วิวัฒนาการของเงิน เพิ่งรู้นะเนี่ย

ความคิดเห็น

16

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

เบี้ยหรือเงินตราโบราณ

 

                ในสมัยก่อนที่จะมีธนบัตรใช้เหมือนทุกวันนี้ คนไทยเอาหอยทะเลชนิดหนึ่งมาใช้เป็นเงินตรา เรียกว่า เบี้ย ซางมีอยู่หลายชนิด ส่วนใหญ่จะเป็น เบี้ยนางและเบี้ยจั่น กล่าวคือ เบี้ยนางจะมีสีขาวปนเหลืองเล็กน้อย มีส่วนกว้างประมาณ 1.5 – 1.8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 2.2 – 2.5 เซนติเมตร ส่วนเบี้ยจั่นมีสีขาวปนสีน้ำตาลเป็นกระๆ กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร หอยเบี้ยที่กล่าวมานี้ส่วนใหญ่เป็นหอยที่มาจากหมู่เกาะฟิลิปปินส์ โดยพ่อค้าซื้อหรือเอาสินค้าแลกเปลี่ยนกับชาวเกาะ แล้วบรรทุกเรือเอามาขายหรือใช้ซื้อสินค้าในเมืองไทย การใช้เบี้ยเป็นเงินตรานี้ชาวจีนโบราณก็นิยมใช้เช่นเดียวกัน

 

                คนไทยได้ใช้เบี้ยเป็นเงินตรามานานตั้งแต่สมัยสุโขทัย ดังมีปรากฏอยู่ในศิลาจารึกหลายหลัก ตัวอย่างเช่น ในหลักศิลาจารึกวัดป่ามะม่วงหลักที่ ๔ อันเป็นจารึกยอพระเกียรติพญาลิไทหรือพระมหาธรรมราชาที่ ๑ ซึ่งทรงทำบุญทำทานบริจาคพระราชทรัพย์เป็นเงินเบี้ยว่า

“คิดพระราชทานทรัพย์ คือ ทอง(หมื่นหนึ่ง) เงินหมื่นหนึ่ง เบี้ย ๑๐ ล้าน หมาก ๒ ล้าน จีวร ๔๐๐ เมตร หมอนนั่ง หมอนนอน เสื่อ... เท่านั้น และเครื่องกระยาทานทั้งหลาย ยังมีอเนกประการซึ่งคณามิได้...”

 

            การใช้เบี้ยเป็นเงินตราก็ยังมีการใช้กันต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาและสมัยต้นรัตนโกสินทร์ แต่เป็นเพียงเศษเงิน เพราะในยุคหลังๆ จะใช้เงินตราดังปรากฏในหนังสือประชุมพงศาวดารภาค ๓๖ จดหมายเหตุของ “โยสเซาเต็น” พ่อค้าชาวฮอลันดาในสมัยของพระเจ้าทรงธรรม และพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งได้เข้ามาตั้งห้างร้านค้าขายอยู่ในกรุงศรีอยุธยา ได้กล่าวถึงเบี้ยว่า “เงินตราที่ใช้ในการค้าขายในกรุงศรีอยุธยานั้นทำด้วยเงินแท้ มีรูปช้างกลมและเครื่องหมายของพระเจ้าแผ่นดินประทับ มีอยู่ ๓ ชนิด คือ เงินบาท เงินสลึง และเงินเฟื้อง คือ ๔ สลึง เท่ากับ ๘ เฟื้อง หรือ ๑ บาท แต่เพื่อสะดวกในการชำระเงินสำหรับราษฎรสามัญทั่วๆไป ยังมีเงินตราอีกชนิดหนึ่งคือ เบี้ย ซึ่งเป็นหอยทะเลที่มาจากมะนิลา หรือเกาะบอร์เนียว เบี้ยดังกล่าวจำนวน ๘๐๐ หรือ ๙๐๐ เบี้ย มีราคาเท่ากับ ๑ เฟื้อง และกล่าวว่าพกเบี้ยไปจ่ายตลาดเพียง ๕ เบี้ย ๑๐ เบี้ย หรืออย่างมาก ๒๐ เบี้ยก็เพียงพอแล้ว”

 

            ในสมัยกรุงธนบุรีและสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ยังคงใช้เบี้ยเป็นเงินปลีกอยู่เหมือนเดิม แต่ก็มีการผลิตเงินบาท เงินกึ่งบาท เงินสลึง และเงินเฟื้องออกมาใช้ด้วย ดังที่มีหลักฐานปรากฏอยู่ในหนังสือและเอกสารที่เขียนสมัยนั้นหลายเล่ม แม้ในปัจจุบันนี้ไทยจะเลิกใช้เบี้ยแล้ว คำว่าเบี้ยก็ยังมีใช้กันอยู่หลายคำ เช่น ดอกเบี้ย เบี้ยบำนาญ เบี้ยปรับ เบี้ยใบ้รายทาง ฯลฯ และด้วยเหตุที่คนไทยสมัยก่อนใช้เงินตราเป็นเงินพดด้วงนี่เอง จึงสามารถเก็บใส่ไหฝังดินได้โดยสะดวก



บทความจากวารสาร  ความรู้คือประทีป


แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 27 มกราคม 2555 เวลา 10:27 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

16

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    1
    guest
    ประทีปคือแอดมดชั่นล้มเหลว
    ประทีปคือแอดมดชั่นล้มเหลว 202.44.210.43
    ดีจังเลย
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณเจ้าของกระทู้มากๆๆๆนะคะ เกลียดโฆษณาอ่ะ ไปไกลๆได้ป่ะ


    PS.  รักแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่ซู้ดดดดด สแตนน่ารักมากมาย **ไปเยี่ยม My.iD เราบ้างนะคะ เดี๋ยวมันจะร้างซะก่อน
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อืมเป็นบทความที่เข้าทางเลยอ่ะพอดีวะจะเอาไปทำงานฮะ
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เสียดายจัง   ไม่มีรูป        จากคนสวย
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เอามากๆหน่อยดิคับ
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ก้อ ok ดีน่ะ ข้อมูลดีแน่น
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องทำการขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
refer: