขต ความอ่อนน้อมถ่อมตน การมีสัมมาคารวะมันเป็นสิ่งที่ทุกคนพึงมีนะ...ไม่งั้นก็อยู่ในสังคมใหญ่ๆไม่ได้หรอก...การรับน้องมันเปลี่ยนคนอ่อนแอให้เข้มแข็งทั้งกายและใจมาหลายคนแล้ว...คนอ่อนแอเท่านั้นแหละที่มันไม่กล้าสู้ในเส้นทางที่ตัวเองรัก ที่ตนเองใฝ่ฝัน...
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เป็นระบบที่ทำให้หนูไม่อยากไปเรียน
    ไม่กล้าคุยกับรุ่นพี่ ไม่อยากรู้จัก ไม่อยากเจอ
    มันทำให้หนูไม่กล้าบอกใครๆว่าเรียนคณะอะไร
    ไม่อยากใส่อะไรก็ตามที่บ่งบอกถึงคณะ
    ไม่ใช่ว่าไม่ภูมิใจนะคะหนูภูมิใจมากที่ได้เรียนคณะนี้
    แต่หนูไม่อยากให้พี่รู้ว่าหนูเป็นน้องคณะพี่
    หนูรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจ มีปัญหาอะไรในคณะก็ไม่อยากบอกพี่
    กลัวพี่เอาไปบอกใครๆแล้วเพื่อนๆของหนูก็จะโดน

    ปล.หนูแค่อยากระบาย มันอัดอั้นมานาน อยากบอกพี่ๆแต่หนูก็ไม่กล้าเพราะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    จากประสบการณฺ์ตรงที่เคยผ่านมาทั้งการเป็นรุ่นน้อง และการเป็นรุ่นพี่

    ตอนแรกเจอรับน้อง มีว๊ากบ้างอะไรบ้าง ก็ไม่ชอบหรอกนะ ออกแนวเบื่อด้วยซ้ำ (ทำไมต้องมาตะคอกอะไรกะ..) แต่พอหลังๆ มันคือการได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อนๆนะ สนุกดี อาจจะโดนทำโทษบ้างเหนื่อยหน่อย แต่พอผ่านมาแล้วเราก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร

    และยิ่งเราได้มาเป็นรุ่นพี่.. จะเข้าใจเลยว่าพี่ๆเค้าทำไปทำไม ทั้งกดดัน ทั้งว๊ากใส่...

    ในชีวิตจริงๆ เวลาเราออกไปสู่โลกการทำงานจริงๆ ทางมันคงไม่ได้โรยได้กลีบกุหลาบหรอกมั้ง
    มันก็ต้องเจอแบบนี้เหมือนๆกันแหละ(โลกช่างโหดร้าย กระซิกๆ) ถือซะว่าเป็นแบบทดสอบที่เราต้องก้าวผ่านไป


    ไม่ว่าแต่ละที่จะรับน้องโหดไม่โหดยังไง แต่เขาก็ต้องมีเหตุผลที่ทำ(คิดว่า..) กิจกรรมการรับน้องต่างๆ ไม่ใช่วา รุ่นพี่คิดจะทำ ทำได้เลยนะ ก็ต้องทำเอกสารให้ทางมหาวิทยาลัยรับทราบ
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ลาดกระบังโหดป่าววว ว

    ช่วยตอบเราหน่อยนะ กลัวจัง !
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เข้ามายืนยัน ศิลปกรรม ม.บูรด้วยอีกคนว่าโหดจริง
    แต่คณะอื่นใสๆนะน้อง
    PS.  รอมานานแล้วนะ
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มช โหดมาก (คหสต)
    บังคับจิตใจกันเกิน เพื่อนเราคนหนึ่งไม่เอารุ่นคะ จากนั้นก็โดนรุ่นพี่มาไซโคประมาณว่า เนี้ยยเยให้คุณมาลำบาก ประมาณสร้างอารมณ์เกียดชัง เราว่ามันเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยเลยอ่ะ เราเลยตัดสินใจจะไม่เอารุ่นในตอนแรก แต่คิดไปคิดมาเราคงอยู่ในสังคมแบบนั้นไม่ได้เลยลาออกเลย
    5 คณะโหดสุดใน มช ก็ วิดวะ ศึกษา เกษตร สังคม วิจิตรศิลป์
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คห.154 พี่อยู่คณะอะไรหรอคะ บอกได้มั้ย
    แล้วกิจกรรมที่เด็กปี1ต้องทำนี่อย่างเช่นอะไรบ้างหรอคะ
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ถึง คห.45และ46ค่ะ อักษรฯ ศิลปากร ไม่มีว้ากนะจ๊ะ (ยกเว้นผู้ชาย)
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    จิตรกรรม สวนสุนันค่ะ และศิลปกรรมศิลปกร ลองไปเป็นรุ่นน้องจะได้รู้ซึ่่ง
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตอบ คห.162
    พี่จากคห.154 นะคะ พี่อยู่ 1 ในคณะแรกตั้งอะคะ
    เดาเอาละกัน น้องแอดคณะไหนละค่ะ
    นอกเหนือจากคณะที่พี่บอกแล้ว คณะอื่นก็ไม่น่าหนักมาก
    คณะหนักๆส่วนใหญ่เป็นคณะที่ต้องเรียนปฏิบัติ ลงภาคสนาม
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    พี่คห.154 เดาเอาว่าพี่อยู่คนะเศรษฐศาสตร์ รึป่าวหว่า?!
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สวัสดีค่ะน้องๆทุกๆคน พี่ปีสอง มหา’ลัยแม่โจ้ค่ะ สำหรับน้องๆคนไหนที่เลือกมหา’ลัยแม่โจ้ของเราใน4อันดับหรือสังสัยอะไรๆเกี่ยวกับแม่โจ้เช่น รับน้องโหดไหม กดขี่รุ่นน้องรึเปล่า วันนี้ในฐานะที่พี่กำลังจะก้าวขึ้นสู่ปีสองและพึ่งผ่านพ้นรับน้องมาหมาดๆพี่มีเรื่องราวการรับน้องสุดโหดหรรษามาเล่าให้น้องๆฟังเพื่อคลายกังวลค่ะ

    วันแรกที่พี่เดินทางไปถึงมอ ด้วยความไกลบ้านก็นั่งกังวลมาตลอดทางว่าพอไปถึงจะต้องเจอกับอะไรบ้างคิดแล้วก็น้ำตาซึมเลย ทันทีที่รถพี่ไปจอดในมอพี่ก็มองเห็นรุ่นพี่นับสิบคนยกโขยงมาที่รถพี่ ดูโคตรน่ากลัวเลยอ่ะบอกตรงแต่ปรากฏว่ารุ่นพี่ทุกคนยิ้มแย้มให้พี่นั้นทำให้พี่คลายกังวล พี่เขาช่วยยกกระเป๋าให้แม้แต่ของเล็กน้อยก็ไม่ปล่อยให้พี่ยกเอง พอไปถึงหอพี่เขาก็จัดการพาไปรายงานตัวเข้าหอทำโน่นนี่ให้แล้วพอพี่ได้ห้องพัก รุ่นพี่เขาก็ยกห้องพี่ไปวางให้บนห้องโดยที่พี่ไม่ต้องหยิบอะไรให้หนักเลย อันนี้ปลื้มใจมาก สักพักพี่ก็อาบน้ำแต่งตัวใหม่แล้วพี่ก็นั่งร้องไห้เพราะคิดถึงแม่ T^T พี่ๆเค้าก็ขึ้นมาตรวจดูความเรียบร้อยและอยู่คุยปลอบใจพี่จนหายกังวล บอกว่าไม่เป็นไรนะว่าอยู่นี้มีพวกพี่ดูแล จากที่ขี้แงสุดๆพี่ก็เลิกร้องไห้ พี่ๆที่แม่โจ้เอาใจใส่น้องมากเชื่อไหมว่ารองเท้าเราพี่เขายังถือให้ วันนั้นฝนตกเรามาทำกิจกรรมที่หอชายด้วยความที่พี่เขากลัวเราเปียกฝนพี่เขาก็ถอดเสื้อตัวเองออกแล้วคลุมตัวเราเดินพาไปส่งที่หอทีละคน พี่ๆทั้งหญิงและชายเค้าสละเสื้อตัวเองยอมให้ตัวเองเปียกเพื่อส่งเราถึงหอ พอถึงเวลาต้องทำกิจกรรมรับน้องพี่ก็ใจหายกลัวไปต่างๆนานา ข่าวลือกระจายให้ทั่วมอว่าจะมียังงั้นอย่างงู้น พี่ใจเสียแต่พี่ๆก็มาปลอบแล้วบอกว่าผ่านมันไปให้ได้นะ พี่เป็นกำลังใจให้ พอถึงวันรับน้องจริงๆบอกเลยหนักสุดๆสำหรับชีวิตพี่เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเหนื่อยอะไรเยี่ยงนี้ โอ้วววว แต่ปรากฏว่าในความเหนื่อยพี่ก็ไม่เคยท้อกลับได้กำลังใจจากพี่ๆทุกวัน มีหลายอย่างที่ท้าทายให้พี่ทำมัน พี่ก็กล้าที่จะเสี่ยงผลสุดท้ายพี่ก็ไปไม่รอดเมื่อพี่คิดแหกกฎ ตอนนั้นคิดว่าเอาละกรูตายๆๆๆ พี่ต้องว๊ากกรูแน่แต่ไม่เลย พี่แค่เตือนแล้วบอกว่าอย่าทำอีก ทำให้ซึ้งสุดๆตลอดกิจกรรมได้ยินคำว่าไม่ไหวบอกพี่  พี่ให้กำลังใจตลอดจนถึงวันสุดท้าย วันนั้นไม่มีใครได้นอน...เอ๊ะ ได้นอนนะแต่ขอบอกว่าหลับไม่ลงสำหรับคืนวันสุดท้าย เมื่อทำกิจกรรมวันสุดท้ายเสร็จพี่ก็ร้องไห้ไม่ใช่เพราะเหนื่อยแต่เพราะดีใจที่อดทนจนได้เป็นลูกแม่เดียวกัน ไม่เคยนึกฝันมาก่อนว่าจะมีรุ่นพี่ที่รักเราขนาดนี้ พี่ของพี่เคยพูดว่า จำไว้เราไม่ได้เป็นพี่น้องกันแค่4ปีนี้ เราไม่ได้เป็นพี่น้องกันแค่เรียนจบแต่เราเป็นพี่น้องกันจนวันตาย

    ตอนแรกพี่เกลียดการรับน้องมากเลยแต่ทุกครั้งที่พี่ผ่านมันไปได้กำลังรอน้องอยู่ข้างนอก ที่สุดแล้วน้องจะได้เรียนรู้อะไรๆที่มากกว่าการศึกษานั้นคือความรักจากใจของพี่ที่มอบให้น้องตลอดระยะเวลาการรับน้อง ให้รู้ว่าพี่แม่โจ้รอน้องมาหนึ่งปีแท้จริงไม่ใช่เพื่อวันนี้วันเดียวหากแต่เป็นทั้งชีวิตของพี่ที่ทำเพื่อน้อง น้องคงไม่รู้หรอกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา พี่เคยเป็นน้องมาก่อนกว่าจะก้าวมาเป็นพี่ ทุกๆอย่างที่ทำและอดทนกันมากำลังใจสำคัญคือน้องแม้ว่าเราไม่เคยเจอกันก็ตาม
    รับน้องไม่มีอะไรน่ากลัว ถ้าน้องไม่ไหวแค่บอกพี่....แต่ถ้าน้องไหวน้องก็วิ่งต่อไปจนกว่าจะถึงเส้นชัยนะค่ะ โชคดีน้องของพี่


    สุดท้ายพี่ไม่รู้ที่พูดมาทั้งหมดน้องจะอ่านจบไหม มีประโยชน์ต่อน้องรึเปล่าแต่หวังว่าจะทำให้น้องๆเข้าใจให้มหา'ลัยพี่ใหม่ แล้วน้องจะรู้ว่าว่ามหา'ลัยที่ดูเหมือนน่ากลัวความจริงเรารักกันขนาดไหน
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ^
    ^
    ^

    เอ้ยๆๆ เหมือนพี่เขียนผิดเนอะ หมายถึงเสื้อคลุมๆๆๆนะ
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มช. รับน้องโหดหรอ??
    พี่เราก็อยู่วิศวะ ไฟฟ้า มช. เราว่า มช.นี่รับน้องสร้างสรรค์นะ
    แบบวิ่งขึ้นดอยสุเทพ มันกลายเป็นประเพณีไปแล้ว
    พี่เราเป็นผู้หญิง เล่าให้ฟังว่า ก่อนวิ่งขึ้นดอยรุ่นน้องก็จะมาตั้งแถวกัน ซึ่งคณะวิศวะ จะออกสตาทร์เป็นคณะแรก (ปีอื่นไม่รู้นะ)
    แล้วอย่างที่รู้ๆ คณะวิศวะคนเยอะมากกก ตั้งแถวทีก็ยาวเป็นกิโล ประมาณว่าไม่ได้ที่หนึ่งก็ให้มันรู้ไป
    วิศวะเป็นคณะที่ทุกคนต้องวิ่งขึ้นเองจริงๆ ไม่มีรถมารับขึ้นเหมือนอย่างบางคณะ

    แล้วบางทีที่ผู้หญิงวิ่งไม่ไหว ก็จะมีข้อตกลงให้เพื่อนผู้ชายสองคนประกบสองข้าง แล้วดึงหูกางเกงยีนต์ ช่วยหิ้ว ช่วยลากกันขึ้นไป อาจมีผลัดเปลี่ยนกันบ้าง
    เราฟังจากพี่แล้วเราก็คิดว่า กิจกรรมแบบนี้นี่มันยิ่งทำให้เกิดความรักความสามัคคีดีนะ

    และที่เราชอบอีกอย่างคือบูมของคณะวิศวะ ถ้ารุ่นพี่จบ รุ่นน้องก็จะมาช่วยกันบูมให้
    วันที่พี่เรารับปริญญา เรากำลังเดินๆอยู่ พี่เราแยกไปร่วมกิจกรรมบูมที่หน้ามอ อยู่ๆ เราก็เห็นคนกลุ่มนึงกำลังตั้งแถวอยู่(ในมอ) ไกลจากหน้ามอพอสมควร เพราะ มช. ค่อนข้างกว้าง
    แล้วจู่ๆ เค้าก็โห่ แล้ววิ่งๆๆๆๆๆ ไปพร้อมกัน มารู้ทีหลังว่าเป็นรุ่นน้องในคณะวิศวะของพี่ ที่วิ่งไปหน้ามอ เพื่อไปบูมให้รุ่นพี่ เราประทับใจภาพนั้นมากกก

    มช. เป็นมหาวิทยาลัยในฝันของเรา คนที่พูดๆ กันอยู่นี่ เคยเจอประสบการณ์กับตัวเองโดยตรงแล้วหรอ? เราไม่ได้อยากเข้าวิศวะ แต่ตอนที่พี่เราเป็นเฟรชชี่ พี่เราเล่าเรื่องคณะตัวเอง แลดูเจ๊แกมีความสุขมาก ภาคภูมิใจในสถาบัน จนบางครั้งทำให้เราอยากจะเข้าวิศวะเลยด้วยซ้ำ

    ป.ล. วิ่งขึ้นดอยของ มช. เป็นกิจกรรมของเด็กปีหนึ่ง เราว่ามันเป็นความภาคภูมิใจของคนที่เรียนสถาบันนี้เลยนะ
    ประเพณีที่ดีงาม แตกต่าง และไม่เหมือนมหาลัยอื่น
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อยากรู้ลึกรู้จริง ต้องเข้ามา Page >>>https://www.facebook.com/antisotusTH  หรือ กลุ่ม >>>https://www.facebook.com/groups/AntiSOTUS/    
  21. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คห.18 เราว่ามองโลกในแง่ร้ายไปนะ ภูมิคุ้มกันต่ำไปป่ะ อย่ามาทำลายที่ๆเธอเคยอยู่เลย หัดเป็นสุภาพบุรุษหน่อย
  22. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ซิ่วเพราะกิจกรรมจริงๆ....................
  23. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไอที แม่ฟ้าหลวง   
  24. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ยังไม่ได้ขึ้นปีหนึ่งเลย แต่เข้าใจเรื่องการรับน้องนะ

    คือมันก็เป็นการละลายพฤติกรรมประเภทหนึ่งอ่ะค่ะ

    เหมือนตอนกีฬาสีนั่นแหละ (หรือ รร เราเป็น รร เดียว ไม่รู้นะ)

    คือมันต้องมีสันฯบ้าง ว้ากบ้าง จะได้คุมน้องอยู่ สันฯอย่างเดียวหรือพูดเฉยๆน้องมันไม่ฟังหรอกนะคะ ขอบอก เด็กมันดื๊อดื้อ ไม่มีความรักสีอยู่ในสายเลือดเล๊ย พอๆ นอกเรื่องละ



    ขนาดกับสต๊าฟด้วยกันเรายังต้องว้ากเลย ไม่งั้นคนที่โดดก็จะโดดอยู่ร่ำไป

    โดดแล้วไม่โดนอะไรนิ เอ๊า กูโดดต่อ

    คนที่มาก็แบบ อีคนนั้นโดดได้ กูก็ต้องโดดได้ดิ

    คนที่เหลืออยู่จริงๆคือ พวกทำงานด้วยใจ เสียสละ แล้ว.....ยังไง

    ก็เหนื่อยอยู่กลุ่มเดียว แบบนั้นก็ไม่ไหวนะ มันก็ต้องมีจิกบ้างอะไรบ้าง ยอมโดนเพื่อนเกลียดดีกว่างานไม่เดิน



    กรณีรับน้องก็คล้ายๆกันค่ะ พี่เขามีหน้าที่จัดกิจกรรม ก็ต้องพยายามทำทุกทางให้น้องให้ความร่วมมือ ซึ่ง ก็ต้องยอมรับนะ ว่าบางทีไม้แข็งก็ใช้ได้ดีกว่าไม้อ่อน

     

    ลางเนื้อชอบลางยาค่ะ บางคนบอกว่า โอ๊ย สันฯอย่างเดียวก็พอ บอกดีๆน้องก็มา แต่อย่าลืมนะคะ ว่ามันมีคนที่ถึงพี่ไม่ว้าก พี่สันฯอย่างเดียว พี่คุยกันดีๆ มันก็ยังไม่ยอมมา เพราะมีคนแบบนี้ พี่เขาถึงต้องมีการว้ากบ้างค่ะ



    คือ ไม่สนับสนุนความหยาบคาย ความรุนแรง รวมถึงแอลกอฮอล์ทั้งหลายนะคะ พวกนี้ไม่จำเป็นค่ะ แต่ประเภทคำพูดกดดันดุๆ อะไรแบบนี้ อันนี้เข้าใจค่ะ บางทีมันก็จำเป็น



    บางครั้งกิจกรรมที่มีคนเยอะๆ เราก็จำเป็นต้องสร้างความรู้สึก "ต้องทำ" ขึ้นมา บางทีจะมาให้พูดนิ่มๆแบบ อ่ะ น้อง ไปซ้อมเชียร์กันมานะ จำเพลงกันมาด้วยนะคะ ถามหน่อย มีกี่คนที่จะทำ



    มีอีกวิธีคือ ยกเลิกการรับน้องไปเลย แต่โดยส่วนตัวเราคิดว่ากิจกรรมนี้ทำให้ได้เพื่อนนะ คือ อารมณ์ประมาณว่า อย่างน้อยเราก็จำเป็นต้องรู้จักกัน อะไรแบบนี้ กิจกรรมรวมกลุ่มแบบนี้จะทำให้เรารู้จักคนเยอะค่ะ แต่เราจะเข้าไปทักทายสนิทสนมไหมก็อีกเรื่อง แต่ลองคิดดูนะ ถ้าไม่มีกิจกรรมประเภทนี้ เปิดเทอม เจอเพื่อนตอนเรียนเลย แล้วก็ต้องสุ่มทักกัน อย่างงี้เหรอ นี่มหาลัยนะมันไม่เหมือนมัธยมที่เราต้องเรียนห้องเดียวกันตลอดเวลา การจะรู้จักกันให้ทั่ว ก็ต้องรวมกลุ่มทำกิจกรรมแบบนี้แหละ 



    สรุป การรับน้องเป็นการละลายพฤติกรรมที่ดีนะ ทำให้เรารู้จักกัน การอยู่ภายใต้ภาวะความรู้สึกเดียวกันก็ทำให้เรารู้สึกสนิทสนมกันมากขึ้น แต่!! มันจะดีต่อเมื่อ มันอยู่ในลิมิต ไม่มีความรุนแรง ไม่มีคำหยาบคาย ไม่มีสิ่งเสพติด และสุดท้าย รุ่นพี่จะต้องยังระลึกไว้อยู่เสมอว่า นี่คือการรับน้องเพื่อให้น้องกลมเกลียว เพื่อให้น้องรู้จะมหาวิทยาลัยมากขึ้น ไม่ใช่การอวดอีโก้ของรุ่นพี่



    ถ้าทำได้อย่างนั้น มันจะดีค่ะ ^_^



    ป.ล.เราเคยโดนรับน้องแย่ๆมาก่อนค่ะ อารมณ์ประมาณรับน้องค่าย สามวันสามคืนแห่งความทรมาน เราเข้าใจคนที่ไม่อยากรับน้อง แต่เราก็เคยยืนอยู่ในจุดเดียวกับรุ่นพี่เช่นกัน ก็ยังคิดว่ามันดีนะ ถ้ามันอยู่ในลิมิตของมันน่ะ 



    ป.ล.2 การรับน้องไม่ใช่สิ่งที่แย่ที่สุดในชีวิตหรอกจ้า มันไม่ได้่ผ่านไปยากขนาดนั้น อย่าไปกังวลล่วงหน้าเลย คนที่ผ่านไปไม่ได้ก็ใช่ว่าอ่อนแอ แต่คนที่ผ่านไปได้ จะได้อะไรบางอย่างกลับไป ไม่ว่าสิ่งที่ได้กลับไปจะดีหรือร้ายก็ตาม ทุกสิ่งเป็นประสบการณ์ชีวิตนะ ทุกอย่างในชีวิตเกิดได้ครั้งเดียว ถ้าลองแล้วมันไม่ชอบจริงๆก็ไม่ต้องเข้าค่ะ ไม่เข้าก็เรียนจบนี่ แต่มันก็ไม่เสียหายที่จะลองเหมือนกัน เอาเป็นว่าอย่ากังวลไปล่วงหน้ากันเลยค่ะ เห็นเพื่อนๆแต่ละคนแลจะกังวลกับการรับน้องมากกกก

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 เมษายน 2556 / 23:03

    PS.  there is nothing good or bad but thinking make it so
  25. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    http://www.youtube.com/watch?v=aBcAO91ITjY แม่โจ้่เป็นไง ตามลิ้งนี้เลยครับ
  26. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราคนนึงที่ไม่ชอบเรื่องการรับน้องเลย
  27. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ดราม่ากันตลอดดดด ไม่เข้าใจ

    ยิ่งรุ่นๆยิ่งเบาน้องจะเครียดทำไม มันก็ดีได้รู้จักเพื่อนมากขึ้น
    ได้รู้จักพี่ๆด้วย สนุกดี
  28. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คณะทันตะมช.เป็นอย่างไรบ้างคะ อยากรู้
  29. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ม.อุบล ค่ะ กลางๆ อดทนได้ ก็ผ่านไป
    เราว่ารุ่นพี่แมร่งบ้าอำนาจไง
    ทำเป็นสร้างสถานการณ์ทำให้เรากลัวอ่ะ แต่ถ้าไปได้ก็ดี
    ส่วนหนึ่งเราได้เพื่อนจากการเข้ากิจกรรมพวกนี้ล่ะ ตอนแรกไม่เห็นด้วย แต่พอผ่านมาได้ ก็คิดว่า ทุกอย่างที่ทำไปมันคงไม่ไร้สาระหรอก เอาเถอะทำๆๆไป ทำบ้างไม่ทำบ้าง ก็ได้เป็นไรหรอก
  30. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ถ้าเป็นเมื่อก่อน ก็แม่โจ้จ้า รับรองอันนี้โหดจิง
  31. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    181
    guest
    รุ่นพี่รีไทร์
    รุ่นพี่รีไทร์ 110.168.81.60
    แค่คิดว่ารุ่นพี่ที่มีความคิด เค้าก็ผ่านตรงจุดนั้น และออกมาประกอบวิชาชีพตามที่ชีวิตเค้าต้องการกันได้ทั้งนั้น
    น้องใหม่ทั้งหลายอย่าใจปลาซิวเพียงแค่ยังไม่ได้สัมผัส เปิดใจหน่อยหนึ่ง
    กิจกรรมทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีความหมายในตัวมันเอง
    ทำได้คือทำ ทำไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ
    ของแบบนี้ทำเป็นพวกอวดรู้ เหมือนเคยผ่านประสบการณ์ตรงนั้นแล้วมาเล่า
    เคยเหรอ ถ้าเธอเคยรับน้องจนตาย เธอจะมีวันมานั่งแอนตี้อยู่แบบนี้ไหม
    คิดนิดหนึ่ง

    โตๆแล้ว ปัญญาชน
    รู้แล้วว่าสิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำ รับผิดชอบในส่วนตรงนั้นให้ดีที่สุดเป็นพอ
    เธอไม่ต้องไปโทษคนอื่นว่าจะเป็นยังไง
    ถ้าเธอทำดี สักวันเธอเป็นรุ่นพี่ เธอก็ต้องสอนน้องในสิ่งดีๆเช่นกัน
    อย่าเอาเรื่องการรับน้องมาเป็นทุกอย่างของชีวิต
    ไม่ใช่เส้นก๊วยเตี๋ยว ไม่ใช่เนื้อหมู หรือลูกชิ้น
    แต่การรับน้องก็แค่เครื่องปรุงรสชาติชีวิตดีๆนี่เอง
    เต็มที่กับมัน วัยรุ่น
  32. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มข. หว๊าน หวาน
  33. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มธ. ไม่มีรับน้อง มีแต่รับเพื่อนใหม่
  34. ความคิดเห็นที่ 184 ถูกลบเนื่องจาก

    ถูกลบโดยเจ้าของ

  35. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สำหรับเด็กวิศวะ นะครับที่โหดก็เพื่อฝึกความอดทนครับไอพวกบ่นๆนี่คุนพึ่งหลุดมาจาก อ้อมอกแม่สินะครับไม่เคยเจอชีวิตจริงๆ ที่เค้าว๊ากที่เค้าด่าให้ทำอะไรสารพัด นี่ก็เพื่อฝึกความอดทนเวลาออกไปทำงาน เจอสังคมข้างนอกครับ ใครทนไม่ไหวเรื่องนี้แนะนำอย่าเรียนเลยครับวิศวะ  ซึ่งตอนท้ายของการรับน้องก็มีรุ่นพี่ก็ออกมาเปิดใจ เล่าสิ่งที่ทำลงไปเพราะเหตุใด ยิ่งเรียนจบมาทำงานนี่ ความเครียดความกดดันยิ่งกว่าการรับน้อง10เท่าครับ ไหนจะเจอเจ้านายสั่ง เจ้านายว่าต่างๆ ไหนจะเจอเพื่อนร่วมงานแย่ๆ  


    ถ้าคุนเอาแต่เรียนๆ มั่นใจหรือป่าวครับว่าจบมาจะมีงานทำดีดีโดยไม่ทำกิจกรรมหรือคบหาเพื่อนฝูง
    ขอบอกว่ายากครับ
  36. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ครับ กิจกรรมรับน้องมันก็มีดีของมัน
    แต่ถ้าน้องไม่อยากทำ พี่จะบังคับทำไมหรอครับ
    ทำแล้วได้อะไรครับ ความรู้หรอ ความสามัคคี(จริงๆหรอ)

    คุณมีสิทธิอะไรมา สั่งนู่น สั่งนี่
    คุณเป็น พ่อ แม่ พวกรุ่นน้องหรอครับ
    งั้นก็ออกค่าเทอมให้หน่อยสิครับ ^^

    อ่อ และอีกอย่างนะครับ ชอบอ้างเหลือเกินว่ามันเป็นประเพณี
    ประเพณี อ่ะจริงๆแล้ว สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาน่ะครับ
    ประเพณี เป็นของคนที่เจริญแล้ว พัฒนาให้มันดีขึ้นสิครับ ไม่ใช่
    ทำให้ประเพณีกลายไปเป็นของพวกกุ๊ย เดี๋ยว ก็แหกปาก เดี๋ยวก็ด่า
    ได้ข่าวว่ารุ่นพี่นี่เรียนอุดมศึกษาแล้วนะครับ
    แต่ทำไมทำตัวเหมือนพวกกุ๊ย เลย ไม่เข้าใจจริงๆ

    ไม่ทำกิจกรรมใช่ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ
    อย่าสำคัญอะไรให้มันผิดไปมากนักนะครับ คุณรุ่นพี่ผู้(ขาด)ชาญฉลาด
    การที่จะรู้จักใคร มันต้องใช้กิจกรรมพวกนี้หรอครับ
    โดยส่วนตัวมองว่า ระบบนี้มันปัญญาอ่อน อ่ะครับ
  37. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ต่ออีกนิด ความอดทนสร้างได้ด้วยตัวของตนเอง
    อย่าคิดว่า แค่การรับน้องจะเสริมความอดทนให้เขาได้
    คุณน่ะแค่สร้าง ปมด้อยในใจของน้องๆเขาก็เท่านั้น

    เพราะพวกคุณเองความอดทน บางทียังต่ำกว่าพวกรุ่นน้องเลย 555
  38. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    188
    guest
    บัณฑฺต เภสัช มศว
    บัณฑฺต เภสัช มศว 58.137.59.42
    คห.28 ถ้าน้องรู้สึกเองคนเดียว ก็อย่าเอาคณะและมหาลัยตัวเองประจานนะคะ พี่ๆเภสัช มศว จบไปทำงานได้ดีมีหลายคนก็ผ่านระบบนี้มาแล้วทั้งนั้น ถ้างานต่างๆที่พี่ให้ทำด้วยความเต็มใจทั้งหมด รักและสามัคคี มันคงสนุก และสอนอะไรให้กับน้องได้หลายอย่าง อย่าคิดเป็นคนโลกแคบแล้วมากล่าวหาคณะที่ตัวเองเรียนไม่ดี ถ้ามันไม่ดีจริงๆ แนะนำให้ซิ่วหรือย้ายที่เรียนไปเอกชนได้ค่ะ
  39. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คห188 มันไม่ดีจริงๆเนี่ย ตอนนี้ลาออกมาแล้ว ตอนนี้มันไม่ดีจริงๆ รุ่นพี่คนที่แรงๆ เอาน้องไปนินทาลับหลัง ทะเลาะกันรุ่นพี่รุ่นน้อง มายุ่งกับกิจกรรมปี1 ล้างสมองเพื่อนในคณะ ทำให้แตกเป็น2ฝ่าย แล้วจะมาคาดหวังให้ทำกิจกรรมให้ดี คนก็เหลือไม่ถึง70คนละ จากประกาศรับแอด+รับตรง100กว่า
  40. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    190
    guest
    เสียงหนึ่ง
    เสียงหนึ่ง 125.25.77.233
    พี่ก็เป็นหนึ่งคนของเภสัช มศว นะ เคยเป็นน้องปีหนึ่งเคยผ่านการรับน้อง ตอนนั้นก็รู้สึกไมดี ไม่ค่อยอยากทำตามที่รุ่นพี่บอก แต่ที่อยากทำก็เพราะอยากช่วยเพื่อน พี่ไม่ต้องการให้น้องรักพี่เลยนะ พี่แค่อยากเห็นน้องรักกัน ไม่ได้อยากให้การขอรุ่นต้องเป๊ะ พี่อยากเห็นการเห็นใจกันในรุ่น พี่เข้าใจที่น้องออกมาว่า และไม่โกรธ พี่คิดว่าน้องยังไม่เคยมาเป็นพี่ ยังไม่เคยยืนในจุดที่พี่ยืน พี่หวังว่าสักวันน้องจะเข้าใจ

    แต่สิ่งที่อยากจะฝากไว้ คือ ความรักกันระหว่างเพื่อนในรุ่นสำคัญมากนะ ยิ่งปีสูงๆ ยิ่งจะรู้เลยว่าการมีเพื่อนมากกว่าคนในกลุ่มมันดียังไง

    ตอนนี้อาจจะคิดว่า
    อยากเรียนให้มากๆ ไม่เห็นอยากทำกิจกรรม แต่พอพี่อยู่ปีสูง พี่อยากกลับไปทำกิจกรรมมากๆ เพราะได้เ่ียนจนแทบจะไม่มีเวลาทำอย่างอื่นเลย

    ตอนนี้พี่ก็แค่รอเวลาวันที่น้องจะโตขึ้น มายืนตรงที่พี่เคยยืน น้องเองคงจะเข้าใจ
  41. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    วิทยา ศิลปากร น่าเบื่อมากกกกกกกกกกกกก
  42. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    (เหนือ)เทคโนตีนดอยๆๆ จิบจิบๆๆ มาดิๆๆ
  43. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อยากรู้ศึกษา มช ค่ะ เห็นหลายๆคนในกระทู้นี้บอกว่ารับน้องโหด อยากรู้ว่าโหดจริงไหมคะ รับน้องทั้งปีเลยรึเปล่าคะ มีการปลดระเบียบปีหนึ่งคือตอนจบปีหนึ่งพอดีเลยเหรอคะ อยากรู้จริงๆค่ะ ช่วยตอบหน่อย
  44. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อุเทนถวายช็อค
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น